มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เหตุปัจจัย




เหตุปัจจัย
โดยอาจารย์บุญมี เมธางกูร


สมัยหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางพระภิกษุเป็นจำนวนมากในป่าแห่งหนึ่ง พระองค์ได้หยิบใบไม้ขึ้นมากำมือหนึ่ง แล้วถามพระภิกษุท้งหลายว่า ใบไม้ในกำมือหรือใบไม้ในป่าที่มีจำนวนมาก

ภิกษุทั้งหลายตอบว่า ใบไม้ในกำมือน้อย และใบไม้ในป่ามาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับสั่งว่า พระองค์จะสอนพระธรรมให้เพียงใบไม้ในมือเท่านั้น วิทยาการทั้งหลายในโลกนี้มีมากมายก่ายกองยิ่งนัก ไม่มีผู้ใดจะศึกษาให้จบสิ้นได้ภายในชั่วชีวิตหนึ่ง แล้วประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษาเหล่านั้นก็ไม่นับว่าประเสริฐสูงสุด ด้วยเหตุดังนี้พระองค์จึงสอนแต่เพียงแค่ใบไม้ที่อยู่ในกำมือเท่านั้น อันเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งยวด นั่นก็คือเรื่องที่ว่าด้วยชีวิตจิตใจและความพ้นทุกข์ได้เด็ดขาดแท้จริง และสิ้นเชิง

แต่เรื่องของชีวิตจิตใจและความพ้นทุกข์ดังกล่าวนั้นก็เป็นเรื่องลึกซึ้งอย่างเหลือเกิน มีความวิจิตรพิสดารยิ่งนัก พ้นวิสัยที่ชาวโลกผู้มีกิเลสทั้งหลายจะค้นคว้าเข้าไปให้ถึงความจริงอันเป็นแก่นแท้นั้นได้ จะต้องอาศัยเวลาและพยายามศึกษาอย่างจริงจัง จากในพระธรรมที่พระองค์ทรงมอบให้ไว้ทั้ง ๓ ปิฎกแล้วก็จะพบความจริงอันเป็นประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต เฉพาะอย่างยิ่งพระอภิธรรมปิฎกที่แสดงถึงเรื่องของชีวิตจิตใจ แล้วผู้ศึกษาจะพิศวงสงสัย บังเกิดความอัศจรรย์ใจในความตรัสรู้ของพระองค์ และพระธรรมทั้งหมดก็เพียงใบไม้กำมือเดียว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 ธ.ค. 2554 , 10:46:49 น.] ( IP = 58.9.100.212 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ธรรมชาติทั้งหลายที่มีชีวิตจิตใจหรือไม่มี ทั้งที่เห็นได้หรือเห็นไม่ได้ก็ตามจะเกิดขึ้นมาเอาเองเฉย ๆ ไม่ได้ ไม่มีผู้ใดที่จะดลบันดาลให้เกิดขึ้นมาได้ ธรรมชาติทั้งหลายจะต้องอาศัยเหตุเป็นแดนเกิดทั้งสิ้น ถ้าไม่มีเหตุแล้วผลจะปรากฏขึ้นมาย่อมจะพ้นวิสัย

ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงเป็นการสมควรแล้วที่ไม่เสียทีที่ได้เกิดขึ้นมาพบพระพุทธศาสนาแล้วก็ได้ศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจและหนทางพ้นทุกข์ เพื่อความสุขความเจริญ เพื่อพัฒนาปัญญาในปัญหาของชีวิตอันเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ไพศาลทั้งในชาติปัจจุบันและในชาติข้างหน้า

แต่อย่างไรก็ดี ผู้ศึกษาก็จำเป็นจะต้องศึกษาเรื่อง "เหตุ" เสียให้พอเข้าใจก่อน แล้วการศึกษาต่อไปก็จะได้เข้าถึงธรรมชาตินั้น ๆ ตามความจริงที่จริงแท้ได้
คำว่าเหตุ และคำว่าปัจจัยนั้น มีความหมายแตกต่างกัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงรัดกุมและเหมาะสมที่เอามาใช้ในเรื่องความลึกซึ้งของชีวิตจิตใจ ฉะนั้น จึงจำเป็นจะต้องศึกษาเสียให้เข้าใจก่อน ผู้ไม่ยอมศึกษาคิดว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ก็ตอบไม่ได้

จากอภิธรรมมัตถสังคหะแสดงไว้ว่า....
โลโภ โทโส จ โมโห จ เหตุ อกุสลา ตโย
อโลภา โทสาโมหา จ กุสลาพฺยากตา ตถาฯ


แปลความว่า โลภะ โทสะ โมหะ เป็นอกุศลเหตุ
อโลภะ อโทสะ อโมหะ เป็นอพยากตเหตุ

เหตุก็ได้แก่ธรรมชาติที่ทำให้ผลเกิดขึ้น ทำให้สภาพของผลนั้นมั่นคงอยู่ในอารมณ์ กับทั้งยังผลธรรมนั้นให้เจริญยิ่งขึ้นด้วย

คำตอบง่าย ๆ ของคำว่าเหตุ ก็คือ หิโนติ ผลํ ปวตฺตตีติ เหตุ = สภาพธรรมที่ทำให้ผลเกิด ซึ่งหมายถึง กุศล อกุศล โดยตรง คือ เหตุ ๖

หิโนติ วตฺตติ ผลํ เอเตหิ อิติ เหตุโว
ลทฺธเหตุหิ เต ถิรา รุฬหมูลาว ปาทปา ฯ
ผลย่อมเกิดขึ้นเพราะธรรมเหล่าใด ธรรมเหล่านั้นชื่อว่า "เหตุ" หมายความว่า ธรรมทั้งหลายที่ได้รับอุปการะจากเหตุย่อมมีสภาพมั่นคงในอารมณ์ และเจริญยิ่งขึ้น ประดุจต้นไม้ตั้งมั่นและมีกิ่งก้านสาขางอกงามออกไปฉะนั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 ธ.ค. 2554 , 10:48:47 น.] ( IP = 58.9.100.212 : : )


  สลักธรรม 2

ธรรมที่เป็นเหตุให้ผลธรรมเกิดขึ้นมี ๖ ประการ คือ

โลภเหตุ องค์ธรรมได้แก่ โลภเจตสิก
โทสเหตุ องค์ธรรมได้แก่ โทสเจตสิก
โมหเหตุ องค์ธรรมได้แก่ โมหเจตสิก
อโลภเหตุ องค์ธรรมได้แก่ อโลภเจตสิก
อโทสเหตุ องค์ธรรมได้แก่ อโทสเจตสิก
อโมหเหตุ องค์ธรรมได้แก่ ปัญญาเจตสิก

เมื่อว่าโดยบุคคลาธิษฐาน คือยกสัตว์ยกบุคคลขึ้นมาอธิบายเพื่อให้เข้าใจง่าย ก็หมายถึงเรื่องของชีวิตจิตใจ ตลอดไปจนถึงความพ้นทุกข์ของสัตว์ทั้งหลายเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี คนทั่วไปเอาคำว่า "เหตุ" ที่เป็นภาษาบาลีไปใช้ผิด เพราะเอาไปใช้เรื่องของโลก เรื่องของดินฟ้าอากาศเสีย เช่นเหตุที่ทำให้โลกหมุน เหตุที่ต้นไม้ขึ้นงอกงาม เหตุที่ฝนตกแดดออก

ตามสภาวธรรมกำหนดเหตุเกี่ยวกับเรื่องบุญ เรื่องบาปมี ๖ เหตุ ดังกล่าวแล้วเท่านั้น แม้เรื่องไม่บุญ ไม่บาป เช่น คนนอนหลับสนิท บุญบาปเกิดขึ้นไม่ได้ หรือผลของกรรมที่เก็บเอาไว้ในจิตใจเป็นต้น ก็เรียกว่า อพยากตเหตุ อนุโลมรวมลงไปใน อโลภเหตุ อโทสเหตุ และอโมหเหตุ

สัตว์ทั้งหลายย่อมแสดงพฤติกรรมออกมาต่าง ๆ กัน มียิ้มแย้มแจ่มใส หรือรู้สึกเย็นวูบเข้าไปในหัวใจ หน้าบึ้ง สะดุ้ง ตกใจตัวสั่น เป็นต้น พฤติกรรมที่ได้แสดงออกไปแล้วทั้งหมดดังกล่าวมา ก็มีได้สูญหายไปไหน หากแต่เก็บเอาไว้ในจิตใจ เหมือนเราเก็บ ก.ไก่ ข.ไข่ สีแดง สีดำเอาไว้ เห็นหรือได้ยินใครพูดขึ้นมาอีกเราก็ทราบได้ว่ามันเป็นอย่างไร เรียกว่า ผลมันตั้งมั่นได้ และตั้งมั่นเอาไว้ในจิตใจ

แต่ถ้าเราได้รับอารมณ์ที่ไม่ดี เช่นการถูกกล่าวหาให้เสียหาย หรือได้รับอารมณ์ดี เช่นคู่รักบอกว่ารักสมกับความตั้งใจ ความตั้งมั่นอยู่ภายในจิตใจของอารมณ์เหล่านั้นก็ย่อมจะเจริญขึ้นเพราะจะอดคิดบ่อย ๆ ไม่ได้ และบางทีก็บ่อยจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ

หรือว่าความอยากได้เงินเป็นเหตุ จึงทำให้ความอยากได้เงินฝังอยู่ภายในจิตใจ แล้วก็ดิ้นรนขวนขวายที่จะหาทางให้ได้เงินมาเท่าที่จะทำได้

เหตุ จึงมีหน้าที่ ๓ ประการ คือ

๑. ทำให้ผลเกิดขึ้น
๒. ทำให้ผลตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์นั้น
๓. ทำให้ผลเจริญ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 ธ.ค. 2554 , 10:51:44 น.] ( IP = 58.9.100.212 : : )


  สลักธรรม 3

แน่นอน ถ้ากำลังของเหตุมีน้อย ก็ตั้งมั่นคอยไว้ก่อนจนกว่าจะมีเหตุซ้ำเติมจนเกิดความเจริญขึ้น เช่น เด็กยังเล็กเพิ่งเริ่มใช้เงินครั้งแรก ๆ ก็ยังไม่ดิ้นรน แต่ถ้าให้เขาใช้หลาย ๆ ครั้งแล้ว เขาก็อยากจะได้ทุก ๆ วัน หรือวันละหลายครั้งก็ได้ เป็นต้น

สำหรับคำว่า "ปัจจัย" นั้นมิได้เป็นเหตุโดยตรง จากคัมภีร์มหาปัฏฐานอันเป็นคัมภีร์ที่ ๗ ของพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์แสดงเอาไว้ จากคัมภีร์มหาปัฏฐาน โดยพระสัทธัมมโชติกะ ธัมมาจริยะ แสดงวจนัตถะว่า

ปฏิจฺจ ผลํ อยติ เอตสฺมาติ = ปจฺจโย (กิตตวิคหะอปาทาสาธนา ปฏิ ปุพฺพ = อย ธาตุ + อ ปัจจัย) ผลธรรมย่อมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ได้ เพราะโดยอาศัยธรรมที่เป็นเหตุนี้ จึงชื่อว่า ปัจจัย

อีกนัยหนึ่ง
ปฏิจฺจ ผลํ เอติ คจฺฉติ ปวตฺตติ เอตสฺมาติ = ปจฺจโย (กิตตวิคคหะ อปาทานสาธน ปฏิ ปุพฺพ = ยิ ธาตุ + อ ปัจจัย) ผลธรรมย่อมจะเกิดขึ้นตั้งอยู่ได้ เพราะโดยอาศัยธรรมที่เป็นเหตุนี้ ฉะนั้น ธรรมที่เป็นเหตุนี้ จึงชื่อว่า ปัจจัย

คำว่า "ปัจจยา" หมายถึงช่วยอุปการะ (อุปการะ ๓) การที่ช่วยนั้นมี ๒ อย่าง คือ

๑. ช่วยอุปการะแก่ปัจจยุบบันนธรรม (ผล) ที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น
๒. ช่วยอุปการะแก่ปัจจยุบบันธรรม (ผล) ให้ตั้งมั่นและเจริญขึ้น

เหมือนผู้ใหญ่อุปการะผู้น้อย ช่วยให้มีการงาน ช่วยให้มีหลักฐาน ช่วยให้มีความถาวรและเจริญรุ่งเรืองในการงาน

เรื่องของเหตุและปัจจัยนั้น อาจจะเข้าใจได้ยากอยู่สักหน่อย เมื่อว่าโดยปรมัตถแต่ถ้าจะยกตัวอย่างที่เป็นสัตว์ บุคคลตัวตน ขึ้นมาก็จะทำให้มีความเข้าใจดีขึ้นมาก

เมื่อเราตั้งคำถามว่า บ้าน (หลังนี้) มีขึ้นมาได้ด้วยเหตุอะไร หรืออะไรทำให้บ้าน (หลังนี้) เกิดขึ้นมาได้ อาจจะมีคำตอบได้หลายอย่าง เช่น ตอบว่า เพราะเหตุ คือ นาย ก. หรือนาย ข. หรือเพราะเงิน แต่นาย ข. หรือ เงินเป็นเหตุให้เกิดบ้านไม่ได้ เพราะว่าบ้านเกิดขึ้นมาได้จะต้องอาศัยช่างไม้ต่างหาก แต่ช่างไม้อย่างเดียวจะมีบ้านขึ้นมาได้หรือ ช่างไม้ก็จะต้องอาศัยเครื่องมือ มี เลื่อย ฆ้อน สิ่ว ขวาน เป็นต้น ดังนั้น ช่างไม้ก็เป็นเหตุทำให้ผลคือบ้านเกิดขึ้นมา และเครื่องมือของช่างไม้ก็เป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนเหตุอีกทีหนึ่ง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 ธ.ค. 2554 , 10:53:41 น.] ( IP = 58.9.100.212 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อตั้งคำถามว่า ต้นมะม่วงเกิดจากอะไร ต้นมะม่วงก็เกิดขึ้นมาจากเม็ดมะม่วง แต่เม็ดมะม่วงอย่างเดียวก็ไม่อาจที่จะเป็นต้นมะม่วงขึ้นมาได้ จะต้องอาศัย ดิน น้ำ อากาศ ที่เหมาะสม หรือการรดน้ำพรวนดินเป็นตัวสนับสนุน

ดังนั้น เม็ดมะม่วงก็เป็นเหตุ การรดน้ำ พรวนดิน ก็เป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนเหตุอีกทีหนึ่ง

ใคร ๆ ชอบพูดกันอยู่เสมอ ๆ และพูดต่อ ๆ กันมาตั้งแต่ครั้งโบราณว่า "ข้าวแพงเพราะเหตุฝนแล้ง" ในเรื่องนี้ ถ้าจะให้เข้าถึงเหตุผลจริง ๆ แล้ว ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ เพราะข้าวราคาแพงมิได้เกิดจากเหตุฝนแล้ง ฝนแล้งได้แก่ฝนไม่ค่อยจะตกจะเป็นเหตุทำให้ผลเกิดขึ้น คือทำให้ข้าวมีราคาแพงไม่ได้ ฝนแล้งเป็นเหตุ ข้าวแพงเป็นผล จะเป็นได้อย่างไรกัน
ฝนแล้งเป็นเหตุ ทำให้ข้าวได้น้อยเป็นผลต่างหาก และข้าวได้น้อยเป็นเหตุ จึงทำให้ข้าวมีราคแพงเป็นผลมิใช่หรือ

หรือพูดว่า ยุงชุมเพราะน้ำเน่า ก็โดยทำนองเดียวกัน น้ำเน่าจะเป็นเหตุ แล้วยุงชุมจะเป็นผลนั้นก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ เพราะน้ำเน่าเป็นเหตุทำให้ยุงมาไข่มากเป็นผลต่างหาก แล้วยุงมาไข่มากเป็นเหตุ จึงทำให้ยุงชุมเป็นผลอีกทีหนึ่ง จึงจะถูกต้อง

เรื่องที่ได้ยกตัวอย่างขึ้นมาทั้งหมด ก็เพื่อว่าจะให้เข้าใจได้ง่ายเท่านั้น แต่ตามสภาวธรรมจะต้องเป็น เรื่องบุญ เรื่องบาป เรื่องผลของกรรม หรือเรื่องของชีวิตจิตใจ เช่น เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด และหนทางพ้นทุกข์เท่านั้น

ขอความสุขความเจริญ ความมีสติปัญญา จงบังเกิดขึ้นแก่ท่านสาธุชนทุกท่าน และขอให้สร้างปัญญาบารมีได้มากๆเพื่อจะได้พาตนเองพ้นจากความทุกข์อันเกิดจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ทั่วกันทุกท่านเทอญ.

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [15 ธ.ค. 2554 , 10:56:48 น.] ( IP = 58.9.100.212 : : )


  สลักธรรม 5


อ่านแล้วชอบคำว่า “ใบไม้ในกำมือ”

ขนาดแค่ในกำมือยังสอนได้ละเอียดถี่ถ้วนขนาดนี้ ซึ่งถ้าเราไม่ได้มาเรียนแล้ว ไม่มีโอกาสทราบได้เลยว่าพระพุทธศาสนาสอนเรื่องอะไร แล้วสิ่งที่เราต้องการรู้นั้นล้วนเป็นใบไม้ในป่าซึ่งมีมากมาย แต่ไร้ประโยชน์ เพราะไม่ได้เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์เลย

กราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์บุญมี
และครูบาอาจารย์ทุกๆ ท่าน ที่สอนให้เราได้รู้ว่า สิ่งสำคัญที่เราควรเรียนรู้นั้นคืออะไร

นั่นก็คือ ชีวิต(ที่เป็นทุกข์)ของเราเอง และวิธีการพ้นไปจากความทุกข์

และกราบขอบพระคุณ พี่เณร มากค่ะ ที่นำเรื่องดีๆ มาให้พวกเราได้อ่านเสมอๆ

โดย วยุรี [15 ธ.ค. 2554 , 10:59:09 น.] ( IP = 58.9.100.212 : : )


  สลักธรรม 6

กราบระลึกในพระคุณของท่านอาจารย์บุญมีที่ทำให้เรื่องยากๆ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย

และกราบอนุโมทนาในความเมตตาของพี่เณรด้วยค่ะที่นำมาให้ศึกษา

โดย น้องกิ้ฟ [15 ธ.ค. 2554 , 11:01:14 น.] ( IP = 58.9.100.212 : : )


  สลักธรรม 7

มาศึกษาเรื่องของเหตุ กับปัจจัยค่ะ เห็นถึงความต่างกันของคำทั้งสองนี้ แต่เรามักใช้คู่กันไปเสมอ โดยมิได้เข้าใจความหมายที่แท้จริง

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ ที่อธิบายขยายอรรถให้ชัดเจนด้วยการยกตัวอย่างง่ายๆให้เห็นอย่างชัดเจน

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำข้อธรรมที่มีคุณค่ายิ่งมาฝากเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [15 ธ.ค. 2554 , 11:03:47 น.] ( IP = 58.9.100.212 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org