| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
นวหรคุณ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11
๕.โลกวิทูร หมายถึง เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
ก็อัญเชิญคุณของพระองค์มาประดับที่ตัวเองคือต้องรู้ให้หมด คือ การศึกษาว่าเกิดมาได้อย่างไร? เพราะมีกรรม มีตัณหา เป็นต้น เราเกิดมามีเหตุอะไรทำให้เกิด? ก็ต้องมีเชื้อเพศพ่อเพศแม่ผสมกัน สตรีต้องมีระดูงาม มีสัตว์ตายมาปฏิสนธิ การตายเพราะเหตุอะไร เห็นได้อย่างไร ได้ยินได้อย่างไร ถ้าเราไม่เรียนพระอภิธรรม จะไม่รู้เลย เราเดินได้อย่างไร ใครเดิน รูปเดิน เดินได้ต้องอาศัยเหตุก็คือ ร่างกายต้องสมบูรณ์ ต้องมีจิตสั่ง ทำงานเองไม่ได้
ทุกอย่างมีเหตุทั้งสิ้น จิตโลภเกิดได้อย่างไร ประกอบด้วยอะไร ต้องรู้ให้หมด พระพุทธเจ้ารู้แจ้งโลก ส่วนเราต้องรอบรู้ แต่อย่ารอบจัด ต้องหยุดรอบจัด และความรอบรู้ได้อย่างไร ก็คือต้องรู้ปัญหาและรู้วิธีแก้ปัญหา นักศึกษาพระอภิธรรมต้องรู้ว่าทุกข์เกิดขึ้นที่ไหน โง่เกิดขึ้นที่ไหน และแก้ที่นั่นด้วยวิปัสสนา
ผู้นำชีวิตของเราก็คือ นำชีวิตเราให้พ้นทุกข์ นำชีวิตเราเองให้เป็นที่พึ่งให้ได้ ตั้งใจโดยเอาคุณทั้ง ๙ มาศึกษา ผู้นำต้องรู้ปัญหาและวิธีแก้ปัญหา ต้องเป็นผู้ไม่สร้างปัญหา เลิกเสียทีเพราะปัญหาของขันธ์ ๕ ก็มีแล้ว ต้องกิน ต้องเดิน ยืน นอน ขับถ่าย เห็น ได้ยิน เป็นต้น และต้องสร้างเกียรติคุณด้วย ไม่ได้ให้ใครเห็น ตัวเองเห็น ภูมิใจในการเปลี่ยนนิสัยให้เป็นคนดีของเรา ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ได้
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:29:53 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )
สลักธรรม 12
๖. อนุตตโร ปุริสธัมมสารถิ หมายถึง เป็นผู้รู้แจ้งโลกุตตรธรรม
โลกุตตรธรรมก็คือ ธรรมที่พ้นจากโลก คือรู้แจ้งธรรมที่พ้นจากความฉิบหายนั่นเอง สิ่งที่เรารู้ทุกวันนี้ล้วนเป็นความฉิบหายทั้งสิ้น ตายลืมหมด ธรรมที่นอกโลกได้แก่มรรคจิต ๔ ผลจิต ๔ พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ มรรคจิต ผลจิต เมื่อพบแล้วก็ไม่เกิด คือถึงซึ่งพระนิพพานจึงเรียกว่า นวโลกุตตรธรรม ๙
แล้วจะนำมาประยุกต์กับเราอย่างไร? ต้องศึกษาว่าจิตที่พ้นจากความฉิบหายเป็นอย่างไร ด้วยการรู้จิตฉิบหายเป็นอย่างไร แล้วไม่อยู่กับจิตนั้นคือ โลภมูลจิต ๘ โทสมูลจิต ๒ โมหมูลจิต ๒ รวมเป็นอกุศลจิต ๑๒ ให้พยายามบรรเทาอกุศลจิต ๑๒ เสีย แล้วครองชีวิตด้วยศีล สมาธิ ปัญญา จะทำให้ถึงธรรมนอกโลกได้
หรือง่ายๆ ก็คือ เหตุที่ทำให้ถึงธรรมนอกโลกก็คือ มรรค ๘ มีสัมมาทิฏฐิความเห็นชอบเป็นต้น เป็นชาวพุทธไม่รู้อะไรพอจะอำนวย แต่ไม่รู้มรรค ๘ จัดว่าแย่ ต้องพยายามศึกษาและปฏิบัติด้วย การเจริญมรรคก็คือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั่นเอง
แล้วจะทำอย่างไรจึงจะรู้ธรรมที่ไม่ฉิบหาย ก็คือการปฏิบัติธรรมที่ไม่ฉิบหาย ความเป็นคนเป็นหญิงเป็นชายก็มีความตาย นั่งอยู่นี่ เมื่อย ความเมื่อยเกิดขึ้นก็เปลี่ยนอิริยาบถ ก็ตายจากรูปนั่ง เช่น เมื่อนั่งอยู่ แล้วเห็นพระพุทธรูป แล้วหันไปเห็นยอดหญ้า ก็มีการดับจากรูปนั่งคือ ตายจากรูปนั่ง แล้วไปรู้รูปอื่นแทน เป็นต้น การที่มีคนตายทุกวันนี้เรียกว่า ตายสมมุติ ตายเป็นชาติๆ ไป (ขณิกมรณะจิตดับตลอด) เราเป็นผู้ไม่เกิดอีกแล้ว จึงจะไม่มีการตาย ด้วยการรู้ว่าทุกอย่างมีแต่ความดับไปๆ หาสาระแก่นสารไม่ได้
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:30:09 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )
สลักธรรม 13
๗. สัตถาเทวมนุสสานัง หมายถึง เป็นบุคคลที่สามารถฝึกคนให้ดีได้
ฉะนั้น พระพุทธเจ้าฝึกมา เราเป็นศิษย์จะทำอย่างไร ต้องอาศัยขันติจึงจะได้ดี พระองค์ฝึกคนให้ดีได้ ฝึกคนให้พ้นทุกข์ได้ จากคนพาลเป็นกัลยาชน จากกัลยาชนไปสู่พระโสดาบัน จากพระโสดาบันไปเป็นพระสกทาคามี จากพระสกทาคามีไปสู่ความเป็นพระอนาคามี จากพระอนาคามีไปเป็นพระอรหันต์ เราอาศัยคุณสมบัติข้อนี้
ฉะนั้น อย่าลืมว่า จะเป็นผู้นำต้องพัฒนาตนอยู่เสมอ ต้องรู้ข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะต้องมีหน่วยความจำ แล้วจะมีหน่วยความจำได้อย่างไร
ถาม แก้วน้ำใบนี้มีความสำคัญตรงไหน (แก้วน้ำที่ใส่น้ำไว้เต็ม)
ตอบ แก้วน้ำใบนี้ไม่มีความสำคัญอีกแล้ว เพราะไม่มีโอกาสใส่อะไรได้อีก แก้วน้ำจะมีความสำคัญได้ก็คือสามารถใส่น้ำได้
ฉะนั้นทุกอย่างเปรียบเหมือนชีวิตเราเป็นผู้เต็มไปด้วยโลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ใครสอนก็รับไม่ได้แล้ว ใครสั่งก็ไม่ทำตามแล้ว เต็มไปด้วยกิเลสตัณหาราคะอุปาทาน ฉะนั้นต้องทำจิตให้แหว่ง กลืนกินความอยากเอาไว้ อย่าให้มันออกมาแล้วจะได้เป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะยิ่งอวดยิ่งอด ยิ่งลดยิ่งเพิ่ม ต้องเติมได้
แก้วนี้มีความสำคัญ มีที่ว่างอีกนิดก็เติมน้ำได้ แต่พอบอกว่า โอ๊ย ฉันรู้หมดแล้วไม่ต้องมาสอนหรอก" ขันติ วิริยะแปลเป็นหมด แต่ทำได้ไม่หมด ขันติเพียงตัวเดียว ทำ ๑๐๐ ชาติ ก็ไม่มีขันติ อาจได้พลังแห่งขันติ แต่ไม่เป็นตบะ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:30:25 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )
สลักธรรม 14
ฉะนั้น เราฝึกตนให้ดีให้ได้ด้วยการมีความอดทนคือขันติ อย่าท้อแท้ ต้องพยายามด้วยการให้ชีวิตของตนเอง หรืออุทิศชีวิตของตนเองด้วยความทุ่มเท อาศัยหลักข้างต้นคือ รักงาน ขยันทำ จำมั่น หมั่นพินิจ
เมื่อศึกษาธรรมะต้องรัก และต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พระพุทธเจ้าทรงรักสัตวโลกทั้งหมด เราต้องรักชาติ อย่าทรยศต่อชาติ จะจนอย่างไร ทำความดีตายไปเถอะ ชาติหน้ามีกิน อย่าไปค้ายาบ้า เห็นใครค้าใครเสพ โทรไปบอกตำรวจ ถ้าอดีตไม่เคยถูกกักขัง ไม่เข้าคุกหรอก ถ้าอดีตไม่เคยฆ่าใครไว้ ไม่ถูกทำร้ายหรอก
อย่าไปสนับสนุน อย่ากลัว ขึ้นชื่อว่าความชั่วแล้ว อย่าทำ อย่ากลัว เราตั้งใจช่วยชาติ ในหลวงของเรา ๗๒ พระชันษาแล้ว พระเนตรพระกรรณของท่านทำภูมิแผ่นดินไทยมานานแล้ว เราจะเป็นดินเดียวกันป้องกันชาติไว้ไม่ได้เชียวหรือ เห็นใครไม่ดี ให้เตือน
ทุกวันนี้หลายคนรู้แต่กลัว และคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเรา บางคนเห็นคนถูกรถชนแล้วหนี ก็ไม่สนใจ เพราะไม่ใช่เรื่องของเรา เอาแต่ตัวเองรอด แต่ชาติไม่ปลอดภัย เมื่อชาติไม่ปลอดภัย เราก็ไม่รอด รักชาติยอมสละแม้ชีวี รักเกียรติอุทิศให้พระพุทธเจ้า เกียรติที่จะมีคือเกียรติแห่งความเป็นพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ ยิ่งป้องกันเท่ากับลูกช่วยพวกทุจริต
ฉะนั้นต้องพยายามใช้ชีวิตอุทิศถวายแด่พระพุทธเจ้า ท่านสอนให้เราเป็นคนดีได้ เราต้องทำตาม เราเห็นใครดับ พยายามใช้ชีวิตของเราทำให้เขาเป็นคนเด่นให้ได้ ทำคนดับให้เป็นคนเด่น ส่งเสริมเขา ให้อภัยเขา ให้โอกาสเขาแก้ตัว ก็เท่ากับฝึกคนให้ดีได้
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:30:40 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : )
สลักธรรม 15
๘. พุทโธ หมายถึง เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
เราต้องทำตามคือ เราเป็นผู้รู้หน้าที่ เป็นพระ เป็นเจ้าอาวาสก็รู้หน้าที่ เป็นลูกก็รู้หน้าที่ เป็นพ่อเป็นแม่ต้องรู้หน้าที่ ต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด แล้วหยุดแค่นั้น
พระองค์เป็นผู้ตื่น ก็ต้องตื่นมาทำหน้าที่ เช่น ตั้งใจไปใส่บาตรที่พุทธมณฑล ก็ต้องตื่นใส่บาตร และวันสำคัญทางพุทธศาสนาคือวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา ๓ วันนี้แหละที่เราไม่มีสิทธิไปทำเพื่อการเกิดอีกต่อไป ไม่มีสิทธิอีกแล้วที่จะทำเพื่อใคร มีสิทธิสนองบุญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีสิทธิกระทำตนเองให้เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ด้วยการรู้หน้าที่ หน้าที่คือที่หน้า เป็นนักศึกษาต้องตั้งใจฟัง เป็นครูต้องตั้งใจสอน เป็นแม่บ้านต้องตั้งใจทำความสะอาดบ้าน เป็นพ่อบ้านต้องตั้งใจเลี้ยงดูครอบครัว ต้องซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน เป็นลูกต้องกตัญญู เป็นครูต้องให้วิชา เป็นบิดาต้องเทศน์สอน เป็นกรรมกรต้องขยัน เป็นพยาบาลต้องฝ่าฟันและเบิกบานในการทำงาน
๙. ภควา หมายถึง เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์
อันสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงคุณอันวิเศษ ๙ ประการนี้ จึงเป็นที่บูชาของมนุษย์และเหล่าเทวดาทั้งปวง เพื่อความสวัสดีทั้งหลาย จงบูชาพระพุทธเจ้าด้วยคุณทั้ง ๙ อยู่เนืองๆ เทอญ และจงตั้งใจอธิษฐานไว้ว่าความดี ความตั้งมั่น และโอกาสความดีนั้น จงเกิดแก่ลูกโดยไวเทอญ
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [29 ต.ค. 2555 , 15:30:56 น.] ( IP = 182.52.207.182 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |