มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เหตุที่เป็นกะเทย (๑)








โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

เหตุที่เป็นกะเทย (๑)


ถึงเวลาแล้วที่ผมจะเสนอเรื่องของกะเทยตั้งแต่ในขณะปฏิสนธิให้ท่านฟัง ต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องของกะเทยว่า เกิดเป็นกะเทยในชาติหน้าได้อย่างไร ในชาตินี้ทำบาปอะไร ท่านทั้งหลายบรรดาผู้ที่จะเกิดมามีร่างกายพิกลพิการก็ดี พิกลพิการทางจิตใจก็ดี หรือทั้งร่างกายและจิตใจก็ดี เราแยกการเกิดที่พิการนี้ออกเป็น ๒ คือ

๑. ผลเกิดขึ้นในปฏิสนธิกาล แปลว่าให้ผลในขณะที่กำลังเกิดขึ้นมาในภพชาติใหม่ (แก๊กแรกที่เกิด)

๒. ผลเกิดขึ้นในปวัตติกาล แปลว่า ตั้งแต่เกิดแล้วไปจนถึงแก่ความตาย

ที่พูดว่าให้ผลในปฏิสนธิกาลหมายความว่า ผม "เคาะ" ให้ฟังแก๊กเดียวขณะนี้เท่านั้น (เคาะเครื่องขยายเสียง) เรียกว่าปฏิสนธิ คือ ขณะเกิด เราเรียกว่า "ปฏิสนธิกาล" และต่อจากนี้ไปจนกว่าจะตายเรียกว่า ปวัตติกาล เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นภายหลังจากปฏิสนธิ

ดังนั้น ผู้ที่จะมาเกิดเป็นกะเทยได้ทำอะไรไว้ในอดีตชาติ จึงมาให้ผลตั้งแต่ในปฏิสนธิกาลก็ได้ หรือมาให้ผลในปวัตติกาลก็ได้

สำหรับการให้ผลในปวัตติกาลนั้นเป็นการกำหนดของอำนาจกรรมเอาไว้ เพราะเป็นจุดเล็กๆ ยังให้ผลเต็มที่ไม่ได้ เหมือนเม็ดผลไม้เช่นมะม่วง เรามองเห็นเม็ด แต่เรามองเห็นอำนาจที่อยู่ภายในเม็ดของมันไม่ได้ อำนาจนี้แหละเป็นตัวการทำให้เกิด เป็นลำต้น กิ่ง ก้าน ดอก ใบ และผล ซึ่งรูปแบบตามพันธุ์ของมันจะให้มีรสหวานหรือเปรี้ยวก็ได้

โดย ศาลาธรรม [12 เม.ย. 2555 , 10:38:30 น.] ( IP = 125.25.124.236 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ท่านผู้ที่เพิ่งมาใหม่ๆ ผมต้องขอประทานอภัย บางทีท่านยังไม่ได้เรียนพระอภิธรรมเรื่องจุติ ปฏิสนธิ ก็คงจะยุ่งยากใจอยู่บ้าง เพราะจะทำให้ง่ายๆ ทั้งหมดในเวลาอันสั้นไม่ได้ การบรรยายนี้ผมจะพูดในเรื่องวิชาการที่ลึกซึ้งให้น้อยที่สุด เพราะเกรงว่าท่าฟังแล้วจะไม่เข้าใจจะทำให้ง่วงนอน

ท่านทั้งหลายตามธรรมดาคนเรานั้น ย่อมจะมีอารมณ์อยู่เสมอไม่ว่าผู้ใด อารมณ์ที่เกิดทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย และทางใจ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาในอารมณ์ต่างๆ วันยังค่ำ จนนับจำนวนไม่ไหว และอารมณ์ที่เกิดขึ้นต่างๆ ทางตาบ้าง ทางหูบ้าง ทางใจบ้างเหล่านี้ ก็บาปบ้าง บุญบ้าง

บาปบุญนี้เกิดที่ไหน เกิดที่ตรงเจตนา เพราะเจตนาย่อมแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่างๆ กรรมนั้นอยู่ที่เจตนา เจตนาไปในทางบาปหรือบุญ ดังนั้นบาปหรือบุญก็เกิดขึ้น

และเมื่อแสดงพฤติกรรมที่เป็นบาป หรือพฤติกรรมที่เป็นบุญแล้ว บาปหรือบุญเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน หากแต่เก็บเอาไว้ในใจทั้งสิ้น

ท่านทั้งหลายบาป บุญเก็บไว้อย่างไรมีบทพิสูจน์มากมาย เหมือนอย่างเวลานี้ท่านทราบไหมว่า ท่านมีสตางค์อยู่ในกระเป๋า ท่านก็ตอบว่า ทราบ

ทำไมเล่า? ท่านก็ว่า ก็จำได้ เราจำของๆ เราได้ ของที่มีอยู่ในกระเป๋ามันเก็บเอาไว้ในใจ ในใจเรารู้ว่ามีแบ๊งค์ ๕ แบ๊งค์ ๑๐ อยู่หรือเปล่า บางท่านก็จำได้ว่ามีอยู่กี่ใบ ถ้าจำไม่ได้ว่ามีสตางค์แล้วจะกลับบ้านได้อย่างไร

และจำได้ไหมว่านี่ ก.ไก่ ข.ไข่ จำได้ แต่ทำไมเล่าจึงจำได้ ก็เพราะเราเก็บ ก.ไก่ ข.ไข่ เอาไว้ เก็บเอาไว้ที่ไหน เก็บเอาไว้ในใจเรา เราเห็น ก.ไก่ ข.ไข่ เราก็จำได้เป็นอย่างดี จิตใจเก็บเอาไว้แล้วยังแสดงออกซึ่งความจำได้ด้วย

โดย ศาลาธรรม [12 เม.ย. 2555 , 10:38:53 น.] ( IP = 125.25.124.236 : : )


  สลักธรรม 2


ด้วยเหตุดังกล่าวเราจะปฏิเสธว่าใจของเราเก็บอะไรไม่ได้นั้น ไม่ถูก ท่านทั้งหลายท่านจะกลับบ้านกลับถูกไหม ทำไมกลับถูกเล่า ขึ้นรถลงเรือตรงไหนก็รู้ กลับบ้านจนได้ ทั้งยังจำหน้าสามีหรือภรรยาก็ได้ด้วย เราจำเอาไว้ไหน ทำไมกลับบ้านแล้วรู้ว่าสามีของเราคนนี้ ภรรยาของเราคนนั้น ทำไมไม่ไปตู่สามีภรรยาผู้อื่นเขาเล่า

ไม่หรอกครับ เพราะจำได้ว่าสามีของใครภรรยาของใครจำไว้ในใจเก็บเอาไว้แล้วก็ยังแสดงออกมาได้อีกด้วย นอกจากจะเผลอไผลไปหลงผิดเอาน้องของภรรยาเข้าเพราะหน้าตาคล้ายกันหรืออาจจะแกล้งเผลอไปก็ได้ แน่นอน บาป บุญ ที่เก็บเอาไว้เป็นตัวการอุดหนุนให้แสดงออกมา

ท่านสาธุชนที่เคารพ อารมณ์เกิดขึ้นมาแล้วจะไม่เกิดบาปหรือบุญได้หรือ ไม่ว่าเกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ไม่ว่าจะเห็นรูป ได้ยินเสียงหรือคิดนึกก็ตาม จิตก็เก็บบาปเก็บบุญอยู่ทุกๆ วันจนนับไม่ไหว เมื่อแสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกไป บาป-บุญที่ได้ทำมาแล้วก็ไปอุดหนุนอยู่ตลอดเวลา

ท่านทั้งหลาย ลองคิดดูว่าเมื่อเวลาที่คนสอบไล่ เขาเอาอะไรมาสอบครับ เด็กสอบ ป.๑ ป.๒ หรือมัธยมก็ตาม เขาก็เอาของเก่าที่เรียนมาแล้วนั่นเองมาตอบ

ไม่เรียนมาและเก็บเอาไว้แล้วจะสอบได้อย่างไร แสดงว่ายกเอาของเก่าออกมา คำถามว่าอย่างไร จะตอบว่าอย่างไร ต้องเอาที่เรียนมาแล้วทั้งนั้น คิดไม่ออกนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเพราะกำลังของการเก็บไม่หนักแน่นเพียงพอ แสดงว่าในใจมีบุญบาปเก็บเอาไว้แล้วก็เอาออกมาใช้ได้เสมอ

ด้วยเหตุนี้อารมณ์ของเราที่เกิดอยู่ตามทวารต่างๆ ที่เกิดอยู่ทุกวันก็เก็บและแสดงออกอยู่ตลอดเวลาไม่มีขาดสาย แม้แต่อำนาจกรรมของอดีตชาติที่ได้ทำมาแล้วก็มาสนับสนุนอยู่ไม่ขาดสาย เช่น ให้เป็นคนโลภมาก โลภน้อย โทสะมาก โทสะน้อย สันดานผู้ดีหรือสันดานผู้ร้าย เป็นคนเกียจคร้านหรือเป็นคนขยัน เป็นคนชอบดนตรีและการแสดงต่างๆ หรือมีนิสัยเป็นช่าง

โดย ศาลาธรรม [12 เม.ย. 2555 , 10:39:13 น.] ( IP = 125.25.124.236 : : )


  สลักธรรม 3


ในทางจิตใจถ่ายทอดตามสายโลหิตของพ่อแม่ตามที่ชอบพูดๆ กันไม่ได้อย่างแน่นอน และสันดานผู้ดีสันดานผู้ร้ายจะมาจากมันสมองซึ่งเป็นรูป คือสสารและพลังงานจะได้หรือ ด้วยเหตุนี้เมื่อบุคคลใดใกล้จะถึงแก่ความตาย วิถีคือการทำงานของจิตก็เกิดขึ้นและการทำงานของร่างกายและจิตใจก็เป็นไปโดยพิสดาร

เมื่อบุคคลใกล้จะตาย อารมณ์สุดท้ายใกล้จะถึงความตายนั้นก็เกิดขึ้น ความจริงอารมณ์ก็เกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว แม้ใกล้จะถึงแก่ความตายหรือไม่ใกล้จะตายก็ตาม แต่ที่พูดกันว่าตอนใกล้จะถึงแก่ความตายแล้วมีอารมณ์เกิดขึ้น เพื่อจะได้เห็นอำนาจอารมณ์อะไรเล่าที่เกิดขึ้น ส่วนมากได้แก่อารมณ์ที่เรามีความสันทัดจัดเจน อารมณ์ที่เกิดขึ้นจากความชำนิชำนาญนั้นมีมากที่สุด

และอารมณ์ที่ชำนาญมากที่สุดนั่นแหละ จะมาปรากฏเป็นอารมณ์ขึ้นเป็นภาพให้เห็น ได้ยิน หรือเป็นความรู้สึกในใจขณะใกล้ตาย

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ชอบไปยิงนกหรือยิงสัตว์ในป่า ออกป่าล่าสัตว์อยู่เรื่อยๆ มานาน ไม่ทราบว่าฆ่าสัตว์ไปกี่ร้อยกี่พันตัว ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่เมื่อเวลาใกล้จะถึงแก่ความตาย ก็จะได้ยินเสียงร้อง ได้ยินเสียงดิ้นรนกระสับกระส่าย บ้างก็ทำเสียงเหมือนกับสัตว์ดิ้น บางทีก็ร้องด้วยเสียงอันดังเพราะเจ็บปวดมาก

คนฆ่าหมูอยู่ที่ต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง ฆ่าหมูอยู่ทุกวันทุกเข้ามืด แล้วเป็นอย่างไรเวลาใกล้จะถึงแก่ความตายแสดงอาการเหมือนหมูออกมาเรื่อยๆ ด้วยอาศัยความสันทัดจัดเจนที่เกิดเป็นบาปนั่นเอง เวลาใกล้จะตาย อารมณ์ที่เป็นบาปเหล่านั้นก็เกิดขึ้นเป็นไปตามเสียงหรือกิริยาอาการก็เป็นไปตามที่ได้ทำมา

ผู้ที่แสดงอาการเช่นนั้นก็หนีไม่พ้นที่จะไปเกิดไม่ดี คราวนี้คนชอบกินเหล้าทำจิตของตนให้ตกอยู่ในสภาพของโมหะ ความโง่ ความหลง ขาดความสำนึกรู้สึกตัวและบุญบาปก็มิได้เอาใจใส่แล้วมีโมหะคือ ความโง่ ความหลงเข้าครอบงำ ไม่เชื่อเรื่องบุญเรื่องบาป ผลของกรรม ตลอดจนการตายการเกิดใหม่

ดังนั้นเวลาใกล้จะตายก็มีโมหะร่วมด้วย ปะปนกับอารมณ์อื่นๆ อารมณ์ที่ดีก็นำเกิดเป็นเทวดาชั้นต่ำและเป็นมนุษย์เพราะเขามีบุญมาบ้าง แต่อารมณ์บาปที่เคยกินเหล้าเมายาก็เป็นบริวารเกิดเมื่อตอนใกล้จะตายด้วย จึงกลายเป็นคนปัญญาอ่อนแทนที่จะเกิดเป็นเทวดาและมนุษย์ที่สมบูรณ์ กลายเป็นปัญญามากหรือน้อย กลายเป็นคนพิกลพิการทางจิตใจ แต่ถ้าได้เบียดเบียนสัตว์ เช่น ฆ่าสัตว์บ่อยๆ เกิดขึ้นมาแล้วก็จะพิการทั้งร่างกายด้วย

โดย ศาลาธรรม [12 เม.ย. 2555 , 10:39:32 น.] ( IP = 125.25.124.236 : : )


  สลักธรรม 4


วันนี้ผมจะไม่พูดยืดยาวจนเกินไป เมื่อจุติแปลว่าดับลงแล้วก็ปฏิสนธิทันที แต่อารมณ์ที่จะเป็นตัวให้อำนาจหมายความว่า อารมณ์ที่ใกล้จะตาย เป็นตัวการทำให้เกิดการปฏิสนธินั้นเป็นบุญนำเกิดแต่มีบาปพัวพัน เมื่อบาปพัวพันดังนี้ก็แล้วแต่บาปชนิดไหน ถ้าเป็นบาปฆ่าสัตว์เวลาเกิดมาก็พิกลพิการตั้งแต่ปฏิสนธิหรือภายหลังปฏิสนธิก็ได้

ถ้าเป็นคนกินเหล้าเมายาเสพยาเสพติดก็มีโมหะอวิชชาเข้าครอบงำและอุดหนุนตอนใกล้จะตาย เวลาปฏิสนธิแล้วอำนาจดังกล่าวก็ทำให้จิตของคนนั้นเป็นคนปัญญาอ่อนตั้งแต่ขณะปฏิสนธิ หมายถึงในปฏิสนธิกาล(แก๊กแรก) เลยหรืออำนาจกรรมอาจจะกำหนดเอาไว้แล้วจึงเป็นภายหลังก็ได้

ที่ว่าอารมณ์เมื่อใกล้จะตาย มีความพัวพันกับบาปกับบุญอย่างไร ผมขอเขียนรูปให้ดูนะครับ ท่านทั้งหลายเห็นผมเขียนเป็นวงกลมเป็นแถวๆ ก็จะเห็นว่า จิตเกิดดับสืบต่อกันอย่างนี้ จิตที่เกิดดับสืบต่อกันเป็นแถวๆ อย่างนี้ถ้าหากว่าเราเปรียบเทียบการทำสมาธิกับคนที่กำลังดูหนังสือ เวลาอ่านหนังสือแล้วตั้งใจดูจำได้แม่นเพราะจิตแน่วแน่เป็นสมาธิเป็นแถวเป็นแนว เหมือนกับวงกลมทุกวง

แต่ถ้าอ่านหนังสือไปด้วยนึกถึงคู่รักไปด้วย( นึกถึงคู่รักก็คือมีวงกลมเล็กซ้อนอยู่ภายใน) อ่านหนังสือก็จำไม่ค่อยได้ ทำไมจึงจำไม่ค่อยได้ เพราะจิตไม่เป็นสมาธิ จิตเกิดขึ้นมาไม่เป็นแถวเป็นแนวในอารมณ์เดียวกัน เพราะเรื่องของคู่รักเข้ามาคั่นเสียจึงทำให้มีกำลังอ่อนลง

ด้วยเหตุนี้คนใกล้จะตายก็เหมือนกัน ถ้าจิตของเขาเป็นแถวเป็นแนวไม่มีอะไรมาคั่นเป็นฝ่ายบุญมีกำลังมาก การปฏิสนธิก็ดีมาก แต่ถ้าหากว่าจิตกินเหล้าเมายาเสพยาเสพติดมา(วงกลมเล็กสลับกันไป) บุคคลผู้นี้จิตของเขาก็ไม่ได้เดินเป็นแถวเป็นแนวก็ไม่มีกำลังเพียงพอเสียแล้ว อำนาจของการกินเหล้าเมายาทำให้กำลังอำนาจของจิตที่เป็นแถวเป็นแนวนั้นตกไป กำลังอ่อนไปเราพูดกันในทางธรรมะว่า มีอกุศลเป็นบริวารทำให้การกเกิดเป็นคนหรือเกิดเป็นเทวดาชั้นต่ำพิกลพิการ ทั้งนี้รวมทั้งการเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสุรกายที่เกิดด้วยจิตอกุศลวิบากด้วย

ในทำนองเดียวกันนี้เองถ้าหากผู้ใดชอบไปทำผิดในกาม เช่น ผิดกามในบุตรสาวของเขา(หรือมีผู้ปกครอง) มิได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ของเขา หาโอกาสทำมิดีมิร้ายกับบุตรสาวของเขา ก็ชื่อว่าผิดในกามแล้วหรือไปทำผิดทางเพศกับภรรยาของผู้อื่นทั้งชายและหญิงก็ได้ชื่อว่าผิดในกาม แม้ผู้รับใช้ที่อยู่ในบ้าน

ด้วยเหตุดังนี้ เมื่อเวลาที่ใกล้จะถึงแก่ความตายอำนาจของการผิดในกามเข้ามาพัวพันปะปนอารมณ์ที่ดีที่เกิดต่อๆ กันไปเป็นแถวนั้น กำลังของการปฏิสนธิก็ตกทันทีเพราะอกุศลที่ผิดกามได้เข้ามาพัวพัน



โดย ศาลาธรรม [12 เม.ย. 2555 , 10:39:55 น.] ( IP = 125.25.124.236 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org