มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สุปินวิถี (๔)








โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร



สุปินวิถี (๔)


จะเห็นได้ว่า จิตจะเกิดขึ้นมาได้นั้นต้องมีการกระทบตามหลักการที่มีอยู่ดังนี้ ในการฝันทุกครั้งจึงหนีจากการกระทบของอารมณ์ไม่ได้เลย เมื่อเวลาบุคคลเกิดความฝันขึ้น ความฝันจะต้องเกิดขึ้นมาจากการกระทบระหว่างจิตกับอารมณ์แล้ว

นอกจากการกระทบ ผมขอให้ท่านนักศึกษาได้เพิ่มหลักการอีกสักข้อหนึ่ง คือ บรรดาความฝันทั้งสิ้นจะเกิดขึ้นทางปัญจทวารไม่ได้ ถ้าอารมณ์เกิดขึ้นทางปัญจทวาร ไม่เรียกว่าความฝัน เช่น เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัสทางกาย และนึกคิดสร้างมโนภาพขึ้น ความฝันจะต้องเกิดขึ้นทางมโนทวารทางเดียวเท่านั้น และจะต้องเกิดในขณะนอนหลับไม่สนิทด้วย

สุปินวิถี คือ วิถีจิตที่เกิดขึ้นในขณะนอนหลับไม่สนิท ถ้านอนหลับสนิทจริงๆ แล้วก็จะไม่ทำให้เราตื่นขึ้นมาได้ ทั้งนี้อาจจะเกิดขึ้นเพราะอารมณ์ที่มากระทบไม่แรงพอ หรือนอนขี้เซา

ถ้านอนหลับสนิทจริงๆ อารมณ์ก็จะไม่กระทบกระเทือนจนถึงขนาดให้เราตื่นมีอารมณ์ขึ้นมา

การรู้อารมณ์ขึ้นในขณะที่นอนหลับไม่สนิท เรียกความเป็นไปของจิตในขณะนั้นว่า “ฝัน”

ความนอนหลับไม่สนิทโดยมากมักจะเกิดขึ้นในตอนก่อนจะนอน หรือในตอนตื่นนอนยามดึก คือหลับๆ ตื่นๆ ก่อนจะหลับจริงๆ และเมื่อตอนตื่นนอนในขณะแรกๆ

โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2554 , 14:05:19 น.] ( IP = 125.27.168.232 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


บางคนฝันยาก ด้วยเหตุที่ว่า ถึงเวลาหลับก็หลับได้ง่ายดาย ไม่มามัวอ้อยอิ่งอยู่ บางคนนอนไม่ค่อยจะหลับอยู่ตั้งนาน ครั้นหลับลงแล้วก็หลับสนิท และเวลาตื่น ก็ตื่นขึ้นมาจริงๆ เลย

บุคคลชนิดนี้เกิดความฝันได้ยาก เพราะว่าเวลาหลับก็หลับสนิท มีอารมณ์อะไรมากระทบก็ไม่ค่อยจะรู้สึก เวลานอนก็หลับได้โดยง่าย เป็นคนที่ไม่ค่อยฟุ้งซ่าน ไม่ค่อยช่างคิด เป็นคนรื่นเริงสนุกสนาน อยู่ๆ บทจะหลับก็หลับไปเลย นั่งคุยกันบางทีนั่งหลับ คนที่คุยด้วยถามว่า “รู้หรือเปล่า” ยังกลับมาถามว่า “เรื่องอะไร”

ฉะนั้นคนบางคนที่หลับสนิทได้ง่ายๆ แล้วก็ตื่นง่ายๆ จึงไม่ค่อยมีความฝันมากนัก แต่คนที่นอนหลับยาก ตื่นขึ้นมาตาก็ยังไม่สว่างได้เร็ว ก็มักจะฝันได้ง่าย

วิถีจิตที่เกิดขึ้นในความฝันนี้เป็นกามชวนะมโนทวารวิถี ที่ว่าเป็นกามชวนะมโนทวารวิถี ก็หมายความว่าเป็นวิถีที่มีความยินดีติดใจในการเสพอารมณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ของบรรดาผู้ที่เกิดอยู่ในทุคติภูมิและสุคติภูมิ มีเปรต อสุรกาย มนุษย์ และเทวดา เป็นต้น

เช่น เห็นรูปแล้วติดใจในรูป ได้ยินเสียงแล้วก็ติดใจในเสียง คิดนึกอะไรสนุกแล้วติดใจในเรื่องที่สนุกนั้น ดังนี้เป็นต้น อารมณ์เหล่านี้ เราเรียกว่า ”กามชวนะมโนทวารวิถี” เกิดขึ้นทางมโนทวาร

สำหรับคนที่รับอารมณ์อย่างอื่น เช่น มหัคคตอารมณ์ มีการทำสมาธิได้มั่นคงจนได้รูปฌาน อรูปฌาน นั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องฝัน

โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2554 , 14:06:09 น.] ( IP = 125.27.168.232 : : )


  สลักธรรม 2


ความฝันของบุคคลนั้นย่อมมีที่ชัดเจนมากบ้าง หรือชัดเจนน้อยบ้าง หรือบางครั้งมีความชัดเจนน้อยที่สุด จนได้สามารถจำความฝันได้เลยก็มี ด้วยเหตุนี้วาระของสุปินวิถี จึงมี ๔ วาระ คือ

๑. สุปินวิถี ที่เป็นตทาลัมพนวาระ วิถีนี้มีกำลังมาก เป็นวิถีที่มีความฝันในเรื่องที่ดีใจมาก หรือเสียใจมาก อารมณ์ที่มากระทบแรงเป็นพิเศษ

เช่น ฝันได้เงินได้ทอง หรือฝันว่าได้รับความทุกข์ยากลำบาก หรือจะฝันเรื่องอะไรก็ตามที่มีความกระเทือนใจแรงมาก ถ้าฝันแล้วมีความกระเทือนใจแรง ตทาลัมพนะ (วงกลมดำ) ก็ย่อมเกิดขึ้นต่อท้ายวิถีเพื่อยึดหน่วงอารมณ์

๒. สุปินวิถี ที่เป็นชวนวาระ สำหรับวิถีนี้ที่มีกำลังของอารมณ์แรงอยู่เหมือนกันแต่เป็นวิถีที่มีกำลังลดน้อยลงมาหน่อยหนึ่งจากข้อหนึ่ง ชวนะสิ้นสุดแล้วตทาลัมพนะไม่มี มีความยินดี ความเสียใจ หรือว่ามีเรื่องราวอะไรที่มีกำลังไม่มากนัก พอได้ความดี เมื่อชวนะสิ้นสุดแล้วก็หมดวิถี เป็นภวังค์ต่อไป

โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2554 , 14:06:40 น.] ( IP = 125.27.168.232 : : )


  สลักธรรม 3


๓. สุปินวิถี ที่เป็นโวฏฐัพพนวาระ คือ กระทบกับอารมณ์แล้ว แต่ว่ากระทบไม่แรง เช่น จิตของคนที่นอนขี้เซามากด้วย ทั้งอารมณ์ที่มากระทบก็ไม่แรงมากด้วยทั้งสองอย่าง หรือไปอดหลับอดนอนมาแล้วง่วงนอนมาก อารมณ์แรงมากระทบก็ไม่ค่อยรู้สึกสำนึกตัว วิถีจิตจึงเกิดเพียง ภวังคจลนะ ภวังคุปัจเฉทะ แล้วก็มโนทวาราวัชชนะ แล้วก็เป็นภวังค์ เพียงเท่านี้เอง

ไม่เลยลงไปถึงชวนะ ไม่ได้เสพอารมณ์ แปลว่า กระทบกระเทือนเหมือนกัน รู้สึกกระทบกระเทือนแต่ไม่ถึงชวนะ ตื่นขึ้นมาจะเล่าความฝันไม่ได้เลย ความฝันชนิดนี้จะเล่าเรื่องอะไรไม่ได้ เพราะไม่ได้เสพอารมณ์ยินดียินร้ายอะไรเลย

เมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว ผู้ที่ฝันก็จะพูดว่า “เอ๊ะ เมื่อคืนนี้นอนหลับไม่สนิท” ครั้งมีผู้ถามว่า “ฝันเรื่องอะไร” ก็จะตอบว่า “ไม่ได้ฝัน” ความฝันเกิดขึ้นแล้วเล่าเรื่องไม่ได้เพราะอะไร เพราะว่าจิตไม่ได้เลยมาถึงการเสพอารมณ์ ความยินดียินร้ายยังไม่ได้เกิดขึ้น

๔. สุปินวิถี ที่เป็นโมฆวาระ โมฆวาระ แปลว่า เสียเปล่า วิถีนี้ก็เหมือนกัน ภวังคจลนะแล้วเป็นภวังค์เลย แปลว่ากระเทือนแล้วไหวเท่านั้น คนตื่นขึ้นมาก็บอกได้เหมือนกันว่า “รู้สึกคล้ายๆ กับว่านอนไม่ค่อยจะหลับสนิท” แต่จะเล่าเรื่องอะไรไม่ถูกทั้งนั้น

อย่างไรก็ดี ความฝันที่สามารถรู้เรื่องราวได้ชัดมาก และชัดเจนน้อย ตทาลัมพนะและชวนวาระนั้น เข้าถึงการเสพอารมณ์ ย่อมเป็นได้ทั้งกุศลและอกุศล เรียกสุปินวิถีทั้งสองนี้ว่า “กุสลากุสลสุปินวิถี” คือ จิตที่เข้าถึงความเป็นกุศล และอกุศล เป็นความฝันที่เกิดขึ้นเข้าถึงความเป็นบุญเป็นบาป แต่กุศลอกุศลที่เกิดในความฝันนี้เจตนามีกำลังน้อย ไม่แรงกล้าเหมือนเวลาที่เสพอารมณ์ในขณะที่กำลังตื่นอยู่

สำหรับวิถีที่เป็นโวฏฐัพพนวาระกับที่เป็นโมฆวาระนั้น เป็นอพยากตสุปินวิถี คือ ไม่เป็นบุญและไม่เป็นบาปทั้งสองอย่าง

โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2554 , 14:07:11 น.] ( IP = 125.27.168.232 : : )


  สลักธรรม 4


กุสลากุสลสุปินวิถี นั้นไม่ล่วงกรรมบถ เพราะเกิดขึ้นรับอารมณ์ไม่ใช่เป็นไปตามปรกติ ดังนั้น กำลังจึงไม่เพียงพอ แม้จะฝันว่าไปฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ หรือทำบุญให้ทานมากอย่างไร ก็ไม่สามารถนำปฏิสนธิ คือนำเกิดในสุคติหรือทุคติภูมิได้ แต่จะส่งผลให้ในปวัตติกาล คือภายหลังจากที่เกิดขึ้นมาแล้วเท่านั้น

เมื่อผู้ฝันเกิดอารมณ์ที่เป็นบาปและเป็นบุญ เช่น ทำบุญให้ทาน ได้ช่วยเหลือผู้อื่น ได้ทำสมาธิ ได้ทำอะไรๆที่เป็นกุศล ผู้ฝันก็ได้ชื่อว่า “จิตเป็นกุศล” ถ้าฝันว่าได้ฆ่าสัตว์ ได้ลักทรัพย์ ได้ทำอะไรๆ ที่ผิดๆ ผู้ฝันก็ได้ชื่อว่า “จิตเป็นอกุศล” แต่กุศลและอกุศลนี้มีกำลังน้อย

อาจมีบางท่านซักถามว่า ความฝันที่เป็นบุญหรือบาปนั้น เหตุใดจึงมีกำลังน้อย ถ้าเช่นนั้นก็ขอให้ลองพิจารณาตัวอย่างดังต่อไปนี้ดูสักหน่อยลองเทียบกันดู เวลานี้ท่านนักศึกษานั่งท่าไหน สมมติว่า นั่งห้อยเท้าอยู่ดีๆ แล้วทันทีนั้นท่านก็นั่งไขว่ห้าง

การที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ ท่านจะต้องมีบุพพเจตนาเสียก่อน แปลว่ามีความตั้งใจไว้ก่อนว่าจะนั่งท่านั้นท่านี้ แต่มันรวดเร็วมาก เกิดขึ้นโดยมิได้คิดฝันเลย เพราะความชำนาญ ถ้าไม่มีความตั้งใจว่าจะนั่งท่านั้น จิตก็ไม่ได้สั่งให้นั่งท่านั้น ก็จะนั่งไม่ได้

ทางธรรมะแสดงถึงความตั้งใจเอาไว้ก่อนนี้ว่าเป็นบุพพเจตนา แปลว่ามีความตั้งใจไว้ก่อนที่จะนั่ง ว่าจะนั่งท่าไหน เพราะเหตุว่ามันเมื่อย หรือเพราะเหตุอื่นใด ถ้ามิได้มีเจตนาเอาไว้ก่อนแล้วก็นั่งท่านั้นไม่ได้แน่

โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2554 , 14:07:39 น.] ( IP = 125.27.168.232 : : )


  สลักธรรม 5


แม้ในอารมณ์อื่นๆ ก็เหมือนกัน ไม่ว่าท่านนักศึกษาจะไปบางลำภู หรือไม่ว่าท่านนักศึกษาจะทำธุรกิจการงานอะไรที่ไหนก็จะต้องมีบุพพเจตนาเกิดขึ้นเสมอ แปลว่าคิดนิดหนึ่ง คือ ตั้งใจเอาไว้เสียก่อน

แต่อย่างไรก็ดี ที่ว่าคิดก่อนนิดหนึ่งนั้น บางทีเราเองไม่รู้สึกตัว เราไม่รู้สึกตัวก็เพราะว่ามันเกิดขึ้นฉับพลันทันทีเร็วมากเหลือเกิน ทั้งมีความชำนาญที่ได้ทำมาตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ มาจนถึงปัจจุบันนี้ เกิดขึ้นโดยรวดเร็วจนเราไม่สามารถจะจับมันได้ทัน (ผู้เข้าวิปัสสนากรรมฐานได้อารมณ์ดีก็จะทราบได้โดยง่าย)

ตามหลักของสภาวธรรมแล้วจะต้องมีบุพพเจตนา แปลว่ามีจิตคิดนิดหนึ่งก่อนว่าจะทำอะไร แล้วจึงจะทำสิ่งนั้นลงไปได้

ด้วยเหตุนี้ บุคคลผู้ซึ่งจะนั่ง จะนอน จะยืน จะเดิน จะกิน จะดื่ม จะไปไหน หรือว่าจะทำอะไร ย่อมจะมีบุพพเจตนานิดหนึ่งเข้าแฝงอยู่เสมอไป แต่บรรดาบุคคลผู้นอนหลับๆ ตื่นๆ แล้วฝัน หาได้มีบุพพเจตนาไม่ เพราะไม่มีความสำนึกรู้สึกตัว จิตเป็นภวังค์ พอมีอารมณ์มากระทบ ก็เกิดอารมณ์ขึ้น โดยไม่ได้มีความตั้งใจไว้ก่อนเลยแม้แต่เล็กน้อย

ดังนั้นจิตที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ กำลังจึงอ่อน จึงฝันเถลไถล หรือฝันไปไกลอย่างไรก็ได้ ควบคุมไม่ไหว

โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2554 , 14:07:58 น.] ( IP = 125.27.168.232 : : )


  สลักธรรม 6


นอกจากนั้นเวลาที่แสดงออกซึ่งความฝัน เช่น ไปฆ่าสัตว์ ฯลฯ ไม่ได้มีความจงใจจริงๆ ในขณะนั้นอำนาจของอารมณ์ที่มากระทบบวกกับอารมณ์ที่มีอยู่ภายในสร้างความฝันให้เกิดขึ้นเป็นมโนภาพ ฆ่าสัตว์จริงๆ ก็ไม่ได้ฆ่า มีความจงใจที่จะฆ่า ก็ไม่ได้คิดว่าจะฆ่าอันเป็นบุพพเจตนา

แต่อย่างไรก็ดี มโนภาพในการฆ่าสัตว์เกิดขึ้นแล้วก็เป็นอกุศลได้ แต่ก็ยังแตกต่างกับความคิดจริงๆ เช่น คิดจะไปยิงนก ตกปลาในขณะที่กำลังตื่น กำลังมีความสำนึกรู้สึกตัวบริบูรณ์ อำนาจของความคิดฆ่าสัตว์จริงๆ สามารถนำไปเกิดในชาติหน้าได้ด้วยมีกำลังเพียงพอทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ฆ่า เพราะบุพพเจตนาคือตั้งใจไว้ก่อนก็มี และเจตนาจะฆ่าจริงๆ ก็มี

ขอให้ท่านนักศึกษาลองพิจารณาดู อกุศลที่เกิดขึ้นในเวลาที่ฝันนั้น ไม่สามารถก่อให้เกิดกำลังอำนาจได้เพียงพอ เพราะมิได้คิดเอาไว้ก่อน และมิได้คิดจริงๆ ด้วย แต่เพราะเหตุแวดล้อมหลายประการบังคับให้เป็นไป จึงให้เป็นผลกรรมเบ็ดเตล็ด เช่น ควรจะมีลาภแล้วก็ได้ผลไม่เต็มที่ หรือคนกำลังเคราะห์ร้ายแล้วกุศลผลบุญเข้ามาก็ช่วยนิดๆ หน่อยๆ

บาปและบุญเกิดจากความฝันนี้ไปช่วยให้ผลในปวัตติกาล คือ เกิดขึ้นมาแล้วเสียก่อน จึงจะได้ผลทีหลัง แต่ก็ว่าส่งผลคือนำปฏิสนธิไม่ได้นั้น หมายความว่าไม่สามารถนำเกิดได้นั่นเอง

สุปินวิถี ที่เป็นโวฏฐัพพนะวาระ โมฆวาระนั้น เป็นความฝันที่ไม่เข้าถึงการเสพอารมณ์และไม่อาจรู้นิมิตในฝันนั้นได้ ไม่ทราบว่าฝันเรื่องอะไร จึงจัดไว้เป็นอพยากตสุปินวิถี อพยากตะ แปลว่า ไม่เป็นบุญไม่เป็นบาป



โดย ศาลาธรรม [1 ธ.ค. 2554 , 14:08:25 น.] ( IP = 125.27.168.232 : : )


  สลักธรรม 7


ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 ธ.ค. 2554 , 17:52:26 น.] ( IP = 124.122.213.176 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org