มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แยกให้ออก..บอกให้ได้




คนที่มีความรู้มีการศึกษาดี มีปรากฏอยู่มากมายในสังคม และคนที่มีความจำดีก็มีมากหลาย แต่คนที่มีความรู้ดีและมีความสามารถแยกแยะให้ออก บอกให้ถูกระหว่างความรู้และความจำนั้นยังมีน้อยอยู่มาก

ด้วยเหตุนี้ความเจริญไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรมนั้น จึงยังเด่นชัด หรือเรียกว่ายังไม่เจริญจริงนั่นเอง

คนเรานั้นฉลาดไม่เท่ากัน
คนเรานั้นเก่งคนละเรื่อง ปราดเปรื่องคนละวิธี
คนเรา(พระ)นั้นเทศน์ดีคนละคัมภีร์ หลากดีคนละประเภท

หลากคนหลากความดีแต่หากมีความสามัคคี..ก็จะเป็นสง่าราศรีทั้งนั้น และร่วมมือกันสร้างสรร แม้สวรรค์หรือพระนิพพานก็ไม่ยากเกิน...

โดย วิชิต ธรรมรังษี [6 ม.ค. 2555 , 07:35:45 น.] ( IP = 58.9.214.172 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในการร่วมงานกับคนหมู่มาก ต้องอาศัยความอดทน และอดกลั้น

ยิ่งอาสามุ่งรับใช้พระพุทธเจ้าแล้ว ต้องทุ่มเททำงาน แม้จะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าสักปานใด จะต้องอดทน

สิ่งที่ปรากฏมานั้นมีทั้งชม ทั้งชัง ทั้งชอบ ทั้งเฉย ทั้งสมเพช และอาจจะถูกมองด้วยว่า..การทำนั้นมุ่งหาลาภสักการะ..ก็ต้องมีจิตหนักแน่น เพราะนั่นคือเสียงของคนพร่อง คนขาด คนไม่เต็มในความคิดดีเท่านั้นเอง มองด้านลบจนชิน ต้องแยกให้ออกระหว่างกรรมและวิบากให้ได้ อย่าท้อแท้ มุ่งทำงานต่อไป อย่าหยุดยั้ง แต่จงรีบยังประโยชน์ให้ตนเอง เพื่ออาศัยบุญพาให้ไปห่างไกลจากคนพาลให้สำเร็จจนได้.

โดย วิชิต ธรรมรังษี [6 ม.ค. 2555 , 07:37:51 น.] ( IP = 58.9.214.172 : : )


  สลักธรรม 2

หากคนเราสามารถเข้าใจแยกแยะ ให้เห็นความจริงของชีวิตทั้งสองด้าน คือทั้งด้านสมมติและด้านปรมัตถ์

และยอมรับความจริงของชีวิตว่า..เป็นเรื่องความทุกข์ในเบญจขันธ์ทั้งสิ้น ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย เพราะอย่างอื่นเป็นเรื่อ่งสมมติทั้งนั้น

เมื่อรู้ได้อย่างนี้ก็จะเป็นการเริ่มต้นในการที่จะสามารถ พาตนเองปฏิบัติธรรมอันล้ำคุณค่าของพระพุทธองค์ได้

แต่ข้อสำคัญยิ่งอยู่ที่ว่า จะต้องรู้จริงในคำสอนและคำสั่งให้ได้เรียกว่า แยกให้ออก..บอกให้ได้ ว่าสิ่งใดคือเรื่องที่ต้องรู้ และสิ่งใดคือเรื่องที่ต้องทำ.

ด้วยความปรารถนาดี
วิชิต ธรรมรังษี.


โดย วิชิต ธรรมรังษี [6 ม.ค. 2555 , 07:39:41 น.] ( IP = 58.9.214.172 : : )


  สลักธรรม 3


พึ่งความรู้คือครูตนทุกหนแห่ง
ใครจักแย่งไปครองต้องผิดหวัง
ปวงปัญญาคือขุมแห่งพลัง
พาชีวิตถึงฟากฝั่งพ้นเปลี่ยนแปลง

โดย พี่ดอกแก้ว [6 ม.ค. 2555 , 07:41:30 น.] ( IP = 58.9.214.172 : : )


  สลักธรรม 4

หากเราแยกความจริงของชีวิตออกได้ ทั้งสองด้านคือทั้งด้านสมมติและด้านปรมัตถ์ ก็จะบอกได้ ว่าสิ่งใดที่ต้องรู้...และสิ่งใดที่ต้องทำ...

คำสอนมาพร้อมกับความพยายามน้อมให้ประจักษ์ในเหตุผลแง่มุมต่าง ๆ ของการมีชีวิตไว้ครบถ้วนแล้ว

ส่วนคำสั่งเป็นวิธีการปฏิบัติเพื่อพิสูจน์คำสอนอีกที โดยไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลมาเพิ่มทับซ้อน(จากที่มีในคำสอน)ให้เสียเวลาอีก มีหน้าที่เพียงปฏิบัติให้ถูกเงื่อนไข ถูกวิธีเท่านั้น

ทุกวันนี้คนส่วนมากไม่สามารถรับผลการปฏิบัติตามที่ควรจะเป็น ก็เพราะเราถูกบัญญัติครอบงำจนเข้าไม่ถึงปรมัตถ์ว่า ส่วนใดเป็นคำสอนที่ต้องรู้ ส่วนใดเป็นคำสั่งที่ต้องทำ

ได้แต่คาดคะเนจากทัศนะส่วนตัวหรือทัศนะหมู่ชน ว่าที่ตนเชื่อและที่ตนทำนี้แหละ....ใช่เลย

ขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ ที่กรุณาชี้แนะหลักการที่ควรพิจารณา

โดย มาลี [6 ม.ค. 2555 , 07:44:38 น.] ( IP = 58.9.214.172 : : )


  สลักธรรม 5

กราบสวัสดีค่ะท่านอาจารย์

ได้อ่านข้อคิดข้อธรรมจากท่านอาจารย์ในวันนี้นับว่าเป็นโชคดีและได้ประโยชน์มากเลยค่ะ

เพราะเรื่องแยกให้ออกบอกให้ได้..ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่จะต้องรู้ และสิ่งใดคือเรื่องที่จะต้องทำ ...เป็นความแตกต่างระหว่างคำสอนกับคำสั่งที่ไม่เคยได้พิจารณาในแง่นี้มาก่อนเลยค่ะ ...นับเป็นการให้มุมมองใหม่ที่กว้างขวางกว่าเดิมที่เพียงดักดานอยู่กับการกระทำที่ตนเองคิดว่าดีแล้ว

อ่านแล้วก็เห็นภาพของกระบวนการพัฒนา....ที่บอกว่า ...เพราะความที่ยังไม่ไปถึงความเจริญที่แท้จริง ความสามัคคีจึงต้องมีให้มากๆเพราะแต่ละคนก็เก่งกันคนละด้าน ....ช่วยกันเสริมช่วยกันเติมในสิ่งที่ขาดก็คงจะเป็นสภาพที่สวยงามพร้อมได้สักวัน

...แต่กว่าจะเติมต่อส่วนที่พร่องให้บริบูรณ์ได้ก็คงต้องอาศัยความอดทนอดกลั้นกับกิเลสที่ซุกซ่อนอยู่ในใจของแต่ละคนกันนะคะ ....และตรงนี้แหละค่ะที่เป็นความท้าทายอุดมการณ์เสียเหลือเกิน

แต่ก็มาจบความคิดนึกลงได้ตรงตัวอักษรสีแดงที่บอกไว้ในสลักธรรมที่สองที่เกี่ยวกับการยอมรับความจริงนั่นเองค่ะ

กราบขอบพระคุณในสิ่งที่บอกด้วยเมตตาจิตนะคะ

โดย น้องกิ้ฟ [6 ม.ค. 2555 , 07:46:20 น.] ( IP = 58.9.214.172 : : )


  สลักธรรม 6

แยกให้ออก..บอกให้ได้ ว่าสิ่งใดคือเรื่องที่ต้องรู้ และสิ่งใดคือเรื่องที่ต้องทำ. บางอย่างเราเพียงแต่รับรู้ แต่ไม่ต้องทำก็ได้ แต่บางอย่างเป็นเรื่องที่ต้องทำ เพื่อให้รู้.นั่นก็คือการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน

ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย เซิ่น [6 ม.ค. 2555 , 08:00:12 น.] ( IP = 58.9.214.172 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
การร่วมงานกับหมุ่คนที่หลากหลาย มากมายความคิด มากมายจริต มากมายเรื่องราวให้ต้องสังเกต

สำคัญที่ตนว่า เราเรียนรู้อะไร
และ ต้องแยกให้ออก..บอกให้ได้ ว่าสิ่งใดคือเรื่องที่ต้องรู้ และสิ่งใดคือเรื่องที่ต้องทำ. ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องศึกษา และพัฒนาให้ถูกทาง และต้องเตือนตนเองเสมอๆ

โชคดีค่ะที่ได้มาทบทวนชีวิตมากขึ้นในทุกๆวัน




โดย น้องอุ๊ (anchalee) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [6 ม.ค. 2555 , 21:11:47 น.] ( IP = 125.24.23.247 : : )


  สลักธรรม 8


ต้องแยกให้ออก..และบอกให้ได้

เรียบง่ายและกินใจลึกซึ้งมากเลยค่ะ
การอยู่ร่วมทำงานกับหมู่คณะอยู่ได้ยากยิ่งหากไม่รู้จักแยกแยะ

ขอบพระคุณมากค่ะสำหรับข้อคิดดีๆที่นำมาฝากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ม.ค. 2555 , 08:23:44 น.] ( IP = 124.121.175.27 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org