มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สุปินวิถี (๗)







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร



สุปินวิถี (๗)

ผมได้เคยแสดงมาแล้วว่าจิตนั้นมีอำนาจด้วยกันทุกคน แต่ทว่าแต่ละคนไม่ได้สร้างอำนาจจิตของตนให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น จึงแสดงออกซึ่งอำนาจไม่ได้

แต่เมื่อเวลาที่ตกใจถึงขนาด เช่นไฟไหม้หรือมีความเสียใจอย่างลึกซึ้ง ก็สามรถจะแก้ปัญหาในขณะนั้นได้โดยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะเป็นไป

เช่นไฟไหม้หยุดลงแล้วต่างก็พากันคิดไปว่าเป็นไปได้อย่างไรกัน ยกของหนักๆ ขนาดนี้ได้อย่างไร

ผมได้เห็นไฟไหม้บ้านหลังหนึ่ง มีเปียโนอยู่เครื่องหนึ่ง เปียโนนั้นมันใหญ่โตมาก ไฟไหม้ด้านหน้า เปียโนอยู่ด้านหลังของบ้าน และประตูที่เข้าออกก็ไม่ใหญ่นัก พอที่เปียโนจะออกได้ครือๆ เท่านั้น แต่คนในบ้านเพียง ๒ คนเท่านั้น ก็สามารถยกออกไปได้อย่างสบาย เอาไปไว้ในสวน ห่างจากที่ไฟไหม้ไปมาก

ความจริง ๒ คนนั้นยกไม่ไหวแน่ แต่ว่าเจ้าของเขากำลังตกใจ เพราะเปียโนนี้ราคาร่วม ๒ หมื่น เขาจะต้องรีบเอาออกไปให้ได้ ฉะนั้นกำลังแรงของเจตนานี่เองที่ได้ช่วยให้เขายกเอาออกไปจนได้อย่างสบายโดยใช้คนเพียง ๒ คนเท่านั้น ทั้งๆ ที่ประตูก็เล็ก

แต่ครั้นไฟได้หยุดไหม้ลงแล้ว เพราะมิได้ลุกลามมาถึง จึงต้องช่วยกันยกเปียโนกลับเข้าที่เดิม ต้องใช้คนถึง ๔ คนจึงยกขึ้นบ้านได้

โดย ศาลาธรรม [29 ธ.ค. 2554 , 09:41:48 น.] ( IP = 125.27.177.224 : : 10.0.7.252 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ในเรื่องของทหารที่จวนจะตายก็เหมือนกัน อำนาจจิตของเขาสามารถทำให้ภรรยาที่อยู่บ้านฝันเห็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญนี้ขึ้นมาได้ ในเรื่องนี้ บรรดาพวกชาวตะวันตกก็พยายามใช้อำนาจจิตเพื่อติดต่อกัน เรียกว่า “โทรจิต” ก็ทดลองกันอยู่เสมอ

เช่นทำสมาธิอยู่ที่ฝั่งทะเลคืออยู่บนบก อีกคนหนึ่งออกไปในทะเล แล้วก็นัดเวลากันว่าพอถึงเวลาแล้วให้ทำสมาธิ มาสนทนากันแล้วก็ทำบันทึกไว้เพื่อตรวจสอบว่าผิดถูกประการใด

ก็ปรากฏผลออกมาว่า รู้เรื่องกันบ้างเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามพวกฝรั่งเหล่านี้ที่ทำการทดลองกัน ก็ประกาศผลการทดลองของเขา บางครั้งบางคราวถูกต้อง บางครั้งบางคราวถูกต้องน้อย เขาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ปรากฏผลเป็นที่น่าอัศจรรย์

นายแพทย์ที่สะกดจิตบุคคลต่างๆ ที่ผมเคยไปดูมา ก็ได้แสดงถึงอำนาจของจิต เขาให้คนนอนลงไป โดยเอาผ้าผูกตาหมดไม่ให้เห็นอะไรเลย แล้วให้คนๆ หนึ่งไปยืนทางด้านศีรษะของผู้ที่สะกด ในมือถือของต่างๆ ทีละอย่าง แล้วถามคนที่ถูกสะกดว่าในมือของเขาถืออะไรอยู่ คนที่ถูกผูกตานอนอยู่ก็ทาย

ซึ่งในขณะนี้ผู้ที่ถูกสะกดจิต ถูกบังคับจิตแล้ว ให้ทายหลายครั้ง โดยเปลี่ยนคนและเปลี่ยนของที่ถือ ผลที่เกิดคิดเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์แล้ว ทายถูกถึง ๗๐ % แต่ก็ยังผิดบ้างถึง ๓๐ %

โดย ศาลาธรรม [29 ธ.ค. 2554 , 09:42:12 น.] ( IP = 125.27.177.224 : : 10.0.7.252 )


  สลักธรรม 2


แต่อย่างไรก็ดี ในเรื่องนี้เขาก็อ่านไม่ออก อธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมมันจึงถูกต้องได้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็แน่ละ ทายถูกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้นจะต้องไม่ใช่เดาเอาเป็นแน่

โทรจิตซึ่งกำลังทำกันในต่างประเทศเวลานั้นก็เหมือนกัน เวลาพูดกันคนละแห่งไกลๆ บางทีก็รู้เรื่องถูกต้องหลายข้อซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้

แต่ถึงอย่างไร คนที่มีสมาธิดีๆ ก็มีความสามารถทำได้ขนาดนี้ แต่จะให้ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นไม่มีหวัง ทั้งนี้ก็เพราะผู้กระทำการทดลองมิได้มีอำนาจของจิตมากจริงๆ จะเกิดความถูกต้องทั้งหมดไม่ได้ ไม่เหมือนผู้ที่ได้อภิญญาจิต

ท่านที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมีความเข้าใจแล้ว ก็จะทราบว่าอำนาจของจิตของผู้ได้อภิญญานั้นมีอำนาจพิเศษจริงๆ สามารถทำให้ถูกต้องได้ถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เสมอไป

โดย ศาลาธรรม [29 ธ.ค. 2554 , 09:42:28 น.] ( IP = 125.27.177.224 : : 10.0.7.252 )


  สลักธรรม 3


ท่านนักศึกษาจะเห็นได้ว่า เมื่อมาศึกษาพระอภิธรรมแล้ว ผู้ศึกษาก็จะทราบเรื่องอันเร้นลับมหัศจรรย์ต่างๆ ก็จะทราบว่า ถ้าเป็นเทพสังหรณ์ คือ เทวดาเข้ามาดลใจให้เราฝันแล้ว เราก็ต้องแบ่งเทพนั้นออกเป็น ๒ พวกด้วยกัน

พวกไหนที่มาสังหรณ์แล้วทำให้เราเกิดนิมิตที่เป็นความจริง ..เป็นบรรดาพวกเทพหรือเทวดาที่มีอำนาจทางจิต เพราะว่าบรรดาเทวดาทั้งหลายก็เหมือนคนอยู่อย่างหนึ่ง ในข้อที่ว่า บางท่านก็ชอบทำสมาธิ เพราะเคยทำมาตั้งแต่เป็นมนุษย์

แต่บางท่านเป็นเทวดาแล้วก็ชอบแต่สนุกสนานเพลิดเพลิน เพราะมีนางฟ้าและมีเทพบุตรสวยๆ งามๆ มากเหลือเกิน ก็อาจจะเพลิดเพลินรื่นเริงกันแต่ความสุขที่จะได้รับเท่านั้น

แต่ถ้าท่านผู้ใดอยู่ในโลกมนุษย์ เคยฝึกฝนการทำสมาธิ เคยศึกษาเล่าเรียน ไปวัดไปวาอยู่เสมอๆ แล้ว ถึงว่าจะเพลิดเพลินบ้างก็คงจะหันกลับมาทำสิ่งที่ตัวสันทัดจัดเจน คือการทำสมาธิบ้าง เพราะฉะนั้นบรรดาเทวดาที่ชอบทำสมาธิจึงมีอำนาจในการทำนายทายทักที่มีส่วนถูกต้องเป็นอันมาก

แต่อย่างไรก็ดีจะให้เทวดาทั้งหลายทายให้ถูก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังหวังนักไม่ได้ นอกจากเทวดาจะฝึกฝนจนเกิดอภิญญา เรื่องอภิญญาจิตนี้เป็นหลักตัดสิน ความถูกผิดที่อยู่ตรงอภิญญาจิตนี่เอง

ในบรรดาเทวดาทั้งหลายท่านต่างก็มีอำนาจพิเศษในตัวเอง ซึ่งเป็นอำนาจที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด คือสามารถมีตาทิพย์หูทิพย์ รู้วาระจิตคนได้ รู้อะไร ๆ ได้ ก็มีอยู่แล้ว ก็แล้วแต่ว่าเทวดาองค์นั้นจะอยู่ชั้นไหนด้วย

โดย ศาลาธรรม [29 ธ.ค. 2554 , 09:42:44 น.] ( IP = 125.27.177.224 : : 10.0.7.252 )


  สลักธรรม 4


ท่านนักศึกษา บรรดาพวกเทพที่มาทำนายทายทักเหล่านี้โดยมากก็ไม่มีอภิญญาจิต แต่เป็นผู้มีความรู้พิเศษติดตัวมาตั้งแต่ปฏิสนธิ เพราะว่าเป็นเทวดา ตาก็ทิพย์ หูก็ทิพย์ และยังมีจิตใจนึกอะไรถูกต้องมากด้วย แล้วบางท่านก็ได้ฝึกสมาธิมาเป็นพิเศษก็มี เพราะฉะนั้นการทายเหตุการณ์ในอนาคตก็มีหวังผิดน้อย ถ้าเราได้เทวดาที่ดีๆ มาเข้าฝัน ก็สามารถจะบอกเหตุการณ์ล่วงหน้าถูก ทำให้เราได้รับผลจากการฝันนั้น

แต่ถ้าหากว่าตรงกันข้ามเพราะเทวดานั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ เช่นเทวดาที่ไม่ชอบกับเราก็ดี หรือเป็นมิจฉาทิฏฐิมาแกล้งหรือมาล้อเล่นก็ดี หรือเทวดาชั้นจาตุมหาราชิกา ที่เรียกว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบาก ปฏิสนธิด้วยจิตชนิดนี้ ความสามารถก็น้อย มาเข้าฝันให้ก็อาจจะเลอะเลือนไปเป็นส่วนมาก

นอกจากนี้ยังมีพวกเปรตอสุรกายก็มีความสามารถที่จะมาเข้าฝันได้เหมือนกัน แต่ก็มีถูกมีผิด บางท่านก็หวังจะได้ส่วนกุศล จึงได้มาเกี่ยวข้องก็มีบ้าง

บรรดาเทวดานี้ มีอยู่องค์หนึ่งที่ผมจะเล่าเรื่องให้ท่านฟัง แต่ผมจะไม่บอกว่าอยู่ที่ไหน ถ้าขืนบอกไปประเดี๋ยวท่านนักศึกษาจะว่าผมเป็นนายหน้าของเทวดาท่านนี้เอาก็ได้

เรื่องเกิดขึ้นประมาณ ๑๐ ปีมาแล้ว เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่หรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกันเลย คือมีนายทหารคนหนึ่งเขาถามผมว่า ทำไมคนที่ตาบอดทั้ง ๒ ข้าง มองดูตาก็เห็นอย่างแน่นอนแล้วว่า ตาไม่เห็นเลยจริงๆ แต่ทำไมทำนายทายทักแม่นยำนัก ทายแม่นจริงๆ ราวกับเป็นโหราจารย์ใหญ่ ผู้จัดเจน

ที่จริงก็เป็นโหราศาสตร์ชนิดที่ใครๆ เขาหาว่านั่งทางในนั่นเอง แต่เป็นผู้หญิง ค่าดูในสมัยนั้นเสียเงินน้อยเพียง ๕ บาท แต่ว่าการทายเร็วปร๋อ ใครอยากถามต้องเตรียมคำถามไว้ก่อน จะถามกี่ข้อเขาไม่ว่า โดยจดเอาไว้แล้วอ่านคำถามทีละข้อ เขาจะตอบคำถามจนหมดทุก ๆ ข้อ แม้จะซักอะไรก็ได้ แต่จะมาย้อนกลับไปใหม่อีกไม่ได้ เพราะว่าคนคอยเข้าคิวกัน จะไม่คอยให้เราซักไปซักมาเสียเวลาเลยแม้แต่น้อย

โดย ศาลาธรรม [29 ธ.ค. 2554 , 09:43:02 น.] ( IP = 125.27.177.224 : : 10.0.7.252 )


  สลักธรรม 5



นายทหารผู้ที่กล่าวถึงนี้มาชวนผมให้ผมไปดู เพื่อดูว่าเขาทำนายทายทักได้อย่างไร ตาก็ไม่เห็น แล้วก็ทำท่าทำทาง นับนิ้วหยุกหยิกๆ เท่านั้นก็ทาย ทายพรวดๆ เหมือนน้ำไหล กี่ข้อ ๆ ทายเดี๋ยวเดียวโดยไม่ต้องรอคิดเสียก่อนเลย ผมก็อยากจะทราบเหมือนกันว่า คนที่ตาไม่เห็นแล้วก็มิได้ลงเลขยันต์ ทั้งมิได้ใช้ตาดูรูปร่างหรือดูลายมืออะไรสักอย่าง จะว่านั่งทางในก็ไม่เห็นทำสมาธิ แต่ทำนายแม่นราวกับตาเห็น

ผมจึงไปทดลองดู พอผมเข้าไปในบ้าน นายทหารจัดแจงออกเงิน ๕ บาทให้เสร็จ แล้วก็ลงมือทายทันที วัน, เดือน, ปี ก็ไม่เห็นถาม ท่านผมว่าท่านเป็นคนชอบธรรมะธรรมโม ต่อไปจะเจริญในธรรม อีกหน่อยจะดี และจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในทางธรรม

นอกจากนั้นยังทายเรื่องอะไรๆ ที่เกี่ยวกับทางชะตาราศีอีกหลายอย่าง ผมรับคำทำนายแล้วก็ไม่ยอมกลับบ้าน ผมเฝ้าคอยคนอื่นที่เขาเข้ามาทำนายทายทักต่อไปอีกเพื่อศึกษา แขกที่เข้ามาต่างพากันพอใจเป็นอันมาก พอแขกหมดแล้ว ก็สนทนากันเล็กน้อย

ผมก็ถามว่า “ความจริงคุณไม่ได้ทายหรอกนะ มีผู้มากระซิบอยู่ในใจคุณใช่ไหม”

สตรีผู้นั่งทางในทำท่าทำทางเป็นเชิงว่าจะไม่ยอมรับความจริงที่ผมถาม แต่ไม่ช้าก็สารภาพ

เรื่องนี้ก็เพราะมีเทวดาคอยดูเขาอยู่ จึงไม่กล้าพูดเท็จ เขาเล่าว่ามีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่งที่อยู่ข้างบนเหนือศีรษะนั่นแหละ เทวดาประจำอยู่ที่นั่น แล้วตัวของผู้ดูมีความสำนึกรู้สึกได้กับเทวดา เทวดาคอยทายให้ทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นจะมารู้ใจผมและคนทั้งหลายได้อย่างไร ทั้งทำนายเรื่องในอดีตและอนาคตก็ได้ด้วย โดยไม่รู้จักกันเลย เพิ่งจะมาเจอะกันวันแรกแท้ๆ สามารถทราบว่า ผมชอบธรรมะ และยังทายอย่างอื่นอีกหลายข้อถูกต้องด้วย แต่ว่าผิดก็มีเหมือนกัน เทวดาองค์นี้ก็ทายผิดๆ ถูกๆ แต่ถูกมากกว่าผิด

โดย ศาลาธรรม [29 ธ.ค. 2554 , 09:43:19 น.] ( IP = 125.27.177.224 : : 10.0.7.252 )


  สลักธรรม 6


จนตอนท้ายคุณหมอดูถามผมว่า “เอ๊ะ ใครๆ เขามาดูกันนานเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ไม่เห็นมาใครเขาถามอย่างนี้ ทำไมผมจึงได้ถาม”

ผมก็ว่า “อ้าว ก็ผมมีความสนใจในการนั่งทางในของคุณน่ะซิ”

เพราะคุณเองจะดูได้อย่างไรเล่า คุณไม่ได้เขียนเลขบวกลบคูณหาร และไม่ได้ทำสมาธิ แล้วจะรู้ขึ้นมาเองได้หรือ เพียงทำจิตให้สงบลงเท่านั้น เอาจิตมาตั้งตรงนิ้วที่นับไปๆ มาๆ ในใจเพื่อให้จิตสงบ จะได้ฟังท่านอาจารย์ผู้เป็นเทวดาว่าอย่างไร เสียงก็กระซิบในใจ

ในเรื่องนี้บางคนก็เรียกว่า พรายกระซิบ เทวดาองค์นี้เป็นสัมมาทิฏฐิ ก็มาร่วมทำบุญกับมนุษย์ ทราบว่า ทอดกฐินปีหนึ่งหลายครั้ง เทวดาสั่ง

สำหรับท่านผู้นี้นับว่ามีพรสวรรค์ เพราะตาก็ไม่เห็นทั้งสองข้าง แต่ว่าสามารถหาเงินได้ดีกว่าคนตาดีเสียอีก นี่เพราะใจมีคุณภาพพิเศษที่จะกระทบกับเทวดาได้

บุคคลเช่นนี้ในประเทศไทยมีหลายคน ในต่างประเทศคนที่ทำทายทายทักหรือทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองล่วงหน้าได้ ก็มีไม่น้อย

การที่เทวดามากระทบใจให้ความรู้แก่บุคคลเช่นนี้ เฉพาะผู้ที่เคยฝึกฝนจิตมาตั้งแต่อดีตชาติหรือในอดีตชาติเคยเกี่ยวข้องกับผีสางเทวดามาแล้ว ซึ่งแตกต่างกับความฝันได้แทบจะทุกคน


โดย ศาลาธรรม [29 ธ.ค. 2554 , 09:43:36 น.] ( IP = 125.27.177.224 : : 10.0.7.252 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org