มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


๒๑ ปี รำลึกอาจารย์บุญมี เมธางกูร (๓)








ขอเชิญศิษยานุศิษย์ทุกท่านร่วมงาน
"๒๑ ปี รำลึกอาจารย์บุญมี เมธางกูร"
ณ ศาลาเสือพิทักษ์ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๕


๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์

๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล

๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน

๑๒.๓๐ น. พิธีบังสุกุล และเปลี่ยนผ้าจีวรหุ่นขี้ผึ้ง รูปเหมือนพระอาจารย์บุญมี เมธังกุโร

๑๓.๐๐ น. ปาฐกถาธรรม โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามฯ





โดย ศาลาธรรม [22 พ.ย. 2555 , 09:25:09 น.] ( IP = 125.27.174.239 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




คำถาม เจตสิกคืออะไร?

คำตอบ (อาจารย์บุญมี) สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ทุกๆ อย่างย่อมจะต้องมีการประชุมกัน จึงจะเกิดขึ้นมาได้ ทำงานได้ อันเป็นไปตามธรรมชาติ ดังนี้

เมื่อผู้ใดมาแสดงว่า มีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นโดยอาศัยพระพรหม หรือพระผู้เป็นเจ้าสร้างขึ้นมา หรือเกิดขึ้นมาเองโดยปราศจากเหตุ ทั้งเป็นสิ่งอมตะเป็นสิ่งกายสิทธิ์ ผิดไปจากสิ่งทั้งหลาย นอกจากนั้นยังเป็นอิสระ และสามารถทำงานได้สารพัดคือ รับกระทบด้วย จำด้วย ตั้งมั่นด้วย เสวยอารมณ์สุขทุกข์หรืออุเบกขาด้วย เจตนาด้วย เหล่านี้แล้ว ก็เป็นเรื่องน่าขบขันเป็นอย่างยิ่ง เพราะย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาโดยผิดธรรมชาติ

ด้วยเหตุดังนี้เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้สอนว่า จิตใจนั้นมิได้เกิดขึ้นมาโดดเดี่ยวแต่ลำพัง จิตใจนั้นมิได้เกิดขึ้นมาโดยมิได้อาศัยอะไรช่วยเหลือปรุงแต่งให้เป็นไป และธรรมชาติที่เข้าช่วยให้การงานต่างๆ มีเห็น ได้ยิน คิด ช่วยให้เกิดความโลภ ความโกรธ เหล่านั้นเรียกว่าเจตสิก

เจตสิกจึงเป็นธรรมชาติที่ประกอบกับจิตและปรุงแต่งให้จิตนั้นเป็นไปต่างๆ เช่น เจตสิกบางตัวทำหน้าที่รับกระทบกับอารมณ์ เจตสิกบางตัวทำหน้าที่ให้เกิดความจำ เจตสิกบางตัวทำให้เกิดความตั้งมั่น และเจตสิกบางตัวทำให้เกิดความโลภ เกิดความโกรธ หรือไม่โลภ ไม่โกรธ เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม [22 พ.ย. 2555 , 09:25:33 น.] ( IP = 125.27.174.239 : : )


  สลักธรรม 2





เจตสิกทั้งหมดมีจำนวน ๕๒ ประเภทด้วยกัน ประชุมร่วมการงานกันอย่าง มีระเบียบ มิได้ก้าวก่ายกัน อันเป็นการสอนที่เป็นไปตามธรรมชาติ มิได้เป็นสิ่งกายสิทธิ์ มิได้มีใครมาเสกสรรค์บันดาลขึ้นมา

เจตสิกทั้ง ๕๒ ประเภทนี้แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนใหญ่

ไม่เป็นบุญเป็นบาปเสียส่วนหนึ่ง มี ๑๓ ประเภท

เป็นบาปส่วนหนึ่ง มี ๑๔ ประเภท

เป็นบุญส่วนหนึ่ง มี ๒๕ ประเภท

โดย ศาลาธรรม [22 พ.ย. 2555 , 09:25:54 น.] ( IP = 125.27.174.239 : : )


  สลักธรรม 3




เรื่องของเจตสิกที่ประกอบกับจิต ทำให้จิตเป็นไปต่างๆ นั้น เมื่อศึกษามากขึ้นก็จะบังเกิดความเข้าใจในเหตุผลต่างๆ จะได้เห็นความจริงมากขึ้นทุกที จะได้พิสูจน์จากบทเรียน เพราะเราจะรู้แน่แก่ใจว่า ถ้าขาดเจตสิกที่สำคัญไปสักตัวหนึ่งก็จะเกิดจิตหรือวิญญาณขึ้นมาไม่ได้

เช่น ขาดผัสสเจตสิกที่มีหน้าที่รับกระทบ หรือขาดสัญญาเจตสิกที่มีหน้าที่จดจำและเก็บอารมณ์ต่างๆ เอาไว้ในจิตเป็นต้น

บทเรียนต่างๆ ที่จะได้รับต่อๆ ไป ก็จะได้บทพิสูจน์มากยิ่งขึ้นๆ ไปตามลำดับ ที่กล่าวมานี้เป็นการพิสูจน์จากการศึกษาและการคิดพิจารณาเอาเอง เป็นข้อที่หนึ่ง

ในข้อที่สอง เป็นบทพิสูจน์ที่ได้จากการปฏิบัติจริง เป็นการเข้าไปพบเห็นเป็นประจักษ์แก่ผู้ปฏิบัติ จะเห็นเจตสิกเป็นอันมากปรากฏเกิดขึ้นต่อหน้าในการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

เพราะผู้ปฏิบัติวิปัสสนาปฏิบัติเพื่อทำลายมโนภาพ พยายามมิให้มโนภาพเกิดขึ้นตามวิธีการต่างๆ อย่างพิสดาร และผู้ที่จะเห็นเจตสิกที่เข้าประกอบจิตนั้น ไม่ต้องรอถึงแก่หรือตาย ทั้งไม่ต้องถึงปีหรือสองปี และไม่ต้องได้มรรค ผล นิพพานเสียก่อน

บางท่านก็ปฏิบัติไปเพียง ๒ - ๓ วัน บางท่านก็ ๑ หรือ ๒ สัปดาห์ อย่างช้าก็ ๑ เดือน ๒ เดือน เท่านั้น ก็มีความสามารถที่จะเห็นความจริงนี้ได้แล้ว ขอให้มีความเข้าใจและได้เหตุผลเสียก่อนการปฏิบัติ การเห็นเจตสิกที่เข้าประกอบกับจิตนั้นเป็นเรื่องเล็ก

โดย ศาลาธรรม [22 พ.ย. 2555 , 09:26:11 น.] ( IP = 125.27.174.239 : : )


  สลักธรรม 4




ผู้เข้าปฏิบัติที่ได้อบรมจนได้เหตุผลแล้วมักไม่ค่อยผิดหวัง ผู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียน ผู้ที่เข้าปฏิบัติมามากก็มักจะชินอยู่กับเรื่องเหล่านี้ จึงมิได้รู้สึกตื่นเต้นประการใด ไม่เหมือนกับนักศึกษาใหม่ๆ ที่เห็นสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญชั้นสุดยอด

เมื่อเอาสติเข้าไปกำหนดอารมณ์ตามทวารต่างๆ จนบังเกิดความสงบดีสักหน่อย ปัญญาในเบื้องต้นก็จะเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อยตามลำดับ แล้วต่อจากนั้นก็จะได้ประสบกับนามเจตสิก เห็นโลภะ โทสะ โมหะ หรือกุศลเจตสิกกำลังเกิดอยู่ ทั้งรู้ด้วยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร อะไรเป็นเครื่องกั้นกางขัดขวางมิให้เกิดขึ้นได้ง่าย เราจะแก้หรือจะขจัดเครื่องกั้นกางนั้นได้โดยวิธีการใดบ้าง

เจตสิกตัวอื่นๆ นอกจากนี้ก็จะมาปรากฏในอารมณ์อยู่เสมอ ผลัดเปลี่ยนกันไปๆ มาๆ เมื่อเพ่งพิจารณาจนละเอียดมากขึ้น ก็จะปรากฏชัดเจนมากขึ้น แม้เจตสิกที่เพิ่งจะเริ่มเข้ามาเพียงเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น ถีนะมิทธะ

ความง่วงเหงาหาวนอนที่เราไม่อาจเห็นได้ในเวลาปกติ เพราะเพิ่งจะย่างกรายเข้ามาเพียงนิดเดียวเท่านั้น ว่ามันเข้ามาอยู่ในโลภะ หรือในโทสะได้ ซึ่งตามธรรมดาบุคคลทั้งหลายหาได้ทราบไม่ ถ้ามิได้ปฏิบัติเข้าไปให้ถึงก็จะไม่มีหวังได้รู้ได้เห็นเลย

ความจริงผู้ปฏิบัติวิปัสสนาก็เห็นในเรื่องที่ได้ศึกษาเล่าเรียนไปแล้วนั่นเอง หากแต่ว่าเป็นการเข้าไปรู้เห็นจริงๆ โดยที่มิได้คิดพิจารณาเอาเอง หรือคาดคะเนอะไรทั้งสิ้น เมื่อผู้ใดปฏิบัติไปจนถึงญาณปัญญาเกิดจริงๆ ด้วยแล้ว ความรู้ก็จะมากขึ้นจนผู้ที่มิได้เคยปฏิบัติไม่อาจจะคิดเข้ามาถึงได้เลย คือวาดภาพเอาไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร

เช่น เห็นรูป เห็นนาม เห็นรูปก็เช่นเห็นอาการที่นั่งเป็นต้น เห็นนามก็เห็นนามจิตและนามเจตสิกที่เข้ามาแทรกแซงอยู่ตามอารมณ์ต่างๆ ในเรื่องของรายละเอียดเหล่านี้หลานควรจะได้ทำความเข้าใจในเมื่อศึกษาไปมากๆ เช่นในปริจเฉทที่ ๙




โดย ศาลาธรรม [22 พ.ย. 2555 , 09:26:31 น.] ( IP = 125.27.174.239 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org