มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เหตุที่เป็นกะเทย (๔)







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

เหตุที่เป็นกะเทย (๔)


ท่านทั้งหลายเคยได้ยินไหมหนังสือพิมพ์ลงข่าวว่า ผู้ชายบางคนชอบลักกางเกงในผู้หญิง เขาไม่ต้องการผู้หญิง แต่จ้องหาผู้หญิงคนไหนสวยที่ชอบใจเขาบ้าง ถ้าเห็นสวยชอบใจแล้วคอยจ้องดูว่า มีกางเกงในตากเอาไว้บ้างไหม

ทำไม? เราตอบคำถามนี้ได้ไหม? ยากครับ คนไทยเป็นด้วยกันไม่ทราบหรือไม่ได้เรียนมาก็ไม่เข้าใจ ทำไมจะต้องไปลักกางเกงใน ต้องการจริงๆ ก็ตามร้านขายมากมาย เงินก็มีซื้อ เขาก็ไม่ปรารถนา ค่อยๆ ลักเอามาเก็บสะสมเอาไว้มากมาย

แล้วบางคนก็ชอบรองเท้าผู้หญิง บางคนก็ไปเกี่ยวข้องกับสัตว์เดรัจฉาน มีหลายพวกหลายเหล่า จิตของเขาเกิดวิปริตกระทำไปตามความสันทัดจัดเจนตามที่ได้กระทำมาจากในอดีตชาติและในชาตินี้ด้วย

ค้นคว้าหาความรู้ออกไปเสียกว้างไกล แต่ตัวของตัวเองอยู่ใกล้ๆ แท้ๆ หาได้รู้จักไม่ว่าเป็นชีวิตจิตใจขึ้นมาด้วยเหตุอะไร แล้วจะทราบได้อย่างไรว่า ตายแล้วจะต้องเกิดอีกหรือไม่ ไม่ค้นหาแสงสว่างให้แก่ตัวเองจึงต้องเดินย่ำอยู่ท่ามกลางความมืดมิดครั้งแล้วครั้งเล่าจนนับเวลาไม่ได้แล้วก็นับชาติไม่ไหว แล้วก็นับความทุกข์ที่ต้องแก้ไขในแต่ละชาติๆ ก็ไม่ทราบว่าเท่าใด

ชีวิตของตัวเองก็ไม่เข้าใจ เรื่องกะเทยก็พ้นวิสัย ในขณะนี้มีความเจริญรุ่งเรืองในวิทยาการสมัยใหม่มากมาย แต่คำว่าสัญชาตญาณนั้น มันเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุอะไร แล้วมันทำงานกันอย่างไร ก็ยังอธิบายไม่ได้ แม้ถามว่า ผู้หญิงผู้ชายอยู่ที่ไหน แล้วเป็นผู้หญิงผู้ชายขึ้นมาได้อย่างไร ก็ยังไม่มีผู้ใดอธิบายได้

เป็นผู้หญิงผู้ชายได้อย่างไรก็ไม่มีความเข้าใจเสียแล้ว เรื่องของกะเทยจึงหาคำอธิบายไม่ได้ ตำรามีว่าด้วยเรื่องกะเทยที่ประกอบด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงจึงยากที่จะหาอ่านได้ แล้วก็เลยสรุปเอาง่ายๆ ว่า เพราะเอาเด็กชายมาเลี้ยงรวมกัน แต่จิตใจและร่างกายมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าอัศจรรย์นั้นจะอธิบายได้อย่างไร

โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2555 , 09:05:13 น.] ( IP = 125.27.173.30 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


กะเทยในสมัยพุทธกาลกับกะเทยในปัจจุบันนี้ก็เหมือนๆ กัน สมัยพุทธกาลมีภิกษุและภิกษุณี มีเหตุเกี่ยวกับเรื่องกะเทยมากมาย ในเวลานั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องบัญญัติสิกขาบทเป็นปาราชิกแก่ภิกษุ ภิกษุณีในเรื่องทางเพศ และในเรื่องของกะเทยในรูปแบบต่างๆ ไว้มิใช่น้อย

ประเทศที่เจริญทางวัตถุมาก เช่น ในยุโรปหรือในสหรัฐอเมริกา ชอบเสพสุรากันมากแล้วก็เป็นไปอย่างนี้เป็นเวลายาวนาน เช่นในยุโรปถ้าเขากระหายน้ำ เขาไม่ได้แวะกินน้ำแข็งหรือดื่มโอเลี้ยงอย่างบ้านเรา ส่วนมากเขาแวะกินเบียร์แก้กระหาย ถึงแอลกอฮอล์เปอร์เซ็นต์จะน้อย แต่กินบ่อยๆ มากๆ ก็เมาเหมือนกัน เพราะเขาไม่ได้เห็นการกินเหล้าเป็นเรื่องสำคัญ

ด้วยเหตุดังนี้เองบรรดาบุคคลทั้งหลาย ที่อยู่ในประเทศที่ศิวิไลซ์ทางวัตถุก็ชอบเสพของมึนเมา และเมื่อบุคคลกินเหล้าแล้วก็ชอบรวมกลุ่มกับพวกกินเหล้า ทำไมเล่าก็เพราะอัธยาศัยของเขาเป็นพวกคอเหล้า เหมือนใครที่เป็นผู้ร้ายก็ไปอยู่กับพวกผู้ร้าย ใครที่เป็นนักแสดงก็ชอบไปรวมอยู่กับนักแสดง เมื่อมีอัธยาศัยอย่างไรเขาจะหันเหไปในทิศทางสายนั้น

ด้วยเหตุดังนี้ บรรดาประเทศที่เจริญด้วยวัตถุดังกล่าวแล้วนั้น จึงเป็นประเทศที่มีเด็กปัญญาอ่อนมากที่สุด จนกระทั่งรัฐบาลไม่มีปัญญาจะเลี้ยงเด็กปัญญาอ่อน และแก้ปัญหาเด็กปัญญาอ่อน จึงได้ส่งเสริมให้ประชาชาตั้งมูลนิธิตั้งสมาคมเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนแก้ปัญหาเลี้ยงเด็กปัญญาอ่อนกันเอง

เพราะว่าเด็กที่จะมาเกิดเป็นเด็กปัญญาอ่อนตามหลักสภาวธรรมนั้น เมื่อพ่อแม่เป็นอย่างไรโดยอัธยาศัยลูกที่จะมาเกิดจะน้อมเข้าไปสายทางเช่นนั้น ด้วยเหตุดังนี้ ทั้งพ่อแม่เป็นปัญญาอ่อนหรือกินเหล้าเมายาหัวราน้ำ หรือเสพยาเสพติดมึนเมาเป็นประจำ เด็กที่จะมาเกิดใน ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ก็จะเป็นเด็กปัญญาอ่อน

ในประเทศไทยก็เดินตามเขาไปเพราะได้ภาษีมากๆ ก็ชอบใจ ผลที่เกิดขึ้นลึกซึ้งและไกลเกินไปจึงมองไม่เห็นไม่ได้

โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2555 , 09:07:57 น.] ( IP = 125.27.173.30 : : )


  สลักธรรม 2


ผมพูดเรื่องนี้ก่อนนำทางท่านให้เห็นว่า การปฏิสนธิในครรภ์มารดานั้นโน้มน้อมไปในสายทางของผู้เป็นพ่อเป็นแม่

เหตุนี้ถ้าพ่อแม่มีสันดานเป็นผู้ร้ายแต่ก็หาใช่ว่าถ่ายทอดตามสายโลหิตแล้วลูกจะเป็นผู้ร้าย ตามสายโลหิตได้ไม่ เพราะสายโลหิตเป็นผู้ร้ายไม่ได้

หากแต่ว่าผู้ร้ายจะเกิดในพ่อแม่ที่มีสันดานเป็นผู้ร้าย หรือพ่อแม่มีมรสุมทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นการใหญ่เป็นประจำ จะโน้มน้อมดึงนำไปในสายทางของผู้นั้น เด็กที่ดีๆ จะมาเกิดได้อย่างไร

แต่ถ้าพ่อแม่ขี้เมา เด็กปัญญาอ่อนคือเด็กที่ชอบกินเหล้าเมายาและไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีจะมาเกิดด้วยมากที่สุด

ด้วยเหตุนี้ประเทศใดกินเหล้าและเสพยาเสพติดกันมากเด็กปัญญาอ่อนก็จะมาเกิดมาก ประเทศใดผิดในกามกันมาก ประเทศนั้นจะมีกะเทยมาก

เพื่อนำให้ท่านทั้งหลายได้เห็นว่าในการปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นในครรภ์ของมารดาหรือจะเกิดขึ้นเป็น "โอปปาติกะ" คือเป็นพวกเทวดาหรือเปรต อสุรกาย ตลอดจนสัตว์เดรัจฉานที่มีกายหยาบมองเห็นได้ หรือกายละเอียดมองเห็นไม่ได้ ที่เป็นรูปปรมาณูก็ตาม เป็นความโน้มเอียงของธรรมชาติหาใช่เกิดจากการถ่ายทอดตามสายโลหิตไม่

ไม่ใช่ว่าเลือดของพ่อแม่เป็นผู้ร้าย เด็กจึงเป็นผู้ร้ายเพราะสายโลหิตก็หาไม่ เป็นผู้ร้ายนั้นเพราะจิตใจ

โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2555 , 09:08:39 น.] ( IP = 125.27.173.30 : : )


  สลักธรรม 3


และคนกินเหล้าเก่งจะมาเกิดกับพ่อแม่ที่กินเหล้าหรือชอบเสพยาเสพติดมึนเมาเก่งแล้วก็เป็นปัญญาอ่อน หรือเมื่อพ่อแม่มีมรสุมแล้วจะเอาเด็กดีๆ มาเกิดได้แสนยาก เช้าขึ้นทะเลาะกัน เย็นลงก็ทะเลาะกัน เด็กที่จะมาเกิดเป็นเด็กที่เรียบร้อยสมบูรณ์ทุกอย่างก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้

จะเห็นได้ว่าสายทางที่ผู้จะปฏิสนธิในครรภ์มารดานั้น มาจากสายทางของพ่อแม่รวมกัน ด้วยเหตุนี้ถ้าประเทศใดมีการผิดทางเพศกันมาก คือผิดในกามหรือที่เรารับศีลเรียกว่า กาเม หรือพ่อแม่มีเรื่องราวทะเลาะเบาะแว้งหึงหวงกันเสมออันเกี่ยวกับในทางเพศที่ไม่สมควร ประเทศนั้นจะมีกะเทยมาก

ทำไมเล่า? ก็เพราะว่าบรรดากะเทยทั้งหลายมาเกิดเพราะมีสถานที่รองรับเหมือนหรือใกล้เคียงกัน

เหมือนคนติดสุราก็ชอบไปดื่มสุราที่ร้านขายร่วมกับเพื่อนฝูงที่เป็นคอสุราเหมือนกัน เขาจะสนุกสนานเบิกบานใจ แต่ถ้าเป็นนักธรรมะแล้วเขาจะมาร่วมวงสนทนาด้วยกันนานๆ เขาจะทนไหวหรือ

ด้วยเหตุดังนี้เอง จึงเห็นได้ว่า ความเข้าใจของชาวโลกยังมีความเข้าใจไม่ถูกต้อง มีความเห็นไม่ตรงต่อความจริงต่อหลักธรรมในพระพุทธศาสนาอันเป็นปรมัตถ์คือความจริงแท้แน่นอนไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใดหรือกาลเวลาไหน ความจริงนั้นก็จะไม่ผันแปรเปลี่ยนแปลงไป

โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2555 , 09:09:06 น.] ( IP = 125.27.173.30 : : )


  สลักธรรม 4


แต่ทั้งนี้ก็เพราะชาวโลกมีความเข้าใจผิดว่า เด็กเป็นปัญญาอ่อนเพราะเหตุอย่างนั้นอย่างนี้ เช่นเอาเหตุภายนอกที่เห็นเด็กเกิดขึ้นมาแล้ว มีเหตุภายนอกแวดล้อมทำให้เป็นไป ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ เช่นเป็นเหตุเกิดจากการคลอดหรือเหตุจากเด็กที่อยู่ในท้องมีอันตรายอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น หรือเกิดแล้วพิการทางร่างกายเลยกลายเป็นปัญญาอ่อนก็เป็นได้

แต่ถ้าว่าถึงปฏิสนธิกาลเกิดมาเป็นปัญญาอ่อนแล้วจะต้องเป็นด้วยอำนาจกรรมจากชาติอดีตส่งผลให้ แม้แต่เกิดมาเป็นปัญญาอ่อนในภายหลังด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ก็ด้วยอำนาจของอดีตกรรมเหมือนกัน

เช่นมีเหตุขัดข้องในการคลอดทำให้เด็กนั้นเสียหายทางร่างกายเกิดเป็นปัญญาอ่อนขึ้นมาจากกรรมของเด็กนั้นในอดีตชาติเข้ามาอุดหนุน กรรมในอดีตมาทำให้เกิดเป็นผลขึ้นมาภายหลัง ทางธรรมเรียกว่าในปวัตติกาล โดยทำนองเดียวกันนี้เอง ผู้ที่เกิดเป็นกะเทยก็เหมือนกัน

จิตเกิดขึ้นมาได้อย่างไรถ้ามิได้มีอดีตชาติ แม้จิตเห็น หรือได้ยินก็ตาม ด้วยเหตุนี้ คนปัญญาอ่อน คนเป็นกะเทยก็หนีเรื่องจิตและเรื่องกรรมที่มาจากชาติอดีตไปไหนพ้น

นายแพทย์ผู้หนึ่งสำเร็จเป็นนายแพทย์จากสหรัฐอเมริกาภรรยาเป็นแพทย์ในประเทศไทย ทั้งสองท่านได้มาศึกษาพระอภิธรรม สามีได้ตั้งคำถามว่า ผมเป็นแพทย์ภรรยาก็เป็นแพทย์ เหตุใดลูกของผมจึงปัญญาอ่อน เวลานี้อายุ ๗ ขวบแล้วก็ยังไม่ประสีประสาอะไร แม้ ก.ไก่ ข.ไข่ ก็ยังไม่จบ

ผมก็ได้ซักถามว่า ก่อนที่เด็กคนนี้จะเกิดมีเหตุการณ์วุ่นวายภายในครอบครัวหรือไม่ แพทย์ผู้สามีตอบว่า ไม่เห็นมีเหตุอะไร ภรรยาผู้ได้รับความกระเทือนใจอย่างรุนแรงยังไม่ลืมอดีต แม้จะนานแสนนานไปง่ายๆ ดังนั้นจึงได้พูดขึ้นว่าคุณได้ลืมไปเสียแล้ว ตอนนั้นคุณไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง แล้วก็ดื่มเหล้าเมาทุกวันแล้วก็ทะเลาะกันเป็นประจำ ผู้ชายเป็นอย่างนี้เสมอ ชอบลืมง่ายๆ !

โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2555 , 09:09:21 น.] ( IP = 125.27.173.30 : : )


  สลักธรรม 5


ดังนั้น ผู้ใดเข้าถึงความลึกซึ้งถึงการจุติปฏิสนธิแล้ว การศึกษาเรื่องการเป็นกะเทยก็ง่ายเข้า

อีกข้อหนึ่งที่ผมขอเสนอท่านทั้งหลายก็คือ ความเป็นหญิงกับความเป็นชายในบรรดาวิชาการทางโลกที่ผมได้เคยศึกษามา หรือเคยปรึกษากับผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศ เขาบอกว่าเมื่อเวลาเกิดเด็กขึ้นนั้น มีหญิงมีชายอยู่ในคนคนเดียวกันพร้อมกันในทีแรก พอเติบโตขึ้นมา ถ้าเพศชายเจริญก็เป็นเพศชาย เพศหญิงเจริญก็เป็นเพศหญิง (ตอนที่ยังไม่แสดงอวัยวะเพศให้เห็นได้)

แต่ในหลักทางธรรมะนั้นกลับตรงกันข้ามกับวิชาการทางโลก เพราะเหตุว่าในการปฏิสนธิ(แก๊กแรก)นั้นเป็นได้เพศเดียว ไม่ใช่สองเพศ ในทันทีที่ปฏิสนธินั้นจะมีกลุ่มรูปปรมาณูเป็นเพศหญิงหรือชาย(ผันแปรเซลล์)ของบิดามารดา) ด้วยอำนาจของกรรมเรียกว่า กรรมชรูปเพศเดียว

พระอภิธรรมปิฎกวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจแสดงเอาไว้ว่า เพศหญิงหรือเพศชายก็เกิดขึ้นมาได้เพราะเหตุใดรายละเอียดมีหมด ในวิทยาการทางโลกทางวิทยาศาสตร์นั้นอธิบายเรื่องการเกิดเป็นเพศหญิงเพศชายไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นผู้ใดอยากเกิดเป็นหญิงอยากเกิดเป็นชายจะทำอย่างไร จะเป็นไปได้ไหมก็ไม่ทราบได้

วันหนึ่งเราได้เชิญแพทย์มาแสดงปาฐกถาที่อภิธรรมมูลนิธิท่านได้เล่าว่า มีภาพบุรุษฉกรรจ์คนหนึ่งและผู้หญิงคนหนึ่งมาที่สำนักงานแพทย์แล้วถามว่า เราสองคนสามีภรรยาแต่งงานกันมาเกือบสิบปีแล้ว ทำไมไม่มีบุตรสักที คุณที่เป็นแพทย์บอกว่าลองตรวจดูก่อน ท่านนำคุณผู้หญิงไปตรวจ เสร็จแล้วบอกว่าภรรยาคุณไม่มีอะไรผิดปกติ พร้อมที่จะมีเด็กได้ ให้คุณผู้ชายมาตรวจบ้าง

คุณผู้ชายก็เข้ามาตรวจแล้วแพทย์บอกว่าตกใจ เพราะว่าคุณผู้ชายมีมดลูก ทุกอย่างที่อยู่ภายนอกเป็นผู้ชายหมด แต่ภายในมีมดลูกรวมอยู่ด้วย คุณนั่นแหละทำให้เป็นหมันแล้วจะมีลูกได้อย่างไรกัน ภรรยาคุณไม่ได้เป็นแต่คุณเป็นเองเพราะมีมดลูกอยู่ในท้องคุณ มีรังไข่อยู่ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งเป็นลูกอัณฑะ



โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2555 , 09:09:36 น.] ( IP = 125.27.173.30 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org