มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ศีล ความสำรวมทางกายทาง-วาจา




ศีล ความสำรวมทางกายทาง-วาจา


คำว่า “ศีล” มาจาก “ศีร” หรือ”เศียร” แปลว่า “หัว”

ธรรมชาติของศีลนี้เป็นเหมือนหัว คือเป็นประธานแห่งกุศลธรรมทั้งปวง เพราะเหตุนั้นจึงเรียกว่า “ศีล”

ถ้าหากผู้ใดไม่มีหัว คือศีลแตกทำลายแล้ว กุศลธรรม ทั้งหลายจะต้องอยู่ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นสมาธิ ปัญญา คุณวิเศษทั้งหลายที่ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ไม่อาจจะเกิดมีได้แก่คนทุศีล ผู้มีศีลทำลาย เพราะคุณธรรมเหล่านั้นตั้งอยู่ได้ด้วยศีล

โดย บุษกร เมธางกูร [31 ก.ค. 2555 , 09:27:05 น.] ( IP = 58.9.191.87 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อุปมาเรื่องงู

ข้อนี้ก็มีอุปมาเหมือนบุคคลถูกงูใหญ่รัดตัวตนแน่น ต้องการเป็นอิสระจากงู ก็พยายามดึงส่วนต่าง ๆ ของลำตัวงูออก วิธีการอย่างนั้นย่อมเป็นภาระหนักทำให้สำเร็จได้ยาก

วิธีปฏิบัติที่ง่าย คือทำลายหัวงู โดยใช้วัตถุของแข็งทุบที่ศีรษะงู พอศีรษะงูถูกทำลายแล้ว ขนดลำตัวงูก็จะคลายออกไปเอง ข้อนี้ฉันใดบุคคลรักษาคุณธรรมทั้งหลายเอาไว้ได้โดยมีศีล เป็นหัวเป็นประธานแล้ว วันใดวันหนึ่งหากศีลถูกทำลายไปแล้ว คุณธรรมทั้งหลายทั้งปวงก็ย่อมคลาย กล่าว คือ ทำลายไปหมดฉันนั้นเหมือนกัน

ศีลเป็นบุญอย่างหนึ่ง ในบรรดาบุญหลายอย่าง ศีลแบ่งเป็น ๒ พวก คือ วาริตศีล กับ จาริตศีล

โดย บุษกร เมธางกูร [31 ก.ค. 2555 , 09:28:06 น.] ( IP = 58.9.191.87 : : )


  สลักธรรม 2

วาริตศีล คือศีลส่วนที่เป็นข้อห้ามให้งดเว้นไม่ประพฤติชั่ว

จาริตศีล คือ ศีลเป็นส่วนข้อควรประพฤติสนับสนุนให้ปฏิบัติ ให้ขวนขวายลงไม้ลงมือทำกิจที่สมควรทำ

ศีลของฆราวาส ว่าในส่วนของ วาริตศีล ก็คือศีล ๕ (ศีลปกติ) และศีล ๘ (อุโบสถศีล)

สำหรับการรักษา บางคนมองว่าเป็นเรื่องยากเกินความสามารถ บางคนมองว่าเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะมีเพียง ๕ ข้อ

ในเรื่องนี้ ต้องศึกษาให้เข้าก่อนว่า การงดเว้นจากปาณาติปาตเป็นต้นนั้นเป็นอย่างไร จึงจะรักษาได้โดยสะดวก ไม่ยากหรือง่ายสำหรับตนเกินไป
อุโบสถศีล

ในตำราว่า ศีลทั้ง ๘ เรียกว่า “อุโบสถศีล” เป็นศีลของฆราวาส สมาทานวันเดียว คือ วันอุโบสถเท่านั่น ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ หรือถ้าเดือนขาดก็ ๑๔ ค่ำ ไม่ได้เป็นศีลที่รักษาประจำ (นิจศีล) เพราะว่าชีวิตฆราวาสคลุกคลีกับกามคุณ กิจน้อยใหญ่ ท่านจึงให้โอกาสไว้วันเดียว

อุโบสถศีล ขาดไม่ได้เลยแม้แต่ข้อเดียว ถ้าขาดก็เป็นอันว่าอุโบสถศีลนั้นหมดไป เวลาสมาทานต้องให้เต็มวัน ปกติแล้ว พออาทิตย์อุทัยก็เริ่มสมาทานศีล ว่าต่อไปนี้ทั้งวันจะรักษาอุโบสถศีล

ถ้าไม่อาจเริ่มรักษาในเวลานั้น สายกว่านั้นก็ได้ แต่ต้องมาทดให้ครบวันในวันรุ่งขึ้น สมาทานตั้งแต่เช้าตรู่อาทิตย์อุทัยจะมาสิ้นสุดอีกพอฟ้าสางอาทิตย์ อุทัยของอีกวันหนึ่งถ้าพูดเป็นชั่วโมง ก็ครบ ๒๔ ชั่วโมง จึงจะถูกต้อง

บางคนรับประทานอาหารเลยเพลแล้ว พอทราบว่าเป็นวันอุโบสถ ปรารถนาจะรักษาอุโบสถศีล ย่อมรักษา แต่ต้องมาชดเชยในวันรุ่งขึ้น

โดย บุษกร เมธางกูร [31 ก.ค. 2555 , 09:29:55 น.] ( IP = 58.9.191.87 : : )


  สลักธรรม 3

ตัวอย่างการรักษาอุโบสถศีลตอนสาย

คนงานใหม่ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีไปทำงาน กลับจากนาไรมาสถานที่อยู่ วันนั้นเพื่อนคนงานไม่มีใครแตะต้องต้องอาหารเหมือนวันก่อน ก็แปลอกใจ พอเขาบอกให้ทราบว่าวันนี้เป็นวัดอุโบสถ ก็ปรารถนาจะรักษาอุโบสถศีลบ้าง เขาจึงไม่รับประทานอาหารมื้อนั้น ท้องเขาไม่เคยขาดอาหารอย่างนั้นมาก่อน เกิดความหิวจัด เป็นเหตุให้เขาเป็นลมตาย

ตายแล้วก็ไปสวรรค์ ด้วยอานุภาพของอุโบสถศีลนั้น แสดงให้เห็นว่าอุโบสถศีลนั้น จะสมาทานเวลาใดก็ได้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเวลาเช้าตรู่เสมอไป แต่ต้องให้ครบวันและสมาทานในวันอุโบสถ

พุทธบริษัทมี ๔ คือภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา สำหรับภิกษุณีไม่มีแล้ว เพราะขาดการสืบต่อ นักบวชที่เรียกว่าชีไม่ใช่ เป็นบริษัทหนึ่งต่างหากในพระพุทธศาสนา ถ้าจะจัดก็จัดเป็นอุบาสิกานับเนื่องในพวกฆราวาสนั่นละคะ

โดย บุษกร เมธางกูร [31 ก.ค. 2555 , 09:31:07 น.] ( IP = 58.9.191.87 : : )


  สลักธรรม 4

สรุปได้ว่า วาริตศีลเป็นข้อห้ามสำหรับฆราวาสปกติก็เป็นศีล ๕ เพิ่มขึ้นมาอีกเป็นศีล ๘ ในวันอุโบสถ ฒิฬและข้อที่ ๓ ในศีลอุโบสถนั้นก็เคร่งครัดกว่าข้อที่ ๓ ในศีล ๕

คือ ข้อที่ ๓ ในศีล ๕ เป็นความงดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร คือความประพฤติผิดในกาม อันได้แก่ในเมถุนธรรมทั้งหลาย พูดง่าย ๆ ว่า ไม่ประพฤติล่วงเกินเกี่ยวกับประเวณี ในหญิง ๒๐ จำพวก ซึ่งมิใช่ภรรยาตน หรือเป็นผู้ที่มีเจ้าของหวงแหน

ส่วนข้อที่ ๓ ในศีล ๘ หรือศีลอุโบสถ เป็นความงดเว้นจากสิ่งที่ไม่ใช่พรหมจรรย์ คือการเสพเมถุนทั้งหมด แม้กับภรรยาตน

ข้อที่ ๖ ๗ และ ๘ ที่เพิ่มเข้ามาเป็นศีลอุโบสถ คือ ความงดเว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือเลยเที่ยงไปจนอรุณขึ้นใหม่อีก ๑ ความงดเว้นจากการฟ้อนรำขับร้อง การบรรเลง และการดูมหรสพ และการประดับประดาตกแต่ร่างกายด้วยพวงดอกไม้ของหอมเครื่องย้อมทา ๑ จากการนั่งนอนบนที่นั่นที่นอนอันสูงใหญ่ ๑

ในส่วนของ จาริตศีล สำหรับฆราวาสนั้น ถ้าจะถามว่าจะมีสักกี่ข้อ ก็ไม่อาจจะกำหนดจำนวนได้ เพราะเป็นข้อควรประพฤติแล้วแต่เหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ไปประสบเข้า

โดย บุษกร เมธางกูร [31 ก.ค. 2555 , 09:32:29 น.] ( IP = 58.9.191.87 : : )


  สลักธรรม 5

เช่น เห็นเด็กเล็ก ๆ จะข้ามถนนก็ช่วยพาเขาข้ามถนน เป็นต้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร

มีอยู่คนหนึ่ง เป็นคนใจดี เห็นเด็กคนหนึ่งกระเย่อกระแหย่งพยายมกดออดประตูหน้าบ้านหลังหนึ่ง ก็กุลีกุจอช่วยกด พอออดดัง เด็กคนนั้นก็มาบอกว่า.. “คราวนี้ตัวใครตัวมันแล้วกันนะคุณลุง” ..แล้วก็วิ่งหนีไป เพราะฉะนั้น ก็ต้องระวังเหมือนกัน

ส่วนที่ทำอยู่เป็นประจำก็มี เช่น การอุปถัมภ์บำรุงบิดามารดานี้ก็เป็นจาริตศีลด้วย บุคคลอื่นที่เป็นญาติผู้ใหญ่ เป็นพี่น้องอยู่บ้านเดียวกัน ก็สงเคราะห์ตามสมควรแก่บุคคล ล้วนแต่เป็นจาริตศีลทั้งนั้น

พระพุทธเจ้า ตรัสสรรเสริญจาริตศีล ว่าเป็นคุณสมบัติของสัตบุรุษผู้เป็นบัณฑิต เพราะทำให้เต็ม ให้ดี ให้ถี่ถ้วน ได้ยาก ต้องข่มใจ ต้องฝืนกิเลส บาทีไม่อยากทำ หรือมีบุคคลมาพูดให้เสียใจ ก็หมดกำลังใจที่จะทำ

ถ้าเอาชนะกิเลสไม่ได้ ข่มใจไม่ได้ ก็จะเลิกทำ จาริตศีลในคราวนั้นก็บกพร่องไป ขาดการข่มใจอันเป็นคุณธรรมของบัณฑิต

จึงได้ขอนำมาเสนอไว้ให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่านได้รับทราบด้วยความปรารถนาดีค่ะ

โดย บุษกร เมธางกูร [31 ก.ค. 2555 , 09:34:00 น.] ( IP = 58.9.191.87 : : )


  สลักธรรม 6

ได้รับความรู้ในเรื่องของจารีตศีลมากขึ้นค่ะ เพราะเพิ่งจะทราบว่า ข้อควรประพฤติ หรือการกระทำที่ทำอยู่เป็นประจำ เช่น การอุปถัมภ์ ช่วยเหลือ จัดเป็นจารีตศีลด้วย

และจะต้องอาศัย การข่มใจ ต้องฝืนกิเลสด้วย เพื่อไม่ให้จารีตศีลบกพร่อง

ขอบพระคุณอาจารย์บุษกรค่ะ

โดย เซิ่น [31 ก.ค. 2555 , 09:35:04 น.] ( IP = 58.9.191.87 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org