มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อย่าคัดค้าน..และ อย่ายอมรับทันที่




อย่าคัดค้าน และ อย่ายอมรับทันที่


หลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนา...เป็นหลักที่จะต้องนำมาอบรมตนเพื่อบรรทเทากิเลสอาสวะ และเพียรปฏิบัติตามคำสอนจนกิเลสหมดไป ถึงซึ่งอมตะสุขได้ นี้คือ พระพุทธประสงค์

ทุกวันนี้อากาสร้อนมาก แต่เราต้องยอมรับให้ได้ว่ามันเป็นเรื่องของธรรมชาติ...เราอยู่ในโลกก็ต้องการทั้งแสงแดดทั้งสายลม แม้กระทั่งฝน แต่ว่าความต้องการของมนุษย์นี่บางทีมันก็ขัดกัน บางที่ฝนตกไม่ชอบ บางทีแดดออกไม่ชอบ ลมพัดจัดก็ไม่ชอบ ในโลกนี่จะเหมือนใจทุกอย่างไม่ได้ สิ่งทั้งหลายก็เป็นไปตามอำนาจของธรรมชาติ

ดังนั้นเราเองก็ต้องปลูกความรู้สึกในใจให้เกิดความพอดีๆ กับสิ่งเหล่านั้น คือให้รู้สึกในใจให้เกิดมีความพอดีๆอย่าอยากมากมาย ให้รู้สึกพอใจแล้วก็สบาย แต่ถ้าไม่รู้สึกพอใจในเรื่องอะไรๆย่อมเป็นของแน่ก็คือ.. เกิดความทุกข์ความเดือดร้อนในชีวิตประจำวันด้วยกันทั้งนั้น

โดย พี่ดอกแก้ว [21 ต.ค. 2554 , 19:50:46 น.] ( IP = 58.9.214.59 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในทางธรรมะจึงสอนเราให้รู้จัก สันโดษ หมายความว่า พอใจในสิ่งที่เราประสพอยู่เฉพาะหน้า คืออะไรเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เราก็นึกพอใจในสิ่งนั้น ความพอใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า คือสันโดษ เป็นศิลปะของความสุขความสบายทางจิตใจ

ในขณะใดที่เรา มีความพอใจ ในเรื่องอะไรๆที่เกิดขึ้น เราก็รู้สึกสบายใจหน้าตาแจ่มใส สามารถยิ้มได้ แต่ว่าในขณะใดที่เรา รู้สึกขัดใจไม่ชอบใจ ในสิ่งที่เกิดมีอยู่เฉพาะหน้า ในขณะนั้นเราก็มีความทุกข์ มีความไม่สบายใจ เป็นความทุกข์ความเดือดร้อนใจ ซึ่งความรู้สึกเช่นนั้นไม่ต้องการด้วยกันทั้งนั้น พอเผลอตัวขาดสติ ความทุกข์ก็เกิดขึ้น

ที่ความทุกข์เกิดขึ้นได้ ก็เพราะความประมาทขาดสติที่เราเรียกกันว่า เผลอไป เพราะไม่ได้ใช้ปัญญาคิดตรึกตรองในเรื่องนั้นให้ดีนั่นเอง การที่เราขาดความสังวรระวังจิต มองอะไรก็มองแต่เพียงแง่เดียว ไม่มองไปในแง่ที่ว่า มันเป็นความจริงของธรรมะ ไม่มองให้เข้าใจในคุณ โทษ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ ของสิ่งนั้นว่าเป็นอย่างไร ถึงจะเก่งแสนเก่งในพระปริยัติธรรมแค่ไหน ลงมองไม่ชัดเจนตามที่เป็นจริง เหมือนมองเห็นอะไรๆไม่ชัดเจนตามที่มันเป็นจริง.. ก็เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อนในใจได้ทั้งนั้นไม่เว้นสักคน

โดย พี่ดอกแก้ว [21 ต.ค. 2554 , 19:52:27 น.] ( IP = 58.9.214.59 : : )


  สลักธรรม 2

ในทางพระพุทธศาสนา จึงมีหลักคำสอนว่า จงมองทุกสิ่งทุกอย่างตามที่มันเป็นจริง...ได้แก่ ยถาภูตญาณทัสสนะ คำว่า "ยถาภูตญาณทัสสนะ" ถ้าแปลก็หมายความว่าก็ได้แก่ .."เห็นอะไรๆ ทุกอย่างตามที่มันเป็นจริงๆ ความจริงของสิ่งนั้นมันเป็นอย่างไร เราก็มองให้เห็นชัดในสิ่งนั้น ในขณะใดที่เรามองเห็นสิ่งนั้นชัดแจ้ง ตามที่มันเป็นจริงเราก็จะไม่หลงไปจนเกิด ความพอใจ หรื เสียใจ อย่างผิดๆได้

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ท่านจึงสอนเราให้รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง ให้หัดมองอะไรทุกอย่าง ที่ผ่านเข้ามาในวิถีชีวิตของเรา ให้รู้ชัดเห็นชัดตามที่เป็นจริงอยู่ เช่นที่เราแต่ละคนพยายามศึกษากันให้รู้ว่า... จิต คือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ หรือธรรมชาติที่ทำหน้าที่ เห็น ได้ยิน รู้กลิ่น รู้รส รู้สึกต่อการสัมผัสถูกต้องทางกาย และรู้สึกนึกคิดทางใจ

จิตนี้ไม่ว่าจะเกิดแก่สัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ เทวดา หรือพรหมก็ตาม ย่อมมีการรู้อารมณ์เป็นลักษณะ เหมือนกันทั้งสิ้น จิต จะเกิดดับอย่างรวดเร็วมาก ชั่วเวลาลัดนิ้วมือเดียว จิตจะมีการเกิดดับถึงแสนโกฏิขณะ คือ ๑,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ ครั้ง (หนึ่งล้านล้านครั้ง) จึงเป็นการยากที่บุคคลจะรู้เท่าทันได้

อำนาจของจิต มีอยู่มากมาย เช่น มีอำนาจในการกระทำ การพูด การคิด การสั่งสมกรรมดี กรรมชั่ว นอกจากนี้ยังมีอำนาจในการสร้างฤทธิ์ ทำสมาธิ ทำฌาน ทำอภิญญา และอื่น ๆ ให้เกิดขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์ ...ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฝึกจิตให้เป็นไปในทางเจริญ...ไม่ใช่แค่ท่องชื่อจิตได้... แต่สามารถนำความรู้มาเอื้อเฟื้อชีวิตตนเองให้ออกห่างจากทุกข์เป็นลำดับ ต้องศึกษาให้รู้ธรรมะ เพื่อเอามาใช้เป็นแว่นประกอบการมอง ประกอบการพิจารณาในสิ่งนั้นๆ จะได้รู้เข้าใจชัดเจนขึ้น เราจึงต้องมาฟังธรรม ศึกษาธรรม และปฎิบัติธรรม อ่านหนังสือทางศาสนาบ้าง สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดความเห็น ในด้านธรรมะกับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจบ้าง ก็เพื่อที่จะพาตนให้พ้นภัยในวัฎฎะสงสารนั่นเอง

โดย พี่ดอกแก้ว [21 ต.ค. 2554 , 19:53:42 น.] ( IP = 58.9.214.59 : : )


  สลักธรรม 3

แต่ว่าในเรื่องการสนทนากันนั้น อยากจะแนะนำไว้นะคะว่า คือ อย่าสนทนากัน ด้วยความยึดติดในทิฏฐิ ความคิดความเห็นของตน คนเราเวลาที่สนทนาอะไรกัน มักจะโต้เถียงกันเสียส่วนมาก การเถียงกันในรูปอย่างนั้นเป็นการพูดธรรมะที่ไม่เป็นธรรมะ แต่ว่าเอาตัวของตัวเข้าไปพูด คือทิฏฐิของตน สักกายทิฏฐิ

ถ้าตัวของเรา ก็เป็นตัวแห่งความยึดติดในทิฏฐิอะไรบางสิ่งบางประการ สำคัญว่าเรื่องของตัวนั้นเป็นเรื่องถูกเรื่องของผู้อื่นเป็นความผิด ทีนี้เมื่อไปคุยกับใคร ถ้าเขาพูดอะไรไม่ตรงกับความคิดความเห็นของตัวก็ คัดค้าน สิ่งนั้นไปหมดการกระทำเช่นนั้นก็ไม่เกิดปัญญา จิตก็ไม่ถูกพัฒนาด้วยธรรมะแต่กลับถูกกิเลสครอบคลุมจนมิดต่างหาก

พระพุทธเจ้าท่านแนะนำไว้ว่า..ท่านบอกว่า

"ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเธอได้ฟังใครก็ตาม พูดอะไรๆ ที่เกี่ยวกับธรรมะ เกี่ยวกับข้อปฏิบัติ เธออย่าคัดค้าน อย่ายอมรับในเรื่องนั้น"ท่านได้ทรงให้หลักไว้ ๒ ประการ คือ


๑. อย่าคัดค้าน
๒. อย่ายอมรับทันที


ให้เธอฟังไว้แล้วเอาไปพิจารณาด้วยปัญญาของเธอ เปรียบเทียบกับสิ่งที่เราเคยรู้เคยเข้าใจ ถ้าสิ่งนั้นมันเข้ากันได้ กับเรื่องที่เคยเรียนเคยศึกษา.. ก็ยอมรับสิ่งนั้นได้ แต่ถ้าหากว่าเอาไปคิดไปตรองด้วยอุบายที่แยบคายแล้ว แต่มันเข้ากันไม่ได้กับอะไรๆ หลายๆ อย่างหลายประการ เราก็ไม่ไปยึดในความคิดความเห็นนั้น

การสนทนากันในแง่อย่างนี้ ไม่มีเรื่องทะเลาะกับใครไม่มีการที่จะเถียงอะไรๆ กันให้เป็นความวุ่นวาย เพราะเรารับฟัง ใครพูดอะไรๆ เราก็ฟังด้วยใจเย็น ถ้าจะพูดคัดค้านหรือท้วงติง ก็พูดด้วยใจเย็นๆ ไม่พูดด้วยอารมณ์ร้อนเหมือนอากาสทุกวันนี้นะคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [21 ต.ค. 2554 , 19:55:59 น.] ( IP = 58.9.214.59 : : )


  สลักธรรม 4

การพูดเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าเราพูดด้วยอารมณ์ร้อน มักจะเสียเปรียบ แต่ถ้าพูดด้วยอารมณ์เย็นๆ มักจะได้เปรียบ เพราะปัญญามันไม่เกิด เมื่อไฟโทสะกำลังลุกอยู่ในใจปัญญาจะไม่เกิด ท่านที่เรียนเรื่องเจตสิกกันมาแล้ว จนเอามาคุยได้ว่าฉันเรียนแล้ว ฉันผ่านบทนี้แล้ว คงแยกได้ถูกนะคะว่า..

โทสเจตสิก คือ ความโกรธ ความไม่พอใจ ความคับแค้นใจ ที่อยู่ในจิตใจของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีมีเงิน คนยากจนเข็ญใจ หรือว่าจะอยู่ในฐานะอย่างไร ก็ตาม เมื่อถูกความโกรธเข้าครอบงำจิตใจแล้ว ย่อมจะกลายเป็นคนหยาบช้า กักขฬะขาดความเมตตาปรานี มีความดุร้ายเหมือนอสรพิษ มีความกระสับกระส่ายเหมือนคนที่ถูกยาพิษ

อิสสาเจตสิก ก็เช่นกัน เป็นเจตสิกตัวที่ ๒ ในกลุ่มของความโกรธ เป็นเรื่องของจิตใจที่มีความริษยา ไม่ยินดีในการได้ลาภ ได้ยศของคนอื่น เห็นคนอื่นเขาได้ดียิ่งร้อนใจ ที่เรียกว่าไฟริษยา

ชีวิตจะขาดความสุข เป็นตัวผูกหรือเครื่องผูกสัตว์ที่เรียกว่า อิสสาสังโยชน์ ทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิด ในภพน้อยภพใหญ่ในวัฏฏสงสารอันยาวนาน

ส่วน มัจฉริยเจตสิก คือ ความตระหนี่เหนียวแน่น หวงแหนในทรัพย์และความดีของตน ไม่ยอมเสียสละให้แก่ผู้อื่น ซึ่งมีหลายอย่างด้วยกันคือ การตระหนี่หวงแหนที่อยู่อาศัย ที่หลับนอน เช่น มีญาติเดินทาง มาจากต่างจังหวัด ขอพักอาศัยสัก ๒-๓ วัน ก็ไม่ให้อาศัย การหวงลาภที่ได้มาไม่ยอมแบ่งปัน การตระหนี่ในตระกูล ไม่ยอมให้คนอื่นร่วมใช้ กลัวคนอื่นจะมาทำให้ตระกูลตกต่ำไป การตระหนี่ในวรรณะ คือความงาม ต้องการให้ตนงามเพียงคนเดียว ไม่ยินดีในความงามของคนอื่น รวมถึงการตระหนี่ในธรรมด้วย โดยไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ตามที่ตนรู้ ซึ่งล้วนแต่ทำให้จิตใจเร่าร้อน เพราะกลัวคนอื่นจะมาเบียดเบียนในทรัพย์ และคุณความดีของตน แม้เป็นเศรษฐีร่ำรวยเงินทอง.ต้องขึ้นไปหุงข้าวมธุปายาสบนยอดปราสาทเพราะกลัวคนอื่นเห็นเข้าจะมาขอกิน

และ กุกกุจจเจตสิก คือ ความเดือดร้อนใจในบาป ที่ตนได้ทำไว้ และความดีที่คิดว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ รวมทั้งการคิดที่ว่า สิ่งนี้ควรทำแต่ไม่ทำ สิ่งนี้ไม่ควรทำแต่ได้ทำไปแล้ว เหมือนกันกับคนที่บนตัวเองว่าจะบวช แต่ก็ยังไม่มีโอกาสจะบวช จึงคิดเดือดร้อนใจกลัวภัยต่าง ๆ จะมาถึงตน เป็นต้น

แต่สำหรับ ปัญญินทรียเจตสิก เป็นเจตสิกที่มีความสำคัญมาก เมื่อเข้าปรุงแต่งจิตแล้ว จะทำให้จิตนั้นรู้ และเข้าใจในเหตุผล สภาพความเป็นจริงของรูปนาม ทำให้เห็นความเป็นไปของรูปนามว่า รูปนามนั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์และไม่ใช่ตัวตนที่จะบังคับบัญชาสั่งการ ให้เป็นไปตามความปรารถนาได้ ตลอดจนรู้แจ้งในอริยสัจ

โดย พี่ดอกแก้ว [21 ต.ค. 2554 , 19:58:39 น.] ( IP = 58.9.214.59 : : )


  สลักธรรม 5

เมื่อรู้ได้เช่นนี้ก็จะเห็นว่า ในอารมณ์ที่ไม่พอใจ เสียใจ ขุ่นใจ จะให้เกิดแตกฉานในธรรมไปพร้อมกับอารมณ์โทสะนั้นไม่ได้เด็ดขาด แต่ปัญญาจะเกิดเมื่อในจิตสงบ

เพราะฉะนั้น บุคคลใดที่ทำอะไรด้วยใจที่ร้อน มักจะเสียหาย แต่ถ้าทำอะไรๆ ด้วยใจที่เย็น ความทุกข์ความเดือดร้อนจะไม่เกิดขึ้น ต้องอาศัยการฝึกฝนมากเหมือนกัน เมื่อจะไปพูดอะไรกับใคร หรือจะต้องสนทนาพาทีในเรื่องใดก็ต้องเตือนตัวเองไว้ก่อนว่า ใจเย็นๆ อย่าใจร้อน อย่าพูดด้วยอารมณ์ แต่พูดด้วยเหตุผล สิ่งดีๆก็จะตามมาค่ะ

ด้วยเพราะคนเรามันชอบหลอก ไม่ชอบความจริง เพราะไม่ชอบของจริงนี่ละคะจึงเป็นทุกข์เรื่อยไป แต่ถ้าเรายอมรับความจริงเสีย เช่นเรื่องความแก่นี่ ยอมรับมันเสีย รับว่าแก่แล้ว ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว ไม่รู้เมื่อไหร่จะต้องแตกต้องตายยอมรับอย่างนั้น

พอเรายอมรับว่าเรายอมแก่ ปัญหาเรื่องความแก่จะไม่เป็นทุกข์แก่เรา ชราปิ ทุกขา จะไม่เกิดในใจ เพราะเรายอมรับความแก่ ยอมให้มันแก่ไปตามความเป็นจริง และโดยเฉพาะยอมรับเสียทีเถอะนะคะว่า ไม่มีที่พึ่งใดที่จะประเสริฐเท่ากับพระธรรมได้เลย เมื่อยอมรับได้ เราจะได้ไม่มาผิดหวังในใครคนใดคนหนึ่งแบบทุกวันนี้
และอย่าลืมว่า อย่าคัดค้าน... แล้วก็อย่ายอมรับทันที และอย่าเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้รอบรู้แต่ไม่รอบครอบ

และการที่จะใช้ชีวิตไปอย่างถูกดีได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาเรื่องราวความเป็นไปของชีวิตให้กระจ่างแจ้ง ตามหลักธรรมที่มีอยู่ ใน พระอภิธรรมปิฏก ซึ่งเกิดขึ้นจากการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์ทรงพระมหากรุณาธิคุณ แสดงโปรดไว้เพื่อให้สัตวโลกได้รู้ได้เข้าใจ และพาชีวิตหลุดพ้นไปจากความโง่เขลาได้ในที่สุด.

เรื่องทางโลกเรียนไปไร้จุดจบ
ยิ่งค้นก็ยิ่งพบหลายสาขา
ต่างกับเรียนธรรมะพระศาสดา
ยิ่งค้นยิ่งรู้ว่าทางพ้นทุกข์มีทางเดียว


ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
พี่ดอกแก้ว.

โดย พี่ดอกแก้ว [21 ต.ค. 2554 , 20:01:34 น.] ( IP = 58.9.214.59 : : )


  สลักธรรม 6


อ่านกระทู้ของพี่ดอกแก้วแล้วรู้สึกสุขใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนพี่สาวที่ได้มองเห็นว่าน้องๆ แสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกไปในทางไม่ถูกไม่ควรดี จึงนำมาบอกกล่าวตักเตือนด้วยข้อธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้

แต่ลีลาการสอนของพี่ดอกแก้วนั้น ทุกถ้อยคำนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยเมตตา ยกเอาสิ่งแวดล้อมต่างๆ มาเป็นตัวอย่างการสอน..

เช่นทุกวันนี้อากาศร้อนมาก เราก็ต้องยอมรับก่อนว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติแล้วโยงมาเข้ากับจิตใจความต้องการของมนุษย์...

ทำให้อ่านได้อย่างเพลิดพลิน ไม่รู้เบื่อ ไม่มีศัพท์ที่ยุ่งยากที่ต้องแปลหลายตลบ มีการอธิบายอย่างชัดเจน จึงชอบอ่านกระทู้ของพี่ดอกแก้วมากๆๆค่ะ


จะนำหลักการ ๒ ประการไปใช้ให้เป็นนิสัยให้ได้ค่ะ..อย่าคัดค้าน และอย่ายอมรับทันทีเพื่อไม่ให้ได้ชื่อว่า... เป็นผู้รอบรู้แต่ไม่รอบคอบ ....เพราะที่ผ่านมา ตัวเองนั้นมักจะยึดเอาความคิดเห็นของตนเองว่าถูก จึงพาลไม่ยอมรับในความคิดเห็นของผู้อื่น หรือยากที่จะยอมรับ ดังนั้นเมื่อสนทนากัน จึงเกิดเรื่องวุ่นวายต่างๆ ตามมา

พี่ดอกแก้วมีวิถีทางดำเนินในเรื่องของความคิดได้อย่างแยบคายจริงๆ..อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [21 ต.ค. 2554 , 20:04:52 น.] ( IP = 58.9.214.59 : : )


  สลักธรรม 7

"อย่าคัดค้าน และอย่ายอมรับทันที"
เป็นถ้อยคำที่แสดงถึงความรอบคอบและความใจเย็นได้อย่างชัดเจนเลยนะคะ

และเมื่อมาอ่านคำอธิบายความหมายจากพี่ดอกแก้วด้วยแล้วก็ยิ่งเห็นว่า พฤติกรรมของชีวิตตามปกติของเรานั้นไม่ค่อยจะรอบคอบเอาเสียเลย โดยเฉพาะความเร่าร้อนในการแสดงความคิดเห็นและการโต้ตอบอารมณ์ต่างๆ ที่มากระทบ

พิจารณาแล้วเห็นว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่ได้พบกับความสุขก็คือ การที่มีความรู้แต่ไม่รู้จักนำไปใช้ จึงทำให้ความไม่สบายใจเกิดขึ้นบ่อยๆ

กลุ่มของโทสเจตสิกที่พี่ดอกแก้วนำมาอธิบาย ล้วนเป็นสิ่งที่ได้เคยเรียนรู้ แต่เราไม่ค่อยใส่ใจที่จะควบคุม ความร้อนที่แต่ละคนมีจึงแผ่รังสีเผาผลาญกันจนมอดไหม้ไปด้วยความไม่ปรารถนาที่เนื่องมาจากกิเลส ซึ่งแตกต่างจากความไม่ปรารถนาที่เนื่องมาจากปัญญา ที่เมื่อเกิดความไม่ปรารถนาแล้วก็จะชักนำชีวิตให้มุ่งตรงต่อความรู้ด้วยความสงบไม่เกาะเกี่ยวสิ่งใดไว้ให้สวนทางกับธรรมชาติที่มีสภาพเปลี่ยนแปลง

ซึ่งนับว่าเป็นบุญของตนเองที่ได้รับฟังคำอธิบายถึงความเป็นอนิฏฐารมณ์ของโทสะกับปัญญาจากพี่เณรเมื่อสัปดาห์ก่อน และในวันนี้ก็มาได้อ่านทำความเข้าใจจากข้อเขียนของพี่ดอกแก้วอีกครั้ง นับเป็นประโยชน์มากเลยค่ะ

กราบขอบพระคุณและกราบอนุโมทนาในธรรมทานค่ะ

โดย น้องกิ้ฟ [21 ต.ค. 2554 , 20:06:50 น.] ( IP = 58.9.214.59 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณมากค่ะพี่ดอกแก้ว อ่านแล้วก็ทำให้เห็นความชัดเจนว่า หากไม่นำปริยัติติมาเป็นแผนที่ต่อการปฏิบัติจนประจักษ์แจ้งเห็นชัดแล้ว ย่อมก่อให้เกิดโทษไม่เว้นแต่ละคน

โดย น้องอุ๊ [22 ต.ค. 2554 , 17:27:09 น.] ( IP = 125.24.11.181 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณมากครับ คุณพี่ดอกแก้วครับผม

โดย นายปรีชา ปาริยพันธ์ [23 ต.ค. 2554 , 00:18:36 น.] ( IP = 58.11.144.181 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org