มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เจตสิก คืออะไร (๒)







โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร

เจตสิก คืออะไร (๒)


เมื่อตั้งคำถามว่า เจตสิกคืออะไร ก็ได้คำตอบว่าเจตสิกคือธรรมชาติที่ประกอบกับจิต เกิดพร้อมกับจิต ดับพร้อมกับจิต มีอารมณ์เดียวกับจิต และที่ตั้งที่อาศัยก็อยู่ในที่เดียวกันกับจิต

เจตสิกที่ประกอบกับจิตนั้น เรียกว่า เจโตยุตฺตลกฺขณํ คือการประกอบที่บริบูรณ์ด้วยลักษณะ ๔ ประการคือ

๑. เอกุปฺปาท เกิดพร้อมกับจิต

๒. เอกนิโรธ ดับพร้อมกับจิต

๓. เอกาลมฺพน มีอารมณ์อันเดียวกับจิต

๔. เอกวตฺถุก อาศัยวัตถุอันเดียวกับจิต

โดย ศาลาธรรม [7 มิ.ย. 2555 , 15:50:18 น.] ( IP = 125.27.172.198 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


เพราะว่าชิ้นส่วนต่างๆ ที่มาร่วมประชุมกันเป็นบ้านนี้เองที่ทำให้บ้านมีรูปแบบต่างกันออกไป เช่น หน้าจั่ว ขื่อ แป ข้างฝา เป็นต้น แล้วก็สมมุติชื่อขึ้นมาใหม่เพื่อเรียกขานกันให้เข้าใจ เช่น บ้านปั้นหยา บ้านไทย บ้านแบบฝรั่ง บ้านบังกะโล ไปจนถึงกระท่อมห้องหอ หรือห้องแถว

เพราะชิ้นส่วนที่มารวมกันเป็นคน ก็มีความแตกต่างกันไปจึงได้ชื่อว่าเป็นคนเหมือนกัน แต่คนทั้งหลายหาได้เหมือนกันไม่ บางคนเตี้ย บางคนสูง บางคนตาโต บางคนตาเล็ก

เพราะชิ้นส่วนต่างๆ มารวมกันจึงได้เป็นบ้าน และเพราะชิ้นส่วนต่างๆ มารวมกันจึงได้เป็นคน แม้จะชื่อว่าเป็นบ้าน เป็นคน ก็หาได้เหมือนกันไม่ ย่อมต่างๆ กันออกไปก็แล้วแต่หรือตามที่ชิ้นส่วนที่มาประชุมกันเหล่านั้นว่าเป็นอย่างไร

ที่ชื่อว่า "จิต" เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ก็เหมือนกัน เพราะมีเจตสิกมาร่วมประชุมกันจึงได้เป็นจิต

และเพราะมีเจตสิกมาร่วมช่วยกันปรุงแต่ง ดังนั้นจิตจึงเป็นโลภะบ้าง โทสะบ้าง ซึ่งเป็นบาป และอโลภะบ้าง อโทสะบ้าง ซึ่งเป็นบุญ เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม [7 มิ.ย. 2555 , 15:50:37 น.] ( IP = 125.27.172.198 : : )


  สลักธรรม 2


ถ้าบ้านพังลงไป ชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านก็ทลายลงไปด้วย คำว่าบ้านก็หายไป ถ้าชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านประชุมกันขึ้นมาใหม่ บ้านก็เกิดขึ้นใหม่ คนก็เหมือนกัน ถ้าจิตใจไม่มีเขาก็เรียกว่าศพ หาเป็นคนได้ไม่

ธรรมชาติของจิตก็เหมือนกัน ถ้าเราจะอธิบายเหมือนกับจุดไฟขึ้นที่เทียนก็ได้ เมื่อจุดไฟแล้ว ไฟก็เกิดขึ้น แสงสว่างก็เกิดขึ้น ความร้อนก็เกิดขึ้น พลังงานจากความร้อน และพลังจากแสงสว่างก็เกิดขึ้น ถ้าไฟเกิดขึ้นมันก็เกิดขึ้นพร้อมกัน ถ้าไฟดับมันก็ดับพร้อมกัน ทั้งมันก็อยู่ในที่เดียวกันด้วย

เจตสิกที่รวมกันทั้งหมดนั้นมีอยู่ ๕๒ ประเภท เป็นเจตสิกที่เป็นกลางๆ สามารถเกิดร่วมกับบาปก็ได้ กับบุญก็ได้ และไม่บาปไม่บุญก็ได้ ประเภทหนึ่ง อกุศลเจตสิกจะประกอบกับเฉพาะจิตที่เป็นอกุศลจิตเท่านั้นประเภทหนึ่ง และโสภณเจตสิกจะประกอบกับเฉพาะจิตที่เป็นโสภณจิตเท่านั้นอีกประเภทหนึ่ง

ก็น่าอัศจรรย์ เมื่อผู้ใดเกิดจิตคิดหรือทำไปในฝ่ายอกุศล เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ เป็นต้น เจตสิกที่เป็นกลางๆ กับเจตสิกฝ่ายที่เป็นอกุศลก็จะเข้ามาเกิดร่วมกัน เราก็เรียกผู้นั้นว่า ได้กระทำบาป หรือพูดว่าอกุศลจิตเกิดขึ้น

เมื่อผู้ใดมีจิตคิดหรือทำไปในฝ่ายกุศล เช่นทำบุญให้ทาน เมตตากรุณา เป็นต้น เจตสิกที่เป็นกลางๆ กับเจตสิกเป็นฝ่ายโสภณก็จะเข้ามาเกิดร่วมกัน เราก็เรียกผู้นั้นว่า ได้กระทำบุญหรือพูดว่า กุศลจิตเกิดขึ้น

โดย ศาลาธรรม [7 มิ.ย. 2555 , 15:50:55 น.] ( IP = 125.27.172.198 : : )


  สลักธรรม 3


ขอยกตัวอย่างขึ้นมาให้ท่านได้เห็นหน้าตาบ้างเล็กน้อยพอจะได้มีความเข้าใจ แต่ถ้าศึกษาเล่าเรียนจริงๆ แล้วก็มีความละเอียดลึกซึ้งมาก เพราะจะแสดงถึงจิตประเภทไหนเกิดขึ้นมีเจตสิกอะไรบ้าง เข้ามาร่วมกันทำงานและทำงานกันอย่างไร เก็บอารมณ์ เก็บบุญ เก็บบาปเอาไว้ที่ไหน และบุญบาปที่เก็บเอาไว้เหล่านั้นสามารถแสดงออกคือ ให้ผลได้อย่างไร เหตุใดคนทำความดีจึงมองเห็นกันอยู่ทั่วไปว่าไม่ได้รับผลดี และคนชั่วร้ายกลับมีความร่ำรวยหรือมีความสุข ความสบาย

ตัวอย่างที่จะยกขึ้นมาให้ท่านได้พิจารณานั้น เป็นตัวอย่างที่จะทำให้พอมองเห็นหน้าตาบ้างเท่านั้น เพราะเรื่องเจตสิกนั้นผมบรรยายอยู่ที่อภิธรรมมูลนิธิสัปดาห์ละ ๒ ชั่วโมง ก็ต้องใช้เวลาปีเศษสำหรับเพียงเพื่อจะได้อาศัยเป็นพื้นฐานในการศึกษาสูงขึ้นไป

เมื่อเวลาจิตเกิดขึ้นรับอารมณ์ จิตกับเจตสิกก็จะเกิดขึ้นพร้อมกันเสมอ เพราะจิตเกิดขึ้นที่ไหนเจตสิกก็จะอยู่ในที่นั้น จิตรับอารมณ์อะไรเจตสิกก็ร่วมรับอารมณ์อย่างเดียวกัน เหมือนพูดว่ามีครูก็ต้องมีศิษย์ พูดว่าพ่อแม่ก็ต้องมีลูก พูดว่าสามีก็ต้องมีภรรยา ชิ้นส่วนของไม้มาประชุมกันให้ถูกต้อง บ้านนั้นก็เกิดขึ้น เจตสิกร่วมประชุมกันจิตก็เกิดขึ้น ไม่ใช่มีเจตสิกต่างหากแล้วก็เอามารวมกับจิตอีกทีหนึ่ง

อัญญสมานาเจตสิก หมายถึงเจตสิกที่ร่วมประกอบกับจิตที่เป็นอกุศล หรือที่เป็นกุศลก็ได้ มีจำนวน ๑๓ แล้วได้แยกเป็นสัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ ประเภท ซึ่งหมายถึงเจตสิกที่ประกอบกับจิตทั้งหมดทุกๆ ประเภท ซึ่งผมขอยกขึ้นมาให้เป็นตัวอย่างให้ท่านได้พิจารณา

ส่วนปกิณกเจตสิกอีก ๖ ประเภทจะของดเอาไว้ ส่วนอกุศลหรือโสภณเจตสิก ก็จะเสนอต่อท่านบ้างนิดหน่อย ขอท่านทั้งหลายได้โปรดศึกษาให้จริงจังต่อๆ ไป ผลที่ได้นั้นมิใช่เล็กน้อยเลย


โดย ศาลาธรรม [7 มิ.ย. 2555 , 15:51:16 น.] ( IP = 125.27.172.198 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org