| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ใช้ธรรมะให้เกิดประโยชน์
สลักธรรม 1
การวางตนอยู่ในกาลามสูตรคืออะไร? คือ ไม่ได้เชื่อโดยฟังตามกันมา ไม่ได้เชื่อโดยอ้างตำรา ไม่ได้เชื่อโดยอนุมานเอา ไม่ได้เชื่อโดยตรึกตามอาการ ไม่ได้เชื่อเพราะเป็นครูของเรา ไม่ได้เชื่อเพราะผู้พูดน่าเชื่อ แต่เมื่อใดจะเชื่อ เชื่ออย่างมีเหตุผลเข้าประกอบ ฉะนั้น การสะสมบารมีในหลักการนี้ ทำให้ท่านพระอัญญาโกณทัญญะ เหมือนต้นไม้ที่แก่กล้าพร้อมจะออกลูกแล้ว เพียงแต่รอฤดูกาล คือฤดูกาลที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้
เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ขึ้นมา ก็เหมือนต้นไม้ที่ถึงฤดูกาลแล้วก็พร้อมที่จะแทงหน่อออกดอกขึ้นมาออกดอกขึ้นมา แล้วก็รอดอกนั้นติดเป็นลูก พอพระพุทธเจ้าเปล่งพระอุทานออกมา ด้วยลำต้นที่แก่ ต้นกล้านั้นแหละเหมือนฝนที่พรมลงมาปุ๊บก็ได้รับความสดชื่น พระอัญญาโกณฑัญญะก็บรรลุ
ฉะนั้น ทุกคนต้องมีสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวของตัวเอง ก็เข้าหลักกาลามสูตร คือ อย่าเชื่อโดยคิดว่าผู้พูดน่าเชื่อ ขอเน้นอีกครั้งหนึ่ง เราเรียนเรื่องจิต ๘๙ หรือ ๑๒๑ เราก็ต้องศึกษาแล้วหมั่นนึกอยู่เสมอว่า จิตอะไรที่เกิดกับเรา ก็คือ อกุศลจิต ๑๒ มหากุศลจิต ๘ อเหตุกจิต ๑๗ มหาวิบากจิต ๘
จำนวนจิตเหล่านี้เป็นส่วนที่เรารู้ได้ แต่ไม่ควรหมกมุ่น คือเรียนรู้ได้แต่อย่าอยากรู้จนเกินสิทธิ์ เรียนรู้แล้วก็ต้องมาใส่ใจรู้เรื่องของตนเอง เพราะว่า ตัวเรานั้นเป็นทุกข์
เราเรียนแล้วก็มาดูความแตกต่างระหว่างกุศลจิตกับมหัคตจิตและโลกุตรจิตก็ต่างกันเหลือเกินแล้ว ผลที่เราได้รับก็คือ มหากุศล....สุขชั่วคราว มหัคคตกุศล....สุขมั่นคง โลกุตตรกุศล.....สุขสถาพร แล้วตอนนี้เราก็มีโอกาสรับได้แค่สุขชั่วคราว เดี๋ยวเห็น เดี๋ยวได้ยิน เดี๋ยวได้กลิ่น เดี๋ยวได้รู้รส เดี๋ยวได้สัมผัสนึกคิดต่างๆ แล้วก็มีทุกข์ชั่วคราว นี่คือเรื่องของเรา หลวงพ่อท่านจึงสอนให้ เก็บดีมาใช้ เก็บชั่วมาละ
โดย น้องกิ๊ฟ [11 ก.ย. 2555 , 09:47:30 น.] ( IP = 125.27.183.201 : : )
สลักธรรม 2
ให้หมั่นประกอบเหตุ เหตุมี ๖ แบ่งเป็นฝ่ายดี ๓ ฝ่ายชั่ว ๓ หมั่นประกอบเหตุ คือประกอบเหตุกุศล ส่วนมากเราจะเป็นผู้ที่จำได้แต่ทำไม่ได้ เช่นจำได้ว่า ถ้ามีโลภะมากมีโอกาสไปเป็นอะไร....ไปเป็นเปรต โทสะมาก...สัตว์นรก โมหะมาก....สัตว์เดรัจฉาน
นี่! เราแม่นทฤษฏี แต่ในภาคปฏิบัติเราลองกลับมาถามตัวเราเองสิว่า ใครโลภะจัด? เราก็ยังมีโลภะอยู่ เช่น อยากกินสารพัด อยากเที่ยวสารพัด อยากแต่งตัวสารพัด อยากทำสารพัด อาการเหล่านี้ยังอยู่ในคำว่า "จัด" อยู่ แต่เราก็เข้าข้างตนเองว่าเราเบากว่าแต่ก่อน แต่ถ้าเทียบกับพระโสดาบันล่ะ อย่างเรา เรียกว่า โลภะจัด
ขึ้นชื่อว่าความชั่ว เราไม่ทำ เพราะไม่อยากทำ เพราะรู้ว่าผลของความชั่วไม่ดี แต่เราก็แค่ไม่อยากทำและไม่ทำได้บ้างเป็นบางครั้ง เราจึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า "ความชั่ว"เราไม่ทำแล้ว เพราะ ถ้าเราเข้าใจโลภมูลจิต โทสมูลจิต โมหมูลจิต ก็จะรู้ว่า เราไม่ได้เป็นคนดี แต่เราก็ไม่ได้ชั่วมหาศาลเหมือนผู้ที่ไกลรัศมีพระธรรม
หลวงพ่อท่านบอกให้เราหมั่นประกอบเหตุให้ปราณีต เช่น ในการสวดมนต์ บางบทเราจำไม่ได้ต้องเปิดหนังสือ เราจึงต้องมีความเพียรที่จะจำ ในสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นมงคลให้ได้ เมื่อเราจำได้แล้วส่วนมากเรายังมีความซัดส่าย เราก็ต้องสร้างความมั่นคง หลวงพ่อท่านสอนว่า อะไรที่ไกลเกินฟุต อย่าไปมอง อย่างพระท่านถึงให้มองแค่หัตถบาทเดียว
การหมั่นประกอบเหตุให้ประณีตในเรื่องทาน ก็คือให้เรามีความเคารพในทาน หรือเคารพในธรรม เคารพในธรรมที่เรากำลังทำ ถ้าเราทำทานวิธีการโบราณเขาก็คือ อธิษฐานจบสักนิดนึงขอให้กุศลผลบุญ... ให้เกิดจิตที่มันมั่นคงในงานนั้น นั่นคือทำประกอบเหตุให้ประณีตขึ้น
โดย น้องกิ๊ฟ [11 ก.ย. 2555 , 09:47:51 น.] ( IP = 125.27.183.201 : : )
สลักธรรม 3
ให้สังเกตผล คือ เรื่องวิบากต่างๆ ให้รู้ว่าวิบากต่างๆ นั้นมาจากเหตุอะไร เหตุดีหรือเหตุไม่ดี เพราะเมื่อเราเป็นผู้ที่คอยสังเกตผลแล้วสาวไปหาเหตุได้ เราก็จะหยุดโทษผู้อื่น เพราะเมื่อมองไปถึงเหตุก็จะรู้ว่า ทุกอย่างไม่มีใครทำให้เราเป็นอะไรได้ เพราะทุกอย่างเป็นเพียงปัจจัย แต่เตัวหตุนั้นเราทำมาเอง โดยเฉพาะอดีตกรรมที่มาจากเหตุดี เหตุชั่ว จึงให้สังเกตผล
และให้ทนเอาเถิด เพราะถ้าเราสังเกตผลแล้ว มันมีผลที่ไม่ดีมาเกิดกับเรา ผลที่ไม่ดีมาเกิดกับชีวิตของเรานี่ เช่น ได้ฟังเรื่องไม่สบายใจ ถูกใส่ร้ายโดยไม่มีมูลความจริง เป็นต้น พอสังเกตผลออกก็ เออ! เราคงทำไว้เยอะมากๆ เราตำหนิใครเขาไว้เยอะ ตำหนิใครเขาเอาไว้ตั้งมากมาย ตอนนี้มันเลยมาโครมใหญ่ ๑๐ เรื่องเลย เพราะเราเองเป็นผู้ทำไว้ก็นิ่งดีกว่า เพราะเราไปแก้เรื่องอดีตไม่ได้แล้ว เรื่องมันจบไปแล้ว
เมื่อรู้ว่าเราทำมาเอง เราจึงต้องประกอบเหตุของเราขึ้นใหม่ และเราจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว เพราะสิ่งที่เราได้รับนั้นมันร้ายแรง และมันทรมานใจมาก ถ้าเราสร้างเหตุอย่างนั้นอีก เราคงต้องได้รับอย่างนี้ต่อๆ ไป เปรียบตัวอย่างว่า ร่างกายเราทุพพลภาพ รูปไม่งาม มันมาจากการที่เราขาดศีลขาดธรรม เราฆ่าสัตว์ เราเบียดเบียนสัตว์ เราถึงเป็นแบบนี้ และเราก็เชื่อ ๑๐๐ % ว่าชาติหน้ามี เราต้องเกิดแน่ แต่เราไม่อยากทุพพลภาพ เราไม่อยากรูปไม่งาม เราอยากมีกำลังกายที่แข็งแรง ก็ต้องรู้ว่า เหตุอะไรบ้างที่ทำ เหตุอะไรทำแล้วไม่ดีหยุดเหตุนั้น หมั่นประกอบเหตุที่เราต้องการ แล้วก็สังเกตผลในปัจจุบัน ว่ามันมีเหตุดีหรือไม่ดี เหตุดีให้สร้างต่อ และให้ประณีตขึ้น เหตุชั่วให้ละและชีวิตเราเลือกไม่ได้ เพียงแต่ว่าเจออะไรก็แล้วแต่ทนเอาเถิด
เหมือนที่หลวงพ่อบอกว่า "ให้เพิ่มความอดทนลงไปในขณะที่อดทน" ในขณะที่ฟังเรื่องไม่สบายใจนี่ ใจเราเร่าร้อน เราอยากจะแก้ไข เราอยากจะแก้ตัว ก็ให้ทนไว้ พอเรารู้เรื่องหมดแล้ว อยากจะไป อยากจะพูดก็ให้ทนไว้ .... ไม่เป็นไร ทนเอาเถิด ประเสริฐนัก เพราะเราจะได้ไม่มีกายทุจริตเกิดขึ้น
เพราะบางคนไปฆ่าเขาได้ ความโกรธทำให้เกิดการฆ่ากันได้ ความโกรธทำให้เกิดการด่ากันได้ ความโกรธทำให้ประทุษร้ายได้สารพัดได้ จึงเป็นความประเสริฐนักถ้าเราหยุดชั่วได้ หยุดการแสดงออกทางกาย วาจา มีขันติธรรม เป็นการรักษาใจของเรา นี่ก็คือทางของผู้ที่จะไปเป็นอริยะ ที่ต้องเดินบนถนนนี้ด้วย ไม่ใช่ถนนชีวิต ๗ สายอย่างเดียว
ถนนนั้นจะต้องมีชีวิตที่ประกอบไปด้วยเหตุดีและประณีตขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเราทำความดีอันนี้เราก็ต้องทำความดีขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มปริมาณความดี ลดปริมาณความชั่ว ให้ตราชั่งมันอยู่อย่างนี้ อันนึงใส่ของให้หนักก็คือความดี และก็เอาของที่มันหนัก ความรู้สึกคืออุปาทาน ตัณหาเหล่านี้ให้เอาออกไปบ้าง ประกอบเหตุสังเกตผล ทนเอาเถิด ประเสริฐนัก ต้องให้ใช้ให้ได้
โดย น้องกิ๊ฟ [11 ก.ย. 2555 , 09:48:13 น.] ( IP = 125.27.183.201 : : )
สลักธรรม 4
และนี่ก็เท่ากับเราใช้ความรู้ที่เรียนมากับวงจรชีวิตของเรา เพราะถ้าเราหยุดอกุศลให้มากที่สุด สิ่งที่เป็นวิบากอกุศล ก็เกิดกับเราในชาติหน้าน้อยลง ถ้าเราหมั่นประกอบเหตุอกุศลมาก วิบากแถวบนก็จะเกิดขึ้นมาก ทำให้ผลที่เกิดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่ทำให้เกิดความเร่าร้อน เราเร่าร้อนเพราะ ตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นรู้รส กายสัมผัส แต่ถ้าเราสร้างเหตุกุศล วิบากแถวล่างก็เกิดขึ้นมากกับชีวิต
ทุกวันนี้เราได้รับของเก่า ก็ต้องทนเอาเถิด บอกกับตัวเองว่าอีกไม่ช้าหรอก ไม่นานหรอก ก็ตายแล้ว ไม่นานหรอก หรือว่าหยุดความแคร์ ไม่มีเขาสักคน เราก็เดินของเราลำพัง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปที่ชอบๆ และก็เป็นคติอย่างหนึ่งว่า คนที่เขามองเราแล้วเขาตีตัวจากเราไป และก็กล่าวร้ายเรา ก็จงรีบดีใจ เพราะถ้าเราสำรวจตัวเองว่า ไม่ใช่ ไม่เป็น ไม่จริง ขณะนี้เรากำลังทำความดีอยู่ และคนที่แยกจากเราไป กล่าวร้ายเรา จากไปเสียตั้งแต่ชาตินี้ก็ดีแล้ว ถ้าหากเราผูกพันเอาไว้ก็ต้องเจอกันอีก ฉะนั้น จากกันไปเลยดีกว่า
นอกจากประกอบเหตุ สังเกตผล ทนเอาเถิด วันนี้เราก็ต้องเพิ่มชีวิต เพราะว่าชีวิตของเรานี้ อยู่ไม่นาน อยู่ยากขึ้นแล้ว มีแต่เรื่อง แต่ถ้าเราไม่มีวิบาก เรื่องนั้นก็จะไม่เกิดขึ้นกับเรา เช่น ฝนตก ถ้าเราไม่มีวิบากไม่ดี หลังคาก็ปลิวบ้านอื่น ถ้าเราวิบากไม่ดี หลังคาบ้านเราก็ปลิว ถ้าเผื่อแผ่นดินไหว เราวิบากดี บ้านเราก็อยู่ในที่แผ่นดินไม่ไหว ไม่พัง วิบากไม่ดีอยู่ตรงไหนก็ไหวและพัง เป็นเรื่องของวิบาก เมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว โลกมันทุกข์ โลกมันร้อน โลกมันแล้ง เราต้องพยายามทำใจ ให้ดี ให้เหมือนกับอยู่นอกโลกแห่งความหายนะให้ได้ ด้วยการใช้ศีลนำ ใช้ธรรมปรุง ให้มีชีวิตที่ดี เป็นคนที่มีความสุขความสงบได้
ฉะนั้น สุข ๓ ระดับ หรือสุข ๓ แบบ เราเชื่อแล้วเราจะต้องทำ เมื่อเราเชื่อแล้วเราใช้ศีลนำใช้ธรรมปรุง ให้ศีลนี่แหละเป็นตัวนำเรา เราจะไปไหนก็แล้วแต่ ให้ศีลนำทาง อยู่ทุกที่ให้ธรรมปรุงใจ อย่าให้กิเลสปรุงแต่ง ธรรมะที่มีมากมาย มีศีลนำ มีธรรมปรุง อยู่กับชีวิตด้วยการประกอบเหตุ สังเกตผล ทนเอาเถิดนั้น ชีวิตของเรา ไม่นานหรอกอยู่ไม่นาน ในโลกแห่งความทุกข์ เพราะเราเชื่อพระพุทธเจ้า เพราะศีล สมาธิ ปัญญา เป็นที่นำพาให้เราเกิดวิวัฏฏะคามินีนั้นเอง
ก็ขอความเจริญความผาสุข ความมีปัญญาจงบังเกิดกับทุกท่าน ขอให้ทุกท่านนั้นสามารถเริ่มต้นใหม่ นำทุกอย่างที่เรียนไปใช้ อย่าใช้เวลา ฆ่าเวลาว่าไม่รู้จะไปไหน มานี่ดีกว่า ไม่รู้จะทำอะไร มาที่นี่ดีกว่า มันจะดีตรงไหน เราเอาดีเก็บไปใช้ได้ ก็ขอให้ทุกคนเปลี่ยนวิถีชีวิต และอย่าคิดกลับคืน เราสังเกตตัวเราเองเลยว่า เราเป็นยังไงมามากแล้ว เราอย่าไปเดินทางเก่า
ขอให้ทางสายใหม่ ที่พระธรรมมาตัดเส้นทางที่คดเคี้ยวนี้ จงมั่นคงในจิตใจของท่าน สิ่งที่แล้วไปแล้วให้จบไป แล้วเริ่มต้นใหม่วันนี้ แล้วมีดีในวันนี้ และมีธงชัยเป็นที่ตั้งไปในอนาคตชาติ ทุกท่านทุกคน อนุโมทนาค่ะ.
![]()
อนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทปโดย น้องกิ๊ฟ [11 ก.ย. 2555 , 09:48:33 น.] ( IP = 125.27.183.201 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |