มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


๒๑ ปี รำลึกอาจารย์บุญมี เมธางกูร (๗)








กาลเวลาเดินทางสร้างรอยฝัน
ล่วงคืนวันผ่านสัญญาพารู้หมาย
ประวัติการก่อร่างสร้างรั้วราย
ปรากฏกาย "อภิธรรมมูลนิธิ"

ท่านอาจารย์บุญมีปรีชาเลิศ
ถ่ายทอดธรรมอย่างประเสริฐไร้ที่ติ
ยกตัวอย่างสร้างปัญญาพาเริ่มริ
ให้จิตใจบานผลิรู้บาปบุญ

ห้าสิบปีที่ท่านบั่นบากสอน
ทุ่มเทชีพเอื้ออาทรและอุดหนุน
ให้ประชาชนสร้างเสบียงทุน
ด้วยนำจิตคบคุ้นพระอภิธรรม

ท่านส่งเสริมการเรียนและการสอน
ปริยัติทุกบทตอนหลายฉนำ
ท่านดำริสร้างเรือนสำรวมกรรม
สติปัฏฐานน้อมนำสู่ศิษยา

ยี่เอ็ดสิบปีที่ท่านได้ลาลับ
เกียรติคุณยังสดับไร้กังขา
มูลนิธิยังเดินตามเจตนา
ที่ท่านนำนาวาบุกเบิกทาง

ปีที่ผ่านนั้นมากธารอุทกภัย
สายน้ำไหลท่วมท้นล้นกว้างขวาง
แต่สายใจแห่งศิษย์มิเจือจาง
พร้อมกอบกู้สู้สร้างเสริมองค์กร

ในปีนี้จึงได้มีงานรำลึก
ให้ปวงศิษย์ได้สำนึกคำท่านสอน
สร้างกุศลหลากหลายไม่นิ่งนอน
กราบบูชาเป็นอนุสรณ์กตัญญุตา





ขอเชิญศิษยานุศิษย์ทุกท่านร่วมงาน
"๒๑ ปี รำลึกอาจารย์บุญมี เมธางกูร"
ณ ศาลาเสือพิทักษ์ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๕๕


๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์

๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพล

๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน

๑๒.๓๐ น. พิธีบังสุกุล และเปลี่ยนผ้าจีวรหุ่นขี้ผึ้ง รูปเหมือนพระอาจารย์บุญมี เมธังกุโร

๑๓.๐๐ น. ปาฐกถาธรรม โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวรารามฯ




โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:29:37 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




คำถาม ผมเข้าใจว่า ความรักก็หมายถึงความผูกพันกันทางจิตใจ ที่จริงแล้วความรักคืออะไร?

คำตอบ(อาจารย์บุญมี) ถูกละ ที่ความรักหมายถึงความผูกพันกันทางจิตใจ แต่ก็เป็นสิ่งที่กินความกว้างจนเกินไป แล้วความสำคัญก็เก็บไม่หมด ยังหลงเหลือให้มีผู้แย้งเอาได้มากมาย ถ้าความรักเป็นความผูกพันกันทางจิตใจแล้ว การรักเงินทอง ข้าวของ เราก็จะพูดว่า ความรักไม่ได้ เป็นการรักฝ่ายเดียว หรือแม้ความรักในคนหรือในสัตว์ ถ้าว่าผูกพันกันแล้วมันก็จะเกิดผูกพันกันเป็นสองฝ่าย แต่ความจริงเราอาจรักเขาข้างเดียวก็ได้

ก่อนอื่นขอให้แยกความรักออกเป็น ๒ อย่างเสียก่อน คือ อย่างหนึ่งเป็นอกุศล อีกอย่างหนึ่งเป็นกุศล

อกุศลก็ได้แก่ตัวโลภะ อันได้แก่ความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะยินดีในคนในสัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม เช่น เมื่อได้เห็น ได้ยิน ได้คิดนึก ในอารมณ์ที่ชอบใจ เป็นต้น หรือยินดีพอใจที่สามี ภรรยา บุตร ธิดา ของเรานั้นสวย ร่ำรวย หรือศึกษาเล่าเรียนเก่ง

ส่วนความรักที่เป็นฝ่ายกุศลนั้น ก็ได้แก่ ความเมตตาคือมีความสงสารที่ได้เห็นผู้อื่นมีความทุกข์ ความกรุณาคือมีความปรารถนาที่จะช่วยให้ผู้อื่นได้พ้นทุกข์ และมุทิตาได้แก่มีความยินดีที่เห็นผู้อื่นมีความสุข และความเมตตา กรุณา มุทิตา นี้จะเกิดขึ้นมาก็เพราะเห็นสัตว์มาอยู่ ต่อหน้า หรือต่อใจที่คิดนึกไปถึง

ความรักดังกล่าวนั้นเป็นอกุศลก็ได้ และเป็นกุศลก็ได้ แล้วแต่เจตนาในขณะนั้น เพื่อความเข้าใจที่มากยิ่งขึ้นจึงขออธิบายถึงเจตสิกอีก ๒ ตัว ได้แก่ อัปปมัญญาเจตสิก ๒

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:30:14 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )


  สลักธรรม 2




อัปปมัญญา แปลว่า ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ เป็นเจตสิก ๒ ดวง คือ กรุณาเจตสิก กับมุทิตาเจตสิก

กรุณาเจตสิก เป็นตัวการก่อให้จิตเกิดความสงสาร ปรารถนาที่จะช่วยสัตว์ที่กำลังได้รับทุกข์อยู่ หรือจะได้รับทุกข์ในโอกาสต่อไปให้พ้นไปเสียจากความทุกข์

มุทิตาเจตสิก เป็นเจตสิกที่รู้สึกมีความยินดี ที่ได้ทราบว่า ผู้อื่นมีความสุข หรือสัตว์นั้นจะได้รับความสุขต่อไปในอนาคต

ตามธรรมดามนุษย์ทั้งหลาย แตกต่างกับสัตว์เดรัจฉานมากมาย อย่างเปรียบกันไม่ได้เลย ส่วนที่แตกต่างกันมากอย่างหนึ่งนั้น ก็คือ สัตว์เดรัจฉาน (ยกเว้นโพธิสัตว์) ยากนักหนาที่จะเกิดอัปปมัญญาเจตสิกขึ้นในดวงจิต

สัตว์เดรัจฉาน ต่างก็กระทำหน้าที่ของตนเท่านั้น ไม่ค่อยได้คิดถึงผู้อื่น คือ ทำมาหากินเพื่อให้ไม่อดอยาก และตบกัดฟัดเหวี่ยงเบียดเบียนกัน เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดและปลอดภัย ไม่ได้คิดเลยไปว่าผู้อื่นจะมีความทุกข์ความเดือดร้อนสักเพียงไหน ความกรุณาจึงเกิดขึ้นมาได้ยากเต็มที เมื่อผู้อื่นได้มีความสุขความสบาย ก็ไม่ได้คิดเลยแม้แต่น้อยที่จะแสดงความรู้สึกยินดีด้วย จึงยากที่จะเกิดมุทิตาจิต

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:35:41 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )


  สลักธรรม 3




ในหมู่มนุษย์ก็มีอยู่บ้างเหมือนกัน ที่บางคนเพียรพยายามให้ชีวิตของตนเองรอดและปลอดภัยเท่านั้นเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดความเมตตา กรุณา ไม่ได้มีความปราณีโดยคิดที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใคร ๆ ดังนั้น เขาผู้นี้จึงได้เฝ้าพากเพียรที่จะให้จิตใจของเขาเดินเข้าสู่ความเป็นสัตว์เดรัจฉานโดยใกล้ชิดมากขึ้น ๆ

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเปรียบเทียบมนุษย์กับสัตว์เดรัจฉานแล้ว ก็นับว่าห่างไกลกันมากเหลือเกิน เพราะเมื่อเป็นมนุษย์แล้ว แม้จะมีความประพฤติเลวทรามต่ำช้าอย่างไร ก็ยังมีความรู้สึกผิดชอบ ชั่วดี อยู่ในใจบ้างไม่มากก็น้อย ฉะนั้น จึงได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์ ส่วนสัตว์เดรัจฉานไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย

แม้แต่จะเป็นมหาโจร ชอบจี้ ปล้น ฆ่าฟันคนมากมาย เมื่อมีผู้ใด อดอยาก หิวโซ ผอมเหลือแต่กระดูก มาล้มลงต่อหน้าแล้วร้องขออาหาร มหาโจรผู้นี้ก็คงจะเกิดใจอ่อนเกิดความสงสารแล้วให้อาหารกิน

จึงเห็นได้ว่า ลงชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้ว ก็มิได้มีแต่โมหะ คือความโง่ความหลง เข้าครอบงำจิตใจเสียจนไม่ลืมหูลืมตาทุก ๆ เวลาไป

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:35:58 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )


  สลักธรรม 4




คำถาม จิตใจของสัตว์เดรัจฉานจะไม่เกิดกุศลบ้างเลยทีเดียวหรือ จิตจะเกิดความเมตตากรุณาบ้างไม่ได้หรือ ?

คำตอบ(อาจารย์บุญมี) ผมก็มิได้ปฏิเสธว่า สัตว์เดรัจฉานนั้นจิตใจจะเกิดกุศลไม่ได้เลย แต่สัตว์เดรัจฉานก็อาจจะเกิดกุศลจิตได้บ้างเหมือน แต่น้อยมากเหลือเกิน และกุศลจิตที่เกิดนั้นจะต้องเป็นกุศลจิตที่ปราศจากความคิดพิจารณา เป็นกุศลจิตที่จะมีปัญญาประกอบด้วยไม่ได้

เพราะสัตว์เดรัจฉานนั้นตกอยู่ในความมีโมหะ จึงได้โง่เขลาเบาปัญญาไม่สามารถคิดพิจารณาในปัญหาของชีวิต รู้จักแต่การกิน การนอน และการเสพเมถุนเท่านั้นเอง ขอยกตัวอย่างขึ้นมาให้ฟังสักเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่ได้ประสบมาด้วยตนเอง

มีสุนัขที่ให้กำเนิดลูกขึ้นมาใหม่ ๒ คอก สุนัขทั้ง ๒ คอกนี้เกิดขึ้นมาในเวลาแตกต่างกันไม่กี่วัน จำนวนของลูกที่คลอดออกมาก็ประมาณ ๔-๖ ตัว คอกหนึ่งอยู่ทางมุมหนึ่งของใต้ถุนศาลา และอีกคอกหนึ่งอยู่ทางอีกมุมหนึ่งของใต้ถุนศาลา

ต่อมาอีกไม่กี่วัน แม่ของสุนัขตัวหนึ่งก็ได้ตายลง ลูกทั้งหมด ๔-๖ ตัว ก็ตกเป็นลูกกำพร้าขาดพ่อขาดแม่ ไม่มีใครจะเลี้ยงดู ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ลูก ๆ ทั้งหมดของมันซึ่งยังอ่อนอยู่ทั้งนั้น ก็อาจจะอดนมอดน้ำแล้วตายกันหมดเป็นแน่

แม่ของสุนัขตัวที่เหลือ คงจะเกิดความสงสารลูกเล็กๆ ของสุนัขที่ได้ตายไป จึงไปคาบเอาลูกกำพร้าเหล่านั้นทีละตัวๆ เอามารวมกับลูกของตนจนหมด แล้วตัวเองก็เอานมให้ลูกเล็กๆ ทั้งลูกตัวลูกเลี้ยงทั้งหมดให้กิน ไม่ให้อดอยากอยู่ทุกวัน โดยมิได้รังเกียจลูกของตัวอื่นเลย

ผู้รู้เห็นทั้งหลาย หากันประหลาดใจว่า เป็นสุนัข เป็นสัตว์เดรัจฉานแท้ๆ ยังสู้อุตส่าห์เกิดความสงสารที่เห็นลูกสุนัขตัวเล็กๆ ที่แม่ตาย จะหิวโหยอดโซ แล้วล้มตายลงไปตามกัน จึงได้ช่วยเหลือเลี้ยงดูราวกับเป็นลูกของตัวเอง

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:36:14 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )


  สลักธรรม 5




อันที่จริง ผู้ซึ่งเป็นมนุษย์ ก็ย่อมจะเกิดความกรุณาเมื่อได้ประสบเหตุการณ์ที่ควรจะกรุณา แต่บางคนบางครั้งไม่บังเกิดความกรุณา หรือความกรุณาเกิดขึ้นมาไม่ถึงขนาดหรือขาดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันจริง ๆ ก็เพราะเคยได้รับผลตอบสนองที่ตรงกันข้ามมาแล้วหลายครั้งหลายหน

เช่นเคยช่วยเหลือมาแล้ว ตัวเองกลับได้รับผลร้าย ช่วยให้ดี ๆ ผู้ได้รับความช่วยเหลือกลับไม่ระลึกนึกถึงบุญคุณ แล้วยังคิดหักล้างทำลาย ก่อความเสียหายให้แก่ผู้มีบุญคุณอย่างใหญ่โต จนคนทั้งหลายพากันพูดว่า "ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป"

หรือมิฉะนั้นผู้มาขอความช่วยเหลือนั้น ๆ วางแผนมาหลอกต้ม เพื่อหาประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับตนเอง เช่น มาหลอกว่าพ่อแม่ป่วยเจ็บจะเป็นจะตาย มาขอเงินเอาไปเพื่อจะได้รักษา ดังนี้ เป็นต้น จึงเป็นเหตุให้ความกรุณาของแต่ละบุคคลเกิดได้ยากขึ้น

จะเกิดความกรุณาขึ้นครั้งใด เรื่องของการทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป ที่เคยได้รับมาแล้วในอดีต จะคอยมากระตุ้นเตือนใจให้ระลึกอยู่เสมอว่า เรื่องที่เล่ามานั้นจริงหรือเปล่า ช่วยแล้วจะรู้จักคิดถึงคุณของเราบ้างหรือไม่ หรือช่วยแล้วแต่กลับมาเป็นพิษเป็นภัยดังที่เคยได้ช่วยมาแล้วก่อน ๆ อีกกระมัง

ด้วยการกระตุ้นเตือนใจดังนี้ กุศลที่ควรจะได้ก็จะลดลง ความตั้งใจ ที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็จะน้อยเข้า หรือมิฉะนั้นก็เลยไม่ช่วยอะไรเสียเลย กลายเป็นคนใจไม้ไส้ระกำไป

เรื่องของความกรุณานั้น เมื่อตั้งคำถามว่า ความกรุณาคืออะไร ผู้ศึกษาก็จะตอบได้ไม่ยาก แต่ถ้ายกตัวอย่างขึ้นมาถามมาก ๆ แล้ว การตัดสินว่าเป็นความกรุณาหรือไม่ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะตอบได้ง่าย ๆ เลย เช่น ยกตัวอย่างขึ้นมาว่า

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:37:21 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )


  สลักธรรม 6




มีสุนัขตัวหนึ่งรูปร่างสวยงามขนปุกปุยน่ารัก อ้วนท้วน แข็งแรง ว่องไว ใครเห็นใครก็จะอดรักเสียมิได้ วิ่งขึ้นมาเลียมือเลียเท้าประจบประแจงถึงบนเรือน เด็กหลายคนก็เข้ามาเล่นด้วย บางคนก็เอาอาหารมาให้มันกิน

การที่เอาอาหารมาให้สุนัขกินนั้น ท่านคิดว่าจิตที่เกิดขึ้นมานี้เป็นจิตที่บังเกิดความกรุณาหรือเปล่า? ผู้คิดตอบที่ไม่มีองค์ ไม่มีหลัก ก็จะตอบว่า การเอาอาหารให้สุนัขตัวนี้กินเป็นความกรุณาได้

และถ้ามีตัวอย่างที่ยกขึ้นมาคล้าย ๆ กันนี้มาก ๆ สัก ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ตัวอย่าง ผู้ตอบคำถามก็จะเกิดความหนักใจ ไม่ทราบว่าจะตอบให้ถูกต้องได้อย่างไร หรือว่าที่ตอบไปแล้วนั้นถูกต้องหรือหาไม่ เพราะเกิดความลังเลใจ

ด้วยเหตุนี้เอง ถ้ายกองค์ของความกรุณาขึ้นมาตั้ง แล้วเอาตัวอย่างต่าง ๆ ขึ้นมาปรับ ผู้ตอบปัญหาก็จะไม่มีความหนักใจ หรือเกรงว่าจะตอบผิดไป ไม่ว่าตัวอย่างนั้นจะมีมากมายสักเท่าใดก็ตาม

ความกรุณาจะเกิดได้จะต้องครบองค์ ๓ คือ

๑. จะต้องมีสัตว์มาอยู่เฉพาะหน้า

๒. สัตว์นั้นจะต้องมีทุกข์

๓. อกุศลจิตจะต้องเกิดก่อน

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:37:45 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )


  สลักธรรม 7




คำถาม ที่ว่าจะต้องมีสัตว์มาอยู่เฉพาะหน้านั้น หมายความว่ากระไร ถ้าคนมิได้มาอยู่เฉพาะหน้าจะเกิดความกรุณาไม่ได้หรือ ?

คำตอบ(อาจารย์บุญมี) ถ้าเข้าใจคำว่า "สัตว์" เป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็ยังเข้าใจไม่ถูกต้อง เพราะตามภาษาไทยที่ชาวบ้านใช้พูดกัน คำว่า "สัตว์" นั้นหมายถึงสัตว์เดรัจฉานแน่ แต่ตามหลักธรรมนั้น คำว่า สัตว์หมายถึงผู้ข้อง

เมื่อถามว่าข้องในเรื่องอะไร คำตอบก็ว่า ข้องในอารมณ์ต่าง ๆ นั่นเอง เมื่อเห็นรูปที่ดี ก็ติดใจในรูปนั้น เมื่อได้ยินเสียงที่ไพเราะ ก็อดใส่ใจไม่ได้ และเมื่อได้กินอร่อย จิตก็ติดใจในรสอร่อยนั้นทันที เหล่านี้เป็นต้น

ไม่ว่าเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน มนุษย์ หรือเทวดา ก็ล้วนแต่ชื่อว่าเป็นผู้ข้องเกี่ยวอยู่ในอารมณ์อันได้ชื่อว่ามีตัณหาทั้งนั้น ยกเว้นพระอรหันต์ออกเสียองค์หนึ่ง นอกจากนั้นก็เป็นผู้ข้องทั้งหมดเรียกว่าสัตว์ได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสสอนโดยกล่าวคำว่า "สัตว์ทั้งหลาย" อยู่เสมอ ๆ

คำว่า อยู่เฉพาะหน้า ก็หมายความว่า อยู่ต่อหน้าต่อตาก็ได้ ต่อเสียงที่มากระทบหูก็ได้ หรือต่อใจที่คิดไปถึงก็ได้ เช่น ต้องมีสัตว์ที่มองเห็น หรือต้องมีเสียงของสัตว์ปรากฏที่หู หรือสัตว์นั้นมาปรากฏที่ใจที่คิดนึก เป็นต้น

และสัตว์ที่มาปรากฏดังกล่าวนั้น จะต้องเป็นสัตว์ที่มีความทุกข์ อันเป็นข้อ ๒ ถ้าสัตว์นั้นไม่มีทุกข์ หรือว่าสัตว์นั้นกำลังสุขสบายอยู่ต่อหน้าแล้ว จะเกิดความกรุณาหาได้ไม่

ด้วยเหตุดังนี้เอง ตามตัวอย่างที่ยกขึ้นมาถึงสุนัขขนปุกปุยสวยงามน่ารักขึ้นมาบนบ้านแล้วก็มีคนเอาอาหารให้มันกิน การให้อาหารแก่สุนัขตัวนี้ จึงมิได้ให้ด้วยความกรุณาเพราะสุนัขมิได้มีความทุกข์ หากแต่กำลังสุขสบายและสวยงาม การให้อาหารครั้งนี้จึงเป็นการให้ด้วยความรัก มิได้มีความสงสารเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นฝ่ายโลภะ

บางครั้งความกรุณาก็เกิดขึ้นมาได้ง่าย ๆ เพราะระลึกถึงเสียงของสัตว์ที่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดมาตั้งแต่ตอนกลางวัน แล้วก็คิดอยากจะช่วยเหลือให้มันพ้นทุกข์หรือบางครั้งระลึกไปถึงความทุกข์ยากลำบากของผู้ใดผู้หนึ่งในอดีต แล้วก็เกิดความสงสาร อยากจะช่วยเหลือให้พ้นไปจากความทุกข์ยากลำบากนั้น

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:38:01 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )


  สลักธรรม 8




คำถาม ผู้มีความกรุณาทำไมจึงต้องมีอกุศลจิตเกิดขึ้นเสียก่อน ถ้าไม่มีอกุศลจิตเกิดเสียก่อนแล้ว ช่วยเหลือผู้อื่นจะไม่เป็นความกรุณาหรือ จิตเป็นบุญกุศล แล้วทำไมจึงจะต้องให้เป็นบาปอกุศลขึ้นมาด้วยเล่า ดูไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

คำตอบ(อาจารย์บุญมี) ขอให้จำไว้ข้อหนึ่งว่า บุญกุศลจะเกิดขึ้นมาได้มากมาย โดยไม่มีบาปอกุศลเข้ามาเจือปนเลย เช่นการทำบุญที่ทำกันอยู่เสมอ ๆ มี การตักอาหารบิณฑบาตกับพระภิกษุเป็นต้น หรือการทำสมาธิหรือวิปัสสนา ที่ปฏิบัติกันอยู่ที่อ้อมน้อยในเวลานี้

ข้อที่ว่าอกุศลจิตต้องเกิดเสียก่อนนั้น เฉพาะอัปปมัญญา และเฉพาะกรุณา ตัวเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ว่าลงทำบุญแล้วจะต้องมีบาปเกิดขึ้นเสียก่อนทุกเรื่องไป

เราเห็นขอทานที่นั่งอยู่ตามข้างทางเดินบ้างไหม ส่วนมากเขาไม่นั่งเฉยๆ แต่มักยื่นกระป๋องมาต่อหน้าผู้คนที่เดินไปมาแล้วก็ร้องขอ ทำเสียงให้โหยหวนหรือร้องครวญครางด้วยเสียงที่ยาว และเขาจะพยายามยื่นหรือแสดงออกซึ่งร่างกายของเขาให้ผู้เดินทางได้เห็นง่าย ๆ ด้วยว่า เขาขาหัก ขาลีบ มือด้วน หรือตาบอด และ บางทีก็มีลูกอ่อนอยู่บนตัก ซึ่งบางคนก็แกล้งทำ

เช่น วันหนึ่ง ผมอยู่ที่บ้าน มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาขอทานมีเสื้อผ้า ขาดวิ่น อุ้มลูกอ่อนมาด้วยแล้วพรรณนาให้ฟังว่า มาจากบ้านนอกอดอยากยากจนเหลือเกิน ขอเสื้อผ้าไปใช้บ้างเถิดเอาที่เก่า ๆ ที่ใช้ไม่ได้แล้วก็ได้

ผมก็เกิดความสงสารจึงได้ให้เสื้อผ้าไป แล้วจึงได้แถมเงินให้ไปอีกหลายบาท เขาก็ดีใจแสดงความขอบคุณนิดหน่อยแล้วก็รีบไป

ครั้นตอนเย็นวันรุ่งขึ้น ผมเดินผ่านวัด ๆ หนึ่ง ที่ไม่ห่างไกลบ้านเท่าใดนัก ก็พบหญิงขอทานผู้นี้ ฉับพลันทันทีโดยที่เขาหันหลังให้ ผมได้ถามไปด้วยความกรุณาว่า ลูกไปไหนเสียเล่า เขาไม่ทันคิด จึงได้เผลอตอบว่า ลูกไม่มีดอก ลุงก็ได้ค้านเขาว่า เห็นอุ้มอยู่เมื่อวานนี้เอง เขาโพล่งออกมาเพราะเผลอด้วยไม่ทันคิดว่า ขอยืมลูกคนอื่นเขาไป

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:38:29 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )


  สลักธรรม 9





ถาม ในข้อนี้ ผมขอถามว่า เหตุใดขอทานจึงได้อุ้มลูกอ่อนไปขอทานด้วย จะอุ้มไปให้หนักให้เหนื่อยทำไม บางทีลูกอ่อนมีคนเดียวผลัดกันอุ้มไปขอทานตั้งหลายคน

ตอบ เขาต้องการให้คนเห็นแล้ว จะได้บังเกิดความสงสารจะได้ให้ทานมาก ๆ ก็นับว่าเขามีจิตวิทยาดีพอใช้

ถาม แล้วการที่ร้องโหยหวนครวญคราง หรือแสดงตำแหน่งที่เจ็บป่วยให้ใคร ๆ ได้เห็น เมื่อเวลาไปขอทานนั้น เขาทำลงไปโดยไม่มีความหมายดอกหรือ

ตอบ มีความหมายมากทีเดียว เพราะเขาปรารถนาที่จะให้คนสงสารแล้วจะได้ให้ทานมาก ๆ

ถาม ถ้าคนแต่งตัวโก้ สวมเสื้อกางเกงใหม่เอี่ยมมาขอทาน จะให้ทานหรือไม่

ตอบ ผมคงจะไม่ให้ เพราะมิได้เกิดความสงสารอะไรเลย

ด้วยเหตุนี้เอง ท่านก็คงจะตอบคำถามของลุงได้แล้วว่า เมื่อเห็นคนทุกข์ยากลำบากจริง ๆ มาอยู่ต่อหน้าแล้ว ความรู้สึกของผู้ที่ได้พบเห็นก็จะบังเกิดความสงสาร ความทุกข์ยากที่บังเกิดอยู่ต่อหน้านั้น ย่อมจะก่อให้เกิดความเศร้าหมองขึ้นในดวงจิตของผู้ได้พบเห็นได้โดยง่าย

เมื่อพบคนอดอยากยากจน หรือเจ็บป่วยทุกข์ทรมาน ใจเราจะเป็นปกติอยู่ได้หรือ และเมื่อได้เห็นและได้ยินสุนัขร้องอย่างโหยหวนครวญคราง เพราะถูกรถยนต์ชนที่กลางถนน ใจของเราจะเป็นปกติอยู่ได้อย่างไร ใจของผู้ได้พบเห็นก็คงจะเร่าร้อน หรือจะต้องเศร้าหมองไป เป็นอกุศล

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:38:45 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )


  สลักธรรม 10




ด้วยเหตุนี้ คนขอทานหรือคนที่ปรารถนาจะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น จึงต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้ผู้ที่ไปขอความช่วยเหลือนั้นเกิดความเศร้าสลดใจมาก ๆ ให้สงสารจริง ๆ เท่าที่จะทำได้ด้วยหวังว่าจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า จึงได้แสดงให้เห็น หรือทำเสียงให้ได้ยิน ให้ถึงขนาดเท่าที่จะทำได้

บัดนี้ ท่านจะเถียงหรือไม่ว่า ความกรุณาจะเกิดขึ้นมาได้ จะต้องมีอกุศลเล็กน้อยขึ้นเสียก่อน เพราะเห็นความทุกข์ยากของผู้อื่น จิตในขณะนั้นได้บังเกิดความเศร้าหมองขึ้นแล้ว และถ้าจิตมิได้เกิดความเศร้าหมองเลย ความกรุณาจะเกิดขึ้นมาไม่ได้อย่างแน่นอน เช่น เห็นสุนัขสวยงามขนปุกปุยขึ้นมาบนบ้าน แล้วจะให้จิตไม่บังเกิดความยินดีเพราะมันน่ารัก แล้วจะให้เกิดความเศร้าหมองขึ้นมาแทน มันจะเป็นไปได้หรือ ดังนั้น ก็จะเห็นได้ว่า ความกรุณาจะเกิดขึ้นมาได้จะต้องบังเกิดอกุศลจิตขึ้นมาเสียก่อน

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนให้คนเรามีเมตตากรุณาต่อกัน แม้ว่าจะเกิดอกุศลขึ้นมาเป็นปัจจัยเสียก่อนก็ตาม เพราะอกุศลความเศร้าหมองเหล่านั้น จะได้มาสนับสนุนให้เกิดความกรุณามาก ๆ ทำให้ได้บุญ มาก ๆ แต่อกุศลที่มาเป็นปัจจัยนั้นเล็กน้อยเท่านั้นเอง เสียกุ้งฝอยตัวเล็ก ๆ ไปบ้างแล้วได้ปลากระพงตัวโต ๆนั่นเอง

ผมได้แสดงถึงเรื่องความกรุณาแล้ว ก็จำเป็นจะต้องศึกษาถึงเรื่องผลของความกรุณาด้วย คือผลที่จะเกิดขึ้นมาทั้งในชาตินี้และชาติข้างหน้าต่อไป

ปกติเมื่อได้พบใคร ๆ ที่มีความกรุณา เราก็จะชอบคนผู้นั้น คนที่มีความกรุณาดังที่ใครพบใครเห็น หรือใครมาสมาคมด้วยแล้วก็จะเป็นที่รักใคร่ชอบใจ จะติดต่อขอความช่วยเหลือใคร ๆ จะไม่พากันรังเกียจ นี่แหละเป็นผลกรรมปัจจุบันที่ทันตาเห็น

แต่กรรมที่เป็นในอนาคต คือชาติข้างหน้า เขาก็จะได้รับความอบอุ่นใจหลายประการ ใครเห็นใครรัก ตกทุกข์ได้ยาก เพราะอกุศลกรรมเข้ามาให้ผลก็จะมีคนคอยช่วยเหลือ จะได้รับความอุปถัมภ์ค้ำชูจากญาติมิตรหรือคนที่ใกล้ชิด จะมีชีวิตที่ราบรื่น สงบเยือกเย็นและมีความสุขความสบาย และถ้ามีปัญญาเข้าประกอบเขา ก็จะเดินทางไปสู่ความพ้นทุกข์

ใคร ๆ ที่ได้ทุกข์ยากลำบากมาก มักจะพากันพูดว่า เขามิได้รับความกรุณาจากใคร ๆ เลย แต่การที่เขามิได้รับความกรุณาจากใคร ๆ นั้น ก็เพราะเขามิได้มีความกรุณาต่อใคร ๆ มาก่อนตั้งแต่ในอดีต หรืออกตัญญูต่อผู้มีคุณมามากมายหลายครั้ง หรือเฝ้าแต่เบียดเบียนผู้อื่น เมื่อเหตุมิได้ทำ แล้วจะเอาผลดีให้ใคร ๆ มีความกรุณาต่อตนกระไรได้

โดย ศาลาธรรม [30 พ.ย. 2555 , 09:39:03 น.] ( IP = 182.52.204.171 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org