มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รอยต่อของลมหายใจ









รอยต่อของลมหายใจ

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
ธรรมะบรรยายวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๕๕




การสร้างรอยต่อของลมหายใจ เราต้องฝึกลมหายใจ เพราะถ้าลมหายของเราเป็นไปด้วยกุศล เมื่อเราหมดลมหายใจในชาตินี้ปุ๊บ รอยต่อของเราสุขคติ แต่ถ้าหากเราหายใจไปกับความฟุ้ง รอยต่อของเราเป็นอกุศลไปทุคติ

ได้นำบทเรียนใหม่มาสอนในวันนี้ก็เพื่อให้เราเป็นผู้ที่ใช้ชีวิตให้เป็น สำรวจตัวเองว่าวันหนึ่งๆ ทำความดีกันบ้างหรือเปล่า? ที่ตอบมาว่า ให้ความเมตตากับสัตว์ อาราธนาศีล ฟังธรรม นี่ก็จัดว่าเป็นความดี

แต่ถ้าเป็นคำถามจากหลวงพ่อว่า เราทำความดีกันบ้างหรือเปล่า? คำตอบนี้เราต้องรู้ก่อนว่า ความดีคืออะไร? การทำความดีคืออะไร?

เมื่อเราศึกษามาตรงนี้แล้ว เราต้องรู้ว่าความดีคืออะไร การเกิดดีหรือไม่ดี? ไม่ดี เพราะถึงชีวิตจะมีขันธ์ ๕ ที่โสภา สมบูรณ์ ร่ำรวย ก็ไม่ดี เพราะพระพุทธเจ้าตรัส เป็นคำเดียวเลยว่า ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ ทุกข์เสมอด้วยขันธ์นั้นไม่มี

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [7 ก.ย. 2555 , 09:37:24 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1





เราเอาคำนี้มาเป็นหลักแล้วก็กลับมาถามว่า ความดีที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้นคืออะไร? เพราะว่าความดีในพระพุทธศาสนามีมากมาย แม้กระทั่งความดีของศาสนาอื่นๆ ก็มีการสอนให้คนทำความดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

ความดีที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้น เป็นความดีที่เหนือกฎธรรมชาติ

เพราะธรรมชาติของเรา คือ หายใจโดยไม่รู้

ธรรมชาติของพระพุทธเจ้าคือเหนือธรรมชาติ หายใจแล้วรู้

ธรรมชาติของคนทั่วไป เรามีตัวตนเรารู้ว่าเป็นเรา

พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความดีก็คือ ไม่มีตัวตน

ฉะนั้น ความดีในที่นี้ก็คือจะเป็นการดีที่ทำให้เราไม่เกิด นั่นก็คือการภาวนาจิต ภาวนาธรรม

คำว่า"ภาวนา"นี้ หมายถึง การทำให้เจริญ และความเจริญในที่นี้ มี ๒ อย่าง คือ เจริญไปสู่มรรคผลนิพพาน โดยมีสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน ให้อาศัยเป็นบาทไปประสบไตรลักษณ์ และก็ดูไตรลักษณ์ วิปัสสนาคือสายตรง และสมาธิคือสายอ้อม แต่ทั้งสองสายนี้เป็นการกระทำจริงเพื่อความดี

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2555 , 09:41:14 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : )


  สลักธรรม 2





วันหนึ่งๆ เราทำภาวนากันบ้างหรือเปล่า บางคนก็ทำ บางคนก็ไม่ได้ทำ รอจนถึงวันหยุดยาวๆ แล้วจึงจะไปเข้าอ้อมน้อย ด้วยเหตุนี้จึงมาย้ำว่าให้เราทำความดีทั้งกาย วาจา และใจ แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้ดีทั้งกาย วาจา และใจ ก็ไม่มีอะไรนอกไปจาก สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน

จึงขอยกสมถกรรมฐานมาสอนเพื่อให้เรากำหนดลมหายใจก็คือ " อานาปานสติ" ทุกวันนี้เรามีแค่อานาปานะ แต่ไม่มีสติ แต่ถ้ามีการกระทำปุ๊บ เราก็จะมีอานาปานสติ คือ มีสติรู้ลมหายใจ เข้าก็รู้ ออกก็รู้ เข้าสั้นก็รู้ ออกสั้นก็รู้ เข้ายาวก็รู้ ออกยาวก็รู้ ที่เราทำนี้ จึงมีตัวเลขมากำกับว่า หายใจเข้าลึก กลั้นลมหายใจ ปล่อยลมหายใจทีละจังหวะ

เราจะต้องมีสัจจะว่าจะทำจริงๆ ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง เพราะว่าทุกอย่างทำแล้วเกิดผลแน่ และผลที่เกิดก็อยู่ที่ตนนั่นเอง ในเรื่องนี้หลวงพ่อท่านเล่าว่า ทางทิศใต้ของเมืองจีนมีชาวจีนสองสามีภรรยา มีความต้องการให้ลูกชายของเขาไปเรียนกับอาจารย์คนหนึ่งที่อยู่ทางเหนือ แต่เขาไม่สามารถไปส่งลูกได้ จึงห่อหมั่นโถวอย่างดี ๓ ลูก และชงน้ำชาให้ลูกชายติดตัวไปด้วยหนึ่งกระติก พร้อมทั้งมีจดหมายเขียนไปถึงอาจารย์คนนั้นเพื่อฝากฝังไปว่านี่คือลูกชายของตนขอให้อาจารย์วิทยายุทธให้ด้วย แล้วก็สั่งลูกชายว่า ให้นำหมั่นโถวและจดหมายไปให้อาจารย์ เขาก็จะรับเป็นลูกศิษย์

ระหว่างเดินทางไปเขาก็ไปเจอขอทานคนหนึ่งที่ผอมแห้งและกำลังหิวมากเหมือนใกล้จะตายอยู่แล้ว เขาเกิดความสงสารก็เลยหยิบหมั่นโถวขึ้นมาหนึ่งใบแบ่งให้ขอทานคนนี้กิน ด้วยนึกในใจว่า ไม่เป็นไรยังเหลือหมั่นโถวอีก ๒ ใบ น้ำชา ๑ กระติก และจดหมาย ที่จะเป็นเครื่องยืนยันได้

แล้วเขาก็ออกเดินทางต่อไป ก็ผ่านไปถึงหมู่บ้านคนจน เจอเด็กมอมแมมหิวโซ ดิ้นร้องไห้อยู่ตามลำพัง ด้วยความสงสารเขาก็หยิบหมั่นโถวออกมาอีกหนึ่งใบแล้วก็ยื่นให้เด็กคนนั้น เด็กก็กินหมั่นโถวอย่างเอร็ดอร่อย เขาก็ดีใจแล้วนึกในใจว่า ไม่เป็นไรหรอก ยังมีหมั่นโถวอยู่อีก ๑ ใบ น้ำชา ๑ กระติก และจดหมายอีก ๑ ฉบับ

พอเด็กคนนั้นกินเสร็จแล้วเขาก็ออกเดินทาง ระหว่างเดินทางไปเขาก็เห็นลาตัวหนึ่งตกอยู่ในหล่มดิน เขาไม่มีแรงที่จะยกมันขึ้นมาได้ เขาคิดว่ามันคงทรมานและคงจะเลยหิวโหยมาก เลยคิดจะช่วยให้ลาบรรเทาความทุกข์ แต่ลาก็กินหมั่นโถวไม่ได้ เขาก็เลยเสียสละน้ำชา เทเข้าปากลาจนหมดกระติก น้ำชาก็ช่วยบรรเทาความทุกข์เวทนาของลาตัวนั้นได้ เขาก็รู้สึกดีใจ ในใจเขาก็คิดว่า ไม่เป็นไรน่ะ ยังเหลือหมั่นโถว ๑ ลูก จและดหมายอีก ๑ ฉบับ ที่จะเป็นเครื่องยืนยันได้

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2555 , 09:41:30 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : )


  สลักธรรม 3





จากนั้นเขาก็ออกเดินทางต่อ ระหว่างที่เดินผ่านไปในป่าก็เห็นนกตัวนึงถูกยิงนอนดิ้นอยู่ เขาก็เกิดความสงสารแล้วคิดว่า จะช่วยมันอย่างไรดี มันกำลังจะตาย แต่ก่อนที่มันจะตายก็ให้มันอิ่มหน่อยน่ะ เขาก็หยิบหมั่นโถวใบสุดท้ายขึ้นมา แล้วแบ่งเป็นสองส่วน เก็บไว้ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ป้อนให้นกตัวนั้น เพราะคิดว่าอย่างน้อยก็คือได้ผ่อนระยะเวลาความตายของนกไปอีกหน่อย ด้วยใจที่รู้ว่า เหลือหมั่นโถวอีกครึ่งใบ กับจดหมายอีก ๑ ฉบับ

แล้วเขาก็ออกเดินทางต่อ เมื่อไปถึงระหว่างทางแยกได้พบกับนายพรานที่ยิงนกตัวนี้ นายพรานถามว่า เห็นนกที่ถูกยิงบ้างไหม จะเอามากินเพราะหิวมาก ชายหนุ่มคนนี้รู้สึกสงสารนกมากที่จะต้องถูกกิน เพราะนายพรานก็หิว

เขาก็พูดว่า สหายเอาอย่างนี้ดีกว่า ข้าพเจ้ามีหมั่นโถว ลองกินนี่ก่อนแก้หิว ในขณะที่หยิบหมั่นโถวครึ่งใบให้นายพรานกินนั้นเขาก็เดินจูงนายพรานเดินไปทางอื่นด้วยเจตนาเขาคิดจะช่วยนก ด้วยใจที่คิดว่า ไม่เป็นไร ไม่เหลือหมั่นโถว ไม่เหลือน้ำชา ก็ยังเหลือจดหมายอีก ๑ ฉบับ

เขาเดินทางออกจากป่ามาแล้วกำลังจะข้ามลำธาร ระหว่างที่เดินอยู่บนสะพานข้ามลำธารนั้น ก็ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ เขามองลงไปก็เห็นคนตกน้ำ เขากระโดดลงไปช่วยคนที่ตกน้ำขึ้นมาบนฝั่ง พอขึ้นมาแล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่า จดหมายของเขาเปียกน้ำเสียแล้ว คงจะเหลือแต่เศษกระดาษเปล่าๆ เพราะคนจีนเขาใช้พู่กันกับหมึกเขียนตัวหนังสือ

เขาคิดว่าหลักฐานหมดแล้ว แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องไปให้ถึงอาจารย์ ไปกราบขาท่านก็ยังดี เมื่อเดินทางไปถึงแล้ว เขาก็เข้าไปคุกเข่าแล้วก็เล่าทุกอย่างว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างและเขาทำอย่างไรกับหมั่นโถว ๓ ใบ น้ำชา ๑ กระติก และจดหมาย ๑ ฉบับ จนกระทั่งในขณะนี้เขาไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย เขาไม่มีหลักฐานมายืนยันว่าเขาเป็นลูกพ่อกับแม่ที่เป็นสหายกับท่านได้ แต่ถ้าท่านไม่รับเป็นศิษย์ก็ไม่เป็นไร เขาขอแแค่มากราบเท้าท่านเท่านั้น

ว่าแล้วเขาก็กราบเท้าอาจารย์ เสร็จแล้วก็ลุกขึ้น หยิบห่อผ้าเบาๆ ที่ไม่เหลืออะไรเลยขึ้นสะพายเพื่อจะเดินทางกลับ พอเขาคล้อยหลังเอี้ยวตัวจะกลับเท่านั้น อาจารย์ก็ดึงแขนเขาไว้ แล้วบอกว่าพ่อหนุ่ม อยู่เถอะ อาจารย์จะสอนตำราทุกอย่างให้

ชายหนุ่มคนนั้นก็บอกว่า ผมไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันว่าเป็นลูกพ่อ อาจารย์ได้ตอบขึ้นว่า มีสิ ก็ความซื่อสัตย์และความเมตตาในตัวเรานี่แหละ เป็นสิ่งยืนยันที่ชัดเขจที่สุดว่าเป็นลูกพ่อลูกแม่ เพราะพ่อเรานี่เป็นคนซื่อสัตย์ ส่วนแม่เราเป็นคนใจบุญ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2555 , 09:41:46 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : )


  สลักธรรม 4





ก็สรุปได้ว่า ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง เป็นการทำให้ถึงครูได้ ฉะนั้น เรื่องนี้ จึงเป็นอุทาหรณ์ว่าเมื่อให้งานทำแล้ว เราซื่อสัตย์ไหม ถ้าไม่ซื่อสัตย์ ผลคือจะไม่มีทางครูได้เลย

ผลจากการทำสมาธิ ที่มีความสงบเป็นขณิกะ ที่จะเป็นบาท เป็นบันไดไปสู่วิปัสสนาได้นั้น ก็จะไม่เกิดกับเราเลย เรามีเจตนาอยากให้อารมณ์สุดท้ายของเรามีความสงบ แต่ถ้าเราไม่ซื่อสัตย์ว่าทำวันนี้เพื่อวันตาย สุดท้ายของเราก็มีลมรอยต่อของลมหายใจที่เป็นอกุศล รอยต่อเช่นนั้นก็คือทุคติภูมิ ฉะนั้น ความซื่อสัตย์ ความจริงใจสำคัญที่สุด

การทำสมาธิด้วยลมหายใจตามวิธีการของหลวงพ่อก็คือ สูดลมหายใจเข้า ๑ ครั้ง แล้วกลั้นไว้ นับ ๑ ถึง ๕ แล้วผ่อนลมหายใจออกเป็นสามจังหวะ ๑ - ๒ -๓ ทำอย่างนี้ไป ๑๐ ครั้ง แล้วก็ทำกลับคือ สูดลมหายใจเข้าเป็นสามจังหวะ ๑ - ๒ - ๓ แล้วกลั้นไว้ นับ ๑ ถึง ๕ แล้วผ่อนลมหายใจออกจังหวะเดียว

ฉะนั้น ๑ – ๕ - ๓ = ๑๐ ครั้ง / ๓ – ๕ – ๑ = ๑๐ ครั้ง นี่คือ ๑ รอบ ในการกระทำแต่ละครั้งอย่างน้อยต้องทำ ๑ รอบนะ แล้วในขณะที่ทำอยู่นี้ก็อย่าลุกไปไหนหรือทำอะไร ให้ทำติดต่อกันจนครบรอบด้วยความอดทน อย่าหลอกตัวเองนะ เมื่อเรามีความตั้งใจก็เหมือนกับเรามีความซื่อสัตย์ แล้วไปพบครูได้

เราจะต้องซื่อสัตย์ว่า นี่ครูเรา เราจะต้องถึงครูให้ได้ ๑ รอบ ถ้าไม่ถึง ๑ รอบ เราไม่เลิก แล้วเราก็นั่งในท่าที่สุภาพ เราอย่าไปกระดุกกระดิก ด้วยการมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ก่อนค์ตรัสรู้พระองค์ท่านนั่งอยู่ที่โพธิบัลลังก์ แล้วตั้งสัจจะว่า แม้เลือดเนื้อ เอ็น กระดูกจะต้องเสียไป แต่ถ้ายังไม่บรรลุโพธิญาณ จะไม่ลุกขึ้น เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแลกพระโพธิญาณด้วยชีวิต แล้วเราจะแลกชาติหน้าด้วยความอดทนไม่ได้หรือ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2555 , 09:42:03 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : )


  สลักธรรม 5





ในวันนี้เน้นมากกับความซื่อสัตย์ เพราะความซื่อสัตย์ทำให้พบครู ใครจะมีวิชาเก่งกาจอย่างไร หลวงพ่อไหนจะเก่งอย่างไร เราก็จะไม่ได้ความเก่งนั้นถ้าไม่นำมาทำที่ตัว ถ้าเราเป็นผู้มักอยากได้อะไรง่ายๆ เห็นว่าอะไรดีก็จะเอาหมด แต่เราไม่เคยเอาดีนั้นเก็บมาใช้ เอาชั่วมาเก็บมาละ เราก็ไม่ได้ดีอะไรเลย ฉะนั้น ไม่ว่าได้อะไรไปต้องเอาดีเก็บมาใช้เอาชั่วเก็บมาละ

เราเกิดมานานแล้ว และก็ไม่รู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ ตายวันไหน ตายด้วยโรคอะไร ตายแล้วไปเกิดเป็นอะไร ต่อให้เรามีครูที่เก่ง เราชื่นชมครู ครูก็เก่งอยู่อย่างนั้น แต่เราไม่ได้เก่งตามครู ไปไม่ถึงครูนั่นเอง

ขึ้นชื่อว่าความสำเร็จใครๆ ก็ต้องการ เราเป็นนักเรียนเราก็ต้องการเรียนสำเร็จ ต้องมีความสำเร็จอยู่เรื่อยๆ ในความสำเร็จนั้นจะต้องได้มาจากไหน ก็มาจากตัวของเราเอง ชีวิตทางโลกทุกวันนี้ เขาก็รณรงค์ ๕ อ. มีอากาศ อาหาร อารมณ์ อาภรณ์ อาวาส นั่นคือดูแลร่างกายให้มันอยู่ได้ทั้งๆ ที่ จริงๆ แล้วถ้ามันไม่มีร่างกายให้อยู่เลยขึงจะดีที่สุด ก็เพราะว่าไม่มีจิตมาปฏิสนธินั่นเอง

โลกนี้เขารณรงค์ ๕ อ. แต่สิ่งเหล่านั้นก็ดีชั่วคราว เพราะว่ามันแพ้สังขารความเสื่อมไปไม่ได้หรอก ท่านบอกว่า ๕ อ. สู้มี ๓ H ไม่ได้ ชีวิตผู้มี ๓ H จะสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม คือ Head Hand Heart ก็คือ หัว มือ และ หัวใจ

การทำงานทางโลก ถ้าเผื่อคนเราขาดหัว เหมือนคนหัวขาด ก็ไม่มีชีวิตแล้วที่ถูกฟันคอ ฉะนั้น Head จึงเป็นเรื่องสำคัญ ก็คือ หัวคิด ต้องหัดเป็นคนมีหัวคิด ไม่ใช่เชื่อเขาอย่างเดียว ทำตามเขาอย่างเดียว อะไรดี ดีหมด โดยที่ไม่มีหัวคิด และโดยเฉพาะที่ไม่มีหัวคิดที่ถูกต้อง แล้วก็ต้องมีมือ คือ ทำด้วยมือตัวเอง เชื่อถือด้วยใจ งานทางโลกบรรลุผลแน่เลย

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2555 , 09:42:19 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : )


  สลักธรรม 6






บางคนคิดว่าทำแล้วดี แต่ไม่ได้ลงมือทำ หรือทำอะไรจับจด ทำพอเป็นกระษัยนิดหน่อยก็พอแล้ว ไม่ทำต่อ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทางโลกจะต้องมีหัวคิด ต้องคิดก่อน เหมือนเราเห็นรถเสียต้องคิดก่อนว่า ไอ้รถคันนี้เสียเพราะอะไร คิดแล้วก็ลงมือแก้ และก็ต้องเชื่อด้วยว่า มันต้องหาย เหมือนหมอไปรักษาต้องวิเคราะห์โรค ใช้หัวคิด แล้วก็ลงมือผ่า และก็เชื่อว่าตัดไส้ติ่งออก ก็หายปวด เป็นต้น อันนี้ก็คือทางโลก

ท่านก็เอา Head Hand Heart มาทางธรรม ก็คือ Head ตัวนี้คือ "สัมมาทิฏฐิ" เรามีหัวคิดแต่อาจคิดผิดก็ได้ถ้าปราศจากสัมมาทิฏฐิ เราจะเห็นได้เลยอย่างคนที่ได้แต่คิดตามเขา คือก็คิดเหมือนกันแต่ลงมือทำเพราะเขาบอกว่าดี แต่ถ้ามีสัมมาทิฏฐิแล้ว เขาก็จะคิดเรื่องกรรมเป็นใหญ่ว่า ไม่มีอะไรเก่งเกินกรรม

ในเรื่องวัฏฏะก็สอนเรื่องกรรม เพราะมีการเวียนว่ายตายเกิดก็เพราะกรรม และสัมมาทิฏฐิก็จะคิดว่ากรรมอะไรที่จะไม่เกิดวิวัฏฏกรรม ฉะนั้น อะไรๆ ก็ไม่พ้นเรื่องกรรมไปได้ เรามีชีวิตต้องคิดแก้ไข แต่อย่างมงาย ว่าอะไรจะมาช่วยเราได้

เพราะทุกวันนี้ ใครเขียนบทละครชีวิตของเรา? ก็คือ กรรม เขียนบทมาว่า เธอต้องเป็นอย่างนี้ ต้องเดินไปพบอย่างนี้ แล้วก็มีกรรมเบียดเบียนในชวนะดวงที่ ๒ ถึง ๖ เบียดเข้ามาอีกว่า จะเดินไปดีหรือไป บางครั้งก็มีกรรมมาร่วมผลักให้เดินไปในชีวิตที่ตกต่ำ

ฉะนั้น ที่อยู่ในทางดีกับทางไม่ดี มีสุขมีทุกข์นั้นเราไม่ได้ทำนะแต่กรรมผลัก เราบอกว่า เรากลัวผี แต่จริงๆ เรากลัวกรรมมากกว่า เพราะกรรมผลักทีตกนรกเลย ผีหลอกแค่แป๊บเดียวเอง เช่น เราเดินไปแล้วผีมาหลอก แฮ่! เราก็ เฮ้อ! จบ แต่กรรมไม่จบด้วยตามตลอดเวลา

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2555 , 09:42:35 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : )


  สลักธรรม 7





แล้วกรรมของเรานี่ผลักลงนรกไปเป็นชาติเลยนะ หลอกเราเป็นชาติ กรรมดึงเราขึ้นสวรรค์ ก็ดึงเป็นชาติเลย ฉะนั้น เราก็จะเห็นได้ว่า Head Hand Heart จึงมีความสำคัญ

Head มีหัวประกอบไปด้วยสัมมาทิฏฐิ เราจะทำอะไรก็ได้ แต่เราอย่าให้อะไรอยู่เหนือกฎของกรรม เชื่อได้ ลองได้ ทำได้ แต่อย่าลุ่มหลง เพราะถ้าความลุ่มหลงมันเกิดขึ้นในใจเรามากๆ เราจะเป็นคนงมงาย

Hand ท่านใช้แทน "วิริยะ" อย่างเราก็เป็นเจ้าของกิจการได้เลยโดยไม่ต้องไปลงทุนมาก ถ้ามีสัมมาทิฏฐิแล้วประกอบไปด้วยความเพียร เราบอกตัวเองไปเลยว่า ตอนนี้เรากำลังเป็นเจ้าของบริษัทวิริยะประกันภัย โดยที่เราเป็นเจ้าของคนเดียว ประกันชีวิตเราได้เลย ว่าเราจะไม่ตกต่ำ ถ้าเรามี Head Hand ๒ ตัวเกิดขึ้นในชีวิต เราคือเจ้าของบริษัทวิริยะประกันภัย เราจะไม่หลงทางแน่ๆ

ตัวที่ ๓ ก็คือ Heart หัวใจ อันนี้ใช้แทนคำว่า "ศรัทธา" ฉะนั้น ถ้ามี ๓ H สำเร็จทุกอย่าง สัมมาทิฏฐิ วิริยะ และศรัทธา เมื่อเกิดมั่นคงกับผู้ใด เป็นไปเพื่อมรรค ผล นิพพาน เพราะทั้ง ๓ ตัว เมื่อมาร่วมกันทำงานเป็นขบวนก็จะ นิพพานัง ปรมัง สุขัง นิพพานเป็นบรมสุขอย่างยิ่งเกิดขึ้นกับเรา

ฉะนั้น เล่ามาทั้งเรื่องคนจีน แล้วก็นำครูบาอาจารย์ของเราแม้กระทั่งพระบรมครู พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็ใช้หลักสัมมาทิฏฐิ วิริยะ แล้วก็ศรัทธามุ่งมั่น เราก็กลับมาดูสำรวจตัวเองว่า ณ วันนี้ เราคล้อยตามได้ง่าย แต่เราทำมั๊ย? ไม่ค่อยได้ทำ แล้วใครผิด? ต้องตั้งคำถาม หมั่นถามตัวเองว่าใครบ้างที่ผิด เราเองที่ผิด เราผิดมานานแล้ว เรากาเครื่องหมายผิด เราสอบตก เราไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิตได้ถูกต้อง

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2555 , 09:42:50 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : )


  สลักธรรม 8





เราจึงต้องมีความซื่อสัตย์ ให้เหมือนคนจีนที่ถือหมั่นโถว น้ำชาและจดหมาย แม้จะไม่มีหลักฐานอะไรแต่เขามีความซื่อสัตย์ เขาจึงพบครู เราต้องใช้ชีวิตของเราอย่างมีสัมมาทิฏฐิ คิดให้รอบคอบรอบรู้ว่า จริงไหมที่สิ่งนี้ช่วยให้เราไม่ตายได้จริง ช่วยให้เราเป็นอย่างนี้ได้จริง อะไรที่ทำให้เรารวย? ไม่มีอะไรนอกจากทาน

เราต้องมีสัมมาทิฏฐิ ต้องอยู่ให้เป็น ต้องเห็นให้ถูก เมื่อเราเห็นได้ถูกก็เป็นของดี เป็นพลังที่ขับเคลื่อนให้เราไปที่สูง เราต้องมีวิริยะ และต้องมีความศรัทธา หลวงพ่อบอกเสมอว่า เชื่อใครสักคน เชื่อคำสักคำ แต่เราเชื่อหลายคน เราเชื่อหลายคำ ถึงไม่ได้ไปไหนเลย เหมือนเรานี้ท่านบอกว่าเหมือนกับชีวิต คนนี้เราก็เชื่อ คนนั้นเราก็เชื่อ ถ้าเขาชวนเราไป แล้วเราจะไปกับใครบ้างล่ะ ในเมื่อเรารักที่จะเชื่อมากไป

เราจึงต้องทำลมหายใจของเรา เพื่อสร้างรอยต่อแห่งลมหายใจให้เป็นกุศลเพื่อทำให้เราไปสุคติ ด้วยการหมั่นหายใจเข้าลึกๆ สูดให้เต็มปอด ๑ ครั้งแล้วกลั้น ๑ – ๒ – ๓ - ๔ -๕ แล้วปล่อยออก ๓ จังหวะ ๑ – ๒ – ๓ ลอง ทำ ๑๐ ครั้ง แล้วหายใจเข้า ๓ จังหวะ ๑ - ๒ – ๓ กลั้น ๑- ๒ – ๓ - ๔ – ๕ หายใจออกให้หมดท้องในครั้งเดียว ทำ ๑๐ ครั้ง

เมื่อทำเสร็จแล้วให้เอามือวางบนหน้าตัก หายใจเข้าลึกๆ สุดท้อง ปล่อยลมหายใจพร้อมรู้สึกไปที่มือขวา แล้วหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกรู้สึกไปตลอดกับมือซ้าย ทำสลับกันข้างละ ๕ ครั้ง การสลับมือไปมานี้กลไกให้เราเกิดการงาน เสร็จแล้วก็พนมมือแผ่เมตตา นี่คือเทคนิคที่จะทำสมาธิอย่างง่ายๆ

๕ อ. คือ อารมณ์ อาหาร อาภรณ์ อากาศ อาวาส ๕ อ. นี้ดี แต่เป็นการดูแลชีวิตเพียงชั่วคราวและพยายามรักษาชีวิตไว้ แต่เมื่อเราเรียนธรรมะแล้วก็รู้ว่า ทุกข์เสมอด้วยขันธ์นั้นไม่มี ๕ อ.จึงไม่ได้ดีจริง แต่ในเมื่อมีชีวิตแล้วเราก็ต้องดูแล ๕ อ. นี้จะทำให้โรคภัยไข้เจ็บน้อย แต่ตราบใดที่ยังต้องเกิดอยู่โรคภัยไข้เจ็บก็ยังต้องมีได้ ฉะนั้น ๕ อ. หรือจะสู้ ๓ H

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2555 , 09:43:05 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : )


  สลักธรรม 9





วันนี้ได้สอนรอยต่อแห่งลมหายใจ การทำสมาธิตรงนี้ เพื่อให้เรามีความสงบ ท่านเปรียบเสมือนทาง แต่ความฟุ้งของเราเหมือนทางขรุขระ ฉะนั้น เรามาปูให้เรียบ เมื่อมรณาสันนกาลเกิดขึ้น จิตของเรามีความกล้าแข็งในขณะที่ป่วย สุดท้ายปลายอารมณ์คือรอยต่อของลมหายใจเราเกิดขึ้นด้วยกุศล รอยต่อของเราก็สุคติ แต่ถ้าเผื่อเราฟุ้งซ่านมาก โอยมาก ครวญมาก เละเทะมาก รอยต่อของเราเป็นอกุศล ภพหน้าคือ ทุคติ ทุกอย่างอยู่ที่เรา

ขอความสุขความเจริญในธรรม ความมีสติความมีปัญญา และขอสัมมาทิฏฐิ วิริยะ และศรัทธาที่หลวงพ่อเราพยายามปลูกฝังให้ ให้มั่นคงในจิตใจ ให้เป็นไปเพื่อความกล้าแข็ง

ขอให้ทุกคนเป็นลูกกตัญญู ขอให้ทุกคนมีความซื่อสัตย์ เหมือนคนจีนเดินไปหาอาจารย์ ขอความซื่อสัตย์นี้จงมั่นคงขึ้น เข้มแข็งขึ้นในจิตใจของแต่ละคนเพราะความซื่อสัตย์นี้ทำให้ประสบความสำเร็จมาแล้วนักต่อนักโดยเฉพาะสัจจะวาจา เป็นบารมี

ขอความสุขความเจริญความมีสติปัญญา จงเกิดกับทุกคน ขออวยพรให้เป็นกำลังใจให้ทุกคน สวัสดี



อนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทป

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ก.ย. 2555 , 09:43:25 น.] ( IP = 125.27.167.225 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org