มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นวหรคุณ









ภาวะผู้นำ นวหรคุณ
โดย หลวงพ่อเสือ



ชีวิตเกิดมาแล้ว คนเราต้องมีความหนักเพราะขันธ์ ๕ ตามที่พระท่านกล่าวว่า ขันธ์ ๕ เป็นของหนักเน้อ และทุกคนก็มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าทั้งนั้นเลย หัวหน้างานที่ตนเองรับผิดชอบเขาเรียกว่า ภาวะผู้นำ

บางคนใช้ชีวิตให้ถูกต้อง เช่น การเผยแพร่พระสัจธรรมเป็นของดีดังพระพุทธดำรัสว่า สพฺพ ทานํ ธมฺมานํ ชินาติ แปลว่า การให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง เพราะการให้ธรรมะเป็นการให้ของประเสริฐสุด

ฉะนั้นหลักการเผยแพร่ ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นครูสอนธรรมะอย่างเดียว แต่เวลาเราพูดกับใครว่าเราเรียนธรรมะแล้วนะ แล้วชวนเขามาฟังธรรม ก็ต้องมีหลัก คือเราต้องรู้ด้วยว่า หลักการที่จะทำให้ผู้อื่นเชื่อมั่นเราและรู้ธรรม คือ ต้องทำตัวเองก่อน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:26:34 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


ต้องทำตัวเองให้ดีพร้อม แล้วค่อยแผ่ความพร้อมไปสู่ผู้อื่น

หลักการเผยแพร่นี้ต้องคิดอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไรให้มีหลักที่ถูกใจคน และสามารถกำจัดภัยต่างๆ ได้จริง

สิ่งที่ต้องทำคือให้ยึดหลักของพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ ภาวะผู้นำของพระพุทธเจ้า เขาเรียกว่า นวหรคุณ คือคุณในพระองค์เอง

ฉะนั้นเราจะเป็นผู้นำที่ดีและยั่งยืนได้ ต้องมีคุณสมบัติในตนเอง พระพุทธเจ้ามีนวหรคุณคือ มีคุณโดยอาศัยหลัก ๙ นั่นแหละ เราไม่ได้เป็นเหมือนพระพุทธเจ้า แต่อาศัยท่านมาประยุกต์พัฒนาที่ตนเองดังนี้คือ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:27:01 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )


  สลักธรรม 2


๑. อะระหัง หมายถึง เป็นผู้ไกลจากกิเลส

เราพิสูจน์ได้ ซึ่งพระพุทธเจ้าพิสูจน์มาแล้ว โดยพญามารเป็นผู้พิสูจน์ด้วยการมายั่วเย้าต่างๆ นานา แต่ก็ไม่สำเร็จ นางจิณจมาณวิกาก็มาพิสูจน์แล้ว ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน คือคุณในพระองค์เอง

เราจะนำคุณของพระองค์มาสร้างสรรค์อย่างไร? ก็อย่าให้ใครเห็นกิเลสของเรา แต่เพราะเรายังมีกิเลสอยู่ ก็พยายามบรรเทาเบาบางกิเลสของเรา คือพยายามหลีก ละ ลด และเลิกนั่นเอง

นอกจากนั้น ถ้ายังมีกิเลสอยู่ ก็อย่าทำให้ใครเห็น ตัวอย่างเช่น สมัยนี้ครูกับศิษย์ทำมิดีมิร้ายกัน เป็นครูสอนพระศาสนา เป็นผู้ให้ศีล ๕ มีข้อกาเมสุมิจฉาจาร เป็นพระสอนเขาอบรมเขา แต่พอจบชั้นเรียนแล้ว ชวนเด็กไปกินข้าวกันเถอะ ถ้ายังมีกิเลสอยู่ก็อย่าทำให้ใครเห็น

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:27:23 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )


  สลักธรรม 3


กิเลสบางประการทำให้ไกลๆ คนเข้าไว้ จะกินเหล้าเมายา ใครทำใครได้ แต่ไปทำไกลๆ เช่น มีลูกหลาน แล้วสอนลูกว่า ยาบ้าไม่ดี เหล้าไม่ดี แต่เราติด

เราสอนเขาเพราะไม่อยากให้เขาเดินตาม ถ้าทนไม่ได้จริง เข้าส้วมนั่งดูดคนเดียว กินคนเดียว ออกมาแล้วให้ล้างปากให้สะอาด แล้วค่อยพูดว่ากล่าวตักเตือนลูกว่า อย่ากินเหล้านะ กินแล้วเมาเดินโซเซ เป็นต้น

โดยทั่วไปปุถุชนนั้น รวมทั้งพ่อด้วยมีกิเลสกันทั้งนั้น พ่อเองชอบทานน้ำส้ม ยังติดใจน้ำส้ม แต่กัญชายาฝิ่นไม่เคย ถ้าเป็นพระเถรเณรชีติดโน้นติดนี่ เช่น ติดลิโพ ก็เป็นธรรมดาของผู้มีกิเลส แต่ปกปิดหน่อย เอาลิโพใส่แก้วหน่อย ไม่ใช่เปิดแล้วซดเลย อายเขา สอนเขาแต่ทำไม่ได้ ไม่มีใครกิเลสหมด ผู้มีกิเลสหมดคือพระอรหันต์เท่านั้น

เมื่อเรายังไกลจากกิเลสไม่ได้ ก็ไกลจากสายตาของผู้อื่นเสีย และเพียรบรรเทาเบาบาง เวลาโกรธสุดขีด ก็อย่าทุบเตะนั่นเตะนี่ท่ามกลางสาธารณชน ให้ขอโทษแล้วหลบไปเข้าห้องน้ำ แล้วจะทุบอะไร ก็ทำคนเดียว อย่าให้ใครเห็น ให้พยายามยิ้มไว้ ใจเศร้า แล้วไปบรรเทาด้วยการแผ่เมตตา แล้วปลีกทางเสีย

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:27:43 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )


  สลักธรรม 4


๒. สัมมาสัมพุทโธ หมายถึง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

ทรงเป็นผู้ค้นพบ สมควรเป็นผู้นำ พระพุทธเจ้ามีทั้งความคิดและปฏิบัติได้ เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับได้อย่างทั่ว เพราะว่าลัทธิต่างๆ มีมากมาย แต่ไม่มีสิ่งใดเลยทำให้พ้นทุกข์สิ้นอาสวะได้ พระองค์เป็นผู้ค้นพบโดยพระองค์เอง ฉะนั้น พระองค์จึงสมควรที่จะได้รับการทักษิณา สมควรเป็นผู้นำ เพราะพระองค์เป็นทั้งผู้ค้นพบและปฏิบัติได้ด้วย

ฉะนั้น พระองค์ใช้ความพยายาม ๖ ปีแรกพิสูจน์มาทั่ว ในที่สุดก็ไม่พ้นความเพียร ก็ทำจนพบโพธิญาณ เป็นสยมภู จึงอัญเชิญบทนี้มาใช้ โดยทางค้นพบธรรมชาติที่ทำให้ไปพ้นทุกข์ธรรมชาติทั้งดีทั้งชั่ว สูงต่ำ ประโยชน์และไม่ใช่ประโยชน์

แล้วเราจะทำอย่างไร เราก็ต้องอาศัยสัมมาสัมพุธโธ แล้วมาประดิดประดอยใส่ตัวเอง เราเป็นผู้ค้นพบสัจธรรมเองไม่ได้ แต่เราต้องค้นพบใจตนเองให้ได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:28:00 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )


  สลักธรรม 5


คือทุกวันนี้ทุกคนต้องค้นใจตนเองให้พบ คอยสังเกตว่าเรามีราคะไหม มีโทสะมากไหม ก็หมั่นแก้ไข เรามีความกำหนัดยินดีมากไหม ใจของเราเองเป็นอย่างไร โกรธง่ายไหม น้อยใจง่ายไหม ไม่ต้องให้ใครมาบอกว่าตอนนี้เธอโทสะเกิดแล้วนะ

ค้นให้เจอ หาตัวเองให้พบ แล้วพยายามอย่าพากเพียรเลียนแบบ เพราะอะไร? เพราะมันไม่ยั่งยืน แล้วจงพยายามพากเพียรเรียนรู้ทางแห่งความเจริญ พระพุทธเจ้าไม่ได้เลียนแบบใคร แต่เข้าไปเรียนและพิสูจน์ด้วยตนเอง ฉะนั้นเราต้องเป็นผู้ค้นใจตนเองให้พบ

ชีวิตเราต้องนำชีวิตตนเองไปในชาติหน้าเอง ต้องคิดอะไรใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น แต่ในความคิดนั้น ต้องเป็นที่ยอมรับของคนดีทั่วๆ ไปและมีประโยชน์ด้วย เช่น คิดทำขีปนาวุธนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์ และไม่เป็นที่ยอมรับของคนดีทั่วไป

ความคิดของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนคิดใหญ่ ใฝ่สูง คิดจะยิ่งใหญ่และสูงกว่านี้ แต่ลูกพ่อทุกคนอย่าคิดใหญ่ คิดสูง แต่ให้คิดเป็น อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรเป็นประโยชน์ อะไรควรละ อะไรไม่ควรรู้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:28:15 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )


  สลักธรรม 6


๓. วิชชาจรณะสัมปันโน หมายถึง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยความประพฤติ

บางคนในโลกนี้ ชีวิตธรรมดาของปุถุชนพออยู่ไกลกันเห็นความดี แต่พออยู่ใกล้เห็นไม่ดี เช่น โทรศัพท์คุยกัน เรามองเห็นความดีซึ่งกันและกัน แต่พออยู่ใกล้กลับดีแตก นี่คือชีวิตธรรมดา

แต่สำหรับชีวิตพระพุทธเจ้า ไม่ว่าพระองค์จะอยู่ใกล้หรืออยู่ไกล ทุกคนมองเห็นความดีหมด จนกระทั่งปัจจุบันพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปนานแล้ว ความดีของพระองค์ก็ยังคงปรากฏอยู่ แม้ว่าจะไกลขนาดไหน นานขนาดไหน

ผู้อยู่ใกล้ก็เห็นศีลาจริยาวัตร ความเมตตากรุณาของพระองค์ จะอยู่ไกล ความดีทวนลม กลิ่นของศีลหอมทวนลม ศีลจะอยู่ใกล้อยู่ไกลก็เสมอเหมือนกันด้วยพระมหากรุณาธิคุณ แต่เราถึงพร้อมด้วยปาก

ฉะนั้น ชีวิตของเรา เมื่อเราต้องดำเนิน จึงต้องมีบุคลิกภาพที่ต้องนำตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นความสำคัญมาก

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:28:32 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )


  สลักธรรม 7


ความสำคัญในที่นี้ของชีวิตเราไม่ใช่รูปร่าง เพราะรูปร่างเป็นบุคลิกจำเพาะที่เกิดจากศีล เกิดขึ้นจากกัมมัชรูป เวรกรรมจำเพาะเจาะจง บุคลิกภาพและรูปร่างต้องตาต้องใจคน เป็นเหตุทำให้เกิดราคะมากมาย

ส่วนบุคคลที่บุคลิกไม่ดีนั้น ก็มีส่วนทำให้งามได้ด้วยขันติและโสรัจจะ นี่ไงการถึงพร้อมด้วยความประพฤติ มีกิริยามารยาทที่งาม

เพราะอะไร? เพราะถ้าไม่ฝึกเอาไว้ จะครองใจไม่งามด้วย เช่น ลุกลี้ลุกลน นั่งไม่เป็นระเบียบ นั่งไม่สัมมาคารวะ ไม่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่สุภาพเรียบร้อย

ธรรมที่จะทำให้พร้อมด้วยความประพฤติและปฏิบัติเยี่ยงวิชชาจรณะสัมปันโนของพระองค์ จึงนำมาใช้กับตัวเองด้วยขันติและโสรัจจะ

คือความอดทนและความสงบเสงี่ยม ไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดิน หันหลังกลับ ต้องเรียบร้อย ต้องมีบุคลิกภาพให้เหมาะสม เสื้อผ้า รองเท้า ต้องมีสติ มีสำรวจ ไม่ใช่อะไรก็ได้ หรือไม่ใส่รองเท้าเบอร์ผิด

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:28:48 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )


  สลักธรรม 8


๔. สุคโต หมายถึง เสด็จไปดีแล้ว

พระองค์สามารถประคองสถานภาพได้ดีแล้วทั้งกาย วาจา และใจ หมายถึงว่าเป็นผู้ไม่ตกต่ำ

เราจะทำอย่างไรจึงจะนำมาใช้ได้ จึงจะเป็นลูกพระตถาคตเจ้าดังคำว่า สุคโต ก็คือเราต้องเป็นผู้ไม่ตกต่ำด้วย ต้องเป็นผู้ประคองสถานภาพด้วยการไม่ทำชั่ว พูดชั่ว คิดชั่ว โดยเราอาศัยว่าเราทำดีแล้ว

คำว่า สุคโต นั้นยังรวมถึงการทำให้ไม่มีการเกิดอีกแล้ว ทำทุกอย่างเพื่อไม่เกิดแล้ว กิเลสไม่เกิดแล้ว ตัณหาไม่เกิด ราคะไม่เกิด ตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานได้ ชาติหน้าไม่มีอีกแล้ว

เราต้องรู้ว่าพระองค์เสด็จไปดีแล้ว ตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหานแล้ว เราต้องนำมาประยุกต์คือ ลดโลภะลง สมุทัยองค์ธรรมคือโลภะ ฉะนั้นต้องลดโลภะลง อะไรได้มากๆ ได้มาแล้วทุกข์ก็ไม่เอา ต้องลดความมักมากลง ลดความมัจฉริยะลง

เพราะอย่างไร? เปรียบให้ฟังดังนี้ หากมีเงินเก็บ ๒ ล้าน ถ้าโลกแตก ๒ ล้านเอาไปได้ไหม แล้วเราจะรอดไหม เราก็ตาย เอาไปไม่ได้ เราจึงต้องลดโลภะลง และต้องแข็งแรงคืออดทน มีขันติ ไปหยิบอะไร ดูอะไรจะซื้อของปีใหม่เป็นพันๆ ให้บอกตัวเองว่าไม่เอา ต้องอดทน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:29:04 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )


  สลักธรรม 9


ฉะนั้น อะไรที่ไม่จำเป็นไม่ทำ อะไรที่ไม่สมควรไม่ซื้อ เช่น กินอิ่มแล้ว หิว หอบ ตุน กัก คนเราถ้าเคยทำทานไว้ ไม่อดตายหรอก เพราะการตายเกิดด้วยเหตุ ๔ เท่านั้น หากเอาตะเกียงมาเปรียบกับชีวิตแล้ว ชีวิตที่กำลังมีอยู่เปรียบเหมือนไฟที่ติดอยู่ กรรมเปรียบเหมือนน้ำมัน อายุขัยเปรียบเหมือนไส้ ฉะนั้นการตายเกิดขึ้นได้ ๔ อย่างคือ

๑.เมื่อน้ำมันหมด ไส้อยู่ ไฟก็ดับ คือหมดกรรม

๒.เมื่อน้ำมันมีอยู่ แต่ไส้หมด ไฟก็ดับ คือหมดอายุขัย ๗๕ ปี

๓.เมื่อน้ำมันหมด ไส้หมด ไฟก็ดับ คือหมดทั้งกรรมหมดทั้งอายุขัย

๔.น้ำมันยังอยู่ ไส้ก็อยู่ แต่มีลมกรรโชกแรงๆ ไฟก็ดับ คือมีอุปเฉทกรรมเพราะอดีตชาติเคยฆ่าสัตว์ไว้ เบียดเบียนสัตว์ไว้

ฉะนั้นไม่ต้องกลัวอดตาย และบางคนตุนมากๆ ตายแล้วไปเกิดเป็นงูเหลือม งูมีหลายชนิด แต่งูแห่งความงกคืองูเหลือม ลักษณะนั้นไม่ค่อยคลานไปไหนอยู่กับที่

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:29:21 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )


  สลักธรรม 10


ชีวิตพระของพ่อ ตื่นตี ๔ ออกจากกุฏิ อาบน้ำชำระร่างกายหยิบบาตรมาวางไว้หน้าพระพุทธ กราบขอบพระคุณพระพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจนถึงข้าพเจ้า ข้าพเจ้าสามารถออกบิณฑบาตได้ก็เพราะบารมีของพระพุทธเจ้า ถ้าไม่มีพระองค์ การบิณฑบาตก็เหมือนขอทาน เขาให้ก็ได้ เขาไม่ให้ก็ได้

ฉะนั้นการที่มีคนเขาน้อมไหว้แล้วใส่บาตร เพราะบารมีของพระพุทธเจ้า บางบ้านเขาตื่นไม่ทัน ก็จะไปจุดไฟไว้ให้เขา บ้านแถวบ้านโพธิ์เป็นบ้านยกสูง ไม่มีขโมย บางครั้งจะไปเจียกฟืนไว้ ถ้ารู้ว่าเขาไม่สบาย ก็อยากให้เขาใส่บาตร ก็ไปตั้งข้าวไว้ให้เขา แล้วกลับวัด ไปเดินเรียกพระเรียกเณรให้ออกไปโปรดสัตว์ แล้วสอนให้พระกราบขอบพระคุณพระพุทธเจ้าทุกวัน

แถวบ้านโพธิ์ตื่นสายที่สุดตี ๕ เขาจะใส่บาตรกัน จะมีไข่เค็ม ข้าวสุก เวลาไปก็ไปด้วยสติ เปิดปิดบาตรด้วยสติ ไม่ต้องให้พร สติสำคัญกว่า แล้วกลับด้วยสติ พิจารณาอาหารแล้ววางบาตร ล้างเท้า ไปกราบพระพุทธเจ้า

เอาบาตรเรียงเอาไว้แล้วกล่าวว่า “ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติศาสนากิจเรียบร้อยแล้ว ด้วยพระบารมีของพระองค์ ทำให้ข้าวในบาตรมีพอประทังชีวิต เพื่อเจริญพรหมจรรย์และเผยแพร่พระศาสนาต่อไปได้ ขอถวายชีวิตเพื่อความกตัญญูกตเวทิตาคุณ” กราบ

ส่วนบาตรที่มีข้าว ก็จะตั้งวงฉันโดยพิจารณาอาหารก่อน ไม่มีความอร่อย ไม่มีหมู ไม่มีเป็ด ไม่มีอะไร เป็นธาตุ กินไปเพื่อความอยู่รอด ฉันรวมกัน เมื่อฉันเสร็จแล้วก็แผ่เมตตา... ยถาสัพพี ไม่ใช่อิ่มแล้วลุกทันที

คนเราจะเป็นโรคลำไส้ต่างๆ เป็นโรคเกี่ยวกับช่องท้องเพราะอิ่มแล้วลุกทันที จะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าท่านมีกุศโลบาย เมื่อทานเสร็จแล้ว ให้เปลี่ยนอิริยาบถยืดตัวตรงเพื่อให้ลำไส้ตรงอาหารเลื่อนลงง่าย และก็ต้องสำรวม หายใจเข้าเพื่อทำความดี หายใจออกให้กิเลสหมด ตั้งใจหายใจเข้าบูชาพระธรรม หายใจออกจะปฏิบัติธรรม หายใจเข้าบูชาพระสุปฏิปันโน หายใจออกจะเดินตามทางพระสุปฏิปันโน ซึ่งพระพุทธเจ้าสอนการบริหารร่างกายให้เป็นระเบียบ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:29:36 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org