มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความพยาบาทกับการฆ่าตัวตาย






โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ความพยาบาทกับการฆ่าตัวตาย


บุคคลโดยมากมีความเข้าใจว่า พยาบาทนั้น จะต้องคิดปองร้ายผู้อื่น เช่น มีคนมานินทาว่าให้บังเกิดความเสียหาย ก็คิดแค้นอาฆาต ผูกใจเจ็บ แล้วคิดแก้แค้นตอบแทนหรือมีคนมากดขี่ บีบบังคับให้ตนต้องเสียทรัพย์สินไปมากมาย จึงไปซุ่มคอบแอบทำร้ายร่างกาย อย่างน้อยก็ต้องคอยคิดปองร้ายผู้อื่น ดังนั้นจึงได้พูดกันโดยทั่วไปว่า พยาบาทปองร้าย

ความเข้าใจของคนทั้งหลายดังกล่าวมาก็นับว่าถูกต้อง แต่ทว่าความถูกต้อง แต่ทว่าความถูกต้องนั้นยังไม่มีความสมบูรณ์เต็มที่ ถูกเพียงส่วนเดียวในจำนวนทั้งหมดที่มีอยู่อีกหลายส่วน และถ้าความเข้าใจคับแคบดังนี้ ก็นับว่าน่าเสียดาย

ก่อนอื่น ท่านนักศึกษาก็จำเป็นต้องศึกษาถึงคำว่า พยาปาทะ และสาเหตุของพยาปาทะเสียก่อนว่า พยาปาทะ หรือพยาบาทนั้นคืออะไร และคำว่าพยาบาทนี้มีสาเหตุเกิดขึ้นมาจากอะไรบ้าง

ผมได้เคยแสดงมาแล้วว่า สัตว์ทั้งหลายมีสัญชาตญาณเห็นแก่ตัวเองเป็นใหญ่อยากจะได้ อยากจะดี อยากจะเด่น อยากจะเป็นใหญ่เป็นโตด้วยกันทุกรูปทุกนาม จะแตกต่างกันอยู่บ้างก็เพียงแต่ว่า ความอยากมีจำนวนน้อยหรือมากกว่ากันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงต่างก็แสวงหาอารมณ์อันเกิดขึ้นตามทวารต่างๆ ที่ตนต้องการอยู่ตลอดเวลา จึงได้ท่องเที่ยวซอกซอนแสวงหาไปในสารทิศทั้งปวง ทั้งกลางคืนและกลางวัน จะเว้นบ้างก็ต่อเมื่อนอนหลับสนิท

ความปรารถนาในอารมณ์ต่างๆ ที่แต่ละคนเสาะแสวงหาอยู่นั้น ก็ได้แก่ความพยายามกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้อารมณ์ที่ดีที่ตนชอบใจเท่าที่จะทำได้ในทวารทั้ง ๖ นั่นเอง เช่น ใฝาหาอารมณ์ที่ดีที่ชอบใจอันเกิดขึ้นทางตา ดิ้นรนแสวงหาที่จะให้ได้ยินสำเนียงอันไพเราะที่เกิดขึ้นทางหู หรือหาหนทางที่จะคิดนึกในเรื่องราวที่สนุกสนานเพลิพเพลินจากทางใจ เป็นต้น

ความปรารถนาในอารมณ์ที่ดีๆ ของบุคคลทั้งหลายดังกล่าวมาก็หาได้สมความปรารถนาดังที่ได้ตั้งเจตนาเอาไว้เสมอไปไม่ เพราะว่ามักจะมีเหตุการณ์ที่คาดฝันเอาไว้บ้าง ที่ไม่ได้คาดฝันเอาไว้บ้างมาขัดขวางตัดรอนเอาไว้เสียให้ไม่ได้อารมณ์ที่ดีที่ตนชอบสมกับความตั้งใจ และบางทีก็เกิดอยู่เสมอ

โดย ศาลาธรรม [23 ก.พ. 2555 , 09:43:08 น.] ( IP = 125.27.163.20 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ส่วนมากก็หาได้ทราบไม่ว่าตัวการที่มาขัดขวางความปรารถนาของตนในส่วนที่สำคัญลึกซึ้งนั้นได้แก่อะไร ก็มักจะคิดเอาแต่เหตุตื้นๆ เผินๆ ที่เห็นกันได้ง่ายๆ เท่านั้น เช่นว่า เพราะคนนั้นคนนี้มาขัดใจ เพราะบังเอิญให้มีเหตุอะไรต่างๆ มาขัดขวางเสีย จึงไม่ได้รับผลสมความมุ่งหมาย หรือเพราะสิ่งนี้มาเป็นอุปสรรคขวางกั้นทำให้เสียหาย และเหตุอันลึกซึ้งแห่งอุปสรรคทั้งหลายที่เกิดขึ้นมาเหล่านี้ ผู้ที่มิได้ศึกษาเรื่องของชีวิตเสียให้เข้าใจก็มักจะไม่โทษตัวเอง แต่จะกลับโทษสิ่งอื่น หรือโทษดินฟ้าอากาศว่ามาขัดขวางให้ตนไม่ได้รับผลตามที่ต้องการ

ความปรารถนาที่จะให้ได้อารมณ์ที่ดีๆ นั้นเกิดอยู่แทบทุกนาที แต่เราก็มักจะได้รับอารมณ์ที่ไม่ดีเสียเป็นส่วนมาก เช่น ต้องการจะเห็นจะได้ยินในสิ่งที่ตนชอบใจ แล้วก็ไม่ได้รับสมดังใจ ได้พยายามที่จะประกอบธุรกิจการงานอย่างเต็มความสามารถ ด้วยหวังที่จะให้ได้เงินทองข้าวของ ก็ไม่สมหวัง สู้อุตส่าห์กระทำทุกทางเพื่อจะให้ดีให้เด่นด้วยหวังว่าจะได้รับคำชมเชยจากผู้อื่น ก็ไม่สำเร็จ และได้ออกความเห็นเสียมากมาย คิดว่าคงจะเป็นการถูกต้อง แต่ก็กลับล้มเหลวไม่มีใครเขาเห็นด้วย

ความปรารถนาในอารมณ์ต่างๆ คือมีความยินดีพอใจติดใจนั้นเป็นโลภะ คือความโลภ ความคิดเห็นในเรื่องราวของชีวิตที่ไม่ถูกต้องตรงกับสภาวธรรม เป็นมิจฉาทิฏฐิ คือความเห็นผิด และความมุ่งหวังที่จะยกตัวถือตัวนั้นเป็นมานะ คือ ถือตนอวดดีกว่าคนอื่น รวมแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นมาดังกล่าวก็คือ โลภะ ทิฏฐิ มานะ

ความไม่สมประสงค์ในโลติกะ ๓ ซึ่งได้แก่ โลภะ ความโลภ ทิฏฐิ ความเห็นผิด มานะ ความอวดตัวยกตัว นี่เอง ที่เป็นปัจจัยให้ได้รับอารมณ์ที่ตนไม่ปรารถนา คือ ความโกรธ ความเสียใจ ความไม่พอใจ ความทุกข์ร้อน ความเศร้าหมองใจ อันเป็นโทสะ เพราะปรารถนาจะได้อะไรที่สวยงามน่ารัก ก็ไม่สำเร็จ แสดงความคิดเห็นอะไรออกไปก็มีคนคอยขัดคอเพราะไม่เห็นด้วย และอยากจะยกตนโอ้อวดบ้างก็ไม่มีคนสนับสนุน ฉะนั้นท่านจึงได้สอนว่า

"พฺยาปิชฺชติ หิตสุขํ เอเตนาติ = พฺยาปาโท" ประโยชน์กับความสุขย่อมเสียหายไปด้วยโทสะนี้ ฉะนั้น โทสะนี้จึงชื่อว่าพยาบาท

ดังนั้น ความพยาบาทที่ประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจ จึงเป็นความเข้าใจที่คับแค้นเพราะว่า ผู้ใดเป็นผู้ที่ทำให้จิตของตนบังเกิดขึ้น ซึ่งความโกรธ ความเสียใจ ความไม่พอใจ ความทุกข์ร้อน ความเศร้าหมองใจ ก็เรียกว่า ผู้ทำประโยชน์และความสุขให้เสียหายไปด้วยโทสะแล้ว

โดย ศาลาธรรม [23 ก.พ. 2555 , 09:43:56 น.] ( IP = 125.27.163.20 : : )


  สลักธรรม 2

อย่างไรก็ดี แม้ว่าความไม่พอใจ หรือความโกรธนั้นจะจัดว่าเป็นพยาบาทก็จริง แต่จำเป็นจะต้องแยกออกไปว่าพยาบาทที่เป็นกายคันถะ ไม่จัดเป็นมโนทุจริต ทั้งการให้ผลก็มีกำลังน้อยนั้นอย่างหนึ่ง และพยาบาทที่เป็นมโนทุจริต การให้ผลกำลังมากนั้นอีกอย่างหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น

เพราะตนได้อุตส่าห์อดทนทำการงานมาอย่างเต็มความสามารถ ด้วยหวังว่าเจ้านายจะให้เงินเดือนขึ้นก็ไม่ได้ดังที่ตั้งใจเอาไว้ จึงบังเกิดความโกรธความเสียใจ

เพราะว่าได้อุตส่าห์อดทนประจบเจ้านายเสียยกใหญ่ ด้วยหวังว่าเจ้านายจะได้เห็นใจแล้วจะได้เงินเดือนขึ้น แต่ก็ล้มเหลว จึงได้มีความเศร้าหมองเร่าร้อนใจ ไม่พอใจ

เพราะว่าค้าขายหรือทำธุรกิจอะไร คิดว่าคงจะได้กำไรดี แต่กลับพลั้งพลาดขาดทุนมากมาย ด้วยมีผู้คดโกง จึงได้เสียใจทุกข์ร้อน

เพราะได้ค้นคว้ามานานว่า คนทำบาปทำบุญแล้ว จะให้ผลได้แต่ในชาตินี้เท่านั้น ให้ผลในชาติหน้าไม่ได้ คนตายแล้วก็ต้องสูญไป ด้วยว่าอุปนิสัยใจคอหรือจิตนั้นมาจากยีนส์ที่แฝงประจำอยู่ในเซลล์ต่างหาก ก็มีผู้มาขัดคอ จึงมีความโกรธ

เพราะได้ประกาศไปว่า พระเจ้าหรือพระพรหมนั้นเป็นผู้สร้างโลก สร้างสัตว์และสร้างสิ่งสารพัดทั้งปวง ก็กลับมีคนมาถามว่า ใครสร้างพระเจ้า ใครสร้างพระพรหมจึงได้เกิดความไม่พอใจ

เพราะว่าเสียเงินไปหลายสิบ อุตส่าห์ไปเสริมสวยที่ร้านที่มีชื่อเสียง ทั้งแต่งตัวเสียอย่างประณีตด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยม หวังว่าจะให้สามีชมว่า "สวย" สักคำ สามีก็มิได้มีความสนใจ มัวยุ่งอยู่กับอะไรที่ไม่เป็นเรื่อง มีตาเสียเปล่าหาได้มีแววไม่ จึงไม่มีความพอใจ

โดย ศาลาธรรม [23 ก.พ. 2555 , 09:44:17 น.] ( IP = 125.27.163.20 : : )


  สลักธรรม 3

ด้วยอำนาจของโลภะ คือความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ แล้วไม่ได้สมใจ ด้วยอำนาจของทิฏฐิ ความเห็นผิดของตนที่มีผู้ไม่เห็นด้วย และด้วยมานะ ความอยากใหญ่ยกตนว่าเก่ง ว่าดีกว่าคนอื่น แล้วไม่บังเกิดผล จึงได้เป็นเหตุบันดาลใจให้เกิดพยาปาทะขึ้นมา ได้แก่ ความไม่พอใจ ความเสียใจ ความโกรธ

ถ้าความไม่พอใจ ความเสียใจ ความโกรธที่เกิดขึ้นแล้วก็แล้วกันไป ไม่เอามาผูกไว้ในใจ ครุ่นคิดเคียดแค้นไม่รู้แล้วรู้รอด ก็จะเป็นพยาปาทกายคันถะ คือโทสะที่เป็นไปตามธรรมดาสามัญ มีกำลังไม่มาก ไม่เรียกว่า มโนทุจริต

แต่ถ้าความไม่พอใจ ความเสียใจ ความโกรธที่เกิดขึ้นนั้นได้กลายเป็นความผูกแน่นที่เรียกกันว่า ผูกใจโกรธแค้นครุ่นคิดที่จะให้ผู้ที่ตนโกรธ หรือไม่พอใจ พินาสย่อยยับไปแล้ว ความโกรธนี้ก็จะกลายเป็นมโนทุจริต มีกำลังมากสามารถให้ผลในปฏิสนธิกาลได้ เช่นคิดโกรธแค้นหรือไม่พอใจอยู่ไม่เว้นว่าง คืออดคิดไม่ได้ อยากจะให้ผู้ที่ทำให้ตนไม่พอใจนั้น พินาศย่อยยับหรือล้มตายลงไป บางทีก็ถึงกับแช่งชักหักกระดูก เจ็บแค้นอยู่ในใจ ไม่ได้หยุดหย่อนเลย หรือเฝ้าครุนคิดเดือดแค้นไม่รู้แล้วไม่รู้รอด เพราะด้วยไม่มีความเข้าใจเรื่องของชีวิตที่ลึกซึ้ง

เมื่อเผชิญต่อปัญหาของชีวิตแล้วก็หาได้เข้าใจไม่กลับคิดแต่ในแง่ร้าย คิดแต่เรื่องของคนอื่นหรือสิ่งอื่นว่ามาทำให้ตนได้รับความเสียหาย หรือไม่สบาย ไม่ได้อะไรสมความปรารถนา ทั้งนี้ก็เพราะไม่ทราบว่าตนเองนั้นมีส่วนอยู่ด้วยมากน้อยสักเท่าใดในความไม่สมความปรารถนานั้นๆ

ด้วยเหตุนี้เมื่อนาย ก. กับ นายข. มีความโกรธแค้นพยาบาทอาฆาตซึ่งกันและกัน ต่างก็ผูกใจโกรธแค้นที่จะให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียหายให้มากเท่าใดก็ยิ่งดี แต่ในขณะนี้ต่างก็ไม่ได้แกล้ง ไม่ได้จ้างใครให้ไปทำอันตรายต่อกัน

วันหนึ่งมีคนมาเล่าให้นาย ก. ฟังว่า เมื่อวานนี้บ้านของนาย ข. ถูกไปเผาเสียจนเกลี้ยงไม่มีเหลือเลย ข้าวของอะไรก็เอาออกมาไม่ทันแม้แต่อย่างเดียว นาย ข. คงจะสิ้นเนื้อประดาตัวกันในคราวนี้เป็นแน่ นาย ก. ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะชอบใจ เหมาะสมกับเจตนาที่ผูกความเจ็บแค้นเอาไว้ในใจมาเป็นเวลานานที่อยากจะให้ นาย ข. ย่อยยับอับจน ก็เพิ่งจะสมความปรารถนาในวันนี้เอง

โดย ศาลาธรรม [23 ก.พ. 2555 , 09:44:37 น.] ( IP = 125.27.163.20 : : )


  สลักธรรม 4

ความคิดความปรารถนาจะมุ่งร้ายทำลายผู้อื่นนั้น แม้แต่เพียงเป็นการคิดขึ้นมาในใจเฉยๆ ยังมิได้แสดงออกทางกายหรือทางวาจาแต่ประการใดก็จริง หรือผู้อื่นจะมิได้ถูกทำให้เสียหายประการใดเลยก็ตาม แต่โทสะนี้เป็นโทสะชนิดหยาบมาก มีกำลังแรงมาก จึงได้มีความสามารถเข้ามากระทบใจให้คุกรุ่นอยู่เสมอ แล้วเสริมสร้างกำลังให้มากขึ้นๆ เหมือนเพลิงที่เผาผลาญบ้านเรือนที่ถูกโหมด้วยกำลังแรงของลมจนเป็นเหตุทำให้ลุกโชติช่วงขึ้นมา ด้วยเหตุดังกล่าว โทสะชนิดนี้จึงจัดว่าเป็นพยาบาทมโนทุจริต

เมื่อเหตุที่ได้ก่อขึ้นมีกำลังแรงมากแล้วดังนี้ จะให้ผลที่เกิดขึ้นลดกำลังแรงให้เหลือน้อยลงไปได้กระไรได้ ดังนั้น อำนาจของความผูกโกรธ จึงได้มีความสามารถที่จะให้ผลได้ในปฏิสนธิกาล

นอกจากจะให้ผลได้ในปฏิสนธิกาลแล้ว ด้วยกำลังแรงของความผูกใจคิดเคียดแค้นชิงชังนี้ ก็อาจก่อให้เกิดผลร้ายที่รุนแรงขึ้นมาได้โดยง่ายดายในชาติปัจจุบัน เช่น ดุด่าว่ากล่าวอย่างชนิดที่เรียกว่า สาดเสียเทเสียออกไป อาจจะตบตีชกต่อยทำร้ายร่างกายเอาซึ่งๆ หน้า อันเป็นการแสดงถึงกิเลสอย่างหยาบ คือวีติกกมกิเลสขึ้นมาอย่างชัดแจ้งแล้ว นอกจากนี้ อาจจะค้นคิดหาหนทางจองล้างจองผลาญ หรือวางแผนการณ์ที่จะสังหารผู้ที่ตนผูกโกรธนั้นให้ได้รับการทรมานไปจนถึงแก่ความตายเสียเลยก็ได้ หรือคิดร้ายจนถึงจะทำลายล้างเสียทั้งครอบครัวก็มีตัวอย่างอยู่ปีหนึ่งๆ ไม่น้อยราย

องค์แห่งพยาบาทนั้นมีอยู่ ๒ คือ ๑. ปรสตฺโต ผู้อื่น ๒. วินาสจินฺตา คิดให้ความเสียหายเกิดขึ้น

บุคคลใดกระทำจิตใจของตนให้บังเกิดโทสะขึ้นมาครบองค์ทั้ง ๒ แล้ว ก็เป็นอันว่าล่วงกรรมบถ เป็นพยาบาทมโนทุจริต ซึ่งมีกำลังมาก ถ้ามิได้ครบองค์ทั้ง ๒ ก็ไม่ล่วงกรรมบถให้ผลมีกำลังอ่อน

ด่าว่าผู้อื่นนั้นก็อาจจะมีบางท่านเกิดความสงสัยขึ้นมาได้เหมือนกันว่า ผู้อื่น นั้นกินความแค่ไหน เพราะว่าในบางครั้งบางคราวในบางคนก็คิดโกรธแค้น หรือเจ็บใจตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ดังใจ หรือประสบโชคร้ายไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน หรือพยายามทำดีอย่างเต็มความสามารถแล้ว ก็ไม่มีใครเห็นความดีของตนเลยแม้แต่น้อย หรือพยายามทำธุรกิจการงานอย่างเต็มที่ สู้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เพื่อหวังจะให้ตั้งตัวได้จากเวลาอันเนิ่นนานมาจนถึงบัดนี้ ก็ยังมองไม่เห็นทีท่าว่าจะตั้งตัวได้เลยสักที

โดย ศาลาธรรม [23 ก.พ. 2555 , 09:44:57 น.] ( IP = 125.27.163.20 : : )


  สลักธรรม 5

หรือผู้เจ็บป่วยเรื้อรังทุกข์ทรมาน ได้รับความลำบากมากทั้งกายและใจทนไม่ไหว เกิดความน้อยใจขึ้นมาจึงได้ครุ่นคิดที่จะทำลายตัวเองอยู่เสมอ พยายามฆ่าตัวให้ตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป บางทีก็หลายครั้ง แต่มีผู้ช่วยให้รอดขึ้นมาก็หลายหน ในที่สุดก็กระทำจนสำเร็จสมกับความตั้งใจดังนี้ บุคคลดังกล่าวจะจัดว่าเป็นพยาบาทครบองค์ทุจริต เป็นการล่วงกรรมบถหรือไม่?

ในเรื่องนี้ มีคาถาที่แสดงถึงองค์ของอภิชฌาและพยาบาทว่า ทฺเว ภิชฺฌาย ปรภณฺฑํ อตฺตโน ปริณามนํ พฺยาปทสฺส ปรสตฺโต ตสฺส วินาสจินฺตตํ

แปลความว่า องค์แห่งอภิชฌามี ๒ คือ สมบัติของผู้อื่นอย่างหนึ่ง มีจิตคิดอยากได้ให้เป็นของตนโดยไม่ชอบธรรมอย่างหนึ่ง

องค์แห่งพยาบาทมี ๒ คือ ผู้อื่นอย่างหนึ่ง คิดให้ความเสียหายเกิดขึ้นอย่างหนึ่ง

ด้วยหลักการจากคาถานี้ ท่านนักศึกษาก็จะเห็นได้ว่า การที่คิดทำลายตัวเองนั้นไม่ล่วงอกุศลกรรมบถ เพราะขาดไปเสียองค์หนึ่งที่ว่า ปรสตฺโต อันหมายถึงผู้อื่น

โดย ศาลาธรรม [23 ก.พ. 2555 , 09:45:18 น.] ( IP = 125.27.163.20 : : )


  สลักธรรม 6

ถ้าจะพิเคราะห์ด้วยดีแล้วก็จะเห็นว่า ผู้ที่พยายามคิดฆ่าตัวตายนั้น แม้ว่าจะได้มีความเสียใจ วิตก ทุกข์ร้อน บังเกิดโทสะอย่างแรงกล้า หรือได้รับทุกขเวทนาสาหัสเพียงใดก็ดี เมื่อเป็นตัวของตัวเองเสียแล้วก็มิได้เกี่ยวพันไปถึงยังผู้อื่น ผู้อื่นก็มิได้มีความเสียหายประการใดทั้งในขณะนั้นและในโอกาสต่อไป จึงมีกำลังแรงไม่มากนัก ไม่เท่าเป็นผู้อื่นที่ถูกผูกโกรธเอาไว้ จึงไม่ล่วงอกุศลกรรมบถ

อย่างไรก็ดี แม้จะมีกำลังของอกุศลนี้ไม่มาก ไม่จัดว่าเป็นมโนทุจริตก็จริง แต่ถ้าได้เกิดขึ้นมาอยู่เสมอๆแล้ว กำลังของแต่ละครั้งๆ นั้นก็จะเพิ่มพูนยิ่งขึ้น และเมื่อกำลังเพิ่มพูนขึ้นมาแล้ว ก็บังเกิดความสามารถดึงดูดชักชวน หรือเป็นปัจจัยสนับสนุนบันดาลใจให้อกุศลทุจริตที่เป็นฝ่ายโทสะ เช่นเคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเอาไว้ในอดีตด้วยความโหดร้ายทารุณเป็นต้น

อารมณ์แห่งความสันทัดจัดเจนที่เคยได้กระทำมาก็จะเกิดขึ้เป็นอารมณ์ให้ตัดสินใจให้ทำได้โดยง่ายแล้ว การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนั้น ก็จะเป็นตัวการส่งไปสู่การปฏิสนธิในอบายภูมิอีกทีหนึ่ง

ในเรื่องนี้ ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นได้ง่ายๆ ก็คือ ความคิดอ่านทำลายตนเองนั้นมีกำลังน้อย เหมือนผู้ร้ายชั้นลูกน้อง คิดจะไปปล้นหลังใหญ่ที่ร่ำรวย มีทรัพย์สินเงินทองมากก็จริง แต่เขาก็มีเครื่องป้องกันทรัพย์สินเงินทองแข็งแรง มีผู้ดูแลหลายคน ทั้งมีอาวุธดีๆ ใช้ จึงเป็นการเกินกำลังความสามารถของลูกน้องชั้นเลวของผู้ร้าย ด้วยเหตุนี้ ลูกน้องผู้ร้ายจึงชวนลูกพี่ หรือหัวหน้าผู้ร้าย ผู้ซึ่งมีความคิดดี มีวิธีการแยบคาย คือมีชั้นเชิงมาก ทั้งอาวุธที่ทันสมัยก็มีหลายอย่างเข้ามาทำการปล้นจนบังเกิดความสำเร็จ

ผู้พยายามคิดฆ่าตัวตายนั้น ย่อมมจะมีความเศร้าเสียใจ หรือมีความทุกข์เข้ามาทับถมอย่างหนักหน่วงรุนแรง แล้วย่อมจะคิดถึงเรื่องที่ตนทุกข์ร้อนนั้นอยู่เสมอ ไม่มีความแยบคายในใจที่จะหลีกเลี่ยงเสียได้ด้วย ไม่ยอมที่จะศึกษาเรื่องของชีวิตเสียให้เข้าใจตลอดเวลาแห่งความคิดถึง ท้อถอย เบื่อหน่ายชีวิตคิดทำลายตัวเองอยู่นั้น ก็ได้ชื่อว่า ได้ชักชวนอกุศลเก่าๆ ต่างๆ ที่ตัวได้ทำไปแล้ว ให้เกิดคิดขึ้นมาใหม่อยู่เสมอ

ก็เหมือนคนที่ร้องไห้เสียใจแล้วรำพันถึงอดีตเลวร้ายของตน ขุดค้นความทุกข์ต่างๆ ให้เกิดขึ้นมาซ้ำๆ อีกหลายๆ หน ถ้าอกุศลเก่าๆ เหล่านั้นเข้ามาพัวพันอยู่แล้ว ซึ่งอดที่จะเข้ามาพัวพันไม่ได้ เพราะเป็นสายทางเดินทางเดียวกัน ผู้ฆ่าตัวตายก็หนีไปจากอบายภูมิไม่พ้น โดยอาศัยอกุศลที่ได้ทำไปแล้วที่มีกำลังมากในอดีตเข้ามาเป็นตัวส่งให้ปฏิสนธิอีกทีหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นที่หวาดเกรงหรือหวาดกลัวสำหรับผู้ที่มีความเข้าใจได้ศึกษาความจริงของเรื่องชีวิต เพราะว่าแทนที่ผู้ฆ่าตัวตายที่หนีร้อนมานั้นจะได้พึ่งเย็น กลับไม่ได้พึ่งสมใจ เพราะไปโดนร้อนเข้าเสียอีกอย่างหลีกเลี่ยงได้แสนยาก มิหนำซ้ำอาจจะเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมแล้วเสวยความเร่าร้อนทุกข์ทรมานนั้นนานมากขึ้นด้วย จึงจัดว่าเป็นบุคคลที่น่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง

โดย ศาลาธรรม [23 ก.พ. 2555 , 09:45:37 น.] ( IP = 125.27.163.20 : : )


  สลักธรรม 7

ใครๆ ต่างก็รักชีวิตของตนเอง ใครๆ ต่างก็หาหนทางที่จะให้ชีวิตของตนรอดและปลอดภัยเท่าที่จะทำได้ และไม่ว่าใครทั้งนั้นต้องดิ้นรนขวนขวาย ยอมเสียสละทุกประการเพื่อหาหนทางให้ตนรอดจากอันตรายแล้วได้ความสุข แต่ทำไมเล่า ในบางคนจึงได้คิดที่จะทำลายล้างชีวิตของตนเอง บางคนมีผู้ช่วยให้พ้นจากความตายไว้ได้หลายครั้งแล้วก็ยังคงพยายามอยู่อีก

บุคคลผู้ซึ่งมิได้ศึกษาเรื่องของชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกให้มีความเข้าใจ ย่อมจะไม่ทราบว่า ความครุ่นคิด เสียใจ ทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัสของบางคนนั้นเหตุใดจึงมิได้จูงใจให้อยกาฆ่าตัวตาย แต่ความทุกข์ความเดือดร้อนเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่น่าจะคิดให้มากเลย กลับก่อให้เกิดความคิดทำลายตัวเองขึ้นมา แล้วเหตุไฉน จึงมีใจกล้าที่จะกระทำแก่ชีวิตอันเป็นที่รักของตนเองได้

สัตว์ทั้งหลายย่อมมีความรักชีวิตของตนยิ่งกว่าสิ่งใด ย่อมไม่อาจขายชีวิตของตนได้ในราคาแม้จะมากสักปานใด สู้อุตส่าห์พากเพียรพยายามทะนุถนอมอย่างสุดกำลังในวิถีทางที่จะรักษาให้ชีวิตของตนรอด และปลอดภัยเท่าที่จะทำได้ แต่เหตุไฉนกำลังอันใดคงจะมิใช่เล็กน้อยเลย ที่มีความสามารถบีบบังคับให้ฆาตกรรมตัวเองลงไป

จะว่าความทุกข์ความเสียใจที่ได้รับแต่เพียงเท่านั้นที่เป็นสาเหตุอันสำคัญ กำลังคงจะไม่พอเพียงเป็นแน่ หาไม่แล้ว คนที่มีความทุกข์ความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสอีกมากมายก่ายกองก็คงจะฆ่าตัวตายเสียหมดแล้วในเรื่องนี้ วิทยาการในทางโลกย่อมให้ความกระจ่างไม่ได้เพียงพอ

จิตของบุคคลย่อมจะสั่งสมกรรมที่กระทำทั้งดีและชั่ว คือบุญและบาปเอาไว้ถ้ากรรมที่ได้กระทำลงไปแล้วนั้นมีกำลังมาก กรรมที่มีกำลังมากเหล่านั้น ก็ย่อมจะกระทบกระเทือนใจอยู่เสมอ เช่น สามีภรรยาที่ทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างรุนแรงลงไปแล้ว อำนาจแห่งความโกรธความเสียใจที่เกิดขึ้นมาแล้วนั้น ย่อมจะเก็บประทับเอาไว้ภายในจิตใจมิได้สูญหายไปไหน แล้วก็จะเป็นปัจจัยคือความโกรธ ความเสียใจ หรือเจ็บใจที่แต่ละฝ่ายได้เก็บเอาไว้นั้น จะออกมากระทบใจให้ต้องตื่นลืมตาโพลงอยู่บนที่นอน กำลังแรงของกรรมจากการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างรุนแรงนั้นมีกำลังมากเพียงพอแล้วกระทบใจอยู่เสมอ จึงต้องตื่นอยู่จนดึกจนดื่น หรือหลับไม่สนิท

โดย ศาลาธรรม [23 ก.พ. 2555 , 09:45:54 น.] ( IP = 125.27.163.20 : : )


  สลักธรรม 8

อำนาจของกรรมที่ได้ทำเอาไว้ตั้งแต่ชาติก่อน อันได้เก็บติดใจมา ถ้ามีกำลังมากก็ย่อมจะให้ผลก่อน จะเป็นปัจจัยให้รับผลตามที่ได้จงใจหรือเจตนาเอาไว้ เช่น เมื่อชาติที่แล้วๆ มาเคยชอบฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอยู่เสมอๆ เคยชอบออกป่าล่าสัตว์อยู่บ่อยๆ หรือชอบยิงนกตกปลา หรือฆ่าสัตว์เป็นอาชีด ซึ่งทำเป็นอาชีพ

อันการกระทำทั้งหมดเล่านี้ย่อมจะแฝงไว้ซึ่งเจตนา คือปรารถนาให้สัตว์นั้นตายเสียก่อนถึงเวลาอันสมควร เจตนาให้สัตว์เจ็บปวด ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นเจตนาโดยตรงหรือโดยปริยายก็ตาม อำนาจหรือความปรารถนาให้สัตว์ตาย ปรารถนาให้สัตว์เจ็บปวดที่ติดมาตั้งแต่ชาติก่อนๆ เมื่อได้โอกาสเพราะกุศลผลบุญที่อุปถัมภ์ค้ำจุนอยู่ลดกำลังลง จึงได้เป็นปัจจัยสนับสนุนหรือบันดาลใจให้คิด คิด คิด ไม่อยากที่จะมีชีวิตต่อไป หรือคิดฆาตกรรมตัวเองด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งๆ ที่เรื่องราวทุกข์ร้อนหรือเหตุในชาติปัจจุบันนี้ จะมีเพียงเล็กน้อย เช่นเพียงพ่อแม่ดุด่าว่ากล่าวเท่านั้นก็ตาม

อำนาจพิเศษที่ซ่อนเร้นไว้อย่างมิดชิดในจิตใจเช่นนี้ เรียกว่าอกุศลกรรม จะมากระตุ้นเตือนใจให้คิดอากตายอยู่เสมอ อาจจะต้องการตายด้วยอาวุธมีคม หรือกินยาตายก็ได้ แล้วแต่อำนาจเร้นลับจากกรรมเหล่านั้นจะมาอุดหนุนบันดาลใจ ทำให้อดคิดไม่ได้ทั้งกลางวันกลางคืน บางคนวันแล้ววันเล่านับเดือนนับปี จนสุดที่จะอดทนต่อสิ่งที่มาเร้านั้นไม่ไหว ในที่สุดก็จะฆ่าตัวตายลงจนได้

เรื่องนี้บางทีก็เป็นเหตุใกล้ให้หลายท่านตั้งคำถามว่า ทำไมหนอ? ทำไมหนอ? เรื่องเพียงเล็กน้อยเท่านี้เอง ไฉนจึงได้คิดการใหญ่จนถึงกับฆ่าตัวเองตายได้

ท่านสาธุชนทั้งหลาย ผมได้บรรยายถึงอกุศลกรรมบถมโนกรรมตัวที่ ๒ คือ พยาปาทะ อันได้แก่พยาบาทมาแล้วตั้งแต่ต้น ท่านก็จะเห็นได้ว่า แม้จะเป็นการคิดขึ้นมาในใจ ยังมิได้ทำอะไรลงไป ยังมิได้แสดงออกทางกาย ทางวาจา แต่ถึงกระนั้นก็มีกำลังมิใช่เล็กน้อย ถ้าหากว่าความครุ่นคิดเหล่านั้นมีความปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นบังเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงขึ้นมา

บัดนี้เวลาแห่งการบรรยายก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว ทำให้ท่านที่ตั้งใจจะถามปัญหาต่างๆ ตามที่เคยมา ไม่ได้ถาม แต่ผมได้ตอบคำถามเรื่องการฆ่าตัวตายตามที่ท่านนักศึกษาผู้หนึ่งได้ถามมาแต่วันก่อนแทนแล้ว หวังว่าท่านทั้งหลายคงจะได้ติดตามรายการแสงสว่างของชีวิตนี้ต่อไป และถ้าท่านผู้ใดได้ตั้งปัญหาต่างๆ ขึ้นมาถามในคราวต่อไป กมก็มีความยินดีที่จะตอบปัญหาเหล่านั้นแก่ท่าน ในคราวหน้าพบกันใหม่ด้วยเรื่องอกุศลมโนกรรมตัวที่ ๓ คือ มิจฉาทิฏฐิต่อไป




โดย ศาลาธรรม [23 ก.พ. 2555 , 09:46:13 น.] ( IP = 125.27.163.20 : : )


  สลักธรรม 9


ขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ก.พ. 2555 , 12:24:36 น.] ( IP = 124.121.132.202 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org