มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กรรมชรูป คืออะไร ?







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

กรรมชรูป คืออะไร ?


อำนาจของกรรมเป็นตัวการที่จะทำให้รูปเกิดขึ้นมาได้และรูปที่เกิดขึ้นมาจากรรมนั้นมี ๑๘ ประเภท เรียกว่า กรรมชรูป

ในที่นี้ก็หมายถึงว่า เจตนาคือกรรม อันได้แก่การกระทำอันแสดงออกมาทางกาย วาจา และใจที่เป็นบุญหรือที่เป็นบาปที่ทำมาแล้วในชาติก่อนๆ หรือที่ทำมาแล้วในชาตินี้ก็ตาม เป็นตัวการที่จะทำให้เกิดรูปขึ้นมาได้

ที่ว่ากรรมทำให้เกิดรูปขึ้นมานั้น หาใช่ว่ากรรมจะทำให้เป็นรูปใหม่โดยตรงเหมือนกับถ้อยคำราวกับว่ามีรูปขึ้นมาหรือมีของล่องลอยตกลงมาจากท้องฟ้าโดยไม่มีเหตุผล หากแต่ว่า รูปนั้นๆ มีอยู่แล้ว และอำนาจกรรมได้ไปทำให้รูปนั้นค่อยๆ ผันแปรเป็นรูปใหม่ไปทีละน้อยๆ

โดย ศาลาธรรม [27 มี.ค. 2555 , 14:36:54 น.] ( IP = 125.27.175.211 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


อำนาจหรือความสามารถของกรรมไปทำให้รูปนั้นๆ ส่วนใดส่วนหนึ่งค่อยๆ ผันแปรเป็นรูปใหม่ขึ้นมาได้ เหมือนในขณะที่ปฏิสนธิเป็นมนุษย์ในขณะแรกเกิดในครรภ์ของมารดาเรียกว่า กลละ เป็นจุดน้ำใสเล็กๆ จุดหนึ่ง ในขณะนั้นเซลล์ของบิดามารดารวมกันอยู่แล้ว หรือรูปมีอยู่แล้วอำนาจของกรรมของเด็กที่มาปฏิสนธิมีความสามารถทำให้รูปดังกล่าวผันแปรให้เป็นระบบประสาทกาย และเป็นปรมาณูเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย เป็นต้น

กรรมที่เป็นสมุฏฐานให้รูปเกิดขึ้นมานั้น นอกจากจะทำหน้าที่ ทำรูปในขณะปฏิสนธิแล้ว ในปวัตติคือภายหลังจากการปฏิสนธิไปจนถึงแก่ความตาย อำนาจของกรรมก็ทำรูปต่อๆ กันไปไม่ขาดสายด้วยเหมือนกัน

จิตที่เกิดขึ้นมาแล้ว กรรมที่จะมีความสามารถทำให้รูปเกิดขึ้นมาได้ที่เรียกว่า กรรมสมุฏฐานนั้น ได้กรรม ๒๕ ได้แก่เจตนาในอกุศลจิต ๑๒ เจตนาในมหากุศลจิต ๘ และเจตนาในรูปาวจรจิต ๕

ความจริงเจตนาที่เรียกว่า เป็นกรรมนั้นมีทั้งหมด ๓๓ ประเภท แต่เป็นกรรมที่ไม่สามารถเป็นสมุฏฐานให้เกิดรูปเสีย ๘ คือ อรูปาวจรกุศลกรรม ๔ และโลกุตรกุศลกรรม ๔ เพราะเจริญอรูปกรรมฐานไม่ปรารถนารูป และโลกุตรกุศลกรรมปรารถนาทำลายภพชาติ ทำลายการเวียนว่ายตายเกิด

โดย ศาลาธรรม [27 มี.ค. 2555 , 14:37:27 น.] ( IP = 125.27.175.211 : : )


  สลักธรรม 2


กรรมชรูป คือรูปที่เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐานนั้นได้แก่ มหาภูตรูป คือธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ประสาทตา ประสาทหู ประสาทจมูก ประสาทลิ้น ประสาทกาย รูปที่ทำให้เห็นเป็นสีต่างๆ กลิ่น รส เพศหญิง เพศชาย รูปอันเป็นที่ตั้งอาศัยของจิต ชีวิตรูป (ตัวการควบคุมยึดโยงรูปปรมาณูอันเกิดจากอำนาจกรรม) อาหารชรูป และปริจเฉทรูป(ช่องว่างระหว่างปรมาณู)

รูปต่างๆ ที่เกิดจากอำนาจกรรมนี้ เกิดแก่สัตว์ทั้งหลายที่มีรูปขันธ์ เช่นมนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน และสัตว์เดรัจฉานที่มีร่างกายเป็นปรมาณู และผีสางเทวดา เป็นต้น สำหรับผู้ที่ศึกษาโดยละเอียดในเรื่องนี้ก็ค่อยๆ คลายความสงสัยลงไปได้ในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด

กรรมชรูปคือธรรมที่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงรูปนี้จะเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ไปทุกๆ ขณะจิตเกิดขึ้น กรรมชรูปจะไม่สามารถผันแปรรูปได้เฉพาะแต่ผู้ที่จุติคือกำลังดับหรือกำลังตายไปจากภพชาตินั้น มียกเว้นบ้าง เพราะกรรมชรูปจะไม่ทำงานผันแปรรูปต่อไป ทั้งนี้โดยนับถอยหลังจากจุติจิตไปอีก ๑๗ ขณะ เพราะจิตที่ว่านี้มีกำลังอ่อน และมีเหตุผลอีกมากที่จะต้องอธิบายซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ศึกษาต่อๆ ไป

ความวิจิตรพิสดารของการตายการเกิดนั้นมีมากมายยิ่งนักผู้ศึกษาก็จะทราบได้ว่าทำไมสัตว์ทั้งหลายจึงตาย เหตุใดจุติจิตคือความตายจึงต้องเกิดขึ้น ถึงที่แล้วตายจริงหรือไม่ แล้วทำไมจึงต้องเกิดใหม่ ในขณะกำลังตาย กำลังเกิดนั้นมีการงานอะไรบ้าง

โดย ศาลาธรรม [27 มี.ค. 2555 , 14:37:59 น.] ( IP = 125.27.175.211 : : )


  สลักธรรม 3


อำนาจของกรรมชรูปย่อมจะทำให้สัตว์ทั้งหลายมีรูปกายแปลกประหลาดพิสดารอย่างที่ไม่มีผู้ใดคาดฝันได้ หรือไม่น่าจะเป็นไปได้เลย เช่นเกิดเป็นเปรตที่มีแต่ก้อนเนื้อ เปรตที่มีแต่โครงกระดูก หรือเปรตที่ไฟลุกท่วมตัว ความเป็นอยู่ความเป็นไปก็แสนจะกันดาร

(เปรตที่ไฟลุกท่วมตัวนั้น ไม่ใช่ไฟหุงข้าวต้มแกง ดังที่เรามองเห็น หากแต่เป็นไฟกรด ผู้ทำสมาธิ หรือผู้ถูกสะกดจิตบางคนก็จะเห็นได้)

ถ้าเกิดเป็นเทวดาก็มีรูปร่างสวยงาม สีสันวรรณะและมีรังสีแพรวพรายน่าอัศจรรย์ใจ สุดแต่เป็นเทวดาชั้นไหน ความเป็นอยู่ความเป็นไปก็แสนจะก่อให้เกิดความรื่นรมย์ใจ

การเกิดมาเป็นมนุษย์ อำนาจของกรรมก็ทำให้เป็นไปได้ต่างๆ ให้พิกลพิการ มีรูปกายแปลกๆ จนผู้พบเห็นน่าเกลียดน่ากลัวหรือน่าอัศจรรย์ใจ หรือให้สวยสดงดงามเป็นที่น่ารักน่าปรารถนาของผู้ที่เข้ามาใกล้ ทั้งในปฏิสนธิกาลและในปวัตติกาล (ขณะเกิดและภายหลังจากการเกิด)

ทั้งนี้ก็แล้วแต่อำนาจของเจตนาคือ กรรมของสัตว์ทั้งหลายที่ได้ทำเอาไว้ ที่ได้สะสมรวมกันอยู่ในจิตใจ อาจจะทำให้รูปกายของสัตว์มีรูปกายแปลกๆ น่าอัศจรรย์จนไม่มีผู้ใดคิดว่าจะเป็นไปได้ เช่นสัตว์เดรัจฉานที่เราเห็นๆ กันอยู่ทั่วไป

โดย ศาลาธรรม [27 มี.ค. 2555 , 14:38:22 น.] ( IP = 125.27.175.211 : : )


  สลักธรรม 4


ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้เคยกล่าวว่า ถ้าชาลส์ ดาวินส์ นักชีววิทยาผู้ยิ่งใหญ่ที่แสดงว่า สัตว์ทั้งหลายผันแปรเปลี่ยนแปลงไปเพราะอำนาจของกาลเวลาและสิ่งแวดล้อมค่อยๆ บังคับให้มันเป็นไปได้ มาศึกษาพระอภิธรรมแล้ว ก็จะต้องเอาเรื่องกรรมเข้าไปร่วมด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย

ผู้ทำสมาธิ ผู้ถูกสะกดจิตที่มีความสามารถพิเศษบางท่านจะได้เห็น เพราะได้อาศัยอำนาจโอปปาติกะ ซึ่งเป็นเทวดาที่มีอำนาจ ทำให้ได้เห็นสัตว์ที่มีรูปกายเป็นปรมาณูต่างๆ มากมายสุดที่จะพรรณนาได้ ไม่ว่าจะเป็นผีสางเทวดา ไม่ว่าจะเป็นเทวดาที่เราพากันเรียกว่า ยักษ์ หรือสัตว์เดรัจฉานมีพญาครุฑ ราชสีห์ นางกินนร และสัตว์ต่างๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน มีแสดงอยู่ในพระไตรปิฎกทั้งนั้น

แล้วพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แยกประเภทเอาไว้ให้เป็นหมวดหมู่ในพระอภิธรรมมีแสดงมากมาย และที่อภิธรรมมูลนิธิก็เขียนภาพเอาไว้เพื่อแสดงประกอบด้วย

ในปัจจุบันนี้โลกเจริญมากในทางวัตถุ ดังนั้น มนุษย์ทั้งหลายไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอย่างไร ก็ไว้วางใจกันยากอย่างเหลือเกิน เขาจะทำบาปได้ง่ายๆ ความเมตตากรุณาต่างก็พากันหนีหน้าไปเพราะโดยมากเขาไม่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ไม่เชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรม จึงได้กล้ากระทำอะไรๆ ที่คิดไปไม่ค่อยถึงว่าจะทำได้โดยมิได้หวั่นเกรงอันตราย และเขาจะไม่ยอมศึกษาแม้ผู้ใดจะว่าอย่างไรก็ตาม เพราะเชื่ออย่างมั่นคง อย่างดื้อรั้น ว่าเกิดหนเดียว ตายหนเดียว



โดย ศาลาธรรม [27 มี.ค. 2555 , 14:38:44 น.] ( IP = 125.27.175.211 : : )


  สลักธรรม 5

ผมฟังการอธิบายที่เกิดของรูปจาก http://www.youtube.com/watch?v=DFTfbz7opOY ยังไม่เข้าใจ และคิดว่าเรื่องราวยังไม่สอดคล้องกันเท่าไร เขาบอกว่าที่มาของรูปคือ อนุภาคเล็กๆของจิตที่ปฏิสนธิในตอนเเรก( อุปาทขณะ ฐีติขณะ ภังคขณะ)

เเต่ความคิดของผมคือคิดว่าจิตมันเป็นนามนะครับ จะเป็นรูปได้อย่าง? อนุภาคเล็กๆๆเเค่ไหนก็ยังเป็นรูปอยู่นะ เกี่ยวข้องกันได้ยังไง ผมเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า ?????

ถ้าคนเราตายไปแล้ว และจะมาเกิดอีก จังหวะเเรก ที่จะมาเป็นรูปนี่ปฏิสนธิอย่างไรครับ ขอท่านผู้รู้อธิบายด้วยครับ
คนเราตอนที่ตายเเล้วถูกเผาไปหมดเลยนะ เหลือเเต่นาน ( เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ) 4 ตัวนี่อยู่กันยังไงครับ ที่ว่ากรรมมชรูป ส่งผลมให้มาเกิดนี่ ส่งผลอย่างไรครับ ในเมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรเเล้ว

โดย ป้อม [15 มี.ค. 2556 , 11:23:09 น.] ( IP = 1.1.185.146 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org