มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คุณค่าแห่งกาลเวลา




อจฺจยนฺติ อโหรตา ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ
อายุ ขียติ มจฺจานํ กุนฺนทีนํว โอทกนฺติ ฯ


ผู้ตั้งใจปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นเมื่อเห็นธรรมแล้ว ต่างก็พากันรีบเร่งปฏิบัติธรรมแข่งกับเวลา ตามกำลังศรัทธาของตน ๆ

กาลเวลาเป็นเครื่องเตือนสติของตนของผู้ไม่ประมาทได้เป็นอย่างดี จิตสำนึกในการเห็นคุณค่าของกาลเวลาที่มีความดีที่ยังไม่ทำ กาลเวลาเป็นของมิใช่จะให้ประโยชน์แก่โลกทั่วไปเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้อื่นมีปัญญาสนใจในธรรมปฏิบัติรีบเร่งฝึกหัดใจของตน ๆ ให้ทันกับเวลาอีกด้วย

แท้จริงทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในโลกนี้ต้องขึ้นอยู่กับกาลเวลาทั้งนั้น เช่น ดินฟ้าอากาศ ฤดู ปี เดือน ต้นไม้ ผลไม้ และธุรการงานที่สัตว์โลกทำอยู่ แม้แต่ความเกิด ความแก่ ความตาย ถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะเป็นธรรมดามีอยู่ตามหน้าที่ของเขาก็ตาม แต่ต้องอยู่กับกาลเวลา ถ้ากาลเวลาไม่ปรากฏแล้ว สิ่งทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้จะไม่ปรากฏเลย จะมีแต่สูญเรื่อยไปนั้น

กาลเวลาได้ทำประโยชน์ให้แก่ชาวโลกนี้มิใช่น้อย ชาวกสิกรก็ต้องอาศัยวัสสันตฤดูปลูกพืชพันธุ์ในไร่นาของตน ๆ เมื่อฝนไม่ตกก็พากันเฝ้าบ่นว่า เมื่อไรหนอพระพิรุณจะประทานน้ำฝนมาให้ ใจละห้อย ตาก็จับจ้องดูท้องฟ้า เมื่อฝนตกลงมาให้ต่างก็พากันชื่นใจระเริงด้วยความเบิกบาน แม้ที่สุดแต่ต้นไม้ซึ่งเป็นของหาวิญญาณมิได้ก็อดที่จะแสดงความดีใจด้วยอาการสดชื่นไม่ได้ ต่างก็พากันผลิตดอกออกประชันแข่งขันกัน ชาวกสิกรตื่นดึกลุกเช้าเฝ้าแต่จะประกอบการงานของตน ๆ ตากแดดกรำฝน ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเย็นร้อนอนาทร

ชาวพ่อค้าวาณิชนักธุรกิจก็คอยหาโอกาสแต่ฤดูแล้ง เพื่อสะดวกแก่การคมนาคมและขนส่ง เมื่อแล้งแล้วต่างก็พากันจัดแจงเตรียมสินค้าไม่ว่าทางน้ำและทางบก

โดย เทพธรรม [18 ม.ค. 2555 , 06:40:35 น.] ( IP = 58.9.138.44 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ส่วนผู้มีนิสัยชอบเจริญสติปัฏฐาน ย่อมพิจารณาเห็นอายุสังขารของตนเป็นของน้อยนิดเดียว เปรียบเหมือนกับน้ำตกอยู่บนในบัว เมื่อถูกแสงแดดพลันจะให้เหือดแห้งอย่างไม่ปรากฏ แล้วก็เกิดความสลดสังเวช ปลงปัญญาสู่พระไตรลักษณญาณ กาลเวลาจึงว่าเป็นของดีมีประโยชน์แก่ทุก ๆชั้นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ดังพุทธภาษิตที่ได้ยกขึ้นไว้ในเบื้องต้นนั้นว่า
อจฺจยนฺติ อโหรตา ชีวิตํ อุปรุชฺฌติ


โอ้ชีวิตเป็นของน้อย ย่อมรุกร่นเข้าไปหาความตายทุกที เหมือนกับน้ำในแม่น้ำน้อย เมื่อถูกแสงพระอาทิตย์แล้ว ก็มีแต่จะแห้งไปทุกวัน ฉะนั้นฯ
ชีวิตอายุของเรา ถึงแม้ว่าจะมีอายุอยู่ได้ตั้งร้อยปี ก็นับว่าเป็นของน้อยกว่าสัตว์จำพวกอื่น ๆ เช่น เต่าและปลาในทะเล เป็นต้น ซึ่งเขาเหล่านั้นมีอายุตัวละมาก ๆ เป็นร้อย ๆ ปี แต่มนุษย์เราเห็นว่าเขามีอายุน้อยเดียว

ผู้มี อัปปมาทธรรม เป็นเครื่องอยู่ เมื่อมาเพ่งพิจารณาถึงอายุของน้อยพลันหมดสิ้นไป ๆ ใกล้ต่อความตายเข้ามาทุกที กิจหน้าที่การงานของตนที่ประกอบอยู่จะไม่ทันสำเร็จ ถึงไม่ตายก็ทุพพลภาพเพราะความแก่ แล้วก็ได้ขวนขวายประกอบกิจหน้าที่ของตนเพื่อให้สำเร็จโดยเร็วพลัน กาลเวลาจึงอุปมาเหมือนกับนายผู้ควบคุมกรรมกรให้ทำงานแข่งกับเวลา ฉะนั้น ฯ

ทาน การสละวัตถุสิ่งของที่ตนมีอยู่ให้แก่บุคคลอื่น นอกจากผู้ให้จะได้รับอิ่มใจเพราะความดีของตนแล้ว ผู้รับยังได้บริโภคให้สอยวัตถุสิ่งนั้นให้เป็นประโยชน์แก่ตนอีกด้วย นับว่าไม่มีเสียผลทั้งสองฝ่าย แต่กาลเวลาที่สละทั้งชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายแล้ว ไม่เป็นผลแกทั้งสองฝ่าย คือกาลเวลาก็หมดไป ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็เสื่อมสูญไป ยังเหลือแต่ความคร่ำคร่าเหี่ยวแห้งระทมทุกข์อันใคร ๆ ไม่พึงปรารถนาทั้งนั้น

นอกจากบัณฑิตผู้ฉลาดในอุบายน้อมนำเอาความเสื่อมสิ้นไปแห่งชีวิตนั้นเข้ามาพิจารณาให้เห็นสภาพสังขารเป็นของไม่เที่ยง จนให้เกิดปัญญาสลดสังเวช อันเป็นเหตุจะให้เบื่อหน่ายคลายเสียจากความยึดมั่นในสังขารทั้งปวง ฉะนั้น ทานการสละให้ปันสิ่งของของตนที่หามาได้ในทางที่ชอบให้แก่ผู้อื่นในเมื่อกาลเวลากำลังเอาฆ่าชีวิตของเราไปอยู่ จึงเป็นของควรทำเพื่อชดให้ชีวิตที่หมดไปนั้นให้ได้ทุน (คือบุญ) กลับคืนมา

โดย เทพธรรม [18 ม.ค. 2555 , 06:46:34 น.] ( IP = 58.9.138.44 : : )


  สลักธรรม 2

การรักษาศีลก็ดี การรู้จักอภัยทานก็ดี นี่ก็เป็นการทำความดี
การทำดีนี้ทำเพื่อชดใช้ชีวิตของเราที่กาลเวลาคร่าหรือกลืนกินไปอีกด้วย

ผู้กระทำชั่ว พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นผู้มีหนี้ติดตัว ผู้มีหนี้ติดตัวย่อมมีความทุกข์เดือดร้อน ฉะนั้น บาปกรรมชั่วเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าของ แต่ผู้ใดทำลงไปแล้วแม้คนอื่นทั้งโลกเขาจะไม่เห็นก็ตาม แต่ความชั่วที่ตนกระทำลงไป แล้วนั่นแล เป็นเจ้าของมาทวงเอาหนี้ (คือความเดือดร้อนภายหลังเพราะบาปให้ผลเป็นความทุกข์) อยู่เสมอ ยิ่งซ้ำร้ายกว่าหนี้ที่มีเจ้าของเสียอีก

เป็นที่น่าเสียดาย บางคนผู้ประมาทแล้วด้วยยศ ด้วยลาภก็ตาม ไม่ได้นึกคิดถึงชีวิตอัตภาพของตน กลัวอย่างเดียวแต่กาลเวลาจะผ่านพ้นไป แล้วตัวของเขาเองจะไม่ได้ทำความชั่ว ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นของดีแล้ว เช่น สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร เป็นต้น นำเอาชีวิตของตนที่ยังเหลืออยู่นั้นไปทุ่มเทลงในหลุมแห่งอบายมุขหมดบุญกรรมนำส่งมาให้ได้ดิบได้ดี มีสมบัติอัครฐานอย่างมโหฬาร เตรียมพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างไม่ขัดสน แต่เห็นความเหล่านั้นเป็นเรื่องความทุกข์ไป สู่ความชั่วอบายมุขไม่ได้ กาลเวลาอายุเป็นของที่มีค่ามากเหลือไว้ แทนที่จะใช้ให้เป็นประโยชน์และความสุข คนผู้ประมาทแล้วกลับนำไปใช้ในทางที่เกิดโทษทุกข์ จมดิ่งลงสู่อบายมุขอย่างน่าใจหาย

สมกับพุทธภาษิตว่า เย ปมตฺตา ยถา มตา คนผู้ประมาทแล้วเป็นอยู่ก็เหมือนตายแล้ว ดังนี้ เพราะบุคคลผู้เช่นนั้น ถึงมีชีวิตอยู่นอกจากจะไม่ได้ทำสิ่งที่เป็นสาระให้แก่คนแล้ว ยังจะเป็นภัยแก่สังคมเป็นอันเป็นอันมากอีกด้วย

คนผู้ตายไปแล้วไม่เคยเป็นภัยแก่ใครเลย คนผู้ประมาทแล้วแล้วซิเป็นภัยแก่สังคมมาก ภัยเหล่านี้ย่อมเกิดจากผู้มีชีวิตอยู่แต่ประมาทแล้ว คือ ความโลภ ทะยานอยากได้ทำให้หน้ามืดไม่มีขอบเขตจนเป็นเหตุทำความเดือดร้อนให้แก่บุคคลอื่น ความโกรธ มุละทุ เหี้ยมโหด เพ่งแต่โทษ ของคนอื่น หาเรื่องทะเลาะค่าว่าฆ่าตีไม่มีดีกับใคร ๆ โมหะ ความหลงมัวเมาเข้าใจผิด คิดในสิ่งที่ดีว่าชั่ว สิ่งที่ชั่วว่าดี สิ่งที่ผิดเห็นเป็นถูก แต่สิ่งที่ถูกหลับเห็นเป็นผิด ไม่เข้าใจความเป็นจริง ดันทุรังถือรั้นเอาแต่ใจของตน เหล่านี้ก็ดี ย่อมเป็นภัยแก่สังคม

คนประมาทดังกล่าวมานี้ เข้าในสังคมใดย่อมก่อความไม่สงบวุ่นวายขึ้นสังคมนั้น จนเป็นเหตุให้สังคมเขาเอือมระอา แต่ตัวเองเห็นว่าเป็นของเด่นอยู่เสมอ ภัยทั้งหลายเหล่านี้ย่อมเกิดจากคนประเภทดังกล่าวแล้วทั้งนั้น

โดย เทพธรรม [18 ม.ค. 2555 , 06:52:36 น.] ( IP = 58.9.138.44 : : )


  สลักธรรม 3

อนึ่ง ท่านเปรียบกิเลส สามกองนั้นไว้อย่างน่าฟังว่า นตฺถิ ตณฺหาสมา นที แม้น้ำน้อยใหญ่ที่ไหลไปไม่มีเวลาหยุด เสมอด้วยความโลภทะยานอยากได้ของคนไม่มี นตฺถิ โทสสโม กลิ ความผิดของบุคคลผู้กระทำผิดอย่างร้ายแรง เสมอด้วยความโกรธไม่มี นตฺถิ โมหสมํ ชาลํ ข่ายทั้งหลายที่ดักสัตว์ทุก ๆ ชนิด (ถึงแม้จะวิเศษและทันสมัยอย่างไรก็ตาม) เสมอด้วยความหลงไม่มี ดังนี้

เมฆหมอกที่ปกคลุมแสงพระจันทร์พระอาทิตย์ ถึงแม้จะมืดมิดสักปานใดก็ยังมีเวลาฉายจ้าออกมาได้เวลาหนึ่ง แต่กิเลสสามกองนี้ เมื่อได้เข้าจับหัวใจของใครแล้ว ต้องมืดมิดปิดบังอย่างน่ากลัว

ความโลภความทะยานอยากได้มี่ขอบเขต เป็นกิเลส เหมือนน้ำฝนตกจากที่สูง ไหลท่วมท้นที่อยู่ของคนแล้วก็ไหลท่วมท้นที่อื่น ๆ ต่อไปจนเป็นอันตรายแก่พืชผลได้ ความโลภไม่รู้จักอิ่มของคนก็เหมือนกัน มีล้นเหลือแล้วไม่รู้จักพอ ยังอยากได้ของคนอื่นร่ำไป ทั้งที่ของตนมีอยู่มากมาย ถึงแม้ความหิวแทบตาย บางทียังไม่ยอมสละทรัพย์ออกใช้จ่ายไปยังเสียดาย เป็นทุกข์แทนเขา จนอดริษยาเขาไม่ได้ก็มี

ความโกรธเป็นเหมือนกับไฟ ย่อมไหม้เชื้อไม่เหลือ แม้แต่ของสด ๆ ก็ไหม้ความโกรธเมื่อเกิดขึ้นที่หัวใจของใครแล้วทำให้เหี้ยมโหดกักขฬะกล้าแข็งยิ่งนัก ไม่เลือกว่าหน้าอินทร์หน้าพรหม หรือผู้มีพระคุณอย่างไรก็ตาม มันโกรธได้ไม่เลือกหน้าหากมีศาสตราวุธอย่างวิเศษแล้วก็สามารถสังหารโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้ให้แหลกเป็นจุณไปด้วยแรงฤทธิ์ของมันในชั่วพริบตาเดียว

ความหลงที่เรียกว่าโมหะ มีลักษณะเหมือนเมฆหมอก ถึงแม้มันจะเป็นของเย็นก็ครอบคลุมได้ทั้งน้ำและไฟ แล้วไหลลอยไปตามลม กล่าวคือ เมื่อจิตทะยานอยากจนให้เกิดความโลภขึ้นมาแล้ว หลงก็พลอยสนับสนุน คิดเอาแต่ได้ ไม่เลือกหน้าว่าควรหรือไม่ควร ลักขโมย ปล้นจี้ วิ่งราว ฆ่าเจ้าของทำได้ทั้งนั้น ไม่คิดถึงโทษทุกข์ทั้งของตนและของตนอื่น ปิดบังสติสัมปชัญญะ มิได้คิดถึงคุณและโทษ ตั้งหน้าแต่จะกอบโกยเอาด้วยหน้าตามึนซาไม่มียางอายอย่างเดียว

ถึงความหลงจะไม่แสดงความพิษร้ายแรงเจ็บแสบ แต่หลงก็ได้เข้าไปแทรกสนับสนุนให้ความโกรธเห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ไปเข้าข้างตัวส่วนเดียวจนได้ ทำให้ความโกรธ มีกำลังแข็งกล้า ถึงกับหน้าเขียวเสียงสั่น ลบล้างศรัทธาปัญญาและศีลธรรมอันดีงามที่เคยได้อบรม มาหมด ในเมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้วก็ยังปรากฏอยู่อย่างเดียว นั่นคือ ตายักษ์หน้ามาร อากัปกิริยาของปีศาจ ความเกรี้ยวกราดของจอมพาล ความกล้าหาญอย่างโง่ ๆ ความหลงนี้ย่อมเข้าครอบคลุมได้ในที่ทุกสถาน ไม่ว่าบ้านหรือวัดรัฐสถาน แม้ราชสำนักมันก็ไม่กลัว ความหลงมันเข้าไปทรงอำนาจอิทธิพลเที่ยวป้วนเปี้ยนไปหมด

โดย เทพธรรม [18 ม.ค. 2555 , 06:57:12 น.] ( IP = 58.9.138.44 : : )


  สลักธรรม 4

กิเลส ๓ กองนี้ เมื่อเข้าไปหมักหมมดองอยู่ในใจของคนใดแล้ว ย่อมทำให้ใจของคนนั้นเสื่อมคุณภาพลงทุกที เหมือนสนิมเกิดขึ้นในเหล็กแล้วกัดเหล็กให้สึกกร่อนไป ฉะนั้น

ด้วยเหตุนี้ทุก ๆ คน จึงควรคิดถึงกาลเวลาอันมีค่า ที่เราอยู่ได้ไม่ตายเพราะกาลเวลายังเหลืออยู่ไว้ให้เราใช้ให้เป็นประโยชน์ และอย่าได้เข้าใจว่ามันยังเหลืออยู่มากนัก แท้จริง วันคืนเดือนปีที่เรานับกันว่าได้เท่านั้นเท่านี้นั้น มิใช่เรานับของที่ได้ แต่เรานับของที่เราหมดไป เหมือนกับคนเดินทาง ข้างหลังมีแต่จะยาวออกไป ข้างหน้าสั้นเข้า ๆ ทุกที อายุที่เรานับอวดอ้างกันนักหนาว่า ข้าได้ ๕๐ -๖๐-๗๐ ปีนั้น เป็นการนับอายุที่หมดไปแล้ว ไม่ได้กลับคืนมาให้เรานับอีกส่วนที่ยังเหลืออยู่ไม่มีใครรู้สักคนว่ายังอีกมากน้อยเท่าไร

โจรขึ้นขโมยของบนเรือน เจ้าของไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่แต่เฉพาะของที่หายไปเท่านั้น ส่วนที่ยังเหลือเจ้าของบ้านไม่เคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเลยฉันใด การนับอายุก็นับได้แต่ส่วนที่หมดไป ส่วนที่ยังเหลือไม่มีใครรู้เลยฉันนั้น

ผู้มาพิจารณาถึงอายุของตนว่าเป็นของมีประมาณน้อยและไม่มีเครื่องหมายไม่ทราบว่าจะตายวันไหน ย่อมเสื่อมสิ้นสูญไปกับ วัน คืน เดือน ปี แล้ว จึงควรเป็นผู้ไม่ประมาทในกุศลธรรมทั้งหลาย

อนึ่ง ผู้มาพิจารณาถึงกาลเวลาอันกลืนกินอายุชีวิตของตนให้หมดสิ้นสูญไป ๆ อยู่เสมอ ได้ชื่อว่าเป็นผู้เจริญมรณสติกัมมัฏฐาน หากปัญญาญาณยังไม่แก่กล้าสามารถจะถอนอุปาทานขันธ์ได้อย่างเด็ดขาด ก็ยังจะเป็นเครื่องบรรเทาความมัวเมาประมาท ให้ลดหย่อนลงบ้างตามโอกาสอันสมควร แล้วจะได้ปรารภถึงคุณงามความดี มีการทำทาน รักษาศีล ภาวนา เป็นต้น ละความชั่ว ความผิดทุจริตต่าง ๆ ที่เคยทำมาแล้วและกำลังทำอยู่ก็ดี ไม่สามารถจะทำต่อไป ตามวิสัยของผู้ไม่ประมาท ก็จะเป็นประโยชน์โสตถิผลทั้งแก่ตนและส่วนรวมตลอดทั้งโลกนี้และโลกหน้า ถ้าอาศัย อัปปมาทธรรม คือความไม่ประมาทเจริญไม่ขาดจนให้ชำนาญ ปานประหนึ่งว่ายานพาหนะอันจะนำตนไปสู่มัคควิถีแล้ว จะมีจิตแกล้วกล้าสามารถต่อสู้มัจจุราชภัยอาจหวังได้ชัยชนะในที่สุด เพราะผู้ย่อมสละทุกสิ่งแม้แต่ชีวิตก็ยอมพลีไม่มีอาลัยเพื่อความบริสุทธิ์ของใจแล้ว อารมณ์ทั้งหลายแหล่ก็ปราศจากไปไม่มีเหลือ จิตก็จะตั้งมั่นปัญญาที่รู้เรื่องราวของชีวิต ก็จะปรากฎความยึดมั่นในตัวในตนก็จะหมดไป ชีวิตก็มีสาระธรรมเกิดขึ้น
ความปรากฎแห่งธรรมชาติคือพระนิพพานก็จะในชีวิตเราได้เพราะ การใช้ชีวิตที่แห่งคุณค่าแห่งกาลเวลานี้เอง

โดย เทพธรรม [18 ม.ค. 2555 , 07:03:06 น.] ( IP = 58.9.138.44 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org