| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
กรรม
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ตามมาอ่านบทกวีแล้วทำให้นึกถึงคำถามที่เคยถามพี่ดอกแก้วไว้ค่ะ เกี่ยวกับเรื่องกรรมนี่แหละ เพื่อสนทนาธรรมร่วมกับกระทู้นี้ก็เลยนำคำตอบมาให้อ่านกันบ้างค่ะ
คำถาม : หนีกรรมหรือตัดกรรม จะทำได้หรือไม่ค่ะ?
คำตอบ : ถามว่าจะหนีหรือตัดกรรมนั้น จะทำได้ไหมนั้น..พี่ดอกแก้วขอยืนยันนะคะว่า หนีกรรมหรือตัดกรรมไม่ได้
ไม่มีใครหนีผลกรรมที่ทำไว้แล้วได้ เช่น เมื่อทำกุศลกรรมมาแล้ว ถึงเวลากุศลกรรมจะให้ผล แม้ไม่อยากได้ก็ต้องได้ ไม่อยากรวยก็ต้องรวย หรืออยู่ดีๆก็มีคนมาเชิญให้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แม้ไม่อยากเป็น เขาก็เชิญให้เป็น
สำหรับผลของอกุศลกรรมก็โดยนัยเดียวกัน กล่าวคือ แม้ไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็ไม่สามารถจะยับยั้งได้ เช่น ได้ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงหนักเบาต่างๆกันไป ตามควรแก่กรรม (อกุศลกรรม) ที่ได้กระทำไว้แล้ว
ความเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายต่างๆ หรือลงทุนค้าขายก็ประสบปัญหาขาดทุน ล้มละลาย เป็นต้น
บางคนคิดว่าตนเองฉลาดรอบรู้รอบคอบ จึงพยายามจะทำความดีลบล้างความชั่ว เช่น ได้เงินมาหลายร้อยล้านด้วยการทุจริต ก็แล้วก็นำเงินที่ได้แบ่งมาจากกลุ่มที่ร่วมกันทุจริตไปทำบุญกฐิน ผ้าป่า หรือ บริจาคช่วยเหลือคนยากจน
เพราะคิดเอาเองว่า จะได้หักกลบลบหนี้กันไป แต่โดยสภาพความเป็นจริงแล้ว การให้ผลของกรรมมิได้ปะปนกันเลยนะคะโดย น้องกิ้ฟ [10 ก.พ. 2555 , 16:07:14 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : )
สลักธรรม 2กรรมชั่วที่ได้กระทำไปเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องรับผลในส่วนของกรรมชั่วนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็ว ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้าแน่นอนค่ะ
ส่วนกรรมดีที่ได้กระทำ ก็รอโอกาสที่จะให้ผลต่อไป ไม่มีใครสามารถลบล้าง หรือเอากรรมไปตัดทิ้งได้นะคะ
แม้พระพุทธองค์เองก็ไม่สามารถจะพ้นจากกรรมที่ได้กระทำไว้แล้วในอดีตชาติได้ ดังได้ทรงแสดงอกุศลกรรมในอดีตชาติ อันเป็นเหตุให้พระองค์เองต้องประสบกับทุกขเวทนาต่างๆในพระชาตินี้ เช่น การที่ต้องบำเพ็ญทุกรกิริยาอยู่ถึง ๖ พรรษา ทรงแสดงบุรพกรรมของพระองค์ไว้ใน อรรถกถา พุทธวรรคที่ ๑ พุทธปาทานว่า
ก็ในกาลนั้น เราได้เป็นพราหมณ์ชื่อโชติปาละ
ได้กล่าวกับพระกัสสปสุคตเจ้าว่า
การตรัสรู้ของสมณะโล้นจักมีมาแต่ไหน
การตรัสรู้เป็นของยากยิ่ง
เพราะวิบากกรรมอันนั้น
เราจึงต้องทำทุกรกิริยามากมาย
อยู่ที่ตำบลอุรุเวลาถึง ๖ ปี
จึงบรรลุพระโพธิญาณ
ด้วยวิบากกรรมนั้นเอง ทำให้พระองค์ปฏิบัติผิด อันเป็นเหตุให้พระองค์ต้องทุกข์ทรมานพระวรกายอย่างยิ่ง กว่าจะทรงทราบว่าการบำเพ็ญทุกรกิริยาเป็นข้อปฏิบัติที่ผิด และมิใช่หนทางที่จะบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ....นี่ไงคะอำนาจกรรม หรือจะเรียกว่าผลของกรรม ที่ไม่มีแรงใดๆเลยในโลกนี้ จะมีอำนาจเหนือแรงกรรมค่ะ
นี่แหละค่ะคำตอบที่ได้รับจากพี่ดอกแก้ว โดย น้องกิ้ฟ [10 ก.พ. 2555 , 16:09:00 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : )
สลักธรรม 3
สาธุครับพี่ดอกแก้ว...วันนี้พี่เณรเองก็แสนจะเศร้าใจ เพราะได้พบกับผลของกรรมด้วยตาตนเองครับ เศร้าสลดใจจริงๆครับ
คือพี่เณรได้ไปเยี่ยมไข้ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งมาครับ ก่อนไปพี่เณรก็เตรียมใจไปก่อนแล้ว แต่พอไปถึงใจที่เตรียมนั้น เรียกว่าไม่พร้อมพอที่จะต่อสู้กับสิ่งที่ได้รับรู้และเห็น..จึงเศร้าใจมากทีเดียว เพราะผู้ที่รับผลกรรมที่อยู่ต่อหน้านั้น หาใช่ใครอื่นไม่ แต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เก่งมากในการสอนพระอภิธรรมทีเดียว แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครหลีกหนีกรรมพ้นได้เลย
ครับพี่ดอกแก้ว..ทำให้ใจพี่เณรรู้สึกถึงการสิ้นสุดแห่งการเวียนว่าย ตายเกิด ว่าเป็นหนทางเดียวที่จะพ้นจากกรรมได้ จริงๆครับ ความรู้สึกนี้แรงมากเลยครับผมโดย พี่เณร [10 ก.พ. 2555 , 16:10:25 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : )
สลักธรรม 4สวัสดีค่ะน้องกิ้ฟ
พี่ดอกแก้วขอคุณมากนะค่ะ
ที่นอกจากมาอ่านแล้วยังอุส่าห์นำบทความที่ถามตอบเรื่องกรรมมาลงไว้ที่นี้อีกครั้ง
เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์แก่ชนทั่วไป
ขอให้กุศลกรรมที่น้องกิ้ฟสร้างไว้นี้
จงเป็นพลวะปัจจัยส่งผลให้น้องกิ้ฟ
เป็นผู้ที่มีจิตมั่นคงในศรัทธาธรรม
และนำพาชีวิตให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมองทั้งปวงนะค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [10 ก.พ. 2555 , 16:11:54 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : )
สลักธรรม 5สวัสดีค่ะพี่เณร ขออนุโมทนาที่พี่เณรได้ไปเยี่ยมไข้ด้วยจิตเมตตากระทำไปด้วยนะค่ะ
พี่ดอกแก้วก็รู้สึกสลดหดหู่ใจด้วยค่ะ ที่ทราบเรื่องการป่วยเจ็บครั้งนี้ค่ะ ได้แต่ตั้งกัลยาณจิตส่งกระแสแห่งความกรุณาไปให้ท่านกำลังป่วย ได้เบาบางจากทุกขเวทนาลงบ้าง
เพื่อเปิดโอกาสให้ธรรมะที่มีอยู่เข้ามารักษาใจให้สงบ ให้สติกล้าปัญญาแรง เพื่อก้าวล่วงจากทุกข์ที่ได้รับอยู่นั้นได้ค่ะ
พี่เณรคะ..อำนาจกรรมแรงจริงๆนะคะ แต่ถ้าสามารถดำรงจิตให้สงบได้ มีสติคุ้มครองได้ มีปัญญาตัดสินอารมณ์ที่มากระทบได้ พี่ดอกแก้วเชื่อแน่ว่า อำนาจแห่งสมาธิ สติ และปัญญานั้นย่อมมีพลานุภาพมากกว่านะคะพี่เณร.โดย พี่ดอกแก้ว [10 ก.พ. 2555 , 16:13:55 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : )
สลักธรรม 6การกระทำ..บางครั้งเราก็เลือกไม่ได้ ชีวิตเรา..บางครั้งมันไม่ใช่ของเรา เราไม่แน่ใจว่า กระทำเช่นนั้นจะได้ผลเช่นนั้น แต่เรามั่นใจ ว่าการกระทำสิ่งที่ดี..สามารถชะล้างสนิมในใจได้..
โดย โอ คาลิฟโซ [10 ก.พ. 2555 , 16:15:43 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : )
สลักธรรม 7สวัสดีค่ะคุณ...โอ คาลิฟโซ...
บางครั้งเราก็ตกอยู่ในภาวะ..ไม่ทำไม่ได้..บรรยากาศในขณะนั้นไม่ปลอดโปร่งเลยสำหรับจิตใจ
แต่เมื่อต้องทำแล้ว ...คติประจำใจอย่างหนึ่งของพี่ดอกแก้วก็คือ
...ทำอย่างสุดความสามารถ เกินความสามารถไม่มีใครทำได้...แล้วผลจะออกมาเช่นไรก็เป็นที่ยอมรับได้ของเราเองว่า เราทำได้เพียงเท่านี้
..และการทำความดีแม้จะเล็กน้อยก็ยังดีกว่าปล่อยให้ความไม่ดีเกิดขึ้นในใจแม้จะเล็กน้อยเช่นกัน
...พี่ดอกแก้วคิดอย่างนี้แหละค่ะ
ขอบคุณมากนะคะที่แวะมาทักทายและร่วมแสดงความคิดเห็นที่ดีไว้ตรงนี้ค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [10 ก.พ. 2555 , 16:17:44 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : )
สลักธรรม 8ซาบซึ้งถึงสัจจะธรรมเลยครับ...พี่ดอกแก้ว
คนเราเกิดมาใช้กรรมเก่า..และสร้างกรรมใหม่
โลกนี้เป็นดินแดนแห่งอุบัติการณ์ของบุญและ
บาป เป็นที่ทำมาหากรรมของมนุษย์ทั้งหลายจะไปนรกหรือสวรรค์ก็มาตั้งต้นกันตรงนี้........
ชีวิตคือการเดินทาง...เรือนร่างเป็นเพียงศาลาที่พักอาศัย เรายังต้องเดินทางกันอีกไกล ในวัฏฏะสงสารนี้ เสบียงที่จะนำติดตัวไปได้ก็มีแต่เสบียงบุญเท่านั้นแล......
น้ำในแก้ว
น้ำขุ่นเหมือนหัวใจที่ขุ่นมัว
แลสลัวไม่ใสยามใส่แก้ว
น้ำสะอาดเติมลงไปมากเฮย
ความดีละลายให้ความชั่วย่อมเจือจาง..ฯโดย มนต์กวี(เสบียงบุญ) [10 ก.พ. 2555 , 16:19:26 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : )
สลักธรรม 9สวัสดีค่ะ...คุณมนต์กวี...
วลีที่ว่า ..โลกนี้เป็นที่ทำมาหากรรมของมนุษย์ทั้งหลายน่าประทับใจมากค่ะ
เพราะสรุปโลกใบใหญ่ๆให้เป็น office ขนาดกระทัดรัดเฉพาะตัวได้ทันที
ยิ่งศึกษาและปฏิบัติก็ยิ่งตระหนักชัดถึงความโชคดีประการหนึ่งของตนเอง..คือเป็นโชคดีที่เกิดเป็นมนุษย์แล้วได้มาพบพระพุทธศาสนา
ทำให้มีโอกาสเลือกกระทำเพื่อเปลี่ยนวงจรของกรรมได้บ้าง ..
คุณมนต์กวียกเรื่องน้ำขุ่นน้ำใสมาแล้ว
พี่ดอกแก้วขอยกอุปมาอื่นที่คล้ายกันบ้างนะคะว่า..
ครูบาอาจารย์ท่านเปรียบว่า ..ความเคยชินในการทำอกุศลหรือกิเลสที่นอนเนื่องอยู่นั้นเปรียบเหมือนรสเค็มจัดของเกลือที่ละลายอยู่ในแก้วน้ำใจ
แต่เมื่อเราพยายามขัดเกลาจิตใจ ละคลาย งดเว้นการทำชั่วให้มีปริมาณของความดีมากขึ้นก็เปรียบเสมือนการเติมน้ำลงไปในแก้วใจใบนั้น
ทำดีบ่อยๆ ก็เหมือนเติมน้ำลงไปบ่อย ..ไม่นานรสเค็มก็เจือจางจนไม่ปรากฏเพราะพ่ายแพ้ปริมาณของน้ำ..คือความดีที่มากขึ้นนั่นเองค่ะ
ขอบคุณมากนะคะกับความคิดเห็นและเสบียงบุญที่นำมาอุดหนุนกันถึงที่นี่โดย พี่ดอกแก้ว [10 ก.พ. 2555 , 16:21:27 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : )
สลักธรรม 10แวะมาอ่านครับพี่ดอกแก้ว..สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม....
รักษาสุขภาพนะครับ
โดย ม้าเหล็ก [10 ก.พ. 2555 , 16:23:40 น.] ( IP = 58.11.39.171 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |