| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
โรคทางกายที่เนื่องมาจากอำนาจจิต (๑)
สลักธรรม 1
คนโดยมากกลัวโรคนอนไม่หลับ และเห็นว่าโรคนอนไม่หลับ (ความจริงไม่ใช่โรค) นั้นเป็นภัยร้ายแรงแก่ชีวิตของตน ดังนั้นจึงได้หาวิธีการต่างๆ ที่จะแก้ไขด้วยการบังคับจิตให้สงบบ้าง ด้วยการกินยาให้นอนหลับบ้าง
แต่การบังคับจิตนั้นไม่ใช่เป็นของง่าย และการกินยานอนหลับก็ไม่ใช่ว่าจะหลับสนิท และเป็นไปตามธรรมชาติ เมื่อกินบ่อยเข้าก็กลับให้โทษ บางทีก็ไม่มีผลอะไรเลย
การแก้ไขด้วยวิธีการต่างๆ เหล่านั้นเท่าที่ผมทราบ โดยมากแก้ไม่ตรงเป้าหมายเลย เหตุนี้ ผลจากการแก้จึงมีไม่มาก บางครั้งเมื่อบังคับให้นอนหลับไม่สำเร็จก็เลยเกิดโทสะ, เสียใจ, ทุกข์ร้อน ตามติดขึ้นมาด้วย อันจะเป็นเหตุให้เกิดอกุศลและทำให้การนอนหลับยากยิ่งขึ้นอีก
ในสมัยปัจจุบันนี้ คนที่เกิดขึ้นมามีมากเหลือเกิน ยิ่งในนครหลวงใหญ่ๆ เช่น ลอนดอน นิวยอร์ค อันเป็นเมืองหลวงของอังกฤษและสหรัฐอเมริกา มีพลเมืองนับ ๑๐ ล้าน แม้ในกรุงเทพฯ ธนบุรี ก็ไม่เลว เรียกว่าอัดแอทีเดียว
การที่ผู้คนมากขึ้นเช่นนี้ ความยุ่งยาก สับสน ตลอดจนความวุ่นวายก็ตามมา ความเอารัดเอาเปรียบ ชิงดีชิงเด่นก็เกิดขึ้นมาก การต่อสู้เบียดเบียนกันเพื่อหวังให้ตัวเองมีชีวิตรอด เพื่อหวังให้ตัวเองมีความเป็นอยู่ดีที่สุดที่จะดีได้ ก็จะเป็นไปอย่างสุดเหวี่ยง
เมื่อความปรารถนานี้มีเหมือนๆ กัน ความขัดแย้งกันจึงได้เกิดขึ้น มนุษย์ต่อมนุษย์จึงต้องต่อสู้กันเองเป็นสามารถ ทางตรงบ้าง ทางอ้อมบ้าง ทางซื่อบ้าง ทางคดบ้าง โดย ศาลาธรรม [7 ต.ค. 2554 , 12:38:12 น.] ( IP = 125.25.125.35 : : )
สลักธรรม 2
และก็ด้วยการต่อสู้ เอารัดเอาเปรียบ เบียดเบียนกันอยู่ทั่วไปนี่เองที่ทำให้มนุษย์ต้องพาตัวเองตกไปอยู่ในขุมนรกที่มนุษย์ด้วยกันเองช่วยกันสร้างขึ้น อำนาจความเห็นแก่ตัวที่เป็นไปอย่างรุนแรง ก็ย่อมขัดขวางความเมตตาปรานีมิให้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ
ดังนั้นในนครหลวงที่ผู้คนแออัด จึงมีคนที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บอันเนื่องมาจากจิตเห็นอันมาก มีคนเป็นโรคนอนไม่หลับเพราะจิตใจก็มิใช่น้อย ด้วยต้องคร่ำเคร่งและครุ่นคิดในการต่อสู้เพื่อดำรงชีวิตอยู่ ต่อสู้กับความผิดพ้องหมองใจซึ่งกันและกัน ด้วยอำนาจของความมักได้เห็นแก่ตัวของแต่ละฝ่ายอันมีอยู่ดาษดื่นทั่วไป และการฆ่าตัวตายก็เพิ่มเปอร์เซ็นต์สูงขึ้นจนน่าวิตก
ซึ่งบุคคลส่วนมากเข้าใจกันว่าสังคมได้พัฒนาการขึ้น ประเทศชาติได้เจริญรุดหน้ามากยิ่งขึ้น บางประเทศถึงแก่ยกย่องตนเองว่า เป็นอารยประเทศ แต่ความจริงตรงกันข้ามต่างหาก หาได้เป็นดังนั้นไม่ เพราะเจริญแต่วัตถุเท่านั้นเอง
ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์มา ชีวิตทั้งหลายได้สมบัติทางพันธุกรรมทั้งทางร่างกาย และทางจิตใจสืบต่อกันมาเรื่อยๆ ไม่มีชีวิตใดในโลกที่มิได้สืบต่อๆ กันมา และวิวัฒนาการมาเป็นชั้นๆ ไม่มีชีวิตใดที่มิได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสิ่งแวดล้อม และแน่นอนที่สุด ไม่มีชีวิตใดเลยที่ปราศจากเสียซึ่งเขี้ยวเล็บที่แดงฉานไปด้วยโลหิตด้วยการเอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ตัวเหมือนสัตว์ร้าย เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดปลอดภัยอยู่ได้
ฉะนั้นโลกนี้ทั้งโลกจึงเต็มไปด้วยความหิวกระหายอดโซ เต็มไปด้วยการแข็งขันรังแกกัน เต็มไปด้วยการใช้อำนาจเพื่อนำมาทำลายล้างกัน ใครมีความแข็งแรง มีเขี้ยวเล็บแหลมคม มีความเฉลียวฉลาด มีความว่องไวหรือเอาเปรียบผู้อื่นได้มาก ก็จะมีชีวิตรอดอยู่ได้ โดย ศาลาธรรม [7 ต.ค. 2554 , 12:38:31 น.] ( IP = 125.25.125.35 : : )
สลักธรรม 3
ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุคที่ล่วงเลยความเป็นมนุษย์ป่าเถื่อนมานานนับเป็นหมื่นปี มนุษย์ก็ได้พยายามแก้ไขเปลี่ยนแปลงจิตใจและสังคมเสียใหม่ จนเวลานี้กล่าวกันอยู่ทั่วไปว่า โลกเจริญขึ้นแล้ว ชาติก็ได้ก้าวขึ้นมาจนเป็นชาติอารยะแล้ว ไม่มีวันที่มนุษย์จะหันหลังกลับไปสู่ความป่าเถื่อนนั้นอีกต่อไปแล้ว
แต่อย่างไรก็ดี แม้มนุษย์จะได้รับชัยชนะจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอันมากมาจนถึงบัดนี้ ทั้งกำลังเพียรพยายามที่จะพิชิตอวกาศ ชัยชนะที่ทำให้มนุษย์เห่อเหิมทะเยอทะยานทะนงตน แล้วประกาศว่าได้สร้างสรรค์ความเจริญให้แก่โลก ได้ก้าวห่างพ้นจากความเป็นสัตว์ป่ามาอย่างไกลลิบ
แต่ความจริงเราก้าวมาไกลกว่าสัตว์ไม่กี่ก้าว หรือบางทีเราย่ำเท้าอยู่อย่างเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะความประเสริฐสูงสุดของมนุษย์มิได้ขึ้นอยู่กับวิทยาการใดๆ ทั้งสิ้น หากแต่อยู่ที่ความประพฤติ นั่นก็คือ ลดความเบียดเบียนกัน ลดความเห็นแก่ตัว เพิ่มความเมตตากรุณาให้มากขึ้น และช่วยกันสร้างสรรค์ให้มวลมนุษย์อยู่ร่วมกันได้โดยสันติทั่วกัน
เหตุนี้ แม้มนุษย์จะได้ชัยชนะต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาอย่างงดงาม แต่มนุษย์ก็ต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยินแก่ความประพฤติ และแก่ความทะยานอยากของตนเอง แล้วความทะยานอยากนี้ก็นำเข้าไปสู่การเบียดเบียน และรบราฆ่าฟันกัน มนุษย์ต่างคนต่างก็ได้สร้างกองเพลิงขึ้นมาเผาผลาญมนุษย์ด้วยกันเองตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้
เพราะความทะยานอยากอันไม่มีที่สิ้นสุดนี่เอง ที่ทำให้มนุษย์เหินห่างไปจากสัตว์เดรัจฉานไม่กี่ก้าว เราจะพิสูจน์ได้จากพฤติกรรมของมนุษย์เอง มนุษย์ได้จัดระบบการต่อสู้เพื่อแย่งกันกินอย่างสัตว์ป่ามาแก้ไขเสียใหม่ ไม่กระโดดเข้าตบกัดฟัดเหวี่ยงกันกินต่อหน้า ไม่เอานิสัยของสัตว์ป่าโผล่ออกมาให้เห็น หากแต่เอาระบบการต่อสู้แย่งกันกินอย่างสัตว์ป่าในยุคดึกดำบรรพ์มาจัดระเบียบเสียให้ทันสมัย โดย ศาลาธรรม [7 ต.ค. 2554 , 12:38:54 น.] ( IP = 125.25.125.35 : : )
สลักธรรม 4
ความทะยานอยากอันแฝงประจำอยู่ในจิตใจ มิได้ถูกขัดเกลาให้ลดลงเลย ได้ส่งเสริมให้มนุษย์กระทำทุกประการ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งอันตนปรารถนานั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เท่าที่ปัญญาที่อบรมมาในทางเอารัดเอาเปรียบเห็นแก่ตัวจะอำนวยให้ในทางตรงทางอ้อมทั้งทางสุจริตหรือทุจริต เพื่อหากำไรจากหยาดเหงื่อและโลหิตสดๆ ของสัตว์เดรัจฉานและของมนุษย์ด้วยกันเอง
ใครมีกำลัง ใครมีอำนาจ ใครได้ครอบครองไว้ซึ่งเศรษฐกิจ ก็จะใช้กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลต่อบุคคล องค์การต่อองค์การ หรือประเทศต่อประเทศ
เหตุนี้เองผู้ที่ยังไม่เข้าใจชีวิตดีพอ หรือผู้ที่อ่อนแอ จึงต้องเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ และตกอยู่ภายใต้ขุมนรกอันร้อนระอุที่ตั้งอยู่ภายในเมืองมนุษย์ ด้วยทุกข์ระทมขมขื่นนานาประการ โดยฝีมือของมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้เจริญแล้วเป็นอารยชนแล้ว
การที่เราผู้คนชุลมุนวุ่นวาย และเดินกันขวักไขว่ไปมาอยู่ทุกๆ วันนั้น เราแน่แก่ใจอย่างหนึ่งว่า ส่วนมากเพื่อแสวงหากำไร แสวงหาอำนาจ ตลอดจนแสวงหาช่องโอกาสของตนในทางเศรษฐกิจ หรือพูดง่ายๆ ก็ว่า การแย่งกันกินนั่นเอง โดยการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน อันจะเป็นเหตุให้จิตถูกบีบคั้นทำให้เกิดความทุกข์ร้อนวุ่นวาย
คนสมัยนี้ทักทายปราศรัยกัน ถามถึงสารทุกข์สุกดิบกันน้อยลงทุกที แต่ได้ถามถึงประโยชน์และผลกำไรมากยิ่งขึ้น เขาจะหัวเราะด้วยเสียงอันดังเมื่อเอาเปรียบผู้อื่นได้มาก เมื่อมีผู้ใดเสียท่าตกเป็นเบี้ยล่างของเขา หรือเขาสามารถสูบเลือดออกมาได้ด้วยกลวิธีต่างๆ มีสักกี่คนที่ยอมเสียสละทรัพย์ที่หามาได้ และเหลือจากกินอยู่ใช้จ่ายแล้วสัก ๑ เปอร์เซ็นต์ทุกครั้งไป เอาไว้ช่วยเหลือคนอดอยากยากจนทุพพลภาพเป็นประจำ
มีใครสักกี่คนที่มีอุดมการณ์อันสูงส่งที่จะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของมหาชนโดยมิได้มีผลประโยชน์อันมหาศาลแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [7 ต.ค. 2554 , 12:39:12 น.] ( IP = 125.25.125.35 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |