มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


๒๑ ปี รำลึกอาจารย์บุญมี เมธางกูร (๔)







ขอเชิญศิษยานุศิษย์ทุกท่านร่วมงาน
"๒๑ ปี รำลึกอาจารย์บุญมี เมธางกูร"
ณ ศาลาเสือพิทักษ์ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๕


๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์

๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล

๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน

๑๒.๓๐ น. พิธีบังสุกุล และเปลี่ยนผ้าจีวรหุ่นขี้ผึ้ง รูปเหมือนพระอาจารย์บุญมี เมธังกุโร

๑๓.๐๐ น. ปาฐกถาธรรม โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามฯ




โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:22:50 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




คำถาม ที่บอกว่า กุกกุจจเจตสิก ได้แก่ความเร่าร้อนใจหรือมีความฟุ้งซ่านรำคาญใจในอกุศลที่ได้ทำไปแล้วและในกุศลที่ยังไม่ได้ทำ ฉะนั้น เมื่อผู้ใดผู้หนึ่งได้สำนึกถึงบาปที่ตนได้ทำไปแล้ว ผมคิดว่า มันควรจะเป็นกุศลมากกว่า แล้วก็ยังดียิ่งกว่าคนที่ทำบาปลงไปแล้วมิได้คิดถึงบาปเสียบ้างเลย คนที่มิได้คิดถึงเหล่านี้ ย่อมไม่มีความสำนึกถึงผลกรรมของตน ก็ย่อมจะกระทำบาปยิ่งขึ้นได้ง่าย และทำต่อๆ ไปอีก

คำตอบ (อาจารย์บุญมี) การที่ท้วงติงขึ้นมาเช่นนี้ ก็เป็นการดี เพราะผมจะได้ขยายความออกไปอีก

ถ้ามีคนเคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมามาก คือชอบออกป่าล่าสัตว์ หรือชอบยิงนกตกปลามาโชกโชนตั้งแต่ครั้งยังหนุ่มๆ ครั้นล่วงเวลาต่อมาจนบัดนี้ก็เข้าสู่มัชฌิมวัยก็ระลึกถึงความเป็นไปในอดีตของตนได้ ว่ากระทำผิดคิดร้ายต่อสัตว์ผู้ไม่เดียงสาหาปัญญามิได้ อำนาจแห่งความคิดอ่านของตนที่เหนือกว่า มีอาวุธร้ายที่มีอำนาจในการทำลายชีวิตเป็นพิเศษมากกว่า ที่ไหนเลยสัตว์ผู้ไร้เดียงสาเหมือนกับเด็กเล็กๆ จะไม่พากันล้มตายไปอย่างน่าเอน็จอนาถ ตัวไหนที่พาตัวเองหนีไปได้เพราะบาดเจ็บไม่สาหัสนัก ก็จะทุรนทุรายซอกซอนไปด้วยความตกใจ ด้วยความหวาดเสียวต่อมหันตภัยอย่างไม่คิดชีวิต

บัดนี้เรื่องร้ายที่ชอบทำลายชีวิตสัตว์แม้จะเป็นอดีตไปแล้วก็จริง แต่มันก็หาพ้นไปจากความสำนึกได้ไม่ เพราะกรรมชั่วอันนั้นมันใหญ่พอที่จะกระตุ้นเตือนใจให้สะดุ้งสะเทือนในความโหดร้ายของตนอยู่เสมอจึงเกิดความไม่สบายใจขึ้น

ด้วยเหตุดังที่ได้เล่ามา ดวงจิตของบุคคลผู้นี้ในขณะนี้เป็นจิตที่เศร้าหมอง จิตตกอยู่ในอกุศล และเป็นอกุศลที่ประกอบด้วยกุกกุจจเจตสิก ด้วยเหตุที่ระลึกถึงเรื่องราวที่ได้ทำไปแล้วก็ไม่สบายใจหรือกลุ้มใจ

โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:23:22 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : )


  สลักธรรม 2




คำถาม แต่การที่คนเราระลึกถึงความเก่าที่ไม่ดีของตน ก็ย่อมจะแสดงว่ามีความดีอยู่ หรือมีกุศลอยู่ เพราะยังระลึกได้ว่า สิ่งที่ตนทำไปแล้วนั้นมันไม่ดี แล้วก็คงจะไม่กระทำต่อไป ความตั้งใจที่จะละเลิกไม่ทำเช่นนี้ มันควรจะเป็นกุศลจึงจะถูกต้อง

คำตอบ(อาจารย์บุญมี) ที่เข้าใจดังนั้นถูกต้องแล้ว แต่จะต้องแยกแยะออกไปให้เห็น เพราะว่าจิตใจนั้นเกิดดับรวดเร็วอย่างเหลือเกิน แต่เราพอจะวางกฎเกณฑ์ลงไปได้ว่า ในขณะจิตที่บังเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน เพราะระลึกถึงการกระทำที่ไม่ดีในอดีตของตนนั้น เป็นจิตที่มีกุกกุจจเจตสิกเข้าประกอบ เป็นอกุศลฝ่ายโทสะ แต่ถ้าระลึกว่าไม่ดีแล้ว มีจิตอีกประเภทหนึ่งเข้ามาทำความรู้สึกว่าไม่ดี หรือมาคิดว่าจะไม่ทำอีกต่อไป จิตชนิดนี้ก็เป็นกุศลมีเจตสิกฝ่ายกุศลเข้าประกอบ จิตทั้ง ๒ ประเภทนี้เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นแถว จนจับเนื้อความยากอยู่

เมื่อจิตเป็นทั้งอกุศลและกุศล ดังนี้ เราควรจะควรคิดหรือไม่ประการใด ? ความจริงก็ควรจะคิดอยู่บ้างเหมือนกัน หากแต่ควรจะระลึกครั้งหนึ่งคราวเดียว หรือคิดให้น้อยๆ และการที่ผมแนะนำให้คิดบ้างเช่นนี้ ก็เพราะว่า จะได้เป็นบทเรียนให้สำนึกเอาไว้จะได้ไม่กระทำต่อไป

แต่ถ้าคิดบ่อยๆ หรือคิดอยู่เสมอแล้วไม่ดีแน่ เป็นการปลูกเพาะให้อกุศลเจริญ และถ้าเจริญมากๆ แล้วก็จะไปกันใหญ่ จะเป็นทางเดินที่สะดวกขึ้น สุขภาพกาย สุขภาพจิตก็จะเสียหาย ครั้นเวลาตายก็จะอาศัยหนทางเดินสะดวกนี้เป็นทางไป โอกาสที่จะไปทุคติภูมิก็ไม่ยากอะไร เป็นการน่าเกรงอันตรายสำหรับผู้รู้

แต่ผู้ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนี้มากคนทีเดียวชอบคิด หัดเสียจนเคยตัว มีเรื่องอะไรนิดหน่อยก็เก็บเอามาคิดเสียใจเป็นวรรคเป็นเวรโดยไม่จำเป็นเลย ทั้งนี้ก็เพราะฝึกหัดมาบ่อยๆ จนมีความชำนาญนั่นเอง

โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:23:42 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : )


  สลักธรรม 3




การคิดในเรื่องที่ไม่ดีที่ได้ทำมาแล้วบ่อยๆ ย่อมไม่ดีแน่ เพราะจะทำให้จิตของตนเสียหายหรือเดินเข้าไปสู่แดนอันตราย เราจึงต้องแก้ไข การคิดเสียใจบ่อยๆ เราก็ยังทำได้ แต่กว่าจะมีความชำนาญก็เป็นเวลานาน ครั้นมาเวลานี้เราเห็นว่ามันไม่ดี ก็จำจะต้องค่อยๆ หัดไม่คิดจนกว่าจะเกิดความชำนาญขึ้นเช่นเดียวกัน

วิธีฝึกจิตไม่ให้คิดเรื่องไม่ดีเก่าๆ ก็มีอยู่หลายวิธี แต่วิธีที่ดีที่สุดนั้นก็ได้แก่การศึกษาเล่าเรียนปรมัตถธรรมให้มากๆ ก็จะช่วยได้อย่างหนึ่ง

กับอีกอย่างหนึ่งต้องทำความรู้สึกตัว เพราะเวลาอกุศลเกิดนั้นย่อมจะไม่มีสติ หรือเรียกกันว่าขาดสติ หรือจะเรียกว่าเผลอก็ได้

ดังนั้น เมื่อทำความรู้สึกตัวขึ้นมา คือกำหนดรู้จิตอกุศลของตนเองขึ้นมาเมื่อใด เมื่อนั้นสติเจตสิกก็จะเข้าประกอบ จิตในขณะนี้ก็จะเป็นกุศล ถ้าหากทำการกำหนดความรู้สึกสำนึกตัวเช่นนี้บ่อยๆ แล้ว ก็จะค่อยๆ เลิกคิดสิ่งที่ไม่ดีที่เป็นอดีตไปเอง

เรื่องนี้ก็อยู่ที่ว่า รู้ว่าการคิดเรื่องที่ไม่ดีนั้นมีโทษมากจริงหรือเปล่า ถ้ามีความเข้าใจว่าโทษมากจริงๆ เสียก่อนแล้ว ก็จะฝึกฝนจิตของตนได้ง่ายขึ้น เพราะจะตั้งใจทำความรู้สึกสำนึกตัวอยู่เสมอๆ ไม่นานนัก อกุศลที่คอยเกิดอยู่ก็จะค่อยๆ ลดน้อยลงไปเป็นลำดับ หลานจะซักอะไรอีกหรือไม่

โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:24:01 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : )


  สลักธรรม 4




ตามที่อธิบายมาแล้วว่า กุกกุจเจตสิกนั้น ได้แก่ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจในสิ่งที่ชั่วหรือในอกุศลที่ได้ทำไปแล้ว ต่อไปนี้ก็จะขออธิบายต่อในอีกส่วนหนึ่งก็ได้แก่ ความคิดฟุ้งซ่านรำคาญใจในความดี หรือในกุศลที่ยังไม่ได้ทำ

ผู้ที่คิดน้อยไปสักหน่อย ก็อาจจะคิดว่า มีด้วยหรือที่ว่า บังเกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจในบุญที่ยังไม่ได้กระทำ

ผู้ที่เกือบจะไม่ค่อยได้คิดอะไรเลยก็อาจจะตั้งคำถามว่า ความฟุ้งซ่านรำคาญใจในเรื่องของบุญกุศล จะเป็นบาปอกุศลไปได้อย่างไรกัน

ท่านเคยเห็นหรือไม่ พ่อแม่ที่คิดจะบวชลูกชายให้เป็นพระภิกษุ ก่อนที่จะบวชประมาณสัก ๑๕ วัน หรือเดือนหนึ่งเกิดความวุ่นวายหาความสงบมิได้เลย กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ คิดเรื่องการบวชนาคเสียยกใหญ่ จะเอาเงินจำนวนไหน หรือจะกู้หนี้ยืมสินเขาสักเท่าใด จะยืมของ ๆ ใครบ้าง จะจัดแจงที่ทางกันอย่างไรดี ใครจะนิมนต์พระ จะบวชวันไหนจึงจะเหมาะ

ใครจะเป็นหัวหน้าแม่ครัว ใครจะเป็นผู้ช่วย จะไปซื้อของกันที่ไหนราคาจึงจะไม่แพงเกินไป กะจำนวนแขกที่รับเชิญในงานบวชนาค จากการ์ดที่แจกไปจะมากันสักเท่าใด เป็นห่วงว่าจัดอาหารคาวหวานเอาไว้มาก แขกมาร่วมบวชนาคน้อยของก็จะเหลือ ถ้าจะจัดอาหารหวานคาวเอาไว้ น้อยนัก แขกเหรื่อมากของก็จะไม่พอ

โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:24:20 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : )


  สลักธรรม 5




แล้วคิดต่อไปอีกว่า จะมีอะไรฉลองบ้าง จะเลี้ยงเหล้าเลี้ยงยากัน ให้เต็มที่อย่างไร และคิดไปจนถึงลูกชายบวชสำเร็จเรียบร้อย เป็นพระสงฆ์แล้วจะประพฤติปฎิบัติดีปฎิบัติชอบหรือไม่ สึกออกมาแล้วจึงจะขอบุตรสาวใกล้บ้านให้ จะจัดห้องไหนให้อยู่กัน

ความคิดทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นความคิดถึงกุศลที่จะทำหรือที่เนื่องกัน อันมาเป็นเหตุให้เกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจขึ้นจนถึงกับนอนไม่ค่อยหลับ บังเกิดความกระสับกระส่าย ใจก็พองโตบ้างแฟบบ้าง บางคนถึงกับบังคับใจให้สงบไมไหว ต้องกินยานอนหลับช่วยด้วยทุกคืน

มีคนคิดอยู่มากเหมือนกันว่า การคิดดังนี้มันไม่เป็นบาป เพราะเป็นเรื่องบุญกุศลอย่างหนึ่ง กับมีความเห็นว่าไม่ได้ไปทำผิดคิดร้ายเอากับใครด้วย แล้วจะว่าเป็นบาปได้อย่างไร

อกุศลกุกกุจจะนั้น เป็นตัวการต่อให้เกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน เมื่อจิตใจเศร้าหมองเร่าร้อนแล้ว ก็ย่อมจะแสดงออกมาทางรูปกายให้ใคร ๆ ได้เห็น ในทางธรรมะท่านเรียกว่า จิตตชรูป ความไม่สบายใจก็จะก่อให้เกิดความไม่สบายกายไปด้วย และความไม่สบายกายย่อมจะทำให้ความไม่สบายใจเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แล้วเมื่อมีความไม่สบายทั้งกายทั้งใจดังนี้แล้ว จะไม่เป็นอกุศลขึ้นมาจะได้อย่างไร

ความครุ่นคิดเป็นกังวลในกุศลที่ตนยังไม่ได้ทำนี้ ถ้าเป็นไปอย่างรุนแรงแล้วก็จะเข้ามาขัดขวางกุศลที่กำลังทำอยู่ให้ได้ผลลดน้อยลงไปมาก ก็มีเหมือนกัน

โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:24:39 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : )


  สลักธรรม 6




บางท่านอาจจะยังสงสัย กำลังทำกุศลอยู่ ทำไมจึงได้ชื่อว่าเป็น กุกกุจจเจตสิกเข้ามาประกอบเล่า ในเมื่อบอกว่ากุกกุจจเจตสิกนั้นได้แก่ความฟุ้งซานรำคาญใจในกุศลที่ตนยังไม่ได้ทำต่างหาก

เหตุนี้ก็เพราะว่าความฟุ้งซ่านรำคาญใจเพราะกุศลที่ยังไม่ได้ทำนั้นแหละ แต่ในขณะนั้นกำลังทำกุศลอีกอย่างหนึ่งอยู่ เลยเป็นเหตุให้กุศลที่กำลังทำอยู่ลดน้อยถอยลงไปด้วย ถ้าท่านยังงงไม่หาย ผมก็จะเล่าเรื่องจริง ๆ ให้ฟัง

ครั้งหนึ่งผมได้ไปทำการสอบอารมณ์แก่ท่านสุภาพสตรีผู้หนึ่ง ที่มาเข้าวิปัสสนากรรมมัฎฐาน ผมได้เห็นว่า ท่านสุภาพสตรีผู้นี้ผิดกว่าคนอื่น ๆ ที่มาปฎิบัติ เพราะถ้าปฎิบัตินานจนถึง ๒๐ วัน เศษแล้ว ผู้ปฎิบัติก็ควรจะค่อย ๆ ลดความฟุ้งซ่านรำคาญใจลงบ้าง ทั้งนี้ก็เพราะได้เข้ามาสงบอารมณ์ภายในห้องกรรมมัฎฐานมี สัปปายะดีพอสมควร ทั้งก็เห็นว่าเป็นคนปฎิบัติจริงจังด้วย และเข้าปฎิบัติ มาหลายครั้งแล้ว

เมื่อได้สอบถามดูโดยละเอียดแล้ว ท่านสุภาพสตรีผู้นี้ ท่านจึงได้ตอบว่ามันชอบคิดถึงแต่เรื่องทำบุญบ้าน เพราะปลูกบ้านหลังใหม่เสร็จลงแล้ว ก็พอดีมีจังหวะว่างพอที่จะมาเข้าปฎิบัติได้สัก ๑ เดือน ตลอดเวลาเกือบ ๑ เดือนนี้ คิดถึงแต่เรื่องบ้านและการทำบุญบ้าน คิดออกไปมากมายหลายเรื่อง ทำอย่างไรก็อดคิดไม่ไหว มาเข้ากรรมมัฎฐานครั้งนี้ได้ผลน้อยเต็มที่

ตามที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมานี้ ก็ย่อมจะเห็นว่า เป็นเรื่องของความฟุ้งซ่านรำคาญใจในกุศลที่ตั้งใจว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ ดังนั้นท่านจึงได้สอนว่า เมื่อจะเข้าไปปฏิบัติวิปัสสนากรรมมัฎฐานแล้ว ก็ควรที่จะสะสางเรื่องทั้งหลายให้เรียบร้อยเสียก่อน หาไม่แล้วมันก็จะติดตามตัวไปให้บังเกิดความกังวลใจยังห้องกรรมมัฎฐานด้วย ทำให้ผลที่จะเกิดขึ้นลดน้อยลงไป

ดังนั้น จิตใดถ้าเป็นเจตสิกตัวที่เรียกชื่อว่า กุกกุจจะนี้เข้าประกอบกับจิตนั้นแล้ว ก็จะเป็นไปสองประการคือ จิตนั้นมีความวุ่นาย ไม่มั่นคงแจ่มใส เพราะเหตุที่ไปคิดเอาเรื่องเก่า ๆ ที่เป็นอกุศลเข้า ประการหนึ่ง และจิตใจไม่ผ่องใสเพราะไประลึกแต่กุศลที่ตนตั้งใจว่าจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ อีกประการหนึ่ง

โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:24:57 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : )


  สลักธรรม 7




คำถาม กุกกุจจเจตสิกนี้เป็นฝ่ายอกุศลโทสะมิใช่หรือ อกุศลโทสะนี้มินำพาสัตว์ทั้งหลายไปสู่การเกิดในอบายภูมิ เฉพาะอย่างยิ่งในนรกหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็น่ากลัวอยู่ เพราะคนเราจะหนีกุกกุจจะให้พ้นไปจริง ๆ นั้นเห็นจะยาก อย่างไรก็ดี ถ้าจะพิจารณาดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นตัวการนำเกิดในอบายภูมิเลย เพราะว่าผู้ถูกครอบงำไว้ด้วยกุกกุจจเจตสิกนั้นไม่น่าจะได้รับโทษทัณฑ์ถึงเช่นนั้นเลย ไม่ได้ด่าว่าไม่ได้ฆ่าสัตว์เลยสักนิด

คำตอบ(อาจารย์บุญมี) อย่าได้ประมาทกับบาปอกุศลเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นอันขาด เพราะอกุศลเล็กน้อยเหล่านี้บางที่มันก็มีความสามารถพาคนไปถึงไหน ๆ ก็ได้ จริงอยู่ ความฟุ้งซ่านรำคาญใจมิทำให้ผู้ใดต้องเดือดร้อน ไม่ได้ทำให้ใครต้องล้มตายลงไป แต่ถึงกระนั้น มันก็พาคนไปลงนรกมาเสียมากมายแล้ว

อกุศลนั้นย่อมจะเกิดแก่บุคคลทั้งหลาย ไม่มีใครเลยที่จะไม่ได้ทำอกุศล อกุศลที่มีอยู่ในจิตใจของแต่ละคนนั้นก็มีมากบ้างน้อยบ้าง แต่ถึงอย่างไรจะคลาดแคล้วไปจากอกุศลชนิดที่เป็นทุจริตเลยนั้นย่อมจะไม่มี เพราะบางทีเมื่อตอนที่เป็นผู้ใหญ่มิได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แต่ในตอนที่ยังเป็น เด็กไร้เดียงสาอยู่นั้นเคยได้ทำมา

ก็เมื่อบุคคลใดปลูกเพาะจิตใจของตนให้มีความสันทัดจัดเจนแต่ความเร่าร้อนอยู่มิได้หยุดหย่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องมีกุกกุจจเจตสิกเข้าประกอบ ครั้นเวลาใกล้จะถึงแก่ความตาย อารมณ์ที่ชำนิชำนาญ อารมณ์จิตที่เคยเกิดอยู่เสมอก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายเป็นหนทางของจิตที่เดินสะดวก

เหมือนผู้ที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ก็ชอบพูดชอบคุย ชอบคิดในวิชาที่ศึกษา ส่วนผมก็ชอบพูด ชอบคุย ชอบคิดในเรื่องของธรรมะ สำหรับผู้ที่เป็นโจรก็ชอบพูดชอบคุย ชอบคิดในเรื่องที่โจรถนัด ปรึกษาหารือกันบ่อย ๆ ในเรื่องโจรกรรม นักล้วงกระเป๋าของผู้อื่นเป็นอาชีพ ก็ชอบเดินทางปะปนไปกับฝูงชนในที่ต่างๆ ส่วนสายตาก็จะคอยมองแต่กระเป๋าของคนที่เผลอเรอ เหล่านี้เป็นไปตามธรรมดา

โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:25:15 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : )


  สลักธรรม 8




เมื่อจิตของเราเฝ้าแต่คิดในเรื่องที่เร่าร้อนในอกุศลที่ได้ทำไปแล้ว และเฝ้าแต่ไม่สบายใจอยู่ในกุศลที่ยังไม่ได้ทำจนเป็นเหตุให้เกิดความชำนาญขึ้นแล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะเกิดเป็นอกุศลเล็กน้อย แล้วจะเอาหลักอะไรมาประกันว่า เมื่อตอนใกล้จะถึงแก่ความตายอารมณ์เช่นนี้จะไม่บังเกิดขึ้นได้ง่ายๆ เพราะได้สร้างทางอันเดินสะดวกเอาไว้แก่จิตใจเสียแล้ว

กุกกุจจเจตสิก ที่เกิดขึ้นมานี้เป็นฝ่ายโทสะ มันก็จะเป็นสาเหตุชักจูงจิตประเภทโทสะให้มาเกิดร่วมกับตนได้ง่าย ๆ เพราะเป็นพวกพ้องของมัน ดังนั้น การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตที่ได้เคยกระทำมา แม้จะตั้งแต่ในครั้งไหน ๆ ก็จะถูกดึงดูดให้มาชุมนุมกันอยู่ในที่นี้ได้ เหมือนพวกผู้ร้ายด้วยกัน ก็มักจะคบกันสนิทสนม จะไปไหนหรือทำอะไรก็มักจะไปกันได้ ชอบรวมกันอยู่เป็นหมู่เป็นเหล่า ซึ่งจะแตกต่างกันกับผู้ร้ายที่ไม่ชอบมาวัดมาวาคบหากับพวกถือศีล กินเพล นอกจากจะมาหาลู่ทางก่อการร้าย

ตามที่ผมอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างนำทางขึ้นมานี้ ก็เพื่อจะให้ท่านได้เห็นว่า แม้อารมณ์กุกกุจจะที่เกิดขึ้นนั้น จะไม่ถึงขนาดเป็นทุจริต และไม่มีกำลังเพียงพอที่จะนำไปสู่การปฎิเสธได้ก็ตาม แต่ด้วยอำนาจของความเร้าร้อนขุ่นมัวใจที่เกิดขึ้นมาเป็นฝ่ายโทสะ จึงมีความสามารถที่จะดึงดูดอกุศลโทสะต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้วแต่หนหลงให้กลับมาเป็นอารมณ์ และอารมณ์โทสะดังกล่าวนี้มีกำลังมากเพียงพอ ก็จะนำส่งให้ไปปฎิสนธิในนรกได้

ดังนั้น ผู้ที่มีความรู้ทั้งหลายในเรื่องนี้ จึงได้มีความหวาดกลัวที่จะยอมให้มันเกิดขึ้นมาบ่อย ๆ จนเคยชิน แม้ว่ามันจะเป็นอารมณ์อกุศลที่ไม่มากเท่าใดนักก็ตาม ทั้งนี้ก็เหมือนผู้ร้ายก๊กนี้มีกำลังทำการไม่พอ จึงไปชวนก๊กอื่นมาช่วยจนมีความสามารถทำการร้าย

โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:25:33 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : )


  สลักธรรม 9




กุกกุจจเจตสิกนั้นเป็นอารมณ์ของฝ่ายโทสะ ซึ่งเมื่อแยกโทสะออกทั้งหมดแล้วก็มีอยู่ ๔ เรียกชื่อว่า โทจตุกะ คือ โทสะ ๔ ได้แก่ โทสเจตสิก อิสสาเจตสิก มัจฉริยเจตสิก และกุกกุจจเจตสิก และในจำนวนทั้ง ๔ นี้ มีโทสะเป็นหัวหน้า เจตสิกทั้ง ๔ นี้จะต้องประกอบกับโทสมูลจิต ๒ เท่านั้น ประกอบกับจิตอื่น ๆ ไม่ได้เลย

เมื่อโทสเจตสิก เข้าประกอบกับโทสมูลจิต ๒ ดวงใดดวงหนึ่ง (สสังขาริก หรือ อสังขาริก) เข้าแล้ว ก็จะก่อให้เกิดความโกรธ ความเศร้าหมอง ความเสียใจ ควมกังวลความห่วงใย ความไม่พอใจ ที่ได้อารมณ์ไม่ดี

เมื่ออิสสาเจตสิก เข้าประกอบกับโทสมูลจิตดวงใด (สสังขาริก หรือ อสังขาริก) จิตดวงนั้นก็จะเกิดความริษยา ความไม่ยินดีในลาภในยศของผู้อื่น เห็นผู้อื่นได้ดีแล้วไม่มีความสบายใจ

เมื่อมัจฉริยเจตสิก เข้าประกอบร่วมกันกับโทสมูลจิตดวงใด (สสังขาริก หรืออสังขาริก) จิตดวงนั้นก็จะเกิดความตระหนี่ ความเหนียวแน่น เป็นผู้ไม่มีความเสียสละ มีความหวงแหนเป็นเจ้าเรือน

เมื่อกุกกุจจเจตสิก เข้าประกอบกับจิตดวงใด (สสังขาริก หรือ อสังขาริก) ก็จะทำให้เกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจในอกุศลที่ทำไปแล้ว หรือเกิดความฟุ้งซ่านรำคาญใจในกุศลที่ยังไม่ได้ทำ



โดย ศาลาธรรม [24 พ.ย. 2555 , 08:25:51 น.] ( IP = 58.9.108.150 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org