| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บุญบาปเก็บเอาไว้ที่ไหน?
สลักธรรม 1
เมื่อจับเอาเหตุผลตื้นๆเผินๆ เข้ามาเป็นหลักแล้ว ก็ตัดสินใจกระทำไปตามความคิดเห็นที่ผิดๆเหล่านั้น ชีวิตจึงต้องเดินไปในสายทางที่ขรุขระทุรกันดารในอนาคตโดยไม่รู้สึกตัว
เหมือนเด็กเล็กที่คลานป้วนเปี้ยนอยู่บนนอกชานด้วยไม่ทราบเลยว่าตรงไหนเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นร่องเป็นคู และที่ตรงไหนเป็นที่สุดกระดานแล้วจะตกลงไป ดังนั้นจึงคลานไปพลาง เล่นสนุกสนานไปพลาง โดยมิได้คำนึงถึงอะไรเลย
ในเรื่องเหล่านี้ แม้ว่าชาวโลกจะพากันถือว่าเป็นปัญหาโลกแตก ตั้งแต่สร้างโลกขึ้นมาก็ไม่มีใครแก้ปัญหา หรืออธิบายได้ก็จริง แต่ถ้าได้ศึกษาพระอภิธรรมละเอียดลึกซึ้งขึ้นไปเรื่อยๆแล้ว ก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องมิได้ใหญ่โตอะไรเลย เหตุผลตลอดจนข้อเท็จจริงก็มีอยู่ทั่วไปที่จะกลับความคิดเห็นของคนที่มีความรู้ดีๆ เฉลียวฉลาดมากๆได้ ข้อสำคัญจึงอยู่ที่ว่าจะยอมศึกษาจริงๆหรือไม่เท่านั้น
ท่านนักศึกษาทั้งหลาย ถ้าท่านจำเรื่องอะไรไม่ได้เลย ออกจากสถานที่ศึกษานี้แล้วเดินเปะปะไป ท่านจะกลับบ้านก็ไม่ทราบว่าบ้านอยู่ที่ไหน ไม่ทราบว่าจะขึ้นรถลงเรืออะไรไป ใบหน้าของบุตร ภรรยา สามี ท่านก็นึกไม่ออกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วท่านจะทำอย่างไร
แน่นอนทีเดียว ท่านก็คงจะว่าเป็นไปไม่ได้ เราก็ออกจากบ้านมาทุกวัน เราก็กลับบ้านทุกวัน ใบหน้าของบุตร ภรรยา สามี ก็เห็นกันอยู่ทุกวัน พอโผล่เข้าประตูบ้านก็พากันออกมาต้อนรับด้วยความยินดีทุกวัน
ผมก็ขอให้เป็นเช่นนั้น ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่ไม่เป็นไปอย่างที่ผมตั้งคำถาม แต่ผมก็จะขอตั้งปัญหาใหม่ถามว่า เหตุใด ท่านจึงกลับไปบ้านของท่านได้ถูกต้อง ทราบได้อย่างไรว่า บ้านของท่านอยู่ที่ไหน ขึ้นรถ ลงเรืออะไรไป หน้าตาของบุตร ภรรยา สามี เป็นอย่างไร เหตุใดท่านจึงจำได้ ไม่เคยไปตู่เอาบุตร ภรรยา สามีของคนอื่นเขาเลยแม้แต่หนเดียว โดย ศาลาธรรม [2 ก.พ. 2555 , 13:01:06 น.] ( IP = 125.27.175.251 : : )
สลักธรรม 2
ผมเชื่อว่าคำถามนี้คงตอบไม่ได้ง่ายนัก ในชั้นต้นนี้เรามาพูดกันให้เข้าใจง่ายๆ สะดวกๆใจ ไม่ต้องคิดมากเสียก่อนว่า การที่เราไม่ได้หลงลืมอะไรไปก็เป็นเพราะเราจำได้ และที่เราจำได้ก็เพราะเราขุดเอาความจำที่เราเก็บไว้ในอดีตขึ้นมาจากจิตใจ แน่ละ เราเก็บเอาสิ่งเหล่านี้ไว้ในจิตใจ จึงระลึกขึ้นมาได้
ถ้าเช่นนั้นความดีความชั่วเก็บเอาไว้ในจิตใจบ้างไม่ได้หรือ และความดีความชั่วที่เก็บไว้ในจิตใจจะโผล่หน้าขึ้นมาไม่ได้หรืออย่างไร
ในเรื่องนี้ย่อมไม่มีใครโต้เถียงได้ เพราะอย่างน้อยก็เกิดอยู่ทุกรูป ทุกนาม เช่น ระลึกถึงในเรื่องเก่าๆ ในสมัยที่ยังเด็กๆ ในความยากลำบากแสนสาหัส แล้วก็เศร้าเสียใจ
เมื่อเด็กๆเคยขโมยเป็นเซียน ครั้นมาบัดนี้เป็นผู้ใหญ่ไม่ได้ขโมยแล้ว เพราะมีอาชีพเป็นหลักฐาน แต่อย่างไรก็ดี ถ้าการเงินการทองเป็นไปไม่เรียบร้อย หรือมีช่องโอกาสเปิดเอาไว้บ้าง บุคคลนี้ก็จะไม่รีรอที่จะกระโดดใส่ทันที อำนาจของอดีตที่เคยทำมาย่อมเข้าร่วมสนับสนุนอยู่เสมอ ในเรื่องของความดีก็โดยทำนองเดียวกัน โดย ศาลาธรรม [2 ก.พ. 2555 , 13:01:23 น.] ( IP = 125.27.175.251 : : )
สลักธรรม 3
ผลของการกระทำที่เก็บเอาไว้ในจิตนั้น มิได้สูญหายไปไหนเลย มีโอกาสเมื่อใดมันก็จะให้ผลเมื่อนั้น (ยกเว้นอโหสิกรรม) ส่วนโอกาสอย่างไร ขณะไหน มันแสดงผลกรรมนั้นออกมาได้อย่างไร เป็นเรื่องที่เราจะได้ศึกษากันต่อไป
อย่างไรก็ดี ผู้ที่มิได้ศึกษาเล่าเรียนในธรรมะที่ลึกซึ้งแล้วคิดนึกเอาเอง ก็ย่อมจะเข้าไปไม่ถึงว่าผู้ที่ทำความชั่วอยู่เสมอแล้ว เหตุใดจึงได้กินดีอยู่ดีมีความสุข และผู้ที่กำลังทำความดีอยู่ตลอดเวลากลับกินไม่ดี อยู่ไม่ดี มีความทุกข์
ในเรื่องนี้เป็นเหตุผลที่จำจะต้องศึกษามากสักหน่อย ผมหวังว่าการบรรยายอีกไม่กี่ครั้งข้างหน้านี้ ท่านนักศึกษาก็คงจะสว่างขึ้น แล้วความสงสัยในเรื่องนี้ก็จะน้อยลงเป็นลำดับๆไป ตามความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น โดย ศาลาธรรม [2 ก.พ. 2555 , 13:01:40 น.] ( IP = 125.27.175.251 : : )
สลักธรรม 4
การเกิดอารมณ์ขึ้นดังที่กล่าวมานั้น ถ้าจะว่าโดยทั่วไป หรือที่เป็นไปตามธรรมดาสามัญ มิใช่เข้าสู่การปฏิบัติวิปัสสนาที่กำลังได้ปัญญาแล้ว จะไม่มีอดีตกรรมเข้ามาร่วมด้วยนั้นไม่มีเลย ตัวอย่างเช่น มีคนมาบ่นว่าเรื่องที่ไม่ดี เช่นการติเตียนเป็นต้น
เราก็เกิดความไม่พอใจ การที่เราไม่พอใจนั้นก็เพราะเราทราบว่าเขาติเตียนว่าเราไม่ดีอย่างไร ถ้อยคำที่ไม่ดีต่างๆ เป็นเรื่องของอดีตที่เก็บอยู่ในจิตใจ ก็ออกมาร่วมกันตัดสินในอารมณ์ที่ได้ยินนั้นด้วย ถ้าติเตียนเด็กเล็กๆ หรือคนต่างภาษาพูดไทยไม่เป็น ก็จะไม่รู้เรื่องว่าอะไรเลย ความไม่พอใจในเรื่องที่ติเตียนก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ก็จะเห็นได้ว่าต้องอาศัยกรรมเก่าที่ทำเอาไว้นั้นๆ ออกมาร่วมด้วย
อนึ่ง ถ้าในอดีต คือตั้งแต่ยังเล็กๆ ได้ถูกอบรมหรือสิ่งแวดล้อมอยู่ในหมู่ของพวกยกตัว ถือตัวว่าร่ำรวย มีเกียรติ มียศสูง ก็จะสนับสนุนให้เกิดความสะเทือนใจแรงขึ้น คือความรู้สึกไม่พอใจที่ถูกติเตียนก็จะสูง
ยิ่งในอดีตชาติเคยได้อบรมความถือตัวไว้มาก เช่นในชาติก่อนเคยเป็นเจ้าคุณมียศถาบรรดาศักดิ์ ใครๆต้องคารวะกราบไหว้ยำเกรงมามากด้วยแล้ว ก็ยิ่งจะเป็นคนที่สามัญชนทั้งหลายเข้าถึงได้ยากทีเดียว กระทบนิดเดียวอาจเป็นฟืนเป็นไฟก็ได้
บางคนเพียงเพื่อนฝูงพูดเป็นเชิงแสดงถึงความยากจนเข้าสักเล็กน้อยเท่านั้นก็โกรธเสียยกใหญ่ เพราะไปกระทบกระเทือนเอาการอบรมที่ได้สั่งสมประทับไว้ในใจของเขา ส่วนเรื่องหนักหรือเบานั้นก็แล้วแต่ได้สั่งสมมามากน้อยอย่างไร
![]()
โดย ศาลาธรรม [2 ก.พ. 2555 , 13:02:01 น.] ( IP = 125.27.175.251 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |