| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
งามในชื่อ
สลักธรรม 1ขีณาสพ
คำว่า ขีณาสพ เป็นคำยืมมาจากภาษาบาลี ขีณาสว ซึ่งมาจากคำว่า
ขีณ กับ อาสวขีณ แปลว่าหมดสิ้นไปแล้ว เสื่อมสลายไปแล้ว
ส่วน อาสว แปลว่ากิเลสที่จมลึกอยู่ในสันดาน
ขีณาสพ จึงแปลรวมกันว่า ผู้ที่ขจัดกิเลสจมอยู่ในสันดานหมดสิ้นไปได้แล้ว
ขีณาสพเป็นสมญานามที่ใช้เรียกพระอรหันต์ เพราะพระอรหันต์คือบุคคลผู้มีปัญญาและความเพียร ได้ใช้ปัญญาและความเพียรของตนเองเอาชนะกิเลสอันได้แก่ ความโลภ ความโกรธ และความหลงได้ เป็นผู้ที่มีจิตผ่องแผ้ว บริสุทธิ์ ปราศจากความมัวหมองใดๆ เช่น พระอานนท์บรรลุพระอรหัตผลเป็นขีณาสพก่อนการสังคายนาพระไตรปิฎกเพียงวันเดียว
พระพุทธเจ้าทรงยกย่องผู้ที่เป็นขีณาสพว่า เป็นบุคคลผู้ประเสริฐที่สุด เพราะสามารถเข้าใจพระธรรมอันลึกซึ้งของพระองค์ได้อย่างถ่องแท้ ทำให้ไม่ต้องเวียนเกิด เวียนตายอยู่ในภพภูมิอันไม่เที่ยงแท้ของโลก และจะได้รับความสุขแห่งพระนิพพานเมื่อละชีวิตจากโลกนี้ไปแล้วโดย เทพธรรม ..นำมาฝาก [22 ม.ค. 2555 , 09:36:39 น.] ( IP = 58.9.208.104 : : )
สลักธรรม 2สมณะ
เป็นคำยืมจากภาษาบาลีว่า
สมณ ซึ่งแปลตามรูปศัพท์ว่า ผู้บำเพ็ญตบะเพื่อขจัดกิเลสหรือผู้เหน็ดเหนื่อยจากการทำสมาธิภาวนา
ภาษาสันสกฤตใช้ว่า ศรมณ หมายความว่า ผู้ทรมานตนเอง เพราะตามคติพราหมณ์เชื่อว่า การทรมานตนเป็นวิธีที่จะทำให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏได้
แต่พระพุทธศาสนาเชื่อว่า การทรมานตนไม่ใช่หนทางที่จะทำให้หลุดพ้นจากการเกิด การดับได้ การหลุดพ้นจะเกิดขึ้นเมื่อได้ขจัดกิเลสและอาสวะให้หมดสิ้นไปแล้วเท่านั้น การขจัดกิเลสต้องอาศัยการทรมานเช่นเดียวกัน แต่เป็นการทรมานจิตมิให้หลงใหลในกิเลสตัณหา มิใช่การทรมานกาย
การพยายามขจัดกิเลสและอาสวะให้หมดสิ้นไปเป็นสิ่งที่ยากเย็นยิ่งนัก ผู้ที่พยายามขจัดกิเลสจึงเป็นผู้ที่เหน็ดเหนื่อยอย่างยิ่ง สมควรเรียกว่า สมณะโดย เทพธรรม ..นำมาฝาก [22 ม.ค. 2555 , 09:38:10 น.] ( IP = 58.9.208.104 : : )
สลักธรรม 3พระสงฆ์
คำว่า พระสงฆ์ มาจากคำบาลีว่า
สงฺฆ แปลว่า หมู่ ชุมนุม คนทั่วไปมักเข้าใจว่า พระสงฆ์ คือ ภิกษุ
แต่ในทางพระพุทธศาสนา หมายถึง หมู่ภิกษุ และภิกษุตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป เรียกว่า คณะสงฆ์ การประกอบสังฆกรรมที่สำคัญในทางพุทธศาสนาต้องมีคณะสงฆ์ซึ่งประกอบด้วยภิกษุอย่างน้อยที่สุด ๔ รูปร่วมพิธี สังฆกรรมนั้นจึงจะสำเร็จสมบูรณ์ หากคณะสงฆ์ไม่ครบคณะ ก็จะประกอบสังฆกรรมไม่ได้
พระสงฆ์จัดว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญเพราะเป็นศาสนทายาทสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป พระสงฆ์จึงต้องประพฤติปฏิบัติตนให้ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติของพระสงฆ์ที่ดี เมื่อพระสงฆ์ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ก็จะเป็นเหตุจูงใจประชาชนให้เกิดความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา หากพระสงฆ์ปฏิบัติตนไม่ดีจะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและทำให้พระพุทธศาสนามัวหมองโดย เทพธรรม ..นำมาฝาก [22 ม.ค. 2555 , 09:40:09 น.] ( IP = 58.9.208.104 : : )
สลักธรรม 4พระสงฆ์ปุถุชน
พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา อาจกล่าวได้ว่ามี ๒ ประเภท คือ อริยสงฆ์ กับพระสังฆ์ปุถุชน
พระอริยสงฆ์ คือ พระสงฆ์ผู้เป็นอริยบุคคล
ส่วนพระสงฆ์ปุถุชน คือ ชายที่บวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา ได้ปฏิบัติตามกฎหมายของสงฆ์ ที่เรียกว่า วินัยสงฆ์ ได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วนำคำสอนนั้นไปถ่ายทอดแก่ประชาชนทั่วไป พระสงฆ์เหล่านั้นยังเป็นปุถุชน คือ เป็นผู้ที่ยังมีจิตหนาแน่นด้วยกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง แต่หากได้ตั้งใจปฏิบัติตนเป็นผู้ทรงศีล ตั้งใจละความโลภ ความโกรธ ความหลงให้เบาบางลง แม้จะยังเป็นปุถุชนอยู่ ก็เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้าน
ส่วนพระสงฆ์ปุถุชนที่ไม่รักษาวินัยของสงฆ์ ไม่ปฏิบัติตน เพื่อลดละกิเลส ไม่สั่งสอนประชาชนในทางที่ถูกต้องตามหลักธรรมของศาสนา สะสมทรัพย์สมบัติสร้างความร่ำรวยและความสะดวกสบายให้ตนล้วนเป็นผู้ที่ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อม พระพุทธศาสนาจะเจริญหรือเสื่อมก็อยู่ที่พระภิกษุสงฆ์ผู้เป็นศาสนทายาทผู้สืบทอดพระศาสนานั้นเองโดย เทพธรรม ..นำมาฝาก [22 ม.ค. 2555 , 09:41:38 น.] ( IP = 58.9.208.104 : : )
สลักธรรม 5พระอริยสงฆ์
คือพระสงฆ์ผู้เป็นอริยะ หมายถึง พระสงฆ์ผู้บรรลุธรรมะวิเศษ สามารถลดละกิเลสในจิตใจได้ พระอริยสงฆ์ในพระพุทธศาสนา มี ๔ ขั้น เรียงจากขั้นต่ำขึ้นไป คือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์
พระอริยสงฆ์ ๓ ขั้นแรกเป็นผู้บรรลุธรรมะขั้นสูงที่เรียกว่า โลกุตรธรรม คือ ธรรมะที่พ้นวิสัยของโลก น้อยมากตามลำดับ แต่ยังละกิเลสไม่ได้หมดสิ้น ส่วนพระอริยสงฆ์ขั้นที่ ๔ คือ พระอรหันต์ สามารถละกิเลสได้หมดสิ้น ทั้งราคะ คือความโลภ โทสะ คือความโกรธ และโมหะ คือความหลง
คำว่า อรหันต์ แปลว่า ผู้สามารถ หมายถึง ผู้สามารถขจัดกิเลสให้หมดสิ้นไป การบรรลุโลกุตรธรรมเป็นความรู้เฉพาะตนซึ่งพระอริยสงฆ์เท่านั้นจะทราบได้ ผู้ใดจะอวดอ้าง หรือสรรเสริญว่าภิกษุรูปใดบรรลุพระธรรม เป็นอริยสงฆ์เท่านั้นจะทราบได้
ผู้ใดจะอวดอ้าง หรือสรรเสริญว่าภิกษุรูปใดบรรลุพระธรรมเป็นอริยสงฆ์แล้วไม่ได้ ภิกษุรูปใดอวดอ้างว่าตนเป็นอริยสงฆ์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ก็ถือว่าทำผิดร้ายแรงต้องโทษ อาบัติขาดจากความเป็นภิกษุและจะกลับมาบวชอีกไม่ได้
โดย เทพธรรม ..นำมาฝาก [22 ม.ค. 2555 , 09:43:24 น.] ( IP = 58.9.208.104 : : )
สลักธรรม 6อนุโมทนาครับ
เป็นความงามในชื่อที่ทรงคุณค่ามากมายจริงๆครับ
และยังเป็นลำดับขั้นตอนที่ลาดไปสู่ที่สูงส่งทางใจได้ดีเยี่ยมเลยครับ จนเกิดความปิติใจจากการอ่านครับ
ขอบคุณมากครับ โดย พี่เณร [22 ม.ค. 2555 , 09:46:24 น.] ( IP = 58.9.208.104 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |