มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ตายแล้วไปไหน ?




ถ้าเป็นกรรมชั่วหรือบาปกรรมให้ผลก็ต้องเกิดในอบายภูมิ ๔ ภูมิ คือนรก เปรต อสุรกาย หรือสัตว์เดรัจฉานภูมิใดภูมิหนึ่ง

แต่ถ้าเป็นกรรมดีคือบุญกรรมให้ผล ก็เกิดในสุคติภูมิถึง ๒๗ ภูมิ

คือ ถ้าเป็นกามาวจรกรรมหรือมหากุศล มีทาน ศีล ภาวนาที่ยังไม่ถึงฌานและมรรคผล เวยยาวัจจะเป็นต้น ให้ผลย่อมเกิดในกามสุคติภูมิ ๗ คือมนุษย์ ๑ สวรรค์ ๖ ชั้น มีจาตุมมหาราชิกาภูมิเป็นต้น

ถ้าได้รูปฌานตั้งแต่ปฐมฌานจนถึงจตุตถฌาน คือได้ฌานที่ ๑ ถึงฌานที่ ๔ เฉพาะที่เป็นรูปฌานย่อมเกิดในรูปพรหมภูมิ ๑๖ มิ ถ้าได้อรูปฌาน ๔ ฌานมีอากาสานัญจายตนะฌานเป็นต้น ย่อมเกิดในอรูปพรหมภูมิ ๔ ภูมิ รวมเป็น ๓๑ ภูมิ ซึ่งผู้ที่ยังเกิดอยู่ในภูมิใดภูมิหนึ่งทั้งที่เป็นทุคติภูมิและสุคติภูมิ ล้วนแต่เป็นผู้ที่ยังละกิเลสยังไม่ได้ทั้งสิ้น

สำหรับบุคคลที่ละกิเลส คือบรรลุมรรคผลเป็นพระอริยบุคคล ตั้งแต่พระโสดาบันเป็นต้นจนถึงพระสกทาคามี แม้ยังต้องเกิดอยู่ก็ไม่เกิดในอบายเลย เกิดแต่ในสุคติเท่านั้น ถ้าได้ฌานก็เกิดในรูปพรหมหรืออรูปพรหมตามอำนาจของฌานที่ตนได้ ส่วนผู้ที่เป็นอนาคามีแล้วย่อมเกิดในพรหมโลกเท่านั้น

โดย พี่เณร [23 ส.ค. 2555 , 10:23:47 น.] ( IP = 58.11.187.150 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

แต่ถ้าบรรลุเป็นพระอรหันต์ซึ่งไม่มีกิเลสเหลืออยู่เลยย่อมไม่เกิดในที่ไหนๆ เลย แต่ย่อมปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานเท่านั้น

สรุปว่า คนที่มีกิเลสตายแล้วยังต้องเกิดอีก แต่จะเกิดที่ไหน สุดแต่กรรมที่ทำไว้แล้วนำเกิด คนที่ไม่กิเลสเลยคือพระอรหันต์ ย่อมปรินิพพานเท่านั้น ไม่เกิดในที่ไหนๆ เลย

ถ้าจะถามว่า บุญกุศลที่ทำแล้วในภพนี้ เช่นทำบุญสร้างโบสถ์เป็นต้น ผลของบุญนั้นก็ย่อมให้ผลแก่เขาผู้ทำ ในภพนี้บ้าง ในภพหน้าบ้าง ในภพต่อจากชาติหน้าๆ ไปบ้าง สุดแต่ว่า มีโอกาสเมื่อใดก็ให้ผลเมื่อนั้น ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าบุญนั้นจะให้ผลในชาติไหน ยกเว้นแต่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น

ส่วนบรรพบุรุษของผู้กระทำกรรมดีในชาตินั้น ถ้าผู้กระทำอุทิศส่วนบุญที่ทำแล้วให้ท่าน ท่านรับรู้และอนุโมทนาก็ย่อมได้รับบุญนั้นด้วย

แต่ถ้าท่านไม่รับรู้หรือรับรู้แต่ไม่อนุโมทนาท่านก็ไม่ได้บุญด้วย สำหรับท่านที่สามารถรับรู้และอนุโมทนาด้วยนั้น ถ้าท่านเกิดเป็นเปรต ท่านอาจจะพ้นจากสภาพเปรตได้ หรืออาจจะได้รับอาหาร เสื้อผ้าเป็นต้นอันเป็นทิพย์ ในทันทีทันใดที่อนุโมทนาจบลงก็ได้

แต่ถ้าท่านเกิดเป็นเทวดา ท่านอนุโมทนาแล้ว ท่านก็ได้กุศลจิตเพิ่มขึ้นจากการอนุโมทนานั้น บางครั้งยังทำให้รัศมีกายของท่านสว่างไสวเพิ่มขึ้นด้วย

สำหรับบรรพบุรุษที่เกิดในอบายนั้น ท่านไม่มีโอกาสทราบและอนุโมทนาได้เลย แม้เกิดเป็นมนุษย์ท่านก็ไม่มีโอกาสทราบเช่นกัน คิดดูง่ายๆ ก็ได้ คนอยู่บ้านเดียวกัน เราไปทำบุญมาแล้ว ถ้าเราไม่บอกเขา เขาก็ไม่ทราบ เมื่อไม่ทราบจะอนุโมทนาได้อย่างไร

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคนที่ตายแล้วหรือยังไม่ได้ตาย ถ้าเราทำบุญแล้ว ไม่บอกให้เขาอนุโมทนาบุญ เขาก็อนุโมทนาไม่ได้ แม้เขาอยากจะได้ส่วนบุญก็ตาม


โดย พี่เณร [23 ส.ค. 2555 , 10:26:06 น.] ( IP = 58.11.187.150 : : )


  สลักธรรม 2

เป็นคำถามตามวัยให้ต้องตอบ
วัยเด็กชอบถามผู้ใหญ่อย่างใคร่รู้
ทำงานคืออะไรใคร่ถามดู
อยากจะรู้อนาคตอย่างจดใจ

ครั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ใคร่ถามเด็ก
ตอนยังเล็กนี้อยากทำสิ่งไหน
เมื่ออยากแล้วก็รีบทำให้สมใจ
เพราะโตเป็นผู้ใหญ่ไร้เสรี

ครั้นชราถามกันว่าตายเมื่อไหร่
และตายแล้วจะไปไหนกันล่ะนี่
ไม่มีใครตอบได้เลยสักที
คำถามนี้ช่างมืดมนน่าสนใจ

เสียงพระท่านพลันแว่วแจ้วกังวาน
สาธยายขับขานอย่างแจ่มใส
ชีวิตคนเรานี้ไม่มีใด
เพราะมีกรรมจึงทำให้เราเกิดมา

เป็นวงจรศรรักปักข้ามชาติ
เป็นคนดีขี้ขลาดหรือเก่งกล้า
เป็นเพราะความชำนาญสานกรรมมา
เป็นนิสัยให้ปัญญาไม่เทียมกัน

ทั้งกรรมดีและชั่วที่กลั้วกล้ำ
ได้เคยทำไว้ตอนชาติก่อนนั้น
คือพืชเชื้อที่เพาะให้เหมาะพันธุ์
ตายแล้วเกิดทันควันไม่ล่องลอย

เกิดขึ้นเป็นอะไรในชาติต่อ
เนื่องจากกรรมที่ก่อแม้เล็กน้อย
เป็นแรงส่งสู่คติภพต่อรอย
จากมนุษย์อาจด้อยเป็นนกกา

หรือจากสัตว์ที่บัดซบสู่ภพเปรต
หรือเข้าเขตนรกใหญ่มีไฟกล้า
หรือแรงบุญหนุนนำลำชีวา
เกิดในครรภ์มารดามนุษย์พงศ์

หรืออาจมีบุญหนักศักดิ์ประเสริฐ
ถือกำเนิดเป็นเทวาน่าใหลหลง
แต่จะเกิดเป็นอะไรให้คิดปลง
ว่ายังคงไม่พ้นทุกข์ที่รุกรน

เพราะชีวิตทั้งกายจิตนี้เป็นทุกข์
เดี๋ยวสนุกเดี๋ยวทุกข์โศกโรคสับสน
เดี๋ยวดีใจเดี๋ยวเสียใจให้ระคน
ทุกสิ่งเปลี่ยนไปพ้นจากจีรัง

คือสภาพของทุกข์ที่รุกเร้า
ไม่อาจทนอย่างเก่าให้ยืนยั่ง
ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปให้ระวัง
คำพระสั่งสอนไว้ในมนต์ตรา

คำถามว่าตายแล้วจะไปไหน
หากไม่สิ้นไร้ยางแห่งตัณหา
ต้องกำเนิดเกิดใหม่ในโลกา
เป็นอย่างไร..อยู่ที่ว่าทำกรรมใด.

โดย พี่ดอกแก้ว [23 ส.ค. 2555 , 10:28:25 น.] ( IP = 58.11.187.150 : : )


  สลักธรรม 3

วันนี้ได้ทบทวน วนเวียน เทียวไปเทียวมาเพลินกับภพภูมิแบบกลอนพาไป ไม่เข้าใจไฉนมิรู้เบื่อ

ขอบพระคุณค่ะ

โดย * (herbs) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 ส.ค. 2555 , 16:21:46 น.] ( IP = 125.24.51.73 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org