มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


โรคทางกายที่เนื่องมาจากอำนาจจิต (๒)








โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร



โรคทางกายที่เนื่องมาจากอำนาจจิต (๒)


เรื่องของชีวิตเป็นเรื่องของทุกข์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เราจะแก้ปัญหาชีวิตให้มีกินมีใช้ ให้มีความสมบูรณ์พูนสุขตามใจของเราไปจนตลอดชีวิตหาได้ไม่

เรื่องชีวิตเป็นเรื่องที่เราหนีไม่พ้น ในการเผชิญภัยต่างๆ ที่ล้อมอยู่โดยรอบกายและภายในกายของเราเอง เมื่อเช่นนี้เราก็ไม่ควรหนีชีวิต แต่เราควรจะสู้เพราะจะเป็นการน่าอับอายยิ่งนัก ที่เราจะพยายามหนีในสิ่งที่หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น เพราะชีวิตจะต้องสืบต่อไป (เกิดอีก)

แต่ทว่าการต่อสู้อย่างโง่ๆ ไม่เข้าใจชีวิตเสียบ้างเลย ก็ย่อมเป็นการต่อสู้ที่น่าสงสาร เพราะแน่นอนว่าจะตกเป็นผู้ได้รับความทรมานจากเหตุการณ์ที่แวดล้อม และโรคภัยไข้เจ็บอันเกิดจากจิตที่ได้ถูกบีบคั้น ตลอดจนโรคนอนไม่หลับที่จะครอบงำชีวิตอยู่ต่อไปอีก

เมื่อเหตุการณ์อันเกิดจากมนุษย์ภัยมาคุกคาม ทำให้เศรษฐกิจของครอบครัวขาดเสถียรภาพ ไม่มีงานทำ มีรายได้น้อย มีเรื่องราวต่างๆ ที่ต้องกระทบกระเทือนใจ อันทำให้ต้องปวดศีรษะอยู่ทุกวัน ต้องป่วยเจ็บเรื้อรังอันเนื่องมาจากจิตที่ต้องใช้ความคิดแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อให้ตัวเองและครอบครัวพ้นจากความวิบัติ และเกิดโรคนอนไม่หลับอันมีสมุฏฐานมาจากเหตุที่ต้องทำการงานมาก หรือต้องครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเป็นประจำ

เมื่อเช่นนี้ ก็จำเป็นที่เราจะต้องแก้ปัญหาเหล่านั้นที่ต้นเหตุ และศึกษาให้เกิดความเข้าใจในเรื่องของชีวิตก็เป็นทางที่จะบำบัดให้บรรเทาลงได้ทางหนึ่ง

โดย ศาลาธรรม [11 ต.ค. 2554 , 11:23:48 น.] ( IP = 125.27.162.205 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ในสมัยก่อนที่วิชาแพทย์ยังไม่เจริญ คนเจ็บได้ถูกรักษาด้วยหยูกยาหรือไม่ก็ผ่าตัด แน่ละ ย่อมจะมีหายบ้าง ตายบ้าง และที่ไม่ตายแต่ไม่หายบ้าง

ที่รักษาไม่หายเหล่านี้ มีอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่มีวันที่แพทย์จะรักษาให้หายได้เลย เพราะโรคที่เกิดแก่เขาเหล่านั้น เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากสมุฏฐานทางจิต แต่บรรดาแพทย์ทั้งหลายในเวลานั้นยังไม่เข้าใจในเรื่องของจิต จึงได้รักษากันแต่ในทางกายโดยตรงทางเดียว

ในปัจจุบันนี้ ย่อมเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในวงการของแพทย์ว่า มีโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นเป็นอันมาก แม้บางโรคจะเกิดขึ้น หรือเป็นขึ้นที่ร่างกาย แต่โรคเหล่านี้เกิดขึ้นมาเพราะจิตใจเป็นต้นเหตุ ฉะนั้นแพทย์ที่ทำการรักษาในปัจจุบันจึงต้องซักถามประวัติของคนไข้เป็นการใหญ่ ถ้านายแพทย์สงสัยก็จะต้องซักถามไปถึงเรื่องส่วนตัว ความเป็นไปในครอบครัว และฐานะการเงินการทอง ตลอดจนสภาพแวดล้อม ทั้งสิ่งมีชีวิตที่คนไข้นั้นคลุกคลีอยู่

เมื่อมนุษย์ต้องมาพ่ายแพ้แก่ความทะยานอยากของตนเองเสียแล้ว มนุษย์ก็ขาดความเมตตากรุณาต่อกัน ดังนั้น จึงต่างก็เอารัดเอาเปรียบกันทุกๆ วิถีทาง ช่วงชิงผลประโยชน์ซึ่งกันและกันอย่างสุดเหวี่ยง เพื่อช่วยให้ตนเองรอดและมีหลักประกันอันมั่นคงดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ จึงต้องคิดแล้วคิดอีกทั้งกลางวันกลางคืน เพื่อจะหาทางเอาชนะกันให้จงได้ นั่นก็คือการแย่งกันกินด้วยอาศัยความคิดและสติปัญญาอย่างเต็มความสามารถ

แต่แน่นอนละ ตลอดระยะเวลาเหล่านั้น ก็ย่อมมีเหตุการณ์อันไม่พึงปรารถนาเกิดขึ้นมาเป็นอันมาก อุปสรรคที่มาขัดขวางก็มีมิใช่เล็กน้อย ความผิดพ้องหมองใจกันก็มีบ่อยๆ ความผิดหวัง ความเศร้าหมอง ความวิตกกังวล ก็ติดตามมาเป็นทิวแถว ด้วยเหตุนี้ คนที่อยู่ในเมืองหลวงหรืออยู่ในเมืองใหญ่ๆ จึงมีโรคที่เกี่ยวแก่จิตใจโดยตรง หรือโรคที่เกิดขึ้นทางร่างกาย แต่มีสาเหตุเนื่องมาจากจิตใจทวีมากขึ้นๆ ไปตามจำนวนของพลเมือง

โดย ศาลาธรรม [11 ต.ค. 2554 , 11:24:21 น.] ( IP = 125.27.162.205 : : )


  สลักธรรม 2


เมื่อพ่อบ้านแม่บ้านตกอยู่ในฐานะฝืดเคือง ครอบครัวขาดเสถียรภาพ แต่จำเป็นที่จะต้องเลี้ยงดูบิดามารดาหรือญาติที่ใกล้ชิด กับบุตรอีกหลายคนที่ยังไม่มีปัญญาหาเลี้ยงตนเองได้ จิตใจก็จะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ต้องครุ่นคิดเป็นกังวลห่วงใยทุกข์ร้อน คิดวนไปเวียนมามากมายตัดสินใจไม่ได้

เมื่อจิตใจตกอยู่ในความทุกข์ร้อนอย่างสม่ำเสมอเช่นนี้ อำนาจของความทุกข์ความกังวลใจเหล่านั้นเองก็จะหนุนเนื่องก่อให้เกิดเรื่องราวที่จะเกิดขัดแย้ง กระทบกระทั่งกับสามีภรรยาหรือคนในครอบครัวขึ้นได้ง่ายๆ และบ่อยๆ เหตุการณ์อันไม่สงบทำให้จิตใจขุ่นมัวเศร้าหมอง ก็จะตามติดกันมาเป็นทิวแถวซ้ำเต็มขึ้นมาอีก

พ่อบ้านแม่บ้านคนใดตกอยู่ในฐานะลำบาก ด้วยกำลังแรงของความปรารถนาที่จะก้าวหน้าในการเงิน ในวิชาความรู้ ในตำแหน่งหน้าที่มากจนเกินไป เพื่อจะให้ทันเพื่อนฝูง เพื่อจะได้ไม่อับอายขายหน้า หรือเพราะความจำเป็นบังคับ จึงต้องทำงานและคิดการงานหามรุ่งหามค่ำ

เช่น เพราะเป็นครู ตื่นเช้าก็ต้องไปสอนวิชาให้แก่เด็กเกือบตลอดวัน กลางคืนก็ต้องออกสอนเป็นพิเศษเติมอีก หรือกลางวันไปทำงานกับบริษัทห้างร้าน แต่ได้เงินเดือนน้อย ฉะนั้นกลางคืนจึงต้องขับรถแท็กซี่อีกจนดึกจนดื่น

หรือเป็นนักธุรกิจการค้าหรือทำงานเกี่ยวกับวิชาการ ต้องคร่ำเคร่งอยู่กับงาน ต้องนั่งตรากตรำอยู่กับโต๊ะ ต้องใช้ความคิดมากติดต่อกันไป เหลือเวลาพักผ่อนน้อยที่สุด

โดย ศาลาธรรม [11 ต.ค. 2554 , 11:24:37 น.] ( IP = 125.27.162.205 : : )


  สลักธรรม 3


ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคิดหรือการกระทำก็ดี ถ้ามากจนเกินไปแล้ว ก็ย่อมจะกระทบกระเทือนต่อสุขภาพอนามัยของจิต ถ้าหากว่าเป็นการงานที่ต้องรีบร้อน เพราะกลัวว่าจะไม่เสร็จหรือเป็นการงานที่ตนไม่ชอบแล้วขืนใจทำ โทษก็จะมีมากขึ้น

เมื่อพ่อบ้านขี้เมา เงินทองก็หมดเปลืองไปมาก ซ้ำฤทธิ์เมายังทำให้สามีดุร้ายมิได้คิดเมตตาปราณี ดุด่าเกรี้ยวกราดเอากับภรรยาไม่เว้นแต่ละวัน ภรรยาก็เฝ้าแต่กลืนน้ำตาต่างอาหาร ขมขื่นสุดจะทนทาน แต่ก็หาทางออกให้แก่ตนเองมิได้

หรือภรรยาเป็นคนปากร้ายดุด่าว่ากล่าวเอากับสามีหรือคนในบ้านอยู่เป็นเนืองนิตย์ ขี้บ่นจุกจิกวันหนึ่งนับจำนวนไม่ไหว สามีก็สุดแสนจะรำคาญ แต่เพราะบุตรก็มีอยู่ด้วยกันหลายคน จึงสู้จำทนหวานอมขมกลืนไปวันหนึ่งๆ

หรือสามีไปมีภรรยาน้อย ภรรยาหลวงจึงต้องโศกเศร้าเหงาหงอย เฝ้าแต่ทุกข์ร้อนตรมตรอมใจ หรือสามีมีความระแวงภรรยาว่าจะไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเสียแล้ว เพราะเหตุพฤติกรรมบางอย่างของภรรยาส่อไปในทางนั้น จิตใจก็มีแต่สลดหดหู่ เร้าร้อนทุกข์ระทมอยู่เนืองๆ

เมื่อรักไม่สมหวัง เพราะคู่รักหนีหายหรือล้มตายไป เพราะมีปากมีเสียงกับเจ้านาย กับญาติ หรือคนที่รัก คิดแค้นผูกพยาบาทมาดร้ายจองเวรกับศัตรูคู่อาฆาต หรือการค้าขายต้องขาดทุนล้มละลาย หรือร่างกายบกพร่องพิกลพิการไม่สมประกอบก่อให้เกิดปมด้อยขึ้น หรือโชคชะตาจึงถึงฆาต พระราหูเข้าพระเสาร์แทรก ถูกกล่าวหาในความอาญาอุกฉกรรจ์ ต้องเข้าไปสู่ประตูที่ไร้อิสรภาพ ได้รับความลำบากอย่างสุดแสน

โดย ศาลาธรรม [11 ต.ค. 2554 , 11:24:53 น.] ( IP = 125.27.162.205 : : )


  สลักธรรม 4


ในปัจจุบัน พ้นจากข้อสงสัยแล้วว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่มากระทบกระเทือนจิตใจอยู่อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ หรือเกิดความกังวลวุ่นวายทุกข์ร้อนมิได้หยุดหย่อน หรือต้องจำทนนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานหามรุ่งหามค่ำ หรือใช้ความคิดไปในทางหนึ่งทางใดมากจนเกินไป จะให้ผลร้ายแก่ร่างกายและจิตใจ

บุคคลเช่นนี้เสมือนกำลังเพียรพยายามปลูกเพาะเชื้อของพืชที่เป็นพิษร้ายให้แก่ร่างกายและจิตใจเข้าแล้ว เฝ้าแต่รดน้ำพรวนดินอยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่าได้เพาะปลูกพืชอันเป็นพิษร้าย นับวันรากของพืชก็จะหยั่งลงลึกแล้วแตกใบแตกกิ่งก้านสาขาขึ้นมา

เพราะจิตใจดังกล่าวนั้นสามารถทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวแก่จิตโดยตรงเกิดขึ้น หรือแสดงออกมาทางร่างกาย มีการป่วยเจ็บต่างๆ ดังได้กล่าวมานั้นได้ง่ายๆ

บุคคลเป็นอันมากไม่รู้สึกตัวว่าโรคบางอย่างที่เกิดขึ้นแก่ร่างกายของตนนั้น ก่อกำเนิดตัวของมันเองขึ้นมาจากจิตใจแท้ๆ โดยตรงบ้าง โดยอ้อมบ้าง

เพราะความวิตกกังวล ทุกข์ร้อน ซึ่งเกาะกินใจอยู่เสมอๆ นั้น ก่อให้เกิดโรคทางร่างกายขึ้นได้มากหลาย เริ่มตั้งแต่โรคเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงโรคใหญ่ๆ มีอันตรายมาก เช่น โรคปากนกกระจอก โรคฟันและโรคคอ ตาเป็นกุ้งยิง อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร ท้องผูก ท้องเดิน ปวดท้อง ท้องอืดเฟ้อ-มีกรดมาก เนื้องอก แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ โรคขาดอาหาร เหน็บชา เป็นง่อย ปวดศีรษะ เรื่องเส้นประสาท ร่างกายอ่อนแอเปิดช่องให้แก่โรค เช่น เป็นหวัดอยู่เสมอ เจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้หยุด สามวันดีสี่วันไข้ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นโลหิตแตก ตลอดไปจนถึงวัณโรค

โดย ศาลาธรรม [11 ต.ค. 2554 , 11:25:10 น.] ( IP = 125.27.162.205 : : )


  สลักธรรม 5


ตัวอย่างที่จะเห็นได้ง่ายๆ มีอยู่เป็นอันมาก เช่นคนในสมัยก่อนมีความเข้าใจว่ากระเพาะอาหารอยู่นอกเหนืออำนาจของจิต แต่ความจริงจิตใจมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่อย่างใกล้ชิด เว้นแต่มิได้สั่งงานได้โดยตรงเท่านั้น บางทีเมื่อเราบังเกิดความเสียใจ ตกอยู่ในความหวาดกลัว หรือเกิดความกังวล อาจจะทำให้ท้องเดินหรือท้องผูกขึ้นได้โดยง่าย

และในกรณีเช่นนี้กระเพาะอาหารจะมีโลหิตลดลงมาก ประสาทบังคับการย่อยจะอ่อนกำลังลง อาหารจะย่อยได้น้อย จะไม่หิว อาหารจะบูดเน่า ก่อให้เกิดท้องเสีย แม้จะมีอาหารกินบริบูรณ์ ก็อาจจะเป็นโรคขาดอาหารได้ เพราะย่อยได้น้อยร่างกายจึงทรุดโทรม การป่วยเจ็บต่างๆ จึงได้ตามมา จนเป็นอัมพาตหรือวัณโรคได้ เป็นต้น

บุคคลเป็นอันมากไม่ทราบว่า โรคต่างๆ ดังได้กล่าวมาแล้ว เกิดขึ้นมาได้เพราะมีต้นเหตุมาจากจิต ดังนั้น จึงได้อุตส่าห์รักษาตัวโดยยอมเสียเงินเสียทองไปเป็นอันมาก ซื้อหยูกยาสารพัด เปลี่ยนหมอบ่อยๆ เมื่อเปลี่ยนหมอเปลี่ยนยาก็ดีขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่อาการก็หาได้ทุเลาลงจริงๆ ไม่ หรือเป็นๆ หายๆ ตามความขึ้นลงของจิตที่ผันผวนไปทุกๆ วัน แต่บางคนหายไปเอง

เพราะเหตุการณ์ที่บีบบังคับจิตใจได้บรรเทาเบาบางลง หรือการงานที่ต้องตรากตรำคร่ำเคร่งนั้นหย่อนคลาย แต่บางคนไม่หายเลยไปจนตลอดชีวิต เพราะเป็นมาก และเป็นมาอย่างเรื้อรัง เช่นโรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหารพิการ เป็นต้น

ตามสถิติที่ค้นได้ในต่างประเทศประจักษ์ว่า คนป่วยที่เป็นโรคทางร่างกายนี้ตามเมืองใหญ่ๆ คนป่วยทั้งหมด ๕ ส่วน จะเป็นโรคทางร่างกายที่มีสาเหตุเนื่องมาจากจิต เสีย ๓ ส่วน

ทั้งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า คนป่วยทางร่างกายที่เป็นไปตามธรรมดามิได้เกี่ยวแก่จิตนั้น มีจำนวนน้อยกว่า และย่อมเป็นการแน่นอนว่า เมื่อโรคที่เกิดขึ้นทางร่างกายเป็นได้ถึงดังนี้ คนที่เป็นโรคจิตโดยตรงก็คงมีไม่น้อยไปกว่ากันนัก ดังนั้น ท่านจะเห็นได้ว่า การไม่มีสุขภาพทางจิต ย่อมเป็นภัยร้ายแรงแก่สังคมเป็นอย่างยิ่ง

โดย ศาลาธรรม [11 ต.ค. 2554 , 11:25:25 น.] ( IP = 125.27.162.205 : : )


  สลักธรรม 6


นอกจากโรคที่เกี่ยวแก่ทางร่างกายดังได้กล่าวแล้ว ภาวะของจิตที่บุคคลบางคนบังคับไม่ได้ ก็ได้หันเหเตลิดออกไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับคนธรรมดา ในประเทศไทยมีคนเป็นโรคจิตประมาณ ๒๒,๐๐๐ คน (พ.ศ. ๒๕๐๖) มีโรงพยาบาลสำหรับรักษาคนเป็นโรคจิตอยู่ ๕ แห่ง ตั้งอยู่ตามที่ต่างๆ กัน แต่ละแห่งมีคนไข้เป็นจำนวนมากจนรับไว้ไม่หมด

อย่างไรก็ตาม คนไข้ที่เหลือที่เป็นมากบ้างน้อยบ้าง รักษากันตามบุญตามกรรมในที่ต่างๆ เช่น ตามบ้าน ตามวัด อีกประมาณไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ คน คิดเฉลี่ยแล้ว คนในประเทศไทยจำนวน ๑ คน ต่อคนดี ๑,๐๐๐ คน ซึ่งในจำนวนเช่นนี้ มิใช่จำนวนเล็กน้อยทีเดียว

แต่ในยุโรปและอเมริกามากยิ่งกว่านี้หลายเท่า เพราะมีประมาณ ๑ คน ต่อพลเมืองที่ดี ๒๐๐ คน สำหรับในกรณีนี้ ถ้าจะรวมกับโรคประสาทซึ่งยังมิได้แสดงอาการเป็นโรคจิตโดยตรงด้วยแล้ว ก็จะเพิ่มปริมาณมากกว่านี้อีกหลายสิบหลายร้อยเท่า

รายงานจากทางตำรวจฮ่องกงว่า พลเมืองในฮ่องกง(พ.ศ. ๒๕๐๖)ทุกๆ ๑๐๐,๐๐๐ คน มีฆ่าตัวตายถึง ๑๗ คน เมื่อ ๑๐ ปีก่อน มีคนฆ่าตัวตายเพียง ๑๐๐,๐๐๐ คน ต่อ ๒-๕ คนเท่านั้น ในเกาะฮ่องกง สถิติการฆ่าตัวตายสูงกว่าในหลายประเทศ แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังเป็นรองประเทศญี่ปุ่นมาก คนที่ฆ่าตัวตายโดยมากเป็นคนไร้งาน หญิงรับใช้ กรรมการ และคนที่เป็นโรคเรื้อรัง ซึ่งแน่ละย่อมเป็นคนที่จิตถูกบีบคั้นและเจ็บป่วยเรื้อรังอันเนื่องมาจากจิตรวมอยู่ด้วย

ในขณะนี้ตามสถิติปรากฏว่า การฆ่าตัวตายของพลเมืองประเทศเกาหลีใต้จะชนะโลกเสียแล้ว เพราะว่าฆ่าตัวตายเฉลี่ยแล้วทุก ๒๘ คนต่อพลเมือง ๑๐๐,๐๐๐ คน(พ.ศ. ๒๕๐๖) แต่ประเทศฮังการีเขายังแย้งว่าจะช่วงชิงความเป็นใหญ่ในการฆ่าตัวตายไปจากเขายังไม่ได้ เพราะว่าในจำนวนนี้ประเทศของเขาก็ทำได้เหมือนกัน

โดย ศาลาธรรม [11 ต.ค. 2554 , 11:25:39 น.] ( IP = 125.27.162.205 : : )


  สลักธรรม 7


นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ๒ คน คือ ดร.ชไนด์ และ ดร.ฟาร์เบอร์โรว์ ร่วมกันออกเผยแพร่ โดยสอบสวนจากญาติผู้ที่ตายแล้ว (ผู้ใกล้ชิด) และบันทึกต่างๆ ประมาณ ๒๐๐ ราย วางหลักไว้ว่า ผู้ฆ่าตัวตายมักมีอายุระหว่าง ๔๐ - ๕๙ ปี ผู้ชายมากว่าผู้หญิง ๓ เท่า พวกผิวขาวฆ่าตัวตายมากกว่าผิวสีอื่น ๓ เท่า มีดกดื่นในเมืองมากกว่าในชนบท ผู้หญิงชอบกลืนยาพิษ ผู้ชายชอบใช้ปืนหรือสิ่งร้ายอื่นๆ

ตามที่ผมได้กล่าวมาแล้วโดยย่อตั้งแต่ต้น ท่านก็จะเห็นได้ว่าล้วนเป็นการแสดงถึงสาเหตุต่างๆ ที่จะกระทบกระเทือนต่อสุขภาพอนามัย และในประการสำคัญที่กล่าวในที่นี้โดยเฉพาะก็คือ กลายเป็นโรคนอนไม่หลับอย่างถาวร

เมื่อนอนหลับยาก หลับน้อย หรือหลับไม่สนิทอยู่เสมอๆ แล้ว ย่อมจะทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมยิ่งขึ้น ชีวิตก็จะตกอยู่ในความเร่าร้อนทรมาน ชะตาชีวิตถูกมหาภัยหลายประการคุกคาม ซึ่งจำเป็นที่จะต้องหาทางแก้ไขเสียโดยเร็ว

แต่การแก้ไขการนอนไม่หลับนั้น จะต้องแก้ตามเหตุดังได้กล่าวมาแล้วด้วย ไม่ใช่ว่า เมื่อเป็นโรคหัวใจ เป็นโรคท้องอึดท้องเฟ้อที่เนื่องมาจากจิต อันจะก่อให้เกิดความฟุ้งซ่านจนนอนไม่หลับแล้ว เราก็ใช้วิธีทำให้จิตเกิดอานุภาพขึ้น หรือทำให้สมาธิให้เกิดความสงบขึ้น ซึ่งไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ.



โดย ศาลาธรรม [11 ต.ค. 2554 , 11:25:56 น.] ( IP = 125.27.162.205 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org