มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อำนาจกรรมผันแปรรูป (๑)







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

อำนาจกรรมผันแปรรูป (๑)


ลงเกิดมีชีวิตขึ้นมาแล้ว ก็ย่อมจะต้องมีจิตใจ เมื่อมีจิตใจแล้วก็ย่อมจะต้องแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่างๆ

เมื่อแสดงพฤติกรรมออกไปต่างๆ แล้วก็หนีเจตนาคือกรรมอันเป็นบาปหรือบุญไปไม่พ้น

และเมื่อบาปและบุญอันเป็นเหตุเกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมจะหนีผลของบาปหรือบุญไปไม่ได้

ขอเวลาและขอโอกาสเท่านั้น แล้วผลของมันที่ติดตามมาในแต่ละชาติๆ ก็จะกระโดดเข้าใส่ทำให้ปรากฏอะไรๆ ออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

เจตนาก็คือความปรารถนา ผมได้เคยพูดอยู่เสมอๆ ว่า ผู้ใดปรารถนาอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น ขอเพียง ๒ อย่างคือ ขอเวลาให้เพียงพอ และขออำนาจคือเจตนาให้มีกำลังมากให้เพียงพอด้วยเท่านั้น

โดย ศาลาธรรม [29 มี.ค. 2555 , 10:21:44 น.] ( IP = 125.27.160.28 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


เมื่อปรารถนาจะร่ำรวยเป็นเศรษฐีก็จะได้อย่างแน่นอน แต่ก็จะต้องลดความเห็นแก่ตัวลงไปแล้วค่อยๆ สร้างให้จิตมีความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนยากจนอดอยาก ถ้ามีโอกาสก็จะตระเวนไปดูบ้างว่า ณ ที่ใดควรจะได้ช่วยเหลือใครบ้างอย่างไร แม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็ไม่ละเว้นแล้วก็ทำให้ด้วยใจจริง

แน่นอน การกระทำกรรมในชาตินี้ย่อมจะมีผลเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะเป็นชวนะดวงที่ ๑ เป็นทิฏฐธรรมเวทียกรรม และบางทีก็ให้ผลไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

บางคนทำทุจริตแล้วยังลอยนวลอยู่ได้ (เพราะผลของกุศลกรรมกำลังสนับสนุนอยู่)

แต่บางคนมิได้ทำผิดอะไรเลย กลับตกเป็นผู้ต้องหาแล้วแก้คดีไม่หลุด เพราะมีพยานแวดล้อมเลยเข้าไปอยู่ในเรือนจำ (ด้วยอดีตชาติเคยทำอกุศลและกักขังสัตว์เอาไว้มากมายมาอุดหนุน)

เมื่อเกิดในชาติหน้ายังเป็นเศรษฐีไม่ได้ เพราะกำลังของกุศลไม่เพียงพอ ก็จำจะต้องมีน้ำใจต่อผู้อื่นบริจาคและช่วยเหลือต่อไป แล้วชาติต่อจากนั้นไปก็มีหวังได้ ทั้งนี้ก็เพราะจะต้องอาศัยกำลังของกรรมและเวลาที่จะให้ผลในแต่ละชาติๆ ด้วย

แต่อย่างไรก็ดี ฐานะความเป็นอยู่ก็จะค่อยๆ ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไป

โดย ศาลาธรรม [29 มี.ค. 2555 , 10:22:26 น.] ( IP = 125.27.160.28 : : )


  สลักธรรม 2


กรรมเบ็ดเตล็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำอยู่นานๆ แล้วปรากฏผลขึ้นมาได้โดยเร็วก็มีเหมือนกัน เช่น ถ้าเราล้อคนติดอ่าง เราก็จะต้องทำปาก ทำลิ้น ทำเสียง อ้อๆ แอ้ๆ ให้เหมือนคนติดอ่าง จิตก็จะสร้างรูปติดอ่างขึ้นมาอยู่เสมอๆ เมื่อล้อไปนานๆ เราก็เลยติดอ่างเสียเอง แล้วแก้ด้วยความยากลำบากมาก

คนขอทานแกล้งทำขาหักเดินกะโผลกกะเผลกเพื่อให้ใครๆ เขาสงสาร เขาพยายามสร้างรูปขาเสียของเขาขึ้นอยู่ทุกๆ วัน เกือบตลอดทั้งวันเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาจะเดินให้เป็นปกติไม่ได้ตลอดไปเป็นเวลานาน เมื่อเลิกขอทานแล้วจึงต้องเพียรพยายามสร้างรูปเดินให้เป็นปกติเสียใหม่

แกล้งทำตาไม่เห็นอยู่หลายเดือน เพราะไม่ต้องการที่จะจับใบดำใบแดง ในการเกณฑ์ทหาร เวลาเดินไปไหนก็ทำเป็นเอามือคลำแล้วก็คิดสร้างภาพขึ้นว่า ตาไม่เห็น ตาไม่เห็น การงานที่ตาก็ทำน้อยลงทุกที ดังนั้น หลายเดือนต่อมาไปเกณฑ์ทหาร แพทย์บอกว่าตาไม่ดีไปจริงๆ

มีฝรั่งเดินทางไปในประเทศอินเดีย ไปพบพวกโยคีหลายคนอยู่ภายในถ้ำ โยคีทั้งหลายพยายามโดยปริยายจะไม่ใช้สายตาเพราะทำแต่สมาธิ ได้รับอาหารจากผู้ใจบุญเอาไปถวายวันละครั้งเท่านั้น เมื่อฝรั่งพาโยคีเหล่านี้ออกมานอกถ้ำ โยคีส่วนใหญ่ที่อยู่มานานตาจะมองอะไรไม่ค่อยเห็น เพราะการงานคือตาไม่ค่อยจะได้ใช้

นักวิชาการทางด้านชีววิทยาท่านหนึ่งจึงได้กล่าวว่า ในอดีตกาลนานมามากแล้ว ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์มนุษย์ก็มีไส้ติ่งยาวมากเหมือนกับสัตว์อื่นๆ แต่มนุษย์ได้ค่อยๆ วิวัฒนาการ การกินอาหารประณีตขึ้นมาเรื่อยๆ โดยการกินอาหารที่เชือดเฉือนออกเป็นชิ้นๆ มีไฟให้ความร้อนทำให้อาหารอ่อนนิ่ม

ดังนั้น ไส้ติ่งก็ทำงานน้อยลงๆ ตามลำดับตามความเจริญที่เพิ่มขึ้น จนเดี๋ยวนี้เหลือไส้ติ่งนิดเดียว เป็นเหตุทำให้เป็นโรคปวดท้องอันเนื่องมาจากไส้ติ่งเกิดขึ้น ต่อไปในอนาคตอีกนานๆ ไส้ติ่งก็จะไม่มี แพทย์ก็จะไม่ต้องตัดไส้ติ่งอีกต่อไป และการที่ไส้ติ่งมันสั้นและเล็กลงไปเรื่อยๆ นั้นก็เพราะมันได้ถูกใช้งานน้อยลงๆ นั่นเอง

โดย ศาลาธรรม [29 มี.ค. 2555 , 10:22:48 น.] ( IP = 125.27.160.28 : : )


  สลักธรรม 3


ที่ผมได้บรรยายมาทั้งหมดนี้ ก็เพื่อจะแสดงให้ท่านผู้อ่านได้เห็นว่า เจตนาที่เป็นไปโดยตรงหรือจะโดยปริยายก็ตาม ย่อมไปมีบทบาทกับร่างกายได้

เมื่อเจตนาที่เป็นบาปและบุญได้เกิดขึ้นมาแล้ว มันก็ถูกเก็บสั่งสมเอาไว้ภายในจิตใจมิได้สูญหายไปไหน ได้โอกาสเมื่อใดมันจะแสดงออกมาในรูปแบบที่ไม่มีผู้ใดคิดฝันว่าจะเป็นไปได้

ในทันทีที่ปฏิสนธิขึ้นมาในครรภ์ของมารดา(ขณะแรกเกิด)นั้น ก็มาจากเหตุ ๓ ประการด้วยกันคือ การสมสู่อยู่ด้วยของบิดามารดา ๑ มารดามีประจำเดือนกำลังงาม (ไม่ใช่กำลังเห็น) ๑ และมีสัตว์มาปฏิสนธิ ๑

ในทันทีนี้เองแม้ว่าจะเป็นจุดเล็กๆ น้อยนิด แต่อำนาจของกรรมก็เข้าไปมีบทบาทผลิตสร้างรูปขึ้น เรียกว่ากรรมชรูป ซึ่งหมายถึง อำนาจกรรมเข้าไปผันแปรเซลล์ของบิดามารดาที่รวมกันอยู่นั้น ให้เป็นประสาทกาย เป็นที่ตั้งที่อาศัยของจิต และเป็นเพศหญิงเพศชาย

กลุ่มรูปที่ถูกอำนาจของกรรมผันแปรดังกล่าวนี้เรียกว่า "กลาป" ซึ่งประกอบด้วยธาตุต่างๆ รวมกันคือ อวินิพโภครูปซึ่งมีอยู่ ๘ ที่แยกออกจากกันไม่ได้ มีธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ สี กลิ่น รส โอชะ

กลุ่มของรูปปรมาณูที่เป็นประสาทกายคือ กายทสกกลาป ซึ่งหมายถึงกลุ่มรูปที่มีจำนวน ๑๐ ได้แก่ ปฐวี อาโป เตโช วาโย วัณณะ คันธะ รสะ โอชะ แล้วรวมด้วยกายปสาทะ คือประสาทกาย ๑ และชีวิตรูป ๑ (ตัวยึดโยงรูปที่เกิดจากอำนาจกรรมมิให้รูปกระจัดกระจาย รวมทั้งหมดจึงเป็น ๑๐)

กลุ่มของรูปปรมาณูที่เป็นเพศหญิง คือ อิตถีภาวทสกกลาป ซึ่งหมายถึง กลุ่มรูปที่มีจำนวน ๑๐ ได้แก่ ปฐวี อาโป เตโช วาโย วัณณะ คันธะ รสะ โอชะ แล้วรวมด้วยอิตถีภาวทสกกลาป และชีวิตรูป ๑ (ตัวยึดโยงรูปที่เกิดจากอำนาจของกรรมมิให้กระจัดกระจาย รวมทั้งหมดจึงเป็น ๑๐)

โดย ศาลาธรรม [29 มี.ค. 2555 , 10:23:11 น.] ( IP = 125.27.160.28 : : )


  สลักธรรม 4


ผมได้นำมาให้ท่านได้เห็นเป็นตัวอย่างเล็กน้อยเพียง ๒ รูปเท่านั้น จะได้ทราบว่า เมื่อจิตได้เกิดขึ้นแล้วก็มีเจตนา คือกรรมที่ได้กระทำเอาไว้ในอดีตมิได้สูญหายไปไหน เมื่อชีวิตได้ดับสิ้นลงไปแล้ว ก็จะต้องเกิดขึ้นมาใหม่ เพราะอำนาจของตัณหา(ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ )ที่ฝังอยู่ในใจ แล้วในขณะที่เกิดนั้น จิต เจตสิก และกรรมชรูปเกิดพร้อมกัน แล้วในทันทีนี้เองเรียกว่า ปฏิสนธิ (ขณะแรกเกิด แก๊กแรกในครรภ์ของมารดา)

เมื่อขณะปฏิสนธินั้น อำนาจของกรรมเข้ามามีบทบาทต่อรูป เพราะมาผันแปรรูปได้ และผันแปรเริ่มตั้งแต่ในขณะปฏิสนธิเป็นต้นไปจนกว่าจะถึงแก่ความตาย ผู้ศึกษาละเอียดก็จะทราบว่า สัปดาห์ที่เท่าใด กรรมชรูปจึงจะมาทำให้เกิดรูปประสาทตา ประสาทหู ประสาทจมูก ประสาทลิ้นต่อไป จนครบถ้วนบริบูรณ์แล้วก็เจริญต่อๆ ไปจนถึงคลอด

อำนาจของกรรมมาก่อให้เกิดความเจริญเติบโตขึ้นหรือขยายรูปขึ้น และรูปก็สลายตัวไปอยู่ตลอดเวลาไม่ขาดสายตั้งแต่แรกเกิดขึ้นมาจนกว่าจะสิ้นชีวิตลงไป แล้วก็เกิดขึ้นมาใหม่ซ้ำๆ ซากๆ อยู่เช่นนี้จนนับชาติที่เกิดไม่ได้

ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย ท่านก็คงพอจะมองเห็นได้แล้วว่า รูปต่างๆ ที่อำนาจของกรรมได้ผลิตสร้างขึ้นมานั้น ก็ย่อมจะเป็นไปตามบาปหรือบุญที่ได้ทำเอาไว้มาให้ผล

ดังนั้น เราจึงได้มองเห็นว่าสัตว์ทั้งหลายหาได้เหมือนกันได้ไม่ ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายในร่างกาย แม้จะเป็นคนเหมือนกัน เกิดมาจากท้องเดียวกันหรือจะเป็นลูกแฝดก็ตาม แม้ถึงอัธยาศัยใจคอก็รวมลงไปด้วย

เมื่อบุคคลฆ่าสัตว์อยู่เสมอก็ปรารถนาจะให้สัตว์นั้นต้องเจ็บปวด ให้สัตว์นั้นอายุสั้นต้องตายเสียก่อนถึงเวลาอันสมควร อำนาจความปรารถนาโดยตรงหรือโดยปริยายก็ฝังอยู่ในจิตใจ ครั้นเกิดขึ้นมาในชาติต่อไปเป็นมนุษย์แล้วจะไม่ป่วย และจะมีอายุยืนยาวได้อย่างไร ก็จะต้องเจ็บป่วย และตายเสียก่อนถึงเวลาอันสมควรเหมือนกัน

และถ้าฆ่าสัตว์นั้นด้วยการใช้อาวุธปืนยิงอยู่เป็นประจำ อำนาจนี้ก็อาจจะทำให้ตาบอดหรือทำให้ร่างกายพิกลพิการ และอาจจะเป็นเริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิหรือมาเริ่มเป็นในปวัตติคือ ภายหลังการเกิดหรือเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ได้

และผู้ที่ชอบฆ่ามามากในอดีตเช่นนี้ ถ้าบังเกิดความเสียใจขึ้นมาแม้ไม่มากเท่าใดนักก็มักคิดจะฆ่าตัวตาย แล้วก็มักจะชอบฆ่าตัวตายด้วยอาวุธปืน

โดย ศาลาธรรม [29 มี.ค. 2555 , 10:23:36 น.] ( IP = 125.27.160.28 : : )


  สลักธรรม 5


ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ถ้ามีคนมาเล่าว่า ชายผู้มีอายุเพียง ๔๐ ปีเศษเท่านั้น เดินไปชนโอ่งน้ำตายได้ ใครๆ ก็คงพากันหัวเราะแล้วพูดว่า มีอย่างที่ไหนคนจะเดินไปชนเอาโอ่งน้ำตายได้ ผู้เล่ายืนยันว่าเป็นความจริง มิได้อิงนิยายให้หัวเราะกันเล่น เพราะด้วยความเมาจึงได้เดินไปชนโอ่งน้ำแล้วตกจากเรือน ในทันทีนั้นด้วยความตกใจเขาก็คว้าโอ่งน้ำนั้นเพื่อพยุงตัว เขาจึงได้ตกจากเรือนลงไปพร้อมกับโอ่งน้ำทับพอดีเขาจึงได้ตาย

นางพยาบาลผู้หนึ่งรู้เรื่องยาสารพัด จะกินยาอะไรก็ได้ที่จะให้ตายง่ายๆ แต่ก็ไม่ชอบใจ จึงได้กระโดดตึกหลายชั้นลงมาให้มันตายด้วยการบาดเจ็บแสนสาหัส ผู้พิพากษาท่านหนึ่งซึ่งไม่ว่าผู้ใดก็ทราบเป็นอย่างดีว่าเป็นผู้มีปัญญา แต่ก็กระโดดตึกลงมาตายเหมือนกัน ทั้งนี้ก็เพราะทนต่อการรบเร้าของกรรมที่ได้ทำเอาไว้ตั้งแต่ในอดีตคือชอบทุบสัตว์ หรือชอบจับสัตว์ฟาดให้ตายไม่ได้

ผู้ที่ชอบทำให้ผู้อื่นหายใจไม่ออก แล้วก็ตายมาเป็นจำนวนมากในอดีตชาติ เมื่อมาเกิดในชาตินี้ก็มักจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินลมหายใจ รักษาให้หายได้ยาก และถ้ามีเรื่องเสียใจไม่มากเท่าใดก็จะคิดฆ่าตัวตายได้โดยง่าย เพราะอำนาจของอดีตกรรมมารบเร้า เขาจะใช้วิธีฆ่าตัวตายโดยกระโดดน้ำตายหรือผูกคอตาย

น่าประหลาด บางคนถึงจะเสียใจมากสักเท่าใดก็ไม่ยอมฆ่าตัวตาย แม้จะคิดบ้างก็ไม่ได้เตรียมการ แต่หนุ่มสาวบางคนพ่อแม่ดุว่าเท่านั้นก็ฆ่าตัวตายได้ง่ายๆ

ในขณะนี้สถิติการฆ่าตัวตายมากมายอย่างน่าตกใจจากในทุกๆ ประเทศทั่วโลก เรื่องของคนเจ็บป่วยก็เหมือนกัน ขอให้ลองสังเกตดูก็จะเห็นว่าบางคนมีอำนาจต้านทานโรคบางอย่างเช่น บางคนจะไม่เป็นวัณโรคเลยแม้จะพยาบาลคนป่วยโดยมิได้ระแวดระวังตัวเลยก็ตาม แต่บางคนระวังตัวอย่างเต็มความสามารถ แต่ก็อดเป็นไม่ได้เพราะอำนาจของกรรมได้ทำรูปเปิดช่องรองรับเอาไว้

โดย ศาลาธรรม [29 มี.ค. 2555 , 10:23:56 น.] ( IP = 125.27.160.28 : : )


  สลักธรรม 6


ร่างกายของสัตว์ทั้งหลายอาจจะพิกลพิการ หรือป่วยเจ็บตามที่ได้เคยกระทำกรรมที่ไม่ดีเอาไว้ในอดีต เช่นเพราะกักขังผู้อื่นให้อดๆ อยากๆ อยู่เสมอ แล้วจะให้ปาจกเตโช ซึ่งเกิดขึ้นจากอำนาจของกรรมร่วมด้วยทำการย่อยอาหารได้ดีกระไรได้ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายซึ่งก็มาจากรูปอันเกิดจากอำนาจกรรมทำให้เสียหาย การย่อยอาหารก็จะต้องบกพร่องจะให้ดีเหมือนคนอื่นๆ จะได้อย่างไร หรือเป็นโรคที่แพทย์ห้ามในเรื่องอาหารเสียมากมาย ว่ากินแล้วจะทำให้โรคกำเริบได้ แม้มีเงินมากก็กินอาหารตามชอบใจไม่ได้ ต้องอดๆ อยากๆ ลำบากใจ

เมื่อผู้ใดในชาติอดีตทำอาชีพไม่สุจริต มีลักขโมย ปล้นจี้ หรือคอรัปชั่นอยู่เป็นประจำแล้ว เกิดขึ้นมาในชาตินี้จะให้มั่งมีหรือจะเป็นเศรษฐีอยู่ตลอดไปจะได้ หรือ ทรัพย์สินก็จะต้องพินาศเสียหาย ถูกปล้น จี้ น้ำท่วม ไฟไหม้ ย่อยยับไปเพราะกุศลกรรมที่ให้ความอุปถัมภ์ค้ำชูหมดอำนาจลง

สุภาพสตรีท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า ชาติก่อนๆ ดิฉันได้ทำอะไรเอาไว้ มาชาตินี้จึงต้องเข้าโรงพยาบาลเสมอ เฉพาะเรื่องการผ่าตัดนั้นรวมทั้งหมดตั้งแต่สาวๆ มาจนถึงบัดนี้ อายุ ๖๐ ปีเศษ ผ่าตัดเล็กบ้าง ผ่าตัดใหญ่บ้าง รวม ๑๔ ครั้งด้วยกัน โดยมากในช่องท้อง เฉพาะกระเพาะอาหารนั้นผ่าตัดหลายครั้ง จนบัดนี้เหลือกระเพาะอาหารเล็กนิดเดียว ดังนั้นมาเรียนพระอภิธรรมตั้งแต่เช้าแล้ว จึงรอให้ถึงเที่ยงไม่ได้ เพราะทนหิวไม่ได้ เพราะมื้อหนึ่งกินอาหารได้นิดหน่อยเท่านั้น ต้องเรียนไปด้วยเคี้ยวอาหารไปด้วย

ผมได้ตอบว่า คนเป็นอันมากเขาไม่ได้ผ่าตัดเลยจนตลอดชีวิต แต่คุณนั้นผ่าตัดมากที่สุด และผ่าตัดในช่องท้องเสียด้วย ถ้าว่าตามสภาวะแล้ว น่าจะเป็นคนที่เชือดเฉือนท้องสัตว์เช่นปลาที่ยังไม่ตายเป็นประจำ อาจจะค้าขายเกี่ยวกับอาหาร คือข้าวแกงก็ได้ ผมได้บอกแล้วว่า เจตนาอะไรมันก็จะได้อย่างนั้น แต่คุณก็มีเจตนาดีที่เป็นกุศล ชอบทำบุญ ชอบให้ทาน มีเมตตากรุณา ดังนั้น จึงมีฐานะดีมาตั้งแต่อายุไม่มาก(ชาติใดก็ได้ในอดีต) แล้วก็มีอายุยืนยาวได้ชำระหนี้สินมาจนถึงอายุ ๖๐

ผู้ที่ชอบกระทำผิดในทางเพศอยู่เป็นประจำมาในอดีต เช่น ผิดในบุตรและภรรยาของผู้อื่นมามาก ก็หนีให้พ้นได้ยากหนักหนาที่จะไม่เป็นกะเทย ซึ่งอาจจะเป็นตั้งแต่ในขณะปฏิสนธิ หรือในภายหลังที่เรียกว่าในปวัตติก็ได้ ผู้เกิดมีชีวิตขึ้นมาจนนับชาติไม่ถ้วนก็ย่อมจะหนีไปไม่พ้น ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาเล่าเรียนมีความเข้าใจจึงเห็นใจและไม่หัวเราะเยาะใครๆ

สำหรับในเรื่องของกุศลกรรมก็โดยทำนองเดียวกัน ผู้ที่มีความเมตตามีความกรุณาช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ และเป็นผู้มีศีลมาเป็นอันมากในอดีตชาติแล้ว ร่างกายก็สมบูรณ์ ร่างกายจะพิกลพิการหรือจะขาดตกบกพร่องได้อย่างไร และจิตใจก็จะแจ่มใสเป็นส่วนมาก แต่ก็แน่ละอาจจะเกิดผลที่ไม่ดีต่างๆ ก็ได้ เช่นอุบัติเหตุจนเกิดพิกลพิการขึ้นในปัจจุบัน เพราะเป็นอำนาจของกรรมในอดีต(หลายชาติมาแล้วก็ได้) และในปัจจุบันรวมกัน



โดย ศาลาธรรม [29 มี.ค. 2555 , 10:24:21 น.] ( IP = 125.27.160.28 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org