มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เพิ่มความอดทน นิ่งให้เป็น เห็นให้ถูก










เพิ่มความอดทน นิ่งให้เป็น เห็นให้ถูก

ธรรมะบรรยายวันอาทิตย์ที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร


ชีวิตของเราก็แก่ขึ้นเรื่อยๆ ก็ขอพูดถึงคำบอกของหลวงพ่อก่อนว่า ท่านให้นึกถึงตัวเอง ตั้งคำถามตัวเอง และก็ต้องตอบตัวเองด้วยความซื่อสัตย์ว่า เรายังประมาทอยู่หรือไม่? คำว่า “ความประมาท” เป็นคำที่กว้างขวาง เพราะกระจายออกไปได้ในเรื่องหลายอย่าง แต่ในสถานที่หรือสถาบันพุทธศาสนา โดยเฉพาะมูลนิธินี้ เราประมาทอยู่ ก็คือเรายังทำชั่วอยู่ เราไม่ต้องมาแบ่งว่าชั่วแบบไหน ทุจริต หรือไม่ทุจริต เราก็จะเห็นได้ว่าคำว่า “ประมาท” เป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยเก็บมาคิดเพราะเราใช้ชีวิตไปตามกระแสอารมณ์และกระแสโลก

มาถึงวันนี้แล้วก็ขอใช้คำว่า เราทุกคนขาดครู ขาดผู้นำทางจิต จิตของเราจึงไม่มีผู้นำไปในทางดี ลูกศิษย์เก่าๆ ที่มามูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิก่อน พ.ศ. ๒๕๓๐ ก็จะรู้ด้วยตัวเองเลยว่า เมื่อก่อนนั้นเราก้าวเข้ามาที่นี่ แล้วเรามีครูผู้นำจิต ผู้อบรมจิต ผู้กล่อมเกลาจิต แต่บัดนี้เราไม่มี จิตของเราจึงเป็นไปตามกระแสโลก เมื่อจิตถูกอารมณ์นำไป ไม่ได้ถูกธรรมะนำไป ชีวิตจึงตกอยู่ในภายใต้ความประมาททั้งสิ้น และคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าคำสุดท้ายก็คือ จงใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทเถิด

เราทุกคนกำลังเดินทาง ไปสู่ความตาย เพราะเรามีความเกิดเป็นของธรรมดา จะไม่สามารถล่วงพ้น ความเจ็บ ความแก่ ความตายไปได้ หญิงก็ดี ชายก็ดี คฤหัสถ์ก็ดี บรรพชิตก็ดี อุบาสก อุบาสิกาก็ดี ไม่สามารถล่วงพ้นความตายได้ ทุกก้าวที่เราก้าวไปกำลังเดินไปสู่ความตายทั้งสิ้น หากเราไม่มีสติหรือไม่มีร่มธรรมมาพิจารณาตลอดเวลาก็จะลำบาก

ในขณะที่กระแสโลกเป็นไปอย่างนี้ ทุกอย่างกำลังเป็นไปในทางไหลลง หลวงพ่อท่านจึงฝากมาว่า ขอให้ลูกๆ ทุกคน เพิ่มความอดทน ในขณะที่ต้องอดทน เพิ่มความอดทนในขณะที่เราอดทน ขันติคือยอดตบะ ถ้าเราไม่เข้าใจได้อย่างถูกต้องก็จะใช้ไม่ถูกต้อง และไม่สามารถเพิ่มพลังได้ หลวงพ่อท่านคงเห็นว่า สภาพของโลกต่อไปนี้ มันคงจะต้องมีอะไรที่เราจะต้องอดทน ขันติคือ ความอดทนต่อความลำบาก อดทนต่อทุกขเวทนา อดทนต่อความร้อนหนาว อดทนต่อความคับแค้นใจ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [30 ส.ค. 2555 , 15:16:52 น.] ( IP = 125.27.171.113 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




ท่านสั่งมาว่า ให้เพิ่มความอดทนในขณะที่ต้องอดทน เราต้องมีความอดทนทุกคน โดยเฉพาะความอดทนต่อคนที่เรารัก อดทนต่อผู้ที่มีบุญคุณต่อเรา บางครั้งเราอยากจะเถียง ยิ่งคนในบ้านก็ต้องอดทนเพราะอยู่ด้วยกัน แต่เขากับเราไม่เหมือนกัน เขาทำอย่างนี้ เราไม่ชอบ เราก็ต้องอดทน

เพราะบางครั้งเราอดทนแล้ว แต่บางครั้งเราก็เบรคแตก หรือเหมือนจะอดทนไม่ไหวที่จะเพิ่มปริมาณความอดทน แม้กระทั่งเรื่องเจ็บป่วย เราเจ็บคนเดียวปวดคนเดียวจริงๆ ไม่มีใครรับรู้อาการแทนเราได้เลย ความปวดในขณะที่เราเดินไปหาหมอหรือนั่งรถไปหาหมอนั้นมีอยู่ เราก็อดทนอยู่ บางครั้งอาจจะปวดมากจนขึ้นสมอง ก็ให้เพิ่มความอดทนเข้าไปในขณะที่ต้องอดทนนั้น

ในขณะที่ต้องอดทน คำว่า “ขณะ” เป็นคำที่สำคัญ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นทีละขณะ และเป็นขณะๆ เป็นความจริงที่ทุกคนเหลี่ยงเลี่ยงไม่ได้ เราเรียนสภาวธรรมแล้วว่า จิตเกิดดับทีละขณะ เวทนาก็เป็นขณะๆ แต่มีความสืบต่อกันโดยสันตติ ท่านจึงให้ลูกๆ ทุกคนเพิ่มความอดทนในขณะที่ต้องอดทน ถ้าไม่เพิ่มความอดทนแล้ว ความอดทนนี้อาจจะหมดลงก็ได้ เบรกแตกก็ได้ หรือทนไม่ไหวจนกรีดร้อง หรือเป็นโรคประสาทก็ได้ เพราะขณะนี้ โลกแก่แล้ว ทุกอย่างกำลังไหลลงสู่ที่ต่ำ

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2555 , 15:18:27 น.] ( IP = 125.27.171.113 : : )


  สลักธรรม 2




ประการต่อมาท่านฝากเตือนว่า “ให้พยายามนิ่งให้เป็น”

ไม่ว่าจะมีข่าวหรือเรื่องราวต่างๆ อะไรก็แล้วแต่ บางครั้งให้รู้ที่ตัวเรา ข่าวมันมาถึงเรา เราก็นิ่งให้เป็น เพราะว่าถ้าหากเรานิ่งไม่เป็น เราฟังข่าวอะไรที่ไม่ดีมาจากคน ๑๐ คน แล้วเรามีเพื่อนอยู่ ๕ คน เราก็กระจายต่อไปอีกเป็น ๕๐ ครั้ง จาก ๕๐ ก็ไปต่อๆ อีกเรื่อยๆ ฉะนั้น นับตั้งแต่วันนี้หัดนิ่งให้เป็น

และประการสุดท้าย คือ “เห็นให้ถูก”

คำนี้เป็นคำกว้าง แต่ความหมายอย่างกระฉับก็คือ “เรามีกรรมเป็นของๆ ตน เราจะล่วงพ้นกรรมของเราไปไม่ได้” เราจึงต้องเพิ่มความอดทนในขณะที่ต้องอดทน นิ่งให้เป็น และเห็นให้ถูก จะป็นการชะลอบาปและสร้างนิสัยให้เราปกครองตัวเองให้ไม่ประมาทได้

คำว่าประมาทนั้นมีความหมายกว้าง แต่ถ้าเอามาใช้ให้ง่ายก็คือ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เรื่องอะไรที่จะเข้ามา หาเราอย่างมากมายก็ต้องระมัดระวัง อย่ามีความประมาทไม่แก้ไข ประมาทที่กล้าเล่า ประมาทที่กล้ากระจายข่าว ประมาทที่คาดเดาว่า คงเป็นอย่างนั้น คงเป็นอย่างนี้ คนนั้นเป็นอย่างนี้ คนนี้เป็นอย่างนี้ คนนั้นทำ คนนี้ทำ การคิดและการพูดอย่างนี้ล้วนตกอยู่ในความประมาททั้งสิ้น เพราะความประมาทคือทำชั่ว

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2555 , 15:18:49 น.] ( IP = 125.27.171.113 : : )


  สลักธรรม 3




เราเรียนรู้มาแล้วว่า ไม่อกุศลก็กุศลมีสองชนิดนี้เท่านั้นที่เกิดขึ้นกับเรา ลองดูว่าวันนี้หรือวันไหนก็แล้วแต่ ในเวลาเราทำอะไร เช่น สมมุติว่าเรากินข้าว แล้วเราก็ไม่อร่อย เราก็เติมน้ำปลา ความอยากเติมน้ำปลาจัดเป็นสภาวธรรมคือกิเลส ตอบว่าชั่วหรือดี? ชั่ว รู้สึกตัวได้ว่า “เราต้องกินเพื่อแก้ทุกข์” สติที่เกิดขึ้นมานี้ก็จะตัดอารมณ์นั้นไป การที่สามารถชนะอารมณ์ตัวเองได้เป็นชั่วหรือดี? ดี

ในวันหนึ่งให้เราหมั่นบอกตัวเองว่า ขณะนี้เราชั่ว ขณะนี้เราดี หรือถ้าหากมีความกล้าถ้าเรานั่งกินข้าวด้วยกัน แล้วเตือนกันแบบพี่น้องท้องเดียวกันที่จะร่วมอุทรไปกับพระพุทธเจ้าในอนาคต เราก็เตือนกัน ว่ากำลังเพ้อเจ้อ แต่เขาอาจจะหงุดหงิดก็ได้

ฉะนั้น เราต้องหมั่นเตือนตนเองว่ากำลังชั่ว กำลังดี แล้วก็จะเห็นเลยว่า ตราชั่งข้างชั่วนี่หนักเพราะมีมาก ส่วนตราชั่งข้างดีนั้นเบาเพราะมีน้อย

ในขณะที่กำลังเรียนกันอยู่นี้เราไม่มีโอกาสใช้ธรรมะ เรามีโอกาสแค่รู้ธรรมะ เราจึงต้องหาโอกาสให้ไปเข้าปฏิบัติบ้าง เพื่อเราไปหยุดไปละชั่ว เพราะว่การไปอยู่ในห้องปฏิบัตินั้นมันมีลีลาชีวิต แต่เมื่อเราไม่มีการปฏิบัติวิปัสสนา ก็จะมีชีวิตที่โลดแล่นไปกับกิเลสมากมายคือชั่ว

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2555 , 15:19:24 น.] ( IP = 125.27.171.113 : : )


  สลักธรรม 4




เราต้องอดทนทั้งที่ไม่อยากอดทน เช่น ไปเจออะไรที่มันขวางทางใจ ขวางทางธรรมที่เราปลูกฝังไว้ บางครั้งต้องนิ่งให้เป็น เพราะว่าในสายงานนั้นเราก็ไม่ได้ใหญ่ที่สุด และเราก็ไม่ใช่เล็กที่สุด เราต้องร่วมมือกับเขา ทำงานร่วมกัน บางครั้งการใช้ธรรมะในใจ แต่ไม่ใช้ธรรมะทางปากก็ได้ คือเพียงแต่ดูละคร แม้เราจะอยู่ในเหตุการณ์นั้น แต่เรากระโดดออกมาทางใจ แล้วเราดูโรงละครว่านี่แหละชั่วหรือดี

ถ้าเราทำ..เราชั่ว เราไม่ทำ..เราดี เขาทำ...เขาชั่ว ต้องนิ่งให้เป็น และเห็นให้ถูกว่า เรามีกรรมเป็นของตน เขามีกรรมเป็นของเขา สิ่งที่เราได้รับก็คือ กรรมเราในอดีตกาล อดีตกรรมเป็นเรื่องที่สำคัญ ปัจจุบันกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำคัญทั้งคู่เลย บางครั้งเราอาจคิดอะไรไม่ได้ แต่เราสามารถรู้ได้ว่าอดีตเราเป็นอย่างไร การศึกษาพระอภิธรรมหรือการศึกษาเรื่องราวของพระสัทธรรม จะทำให้มองเห็นเหมือนบทละครที่เราเขียนมาเอง ว่าเราจะต้องมาเจออะไรบ้างและเพราะอะไร แล้วเราจะเห็นได้เลยว่า อนาคตเราเป็นอะไร

ชีวิตน่ากลัว.. จึงต้องพยายามนึกกันบ้าง เราเรียนพระอภิธรรมเราก็เข้าใจ ทำดีมีสุขคติเป็นที่ตั้ง ทำชั่วมีทุกคติเป็นที่ตั้ง แล้วเราก็รู้ว่าเราต้องเกิดอีกแม้กระทั่งสิ่งที่ทำให้เราไปเกิดดี ลองนึกดูเถิดว่า ในแต่ละวันเราพบเรื่องชั่วหรือดีมากกว่ากัน ฉะนั้น สิ่งที่เราประสบทุกวัน คือสิ่งที่เราต้องแก้ไข เช่น ต้องดูแลใจเขา ต้องดูแลใจเรา ต้องพยายามทุกอย่าง สุคติจึงไม่ใช่สิ่งที่ดีจริง ถึงได้ชาติเกิดดี แต่ตราบใดที่ยังมีชาติเกิด ชาติเป็นทุกข์

เพราะเราเกิดคนเดียว แก่คนเดียว เจ็บคนเดียว ตายคนเดียว ทุกข์คนเดียว แล้วเราก็อยู่กันมานานแล้ว แต่เราก็ยังคงอยู่ในความประมาท จึงให้เพิ่มความอดทนในขณะที่เราไปรับรู้กับความรู้สึก เช่นรู้สึกว่า “เพลีย” ก็ให้รู้ว่าในขณะนี้ความอดทนมันลงแล้ว เพลียก็เป็นธรรมชาติชนิดหนึ่งของเหตุที่มาจากการนอนน้อย ทำไมถึงต้องนอนน้อย เพราะว่าต้องคอยดูแลแม่ การดูแลแม่เป็นอะไร..เป็นกุศล เราก็เอากุศลมาเติมใจให้สดชื่น ร่างกายเราเพลียพอนอนหลับก็หาย แต่ถ้าหากใจเพลียเมื่อใดก็ต้องหาธรรมะมาเติมเท่านั้นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2555 , 15:19:43 น.] ( IP = 125.27.171.113 : : )


  สลักธรรม 5




ถ้าหาเหตุได้ถูกก็จะแก้ไขได้ตรง เมื่อกายเพลียก็ไม่มีทางที่เราจะมาทนแต่เราแก้ไขกันเลย เช่น พอเดินไม่ไหวกายเพลีย เราไม่ทนหรอกขยับก้นแล้วนั่งเลย แต่พอใจเพลียเรากลับไม่แก้ไขแต่ถนอมความเพลียใจนั้นไว้ด้วยการครุ่นคิดและรู้สึกอยู่ในเรื่องนั้นมากๆ ที่จริงแล้วเราสามารถทะลวงความเพลียนั้นได้ว่ามาจากไหน เพราะอะไรเป็นบุญหรือกุศล เป็นบาปหรือดีหรือชั่ว เมื่อทะลวงได้แล้วก็จะได้กำลังใจ เป็นกำลังใจอย่างหนึ่งว่า เออ! เราได้ทำความดี การดูแลบิดามารดาเป็นความดี และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก และแม่ก็อยู่กับเราได้ไม่นาน เรายังอยู่อีกนานเมื่อเทียบอายุแม่กับเรา และถ้าแม่ตายแล้วเรายังได้พักเต็มที่เพราะหมดหน้าที่ แต่ขณะนี้หน้าที่และความรับผิดชอบของเราเป็นกุศลชั้นเลิศก็คือกตัญญูต่อพ่อแม่ เราเอากำลังใจตรงนี้ไปเติมใจ ก็เหมือนกับเอาธรรมะหรือน้ำมนต์ราดรดความร้อนนั่นเอง

การใช้ธรรมะจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง หวังเหลือเกินว่าทุกคนจะสามารถมีธรรม ๓ ข้อในการแก้ไขชีวิต ขอให้นำธรรมะไปผลิตปัญญาให้เกิด ขอให้กางร่มธรรม ให้ได้ในทุกๆ โอกาส ทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเจออะไรก็แล้วแต่ ทั้งภัยที่เกิดขึ้นจากกรรมของตนเอง ภัยที่เกิดจากภายนอก เช่น วาตภัย หรืออุทกภัย ขอให้ทุกคนมีความอดทนมากขึ้นในขณะที่ต้องอดทน ขอให้ทุกคนนิ่งเป็น และก็เห็นให้ถูก

ขออัญเชิญพระพุทธคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระบรมศาสดากับบารมีธรรมที่เปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตาของหลวงพ่อเสือมาคุ้มครองน้องๆ ขอให้ทุกคนได้นั่งใกล้หลวงพ่อเสือได้สมปรารถนา.. อนุโมทนา




ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทป


โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2555 , 15:19:59 น.] ( IP = 125.27.171.113 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org