มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อำนาจจิตผันแปรรูป







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

อำนาจจิตผันแปรรูป


จิตใจนั้นมีบทบาทโดยตรงกับร่างกาย จิตเป็นหัวหน้าในการร่วมประชุมแล้วทำรูป (ร่างกาย) เป็นไปต่างๆ หรือทำให้รูป(ผันแปรจากรูปเดิม)ปรากฏขึ้นได้ ทำให้รูปตั้งมั่น ทำให้รูปเคลื่อนไหว เช่นทำให้รูปยืนอยู่นิ่งๆ ก็เป็นรูปหนึ่ง หรือทำให้รูปก้าวเดินทำให้เกิดการเคลื่อนไหวเป็นไปอีกรูปหนึ่ง คือเป็นรูปของเท้าที่ก้าวต่อๆ กันไปเป็นรูปก้าวเดิน จะทำให้หัวเราะหรือจะทำให้ร้องไห้ คือทำให้หน้า ทำให้แก้ม ทำให้ปาก ทำให้ลิ้นเป็นไปต่างๆ ได้ รูปเหล่านั้นก็เกิดขึ้นมา ก็เพราะอำนาจของความปรารถนาหรือเจตนาโดยตรงของจิตใจ

ตัวอย่างเช่น คนเดินได้ก็จะต้องมีเหตุมาประชุมกันอย่างน้อยถึง ๖ เหตุ ได้แก่

๑. กรรมชรูปดี คือระบบประสาทไม่บกพร่อง (กายปสาทะเกิดจากอำนาจของกรรมร่วมด้วย)

๒. มีจิตคิดจะเดิน จะต้องคิดนิดหนึ่งก่อนที่จะก้าวเท้าไหนออกไป

๓. มีจิตสั่ง คือเจตนาที่จะเดินไป

๔. จิตตชวาโยธาตุ คือ อำนาจหรือพลังของจิต (เช่น คนถูกไฟไหม้ยกของหนักได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจเพราะความตกใจ เป็นต้น)

๕. อุตุชวาโยธาตุ อำนาจหรือพลังของความร้อน

๖. อาหารชวาโยธาตุ อำนาจหรือพลังของอาหาร

แม้จะมีเหตุหลายเหตุมาร่วมประชุมกันทำงาน หรือทำงานร่วมกันก็ตาม แต่จิตก็เป็นประธาน คือเป็นหัวหน้าเหมือนผู้จัดการธนาคารหรือผู้จัดการห้างร้าน

โดย ศาลาธรรม [5 เม.ย. 2555 , 09:00:07 น.] ( IP = 125.25.125.8 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



คนที่ตายแล้วเราก็เรียกกันว่า "ศพ" ย่อมจะไม่มีจิตใจ ก็ย่อมจะยืน เดิน หัวเราะ ร้องไห้ และหายใจซึ่งเกิดจากอำนาจของเจตนาโดยตรงไม่ได้ เพราะไม่มีจิตใจ

แต่อย่างไรก็ดี จิตใจของคนที่ยังไม่ตาย ก็ย่อมจะมีอำนาจโดยปริยายได้ เพราะในเวลานอนหลับ (ภวังคจิต) แม้จะมิได้มีความปรารถนาโดยตรง แต่จิตใจมันก็ยังทำงานและบังคับรูปได้ ทำให้หัวใจเต้น ทำให้ปอดทำงานโดยขยายเข้าและออกได้ และทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนที่อยู่เสมอตลอดเวลาได้

ผู้ศึกษาพระอภิธรรมมีความเข้าใจก็จะทราบว่า ในขณะเห็น ได้ยิน คิดนึก หยุดอยู่นิ่งๆ เคลื่อนไหวหัวเราะหรือร้องไห้ และตลอดเวลาที่กำลังนอนหลับสนิทนั้น จิตใจกับร่างกายมันทำงานกันอย่างไร ทั้งยังมีตัวเลขควบคุมอยู่ทั่วไป

เพื่อให้เข้าถึงความจริงอันลึกซึ้งและเพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดดูหมิ่นพระพุทธศาสนาแล้วพูดธรรมะเอาตามชอบใจ ผมจึงขอยกตัวอย่างขึ้นมาให้ท่านผู้อ่านได้เห็นสักเล็กน้อย

จักขุวิญญาณ คือ "เห็นรูป" ก็จะต้องมีเหตุมาร่วมประชุมกันว่าโดยพิสดารมีถึง ๗๓ เหตุ และจะต้องมีเหตุในชาติอดีตเกิดร่วมด้วย ถ้ามิได้มีชาติอดีตแล้ว จิตหรือวิญญาณอันได้แก่ความรู้สึก "เห็น" จะเกิดขึ้นมาไม่ได้อย่างแน่นอน

ผู้ศึกษามีความเข้าใจแล้วก็จะไม่มีความข้องใจสงสัยในเรื่องของชาติอดีตและชาติหน้าอีกต่อไป ผมขอแสดงสาเหตุโดยย่อของจิต "เห็น"(ซ้ำกันไม่นับ) พอให้เป็นตัวอย่าง ดังนี้

๑. ปัญจทวาราวัชชนจิต เป็นปัจจัยให้ ๕ ปัจจัย
๒. ปัจจุบันรูปารมณ์ เป็นปัจจัยให้ ๔ ปัจจัย
๓. มัชฌิมายุกจักขุปสาท เป็นปัจจัยให้ ๖ ปัจจัย
๔. อดีตกรรมเจตนา เป็นปัจจัยให้ ๒ ปัจจัย
๕. อาโลก เป็นปัจจัยให้ ๑ ปัจจัย
๖. สัพพจิตตสาธารณเจตสิก เป็นปัจจัยให้ ๑๐ ปัจจัย รวม ๒๘ ปัจจัย

โดย ศาลาธรรม [5 เม.ย. 2555 , 09:00:35 น.] ( IP = 125.25.125.8 : : )


  สลักธรรม 2


เจตนา คือ ความปรารถนาของจิตใจนั้น มีอำนาจหรือมีความสามารถทำให้รูปคือร่างกายเป็นไปต่างๆ ซึ่งเรียกว่า จิตชรูป ดังได้กล่าวมาแล้วย่อๆ ผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรม ก็จะได้รายละเอียดเป็นอันมาก เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นรูปร่างหน้าตาบ้าง จึงขอยกหลักการขึ้นมาให้ได้เห็นเป็นตัวอย่างอีกเล็กน้อย คือ

๑. จิตชรูปสามัญ หมายถึง ปกติธรรมดาๆ ของร่างกาย เช่นการหายใจเข้าออก หัวใจเต้น กระเพาะอาหารลำไส้เคลื่อนไหว และจิตทำให้เกิดจิตชรูปสามัญได้ ๗๕ ประเภท คือ อกุศลจิต ๑๒ ประเภท (บาป) กามาวจรโสภณจิต ๒๔ ประเภท (บุญ) โลกุตรจิต ๘ ประเภท (พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด) เป็นต้น

๒. จิตชรูปที่ทำให้ยิ้มและหัวเราะได้ มี ๑๓ ประเภท คือ โสมนัสโลภมูลจิต ๔ ประเภท (เกี่ยวกับบาป) โสมนัสมหากุศล ๔ ประเภท (เกี่ยวกับบุญ) เป็นต้น

๓. จิตชรูปเกี่ยวกับร้องไห้ มี ๒ ประเภท คือ โทสมูลจิต ๒ ประเภท

๔. จิตชรูปที่ทำให้เคลื่อนไหวอิริยาบถน้อย เช่น ก้ม เงย คู้ เหยียด เกิดจากจิต ๓๒ ประเภท คือ มโนทวาราวัชชจิต ๑ (เปิดประตูทางมโนทวาร) กามชวนจิต ๒๙ (เสพอารมณ์บาป บุญ ไม่บาปไม่บุญ) อภิญญาจิต ๒ (ทำอิทธิฤทธิ์ต่างๆ )

๕. จิตชรูปที่เกี่ยวกับการพูด ได้แก่จิต ๓๒ เท่ากับข้อ ๔

๖. จิตชรูปที่เกี่ยวกับอิริยาบถใหญ่ คือ ยืน เดิน นั่น นอน ต้องอาศัยจิตจำนวน ๓๒ เหมือนข้อ ๔ และข้อ ๕

๗. จิตชรูปเกี่ยวกับอิริยาบถใหญ่ที่ตั้งมั่น คือ ยืน เดิน นั่น นอน ที่เป็นไปตามปกติของคนธรรมดา และจิตที่ทำให้อิริยาบถตั้งมั่นเป็นอัปปนา รวมต้องใช้จิตจำนวน ๕๘ ประเภทคือ มโนทวาราวัชชจิต ๑ กามชวนจิต ๒๙ อภิญญาจิต ๒ (ทำฤทธิ์ต่างๆ ) อัปปนาชวนจิต ๒๖ (มหัคคตกุศล ๙ -กิริยา ๙ -โลกุตตร ๘)

เจตนา ๒๕ ประเภทให้อำนาจก่อให้เกิดกรรมชรูปได้ ๑๘ ในสันดานของสัตว์ที่มีขันธ์ ๕ ตั้งแต่อุปาทะขณะของปฏิสนธิจิตไปจนตลอดชีวิต และกรรมชรูป คือรูปอันเกิดจากกรรมนี้ที่มาผันแปรเซลล์ของสัตว์ ก็เป็นกรรมที่เกิดขึ้นมาแล้วตั้งแต่อดีตกาล ส่วนจิตชรูป อันเป็นรูปที่จิตก่อให้เกิดขึ้นนั้นเป็นไปในปัจจุบันกาล



โดย ศาลาธรรม [5 เม.ย. 2555 , 09:00:53 น.] ( IP = 125.25.125.8 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org