มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สุปินวิถี (๒)







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร



สุปินวิถี (๒)

ในเรื่องที่มีภวังค์มาคั่นในณะที่กำลังตื่นอยู่นี้ ก็มีท่านนักศึกษาที่มาศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมเล่าให้ฟังว่า

วันหนึ่งฟังการบรรยายอยู่ แล้วเผลอไปหน่อย คือหลับไปนิดๆหน่อยๆ แต่ว่าหลับไปนิดๆหน่อยๆ นั่นเองยังเกิดความฝันขึ้นมาได้ ทั้งๆที่นั่งฟังการบรรยายพระอภิธรรมอยู่แท้ๆ ฟังไปด้วยการยังฝันไปได้ด้วย แสดงว่าจิตใจนั้นมีความรวดเร็วอย่างเหลือเกิน เพราะในเวลาเพียงนิดเดียวนั้น ยังฝันไปได้เป็นคุ้งเป็นแคว

ด้วยเหตุนี้เอง ท่านนักศึกษาก็จะเห็นว่าแต่ละคนๆมีภวังคจิตเข้ามาคั่นอยู่ ไม่มีจิตใดเลยทำงานของมันตลอด หมายความว่า เห็นแล้ว ได้ยินแล้ว ฯลฯ และมันทำงานของมันในเรื่องรู้อารมณ์ตลอดไปโดยมิได้มีการหลับเลย

ผมขอเล่าเรื่องให้ท่านฟังอีกสักหนึ่งเรื่อง เพื่อเป็นการสนับสนุนเรื่องภวังคจิตสักเล็กน้อยก่อนที่จะได้พูดถึงเรื่องความฝัน เรื่องนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ

มีนักวิทยาศาสตร์ทางฝ่ายจิตกลุ่มหนึ่ง เขาเพียรพยายามจะทดสอบว่าในเวลานอนหลับนั้นมันมีงานอะไรกัน วิธีการของเขาก็ใช้เครื่องไฟฟ้าที่เขาค้นคว้าขึ้นมาได้ ต่อสายเอามาติดไว้เข้าที่ศีรษะและที่ต่างๆของร่างกาย

แต่เพราะเขาเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของสมองว่ามันเป็นตัวการสำคัญ เขาก็เอาสายไฟจากเครื่องไฟฟ้าติดเข้ากับศีรษะของพวกอาสาสมัครที่เข้ามาแข่งขันเพื่อชิงรางวัลเป็นพิเศษ เพื่อจะหาผู้ชนะว่าใครเป็นผู้อดนอนได้มากกว่าเพื่อน แล้วผู้นั้นก็จะเป็นผู้ชนะและได้รับรางวัล

โดย ศาลาธรรม [17 พ.ย. 2554 , 13:02:04 น.] ( IP = 125.25.124.27 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


สำหรับรางวัลก็มากโขอยู่ ผู้สมัครจึงมีมาก พวกอาสาสมัครเหล่านี้จะทำอะไร จะกินอะไร จะดื่มเหล้าชนิดไหน จะสนุกสนานกันสักเพียงใดก็ตามใจ ขออย่างเดียวว่าอย่านอนหลับเท่านั้นเอง ทั้งนี้ ตลอดคืน ตลอดวัน ตลอดเวลาที่กำลังอยู่ในระหว่างการทดลองนี้ เขาปรารถนาจะทดสอบว่าใครจะอดนอนเก่งที่สุดในบรรดาผู้แข่งขันทั้งหมดนั้นและเครื่องไฟฟ้าจะบอกอะไรให้บ้าง

นักวิทยาศาสตร์ฝรั่งชอบค้นคว้ากันจริงๆ ท่านนักศึกษา คราวก่อนก็ค้นคว้าหนหนึ่งแล้ว โดยเอาสุนัขมาฝูงหนึ่งขังไว้คอกที่ ๑ อีกฝูงหนึ่งขังไว้คอกที่ ๒ ฝูงหนึ่งเขาให้กินอาหารให้อยู่ตามปรกติ แต่ว่าทำเสียงและทำอะไรๆทุกอย่างเพื่อไม่ให้มันนอนหลับ ทั้งพยายามเอาเครื่องมือต่างๆช่วยเพื่อทำให้มันไม่นอนหลับด้วย

ส่วนอีกฝูงหนึ่งที่เหลือนั้นตรงกันข้าม ให้นอนได้ตามชอบใจ แต่ให้อดอาหาร ให้ดื่มแต่น้ำเท่านั้น การแข่งขันสุนัขทั้ง ๒ ฝูงนี้ใช้เวลาหลายวัน ผลปรากฏว่า สุนัขฝูงที่อดอาหารยังไม่ตาย แสดงว่าการอดอาหารนั้นทนได้หลายวัน แต่สุนัขฝูงที่อดนอนแพ้ไปอย่างง่ายดาย คือ ตายก่อนเกือบหมด แสดงว่าการอดนอนนี้เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ

การทดลองกับคนที่เข้าแข่งขันการอดนอนทน ซึ่งผมกำลังเล่าอยู่ก็เหมือนกัน เขาอยากจะทราบว่าคนจะอดนอนได้สักกี่วัน และไฟฟ้าที่ติดไว้ที่ศีรษะจากเครื่องไฟฟ้าจะบอกอะไรให้ทราบบ้าง เขาจึงได้หาคนมาแข่งขัน และให้เงินรางวัลด้วย

ในที่สุดเขาก็ได้ข้อมูลออกมาจากเครื่องมือวิทยาศาสตร์ แสดงว่าผู้ชนะอดนอนได้นานที่สุดเป็นเวลาหลายวันหลายคืนนั้น มิได้อดนอนตลอดเวลา ผู้อดนอนได้นานที่สุดถึงจะเป็นผู้ชนะก็จริง แต่เครื่องมือมันบอกว่า มีหลับชนิดสั้นๆ ปะปนอยู่ จนหลอกใครนั้นหลอกได้ แต่จะหลอกเครื่องมือวิทยาศาสตร์นั้นไม่ได้

โดย ศาลาธรรม [17 พ.ย. 2554 , 13:02:26 น.] ( IP = 125.25.124.27 : : )


  สลักธรรม 2



นักวิทยาศาสตร์อ่านจากเครื่องไฟฟ้าบอกว่า มันมีหลับสั้นๆ อยู่ตลอดเวลา ทุกๆ คนที่เข้าแข่งขันมีการหลับสั้นๆ กันทั้งนั้น เพราะเครื่องไฟฟ้ามันบอกให้ แต่ในจำนวนที่หลับระยะสั้นๆนี้ ผู้ใดทนได้นานกว่าเพื่อนก็เป็นผู้ชนะไป

ดังนั้นก็แสดงให้เห็นว่าคนเรานี้ไม่ใช่ว่าจะนอนหลับได้แต่เวลายาวนานเท่านั้น แม้เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วทั้งๆกำลังตื่นอยู่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเวลานอนหลับในเวลาตื่นก็หาไม่ ก็มีเวลานอนหลับอยู่ในระหว่างตื่นเหมือนกัน แต่ว่าการนอนหลับนี้จังหวะมันสั้นมากเท่านั้นเอง

ด้วยเหตุนี้ ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า นักวิทยาศาสตร์แม้ว่าจะเป็นวิชาการทางโลกก็ยังย่างกรายเข้ามาใกล้ความจริงตามหลักปรมัตถธรรมบ้างเหมือนกัน ที่มาใกล้ก็คือสามารถรู้ความจริงเหมือนกับพระอภิธรรมในข้อที่ว่ามีการนอนหลับระหว่างตื่นอยู่เสมอ

ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำส่วนมาก ก็มีผู้ทดลองมีผลออกมาเหมือนกันว่า โดยมากมันก็มิได้นอนหลับจริงๆ หากแต่มันก็หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ตลอดเวลา เมื่อท่านนักศึกษาได้ทำความเข้าใจแล้วว่า จิตของบุคคลจะต้องมีภวังค์ คือ การนอนหลับจังหวะสั้นๆ ยาวๆ ตามแต่เหตุ ดังนี้แล้ว

ผมสมมติว่า ถ้าท่านนักศึกษานอนหลับอยู่ แล้วผมเอาไม้ไปเคาะเข้าที่แขน นั่นแสดงว่าร่างกายเกิดผัสสะ ได้แก่การกระทบไม้เข้าแล้ว ก็จะต้องตื่นขึ้นมา ถ้าไม่ตื่นผมก็จะเคาะให้แรงขึ้นอีก ดังนี้เรียกว่า มีผัสสะ คือ การกระทบทางกาย (การกระทบกายเป็นการถูกต้องโดยตรงและเห็นได้ชัดเจน)

โดย ศาลาธรรม [17 พ.ย. 2554 , 13:02:42 น.] ( IP = 125.25.124.27 : : )


  สลักธรรม 3


ตามหลักของสภาวธรรมก็เหมือนกัน บุคคลใดก็ตาม จะเกิดอารมณ์เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รส ได้สัมผัสถูกต้อง คิดนึก ต้องมีผัสสะ คือการกระทบ ถ้าไม่มีผัสสะแล้วจะเกิดมีการเห็น การได้ยิน นึกคิด ฯลฯ ได้หรือ ย่อมจะเป็นไปไม่ได้

ดังนั้นเมื่อไม่มีรูปมากระทบ ตาก็เห็นไม่ได้ และถ้าไม่มีเสียงมากระทบหูก็จะได้ยินไม่ได้ และถ้าไม่มีเรื่องมากระทบใจจะคิดนึกได้อย่างไรเล่า ก็ย่อมนึกคิดไม่ได้อยู่เอง

ดังนั้นท่านนักศึกษาจะต้องทำความเข้าใจเอาไว้ ในเวลาที่มีอารมณ์เกิดขึ้นจะต้องมีผัสสะ คือ การกระทบเสมอไป ถ้าไม่มีการกระทบแล้วจะมีจิตเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยเป็นอันขาด เช่นไม่มีเสียงมากระทบหูก็ไม่ได้ยิน ไม่มีกลิ่นมากระทบจมูกแล้ว จะมีความรู้สึกกลิ่นขึ้นมาไม่ได้ และไม่มีเรื่องอะไรมากระทบใจแล้วก็คิดนึกก็ไม่ได้เหมือนกัน

ถ้าเรานอนหลับสนิท เมื่อโดนเคาะแรงๆ ก็จะต้องตื่นขึ้น แต่ถ้าเป็นคนขี้เซานอนหลับสนิทแล้วโดนเคาะเบาๆ จะตื่นหรือ ก็ไม่ตื่นขึ้นมา ที่ไม่ตื่นก็เพราะว่ากระทบกระเทือนเข้าไปถึงจิตยังไม่ได้ ความเป็นภวังค์ก็ยังคงเป็นภวังค์ต่อไป จิตก็ไม่สามารถเกิดขึ้นรับอารมณ์ขึ้นมาได้

ด้วยเหตุดังนี้เอง อารมณ์ที่มากระทบจึงต้องมีกำลังเพียงพอจึงจะได้ ก็หากกำลังไม่เพียงพอ จิตก็จะไม่เกิดขึ้น หรือยกตัวอย่างเช่น ในตอนกลางวันมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างสามีภรรยา พอถึงตอนกลางคืนเรื่องทะเลาะเบาะแว้งก็ยังเก็บอยู่ในใจ คือ เรื่องราวที่ทะเลาะกันแม้จะผ่านไปก็ตาม มันยังเก็บอยู่ และเรื่องราวเหล่านั้นมันกระทบใจอีกได้

ด้วยเหตุนี้ ถ้าเรื่องที่มีอยู่ในใจเหล่านั้นกระทบแรงมาก มันก็ทนอยู่ไม่ได้ ผัสสะกระทบแรงแล้วจะต้องตื่นอย่างแน่นอนจึงทำให้นอนไม่หลับ แต่ถ้าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ หยุมหยิมนิดๆ หน่อยๆ ตั้งแต่ตอนเช้าเลิกกันไปแล้ว พอถึงกลางคืนก็นอนหลับสบาย เพราะเรื่องมีกำลังน้อยก็จะกระทบได้เหมือนกัน กระทบกระเทือนได้เล็กน้อยเท่านั้น แต่เราง่วงนอนมาก การกระทบนั้นก็เอาชนะความง่วงไม่ได้ จึงไม่สามารถที่จะทำให้ตื่นลืมตาอยู่บนที่นอนเหมือนเด็กนอนขี้เซา เขย่านานๆ ยังไม่ตื่นได้ง่ายๆ เป็นต้น



โดย ศาลาธรรม [17 พ.ย. 2554 , 13:02:57 น.] ( IP = 125.25.124.27 : : )


  สลักธรรม 4

รอมานานเลย ตั้งแต่น่ำท่วม ขอบพระคุณมากครับ ท่านศาลาธรรม และจะรออ่านผลงานที่นี่อีกตลอดไปนะครับ...สวัสดีครับ

โดย ประทีป นพรัตน์ (Prateep) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [17 พ.ย. 2554 , 16:43:59 น.] ( IP = 223.205.138.15 : : )


  สลักธรรม 5


ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 พ.ย. 2554 , 14:09:33 น.] ( IP = 124.121.173.22 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org