มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปลงบาป




พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามชาณุสโสณิพราหมณ์

พ. เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงอาบน้ำในวันอุโบสถ นุ่งห่มผ้าไหมคู่ใหม่ ถือกำหญ้าคาสด มายืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง วันนี้เป็นวันอะไรของสกุลพราหมณ์

ช. วันนี้เป็นวันปลงบาปของสกุลพราหมณ์

พ. ก็พิธีปลงบาปของพราหมณ์ทั้งหลาย ย่อมมีด้วยประการใดเล่า

ช. พราหมณ์ทั้งหลายในโลกนี้ อาบน้ำในวันอุโบสถ นุ่งห่ม ผ้าไหมคู่ใหม่ ทาแผ่นดินด้วยโคมัย (ขี้วัว) สด ลาดด้วยหญ้าคาที่เขียวสด นอนในระหว่างกองทรายและเรือนไฟ ในราตรีนั้น พราหมณ์เหล่านั้นลุกขึ้นประนมอัญชลีนมัสการไฟ ๓ ครั้ง พลางกล่าวว่า ข้าพเจ้าขอปลงบาปกะท่านผู้เจริญ แล้วบูชาไฟด้วยเนยใส น้ำมัน และเนยข้น เมื่อล่วงราตรีนั้นไป ย่อมเลี้ยงพราหมณ์ทั้งหลายให้อิ่มหนำด้วยอาหารอันประณีต

พ. ส่วนพิธีปลงบาปในวินัยของพระอริยะ ย่อมมีโดยประการอย่างอื่น

ช. ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์ตาม พิธีปลงบาปในวินัยของพระอริยะด้วยเถิด

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [8 พ.ค. 2555 , 09:24:39 น.] ( IP = 58.9.198.232 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พ. อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า

วิบากของการฆ่าสัตว์เป็นสิ่งที่ชั่วช้า ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ ครั้นพิจารณาอย่างนี้แล้ว ย่อมละการฆ่าสัตว์ ย่อมปลงบาปจากการฆ่าสัตว์

วิบากของการลักฉ้อเป็นสิ่งที่ชั่วช้า ... ย่อมปลงบาปจากการลักฉ้อ

วิบากของการประพฤติผิดในกามเป็นสิ่งที่ชั่วช้า ... ย่อมปลงบาปจากการประพฤติผิดในกาม

วิบากของการพูดเท็จเป็นสิ่งที่ชั่วช้า ... ย่อมปลงบาปจากการพูดเท็จ

วิบากของการพูดส่อเสียดเป็นสิ่งที่ชั่วช้า ... ย่อมปลงบาปจากการพูดส่อเสียด

วิบากของการพูดคำหยาบเป็นสิ่งที่ชั่วช้า ... ย่อมปลงบาปจากการพูดคำหยาบ

วิบากของการพูดเพ้อเจ้อเป็นสิ่งที่ชั่วช้า ... ย่อมปลงบาปจากการพูดเพ้อเจ้อ

วิบากของความโลภอยากได้ของคนอื่นในทางไม่ชอบเป็นสิ่งที่ชั่วช้า ... ย่อมปลงบาปจากความโลภอยากได้ของคนอื่นในทางไม่ชอบ

วิบากของความพยาบาทเป็นสิ่งที่ชั่วช้า ... ย่อมปลงบาปจากความพยาบาท

วิบากของความเห็นผิดคลองธรรมเป็นสิ่งที่ชั่วช้า ทั้งในปัจจุบันทั้งในสัมปรายภพ ครั้นพิจารณาอย่างนี้แล้ว ย่อมละความเห็นผิดคลองธรรม ย่อมปลงบาปจากความเห็นผิดคลองธรรม



(ปฐมปัจโจโรหณีสูตร ๒๔/๑๕๖)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [8 พ.ค. 2555 , 09:26:49 น.] ( IP = 58.9.198.232 : : )


  สลักธรรม 2

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงการที่บุคคลทำบาปอย่างเดียวกัน แต่ได้รับผลต่างกัน ความว่า

บาปกรรมเล็กน้อย บางคนทำแล้ว บาปกรรมนั้นย่อมนำเขาไปนรกได้ บาปกรรมเล็กน้อยอย่างเดียวกันนั้น บางคนทำแล้ว กรรมนั้นให้ผลในทันทีอย่างเบาบาง ไม่ปรากฏผลมากต่อไปเลย

บุคคลบางคนไม่ได้อบรมศีลสมาธิปัญญา เป็นผู้มีคุณความดีน้อย มีใจคับแคบ ต่ำทราม มีปกติอยู่เป็นทุกข์ด้วยเหตุเล็กน้อย บุคคลชนิดนี้ทำบาปกรรมเพียงเล็กน้อย บาปกรรมนั้นย่อมนำเขาไปนรกได้

เปรียบเหมือนการใส่เกลือลงไปในถ้วยน้ำเล็กๆ ก้อนหนึ่ง ย่อมทำให้น้ำอันน้อยในถ้วยน้ำกลายเป็นน้ำเค็มอันไม่น่าดื่มไป

เปรียบเหมือนคนยากจน มีสมบัติน้อย มีโภคะน้อย คนอย่างนี้ย่อมผูกพันเพราะทรัพย์แม้กึ่งกหาปณะ

บุคคลบางคนได้รับการอบรมศีลสมาธิปัญญา เป็นผู้มีคุณความดี มาก มีใจกว้าง ใจสูง ไม่เป็นคนเจ้าทุกข์ บุคคลชนิดนี้ทำบาปกรรมเล็กน้อยอย่างเดียวกัน กรรมนั้นให้ผลในทันทีอย่างเบาบางไม่ปรากฏผลมาก ต่อไปเลย

เปรียบเหมือนการใส่เกลือก้อนขนาดเดียวกันลงไปในแม่น้ำคงคา น้ำในแม่น้ำคงคามีมาก จึงไม่เค็มเพราะเกลือก้อนนั้น

เปรียบเหมือนคนมั่งคั่ง มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก คนอย่างนี้ ย่อมไม่ผูกพันเพราะทรัพย์เพียงกึ่งกหาปณะนั้น


(โลณกสูตร ๒๐/๕๔๐)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [8 พ.ค. 2555 , 09:28:57 น.] ( IP = 58.9.198.232 : : )


  สลักธรรม 3

สาระที่ควรกล่าวถึงมีดังนี้

๑. การกระทำ คำพูด และความคิดของคนเรา หากประกอบด้วยเจตนา ย่อมจัดเป็นกรรม สำเร็จเป็นกรรม เมื่อทำกรรมแล้วก็เป็นอันทำเลย ทำคืนไม่ได้ ลบล้างไม่ได้ เมื่อเหตุปัจจัยเอื้ออำนวย กรรมนั้น ก็จะให้ผลแก่ผู้กระทำ ถ้าเหตุปัจจัยยังไม่อำนวยก็ยังไม่ให้ผล รอให้ผลเมื่อได้โอกาส ด้วยเหตุนี้...

กรรมดีกรรมชั่วจึงไม่อาจจะลบล้างกันเป็นศูนย์ เหมือนเลขบวกเลขลบจำนวนเท่ากัน หักล้างกันเป็นศูนย์ แต่กรรมดีกรรมชั่วจะสิ้นสุดลงเมื่อให้ผลถึงที่สุด หรือหมดกำลังไปเองตามกาลเวลา

๒. เมื่อได้ทำบาปกรรมใดไว้ก็ตาม วิธีแก้ไขตามหลักพุทธศาสนา คือ ต้องเห็นโทษของบาปกรรมนั้น แล้วยอมรับผิดเสียก่อน และตั้งใจว่าจะไม่ทำผิดอย่างนั้นอีก เป็นการปลงบาปตามนัยแห่งปฐมปัจโจโรหณีสูตร แล้วพยายามทำความดีให้มากๆ เพื่อไปเจือจางให้ผลแห่งบาปกรรมนั้นเบาบางลง

เสมือนหนึ่งผ่อนหนักเป็นเบา ไม่ใช่ล้างบาปให้หมดไป แต่เป็นการละลายบาปตามนัยแห่งโลณกสูตร เพราะบาปกรรมที่ทำแล้ว ย่อมสำเร็จเป็นกรรม ไม่สูญหายไปไหน ถ้าทำความดีมากพอ (เท่าน้ำในแม่น้ำ) ผลของบาปกรรมก็จะเบาบางราวกับไม่มี อุปมาเหมือนเกลือกับน้ำในแม่น้ำ แม้เกลือจะยังมีอยู่ไม่ได้สูญหายไปไหน แต่ก็ไม่มีผล

๓. บางคนแม้จะรู้ว่าอะไรเป็นความดี แต่ไม่ยอมทำหรือทำได้เพียงเล็กน้อยเพราะไม่อาจฝืนอำนาจกิเลสได้ การทำความดีให้มากๆ เพื่อไปละลายบาปกรรมจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ดังนั้น วิธีแก้ไขที่ดีที่สุดคือ อย่าได้ทำบาปเลย หรือพยายามทำบาปให้น้อยที่สุด ด้วยการพิจารณาเสียให้รอบคอบก่อนลงมือกระทำ

๔. แม้ว่าบาปกรรมจะเป็นสิ่งที่ลบล้างไม่ได้ แต่ความเศร้าหมองในจิตใจสามารถจะลบล้างได้ หากชำระล้างความเศร้าหมองของจิตใจไม่ได้ การประพฤติพรหมจรรย์ หรือการปฏิบัติธรรมเพื่อชำระจิตให้บริสุทธิ์ก็เป็นไปไม่ได้ โลกนี้ก็คงไม่มีพระอรหันต์

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [8 พ.ค. 2555 , 09:31:52 น.] ( IP = 58.9.198.232 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบพระคุณค่ะพี่เณร....สมัยนี้เรื่องของการล้างบาป เป็นความเชื่อที่หลายคนให้ความสนใจ จนกลายเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพก็มี..หากใครได้อ่านอย่างนี้แล้วก็คงจะลดความเสี่ยงในการถูกหลอกลงได้นะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [8 พ.ค. 2555 , 09:33:04 น.] ( IP = 58.9.198.232 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org