มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กิจของตน




กิจของตน
โดย วศิน อินทสระ


พระพุทธภาษิต

น ปเรสํ วิโลมานิ น ปเรสํ กตากตํ
อตฺตโน ว อเวกเขยฺย กตานิ อกตานิ จ

คำแปล บุคคลไม่ควรใส่ใจในคำหยาบของคนอื่น ไม่ควรเพ่งเล็งกิจที่ทำแล้ว หรือยังไม่ได้ทำของคนอื่น แต่ควรพิจารณาถึงกิจที่ทำแล้วหรือยังมิได้ทำของตนดีกว่า

อธิบายความ: พระอรรถกถาจารย์อธิบาย

"คำหยาบคือคำที่ตัดเสียซึ่งความรัก" คือทำให้คนฟังเกลียดชังคนพูด คำหยาบนั้นมีหลายประเภท เช่น ประชด กดให้ต่ำ (ด่า) กระทบเปรียบเปรย เป็นต้น

โดยปกติ ใครพูดคำหยาบ ความชั่วก็ตกอยู่แก่คนนั้น คนที่ถูกด่า ถูกประชดหาชั่วไปด้วยไม่ เมื่อไม่รับคำหยาบนั้นก็ตกอยู่แก่ผู้กล่าวแต่ผู้เดียว คำหยาบย่อมมาจากจิตใจที่หยาบ ท่านจึงสอนมิให้เอาคำหยาบของคนอื่นมาใส่ใจ ใครพูดคำหยาบก็ปล่อยให้เป็นของเขาไป

อนึ่ง หน้าที่ของคนอื่น การงานของคนอื่นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขา - เขาจะทำหรือไม่ทำก็เป็นเรื่องของเขา อย่าเอามารกสมองรกหัวใจนัก นอกจากเรามีหน้าที่รับผิดชอบอยู่ด้วย การสอดส่องนั้นเป็นหน้าที่ของเราจึงต้องทำ อย่ามัวมองแต่ความสกปรกในบ้านของคนอื่น จงหมั่นตรวจตราความสกปรกในห้องของตนเอง และหมั่นทำความสะอาด หมั่นพิจารณาการงานอันเป็นหน้าที่ของตนว่าได้ทำสมบูรณ์แล้วหรือไม่ หน้าที่ของเราสำคัญ

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [4 เม.ย. 2555 , 18:25:53 น.] ( IP = 58.9.224.146 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ข้อว่า ไม่ควรเพ่งเล็งกิจของคนอื่นนั้น พระอรรถกถาจารย์ อธิบายไปในแง่ธรรมอย่างเดียวว่า

"ไม่ควรดูแลกรรมที่ทำแล้วและยังมิได้ทำของคนเหล่าอื่นอย่างนี้ว่า 'อุบาสกคนโน้นไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ไม่เคยให้อาหารแม้ข้าวทัพพีเดียว ไม่เคยถวายจีวร อุบาสิกาโน้นก็เหมือนกัน ภิกษุโน้นไม่มีศรัทธา ไม่เลื่อมใส ไม่ทำอุปัชฌายวัตร์ อาจาริยวัตร์ อาคันตุกวัตร์เป็นต้น ธุดงค์ก็ไม่มี' ความอุตสาหะพยายามในภาวนาก็ไม่มี.."

ส่วนข้อว่า พึงพิจารณากิจของตนนั้น พระอรรถกถาจารย์อธิบายไว้ดังนี้

"กุลบุตรผู้บวชด้วยศรัทธา เมื่อระลึกถึงพระโอวาทนี้ว่า 'บรรพชิตพึงพิจารณาเนือง ๆ ว่า วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เราทำอะไรอยู่ ดังนี้แล้ว พึงใส่ใจในกิจของตนว่า เราควรหรือไม่ที่จะยกจิตขึ้นสู่ไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้วทำตนให้พ้นจากกิเลสทั้งปวง"

พระศาสดาตรัสพระพุทธภาษิตนี้ เพราะทรงปรารภอาชีวกชื่อ ปาฏิกะ ซึ่งด่าว่าเสียดสีอุบาสิกานานาประการ มีเรื่องย่อดังนี้

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [4 เม.ย. 2555 , 18:27:11 น.] ( IP = 58.9.224.146 : : )


  สลักธรรม 2

เรื่องประกอบ เรื่อง อาชีวกชื่อปาฏิกะ

อาชีวกผู้นี้คุ้นเคยอยู่กับสกุลหนึ่ง มีสตรีแม่บ้านผู้หนึ่งอุปถัมภ์บำรุงอยู่เหมือนบุตรของตน ต่อมานางได้ฟังกถาสรรเสริญพระพุทธเจ้า และพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าจากเพื่อนบ้านว่า พระพุทธเจ้าดีอย่างนั้นๆ พระธรรมเทศนาของพระองค์ไพเราะอย่างนั้นๆ นางใคร่จะได้ฟังธรรมบ้าง จึงบอกอาชีวก-อาชีวกเกรงว่าหากนางไปฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้ว นางจักเสื่อมความรักความนับถือในตน จักไม่บำรุงตนอย่างที่เคย จึงห้ามไว้ทุกครั้งว่า อย่าไปสำนักของพระสมณโคดมเลย นางจึงหาวิธีใหม่คืออัญเชิญพระศาสดามาสู่เรือนของตน จึงให้บุตรชายคนหนึ่งไปทูลอาราธนาพระศาสดาที่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี

บุตรชายไปนิมนต์พระพุทธเจ้า แต่แวะไปหาอาชีวกก่อน อาชีวกรู้เรื่องแล้วจึงห้ามว่าอย่าไปเลย

"ไม่ได้ แม่จะดุ" เด็กว่า "ผมต้องไป"

"อย่าไปดีกว่า" อาชีวกพูด "เมื่อเธอไม่ไป พระพุทธเจ้าไม่มา เราสองคนจักได้กินเครื่องสักการะคาวหวานที่แม่ของเธอเตรียมไว้สำหรับพระพุทธเจ้า"

แต่เด็กยังยืนยันจะไปเพราะกลัวแม่ดุ อาชีวกจึงว่า

"ไปก็ได้, แต่อย่าบอกเรือนและทางที่ไป คราวนี้พระพุทธเจ้าก็ไปไม่ถูก พรุ่งนี้เราสองคนจักได้กินอาหารที่แม่ของเธอเตรียมไว้ เธอก็ไม่มีความผิดเพราะได้ไปนิมนต์แล้ว"

เด็กเชื่อ ไปนิมนต์พระพุทธเจ้าและทำตามที่อาชีวกว่าทุกอย่างแล้วกลับมาบอกอาชีวกอีกทีหนึ่ง วันรุ่งขึ้นอาชีวกไปยังเรือนของอุบาสิกา แต่เช้า

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [4 เม.ย. 2555 , 18:28:35 น.] ( IP = 58.9.224.146 : : )


  สลักธรรม 3

พวกเพื่อนบ้านที่เลื่อมใสพระพุทธเจ้าได้ช่วยกันฉาบทาเรือนด้วยโคมัยสด โปรยดอกไม้ ปูลาดอาสนะ อันควรแก่พระศาสดา ท่านว่าคนที่ไม่คุ้นเคยกับพระพุทธเจ้าย่อมปูอาสนะไม่เป็น

รุ่งเช้า พระศาสดาเสด็จไปเรือนของอุบาสิกาอย่างถูกต้อง เพราะพระองค์ทรงรู้ทางทั้งปวง แม้ทางไปนรกสวรรค์ยังทรงทราบ จะกล่าวใยถึงทางไปบ้านนั้นนิคมนี้ ย่อมทรงรู้ได้ด้วยญาณ ทรงรู้แจ้งแทงตลอดตั้งแต่วันที่ได้ตรัสรู้แล้ว อาชีวกรู้จักพระพุทธเจ้าน้อยไป

อุบาสิกาออกมาต้อนรับ ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ อัญเชิญให้เสด็จเข้าไปภายในเรือน เมื่อพระพุทธเจ้าประทับนั่งแล้ว นางได้ถวายน้ำทักษิโณทก แล้วถวายขาทนียโภชนียหารอันประณีต เสร็จแล้วพระศาสดาทรงอนุโมทนา ด้วยพระธรรมและพระสุรเสียงอันไพเราะ อุบาสิกาฟังธรรมพลางกล่าวว่า "สาธุ สาธุ"

อาชีวกนั่งอยู่ห้องหลังฟังเสียงอุบาสิกาว่า "สาธุ สาธุ" ไม่อาจทนอยู่ได้ เพราะความริษยา คิดว่า "นางไม่เป็นของเราเสียแล้ว" จึงด่าพระศาสดา และอุบาสิกาเป็นอันมาก มีอาทิว่า "อี กาฬกัณณี มืงเป็นคนฉิบหาย มืงจงทำความสักการะแก่พระสมณโคดมเถิด" ดังนี้แล้วหลีกไป

อุบาสิการู้สึกละอายต่อคำอันหยาบคายของอาชีวกนั้นเป็นอย่างยิ่ง ฟุ้งซ่าน ไม่อาจส่งกระแสจิตไปรับพระธรรมเทศนาได้

พระศาสดาทรงทราบดังนั้นจึงตรัสว่า "ไม่ควรระลึกถึงถ้อยคำเช่นนั้นของคนเช่นนั้น พึงตรวจดูกิจเฉพาะหน้าของตน" ดังนี้แล้วตรัสพระพุทธพจน์ว่า "น ปเรสํ วิโลมานิ" เป็นอาทิ มีนัยดังอธิบายมาแล้วแต่ต้น อุบาสิกาได้สำเร็จโสดาปัตติผล

ที่มา : จากหนังสือกุศลเหมือนพวงดอกไม้

โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [4 เม.ย. 2555 , 18:31:21 น.] ( IP = 58.9.224.146 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org