มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เคาท์ดาวน์








เคาท์ดาวน์
ธรรมะบรรยายโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
วันอาทิตย์ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕



สวัสดีทุกๆ ท่านค่ะ สัปดาห์นี้ก็เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่เราจะได้พบกันในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ระยะเวลา ๓๖๕ วัน ที่เราได้ใช้ชีวิตมา แต่ละคนมีความแตกต่างกันออกไปในพฤติกรรม พฤติกรรมก็คือการกระทำที่แสดงออกมาทางกาย วาจา และใจ ที่มีอยู่ ๒ อย่าง คือ กุศลกับอกุศล ถามว่า ใครมีแต่ฝ่ายดีบ้าง ก็ต้องตอบว่า ไม่มี ซึ่งเราก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า เรามีฝ่ายใดมากกว่ากัน

เราจะเห็นว่า เราแก่ลงทุกวัน และในวันส่งท้ายปีเก่าซึ่งชาวโลกทั้งหลายในแต่ละประเทศ เขามีการเคาท์ดาวน์ (countdown) กัน ก็คิดเหมือนกันว่า ถ้าเรายังเป็นวัยรุ่นและมีสุขภาพแข็งแรง ช่วงนี้ก็คงจะมีความรู้สึกสดชื่น เพราะมีทั้งเทศกาลคริสมาสต์ และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ใกล้เข้ามาแล้ว

สำหรับในมูลนิธินี้เมื่อย้อนไปเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ก็จะเป็นผู้นำในการติดโน่นติดนี่ตกแต่งประดับประดาห้องเพื่อจะได้รื่นเริงเถลิงศกใหม่ แล้วก็จะมีการตระเตรียมการสังสรรค์กันในชมรมละกิเลส มีการจับฉลากของขวัญกัน พอมาปีหลังๆ ความรู้สึกอย่างนั้นค่อยๆ จางไป จนวันนี้มันไม่มีความรู้สึกว่า อยากจะต้อนรับปีใหม่ ไม่อยากจะเที่ยว ประกอบกับว่า หลายปีมานี้เมืองไทยของเรามีการจัดกิจกรรมในรูปแบบใหม่เป็นประเพณีต้อนรับปีใหม่ตามวัดวาอารามคือ การสวดมนต์ข้ามปี

มาปีนี้ก็รู้สึกว่า สุขภาพร่างกายแย่ลง ความแก่ถามหามากขึ้นๆ ฉะนั้น ก็คิดว่าปล่อยให้วัยรุ่นเขาไปเคาท์ดาวน์กันเถอะ แต่เราใกล้เดธ (Death) เราเป็นคนแก่ที่ดาวน์ลงทุกวันๆ เราก็ควรจะเตรียมชีวิตให้พร้อม มากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็จะขอเล่าสักนิดหนึ่งว่า ในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากจะไม่สบายแล้ว ก็มีงานที่ต้องไปทำบุญ และก็มีเรื่องสะเทือนใจอย่างแรง คือ ลูกศิษย์ที่เราเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ โทรมาปรึกษาว่า ชีวิตของเขาแย่แล้ว ปีก่อนถูกออกจากงาน พอถูกออกจากงานไปแล้วก็มีเงินอยู่นิดหน่อยนำไปลงทุนทำกิจการค้าเล็กๆ กิจการก็ขาดทุน ตอนนี้ก็เลยแย่ โทรมาปรึกษาว่า จะทำอะไรดี

ในความรู้สึกตอนนั้น อยากจะตอบว่า เขาทำการค้าขายไม่ได้หรอก เพราะผู้ที่จะค้าขายต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีลักษณะที่พอจะโน้มน้าวใจผู้อื่นได้ เช่น ร้านค้าสะอาดสะอ้าน คนขายหน้าตาผิวพรรณสะอาด ตอนนั้นก็ตอบไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่บอกว่า อย่าเพิ่งไปลงทุนทำอะไรกลับมาหาอาจารย์ก่อน ส่วนลูกศิษย์อีกคนก็มีคนโทรมาบอกว่า สิ้นปีนี้ถูกออกจากงานแล้ว ก็รู้สึกเศร้าใจ แต่ก็รู้ว่า นี่คือกรรมเบียดเบียน

ในขณะที่กำลังเศร้าอยู่ ก็มีโทรศัพท์จากรองประธานว่า กรรมการมูลนิธิท่านหนึ่ง เจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล อาการค่อนข้างไม่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปเยี่ยมไข้ได้อย่างไร เพราะตัวเองก็กำลังป่วยอยู่เหมือนกันถ้าถามว่า เรื่องที่ได้รับฟังมานี้เป็นเรื่องที่น่าสบายใจไหม? ไม่น่าสบายใจ และเมื่อนำธรรมะมาตอบก็คือ อกุศลวิบากที่ต้องได้รับฟังแต่เรื่องไม่สบายใจ ก็คือผลจากอกุศลกรรมบถนั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2555 , 09:24:03 น.] ( IP = 182.52.200.180 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1





ฉะนั้น จะเห็นว่า กรรมในอดีตของเราแต่ละคนค่อนข้างแย่ ลูกศิษย์ที่มาที่นี่มีจำนวนไม่น้อยที่มีโรคภัยเบียดเบียน บางคนก็ถูกออกจากงาน เมื่อเราได้ศึกษาพระอภิธรรมแล้วก็จะอ่านโจทย์ออกคือ มองเห็นอำนาจของอดีตว่า แต่ละคนต่างสะสมกรรมไม่ดีกันมาทั้งอปรเจตนาและอปราปรเจตนา จึงทำให้บั้นปลายชีวิต ค่อนข้างแย่

และคนที่เราเห็นกันอยู่นี่ก็น้อยเหลือเกินที่จะบอกว่า แก่แล้วมีความสุข ส่วนมากแก่แล้วทุกข์ ไม่ใช่เพราะสภาพร่างกายที่แก่ลงเพียงอย่างเดียว แต่คนแก่ที่ดีก็มีคือ พระอริยบุคคล เพราะไม่ว่าร่างกายคือขันธมารจะเป็นอย่างไร แต่ใจของท่านไม่ได้เข้าไปอยู่ในขันธมารด้วย สามารถเอาใจหลุดออกจากขันธมารเหล่านั้นได้ เพราะหมดแล้วจากกิเลสมาร ฉะนั้น ตราบใดที่เรายังไม่สามารถทำอริยมรรคให้เกิดได้ กายและใจของเราจะผูกกันเป็นเกลียว เมื่อกายทุกข์ ใจก็ทุกข์ กายแก่ ใจก็แก่ แต่ถ้าเราสามารถนำธรรมะมาพิจารณา แล้วเปลี่ยนวิถีชีวิต และเร่งดำเนินชีวิตเพื่อให้ได้ประโยชน์อันนั้น ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งไปสู่มรรคจิต

เราสวดมนต์ไหว้พระกันมา เราบูชาพระรัตนตรัย บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เราเข้าใจธรรมะ โดยเฉพาะหัวใจของธรรมะ ก็คือหลักของพระอภิธรรม แต่ทำไฉนเลย เราจะเอาเมล็ดพันธุ์ที่เราเรียนรู้สิ่งที่ดีนี้มาปลูกลงในเนื้อนาใจของเราให้มันเจริญเติบโตขึ้นมาได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

๓๖๕ วัน ที่เรามีชีวิตอยู่ เราบอกว่ารักพระพุทธศาสนา เราเรียนพระพุทธศาสนา เรานับถือพระพุทธศาสนา แต่เรายังไม่กล้าบอกว่า เราเข้าใจพระพุทธศาสนา จึงขอใช้วันนี้มาส่งท้ายปีเก่าด้วยมาทำความเข้าใจกันเถิดว่า เมื่อพระพุทธองค์ทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณนั้น ถ้าพระพุทธองค์ไม่แสดงธรรมโปรดผู้ใด พระองค์ก็จะเป็นเพียงพระปัจเจกพุทธ และถ้าเราศึกษาพระพุทธประวัติก็จะทราบว่า ทรงทอดถอนพระราชหฤทัยว่าธรรมที่ทรงตรัสรู้นั้นลึกซึ้งสุขุมคัมภีร์ภาพยากแก่การที่จะให้ใครเข้าใจตาม แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ พระองค์ก็ยังสอดส่องพระญาณไปค้นหาด้วยทรงรู้ว่า ต้องมีอยู่ ซึ่งเปรียบเสมือนบัว ๔ เหล่า คือผู้ที่สอนแล้วก็สามารถบานได้ในทันที ผู้ที่มีโอกาสที่จะโผล่พ้นน้ำแล้วบานได้ในกาลต่อมา ผู้ที่ฟังแล้วก็ยังมีโอกาสที่บานได้ต่อไป หรือผู้ที่ฟังแล้วไม่มีโอกาสบานได้เลย

พระพุทธองค์จะโปรดอุทกดาบสกับอาฬารดาบส แต่เมื่อทรงตรวจดูแล้วก็ต้องอุทานว่า ฉิบหาย เพราะทั้งสองท่านตายแล้ว ไม่ใช่ว่าไปเกิดเป็นพรหมแล้วฉิบหายนะ จริงๆ แล้วคือ ตายไปแล้ว ฉะนั้น เราผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังสามารถรับฟังได้ก็เรียกว่ายังมีโอกาสอยู่ ผู้ที่ตายแล้วก็หมดโอกาส พระองค์ก็ยังทรงพระเมตตา กรุณา ตรวจดูจนรู้ว่า ภายหลังความตายของท่านอาจารย์ทั้งสองก็ไปอยู่ภูมิที่เกินความสามารถที่จะช่วยได้

พระองค์จึงทรงเสด็จไปที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สอนผู้ที่ร่วมทุกข์ กันมาถึง ๖ ปี คือปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ พระองค์ก็เมตตากรุณาโปรดปัญจวัคคีย์ โดยอาศัยพระธรรมจักรกัปปวัตนสูตร และปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ นี้มีทิฏฐิและมานะอย่างแรง ดูอย่างเราก็ได้ ถ้าเผื่อเราสนิทกันรักกัน เราก็เตือนกันยาก แค่ถ้าคนอื่นมาเตือนเราก็เชื่อ เพราะทิฏฐิที่คิดว่า ฉันเป็นพี่นะ ฉันเป็นครูนะ เธอเป็นน้องนะ เราเป็นน้องนะ ฉะนั้น ความคุ้นเคย มันทำให้เกิดความเข้มแข็งทางด้านทิฏฐิมานะ ไม่ยอมกัน

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2555 , 09:24:34 น.] ( IP = 182.52.200.180 : : )


  สลักธรรม 2





ทำไมพระพุทธเจ้าไม่ไปโปรดบิดามารดาก่อน? ก็เพราะพระพุทธองค์ทรงดูแบ็คกราวด์ อย่างพวกเรานี่ที่เรามาเรียน เราโชคดี คือเรากำลังสร้างแบ็คกราวด์ที่ดี ท่านอาฬารดาบสท่านก็เป็นผู้มีแบ็คกราวด์ดีปฏิบัติฌานมานาน ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ก็มีแบ็คกราวด์ดีมีความเพียรประพฤติและปฏิบัติอยู่ในความดี มีการทำสมาธิอย่างอุกฤษ มีการรักษาพรหมจรรย์อย่างอุกฤษ มีการทรมานกายอย่างอุกฤษ สร้างแบ็คกราวด์ไว้อย่างดี ฉะนั้น เมื่อพระพุทธเจ้าพิจารณาเห็นว่า บุคคลเหล่านี้มีทางที่ทำมาแล้ว คือเป็นคนที่มีความเพียร พระองค์ก็จะไปโปรด ฉะนั้น พระพุทธองค์ทรงเลือกโปรด ไม่ได้โปรดครอบครัวก่อน แต่ทรงไปโปรดนักบวช เพราะนักบวชเป็นผู้มีแบ็คกราวด์ดี

หนึ่งในปัญจวัคคีย์ คือท่านอัญญาโกญทัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรมเมื่อทรงโปรดด้วยพระธรรมจักรในครั้งแรก ต่อจากนั้นก็ยังทรงพระเมตตาต่ออีก ๔ ท่าน ซึ่งทรงรู้ว่าทิฏฐิกล้าอัตตาสูง จึงใช้อนัตตลักขณสูตรเป็นสูตรปราบเซียน ทั้ง ๔ ท่านก็สำเร็จ ณ ที่ป่านั้นก็มีความสมบูรณ์เกิดขึ้นครบองค์สาม คือ มีพระรัตนตรัย ครบ มีพระอรหันต์ทั้งหมด ๖ ท่าน คือ พระปัญจวัคคีย์ ๕ พระศาสดา ๑

ตรงนี้เราต้องเข้าใจนะว่า การที่เราจะพ้นทุกข์ หรือให้ใครช่วยเราได้นี่ เราต้องมีแบ็คกราวด์ดี ฉะนั้น แต่ละท่านที่อธิษฐานขอเจอครู ขอเจอผู้ชี้นำ ขอเจอพระศรีอริยเมตไตรย์ ก็อาจจะเจอได้ แต่เรามีแบ็คกราวด์ ดีหรือยัง ท่านจะโปรดเราได้ไหม?

ผู้ที่มีแบ็คกราวด์ ดีอันดับหนึ่งคือ “นักบวช” และพระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดเป็นกลุ่มแรกก็คือ นักบวช หลังจากโปรดนักบวชแล้ว ท่านโปรดนักธุรกิจ ใครล่ะเป็นนักธุรกิจ? ก็คือ ท่านยสะกุลบุตร (ประวัติพระยสเถระ) นักบวชมีความรู้มีความประพฤติดี แล้วนักธุรกิจที่ดีได้ต้องมีความรู้มีศิลปะ แต่ก็มีแบ็คกราวด์ที่ดีนั่นแหละ ท่านจึงได้ไปโปรดนักธุรกิจ โปรดพระยสะกุลบุตรพร้อมบริวาร

พระพุทธองค์อยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ๑ พรรษา และในหนึ่งพรรษานี้ พระพุทธเจ้าสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของปุถุชนให้เป็นอริยะชนได้ถึง ๖๐ รูป แล้วหลังจากนั้นพระองค์ทรงเริ่มกระบวนการสร้างบริษัทโดยให้พระขีนาสพแต่ละท่านจาริกไปยังที่ต่างๆ แต่ละท่านกระจายกันไปเพื่อรับสมัครคนเข้าบริษัท ถ้าจะเทียบกับเศรษฐกิจสมัยนี้ที่เป็นองค์กรหรือบริษัทต่างๆ ก็มีคนเข้ามาทำงานมากมายจากอดีตสู่ปัจจุบัน แล้วก็ล้มๆๆๆไป แต่บริษัทของพระพุทธเจ้า คือพุทธบริษัท มีมา ๒,๕๐๐ กว่าปี ยังไม่เคยล้มเลย ยังคงทนถาวร ทันสมัยอยู่เสมอ บริษัทต่างๆ ที่เราเห็นในวงจรธุรกิจนี้เป็นของชั่วคราว มีทั้งดาวน์และก็ดับ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2555 , 09:24:50 น.] ( IP = 182.52.200.180 : : )


  สลักธรรม 3





พระพุทธองค์ตั้งบริษัทขึ้นมา ก็คือพุทธบริษัททั้ง ๔ ด้วยพระเมตตาธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ ทำให้เราได้รับมรดก ตกทอดมานี่ พระพุทธเจ้าตรัสรู้มาเพื่อชี้ทางผิด บอกทางถูก ปลูกทางเดิน

เพื่อชี้ทางผิดคืออะไร? ก็คือ มิจฉาทิฏฐิ ทั้งหลาย ถ้าจะมองให้ลึกซึ้งก็คือว่า ที่ตึงเกินไป ที่หย่อนเกินไป เป็นอย่างไร พระองค์มาชี้ทางผิดว่าทางนี้ที่ไม่ควรดำเนิน พระพุทธเจ้าพระองค์ท่านนอกจากชี้ทางผิดแล้ว ยังบอกทางถูกก็คือบอกทางสัมมาทิฏฐิ หรือเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา ทรงบอกอย่างไร? ก็คือกระจายเรื่องอริยสัจธรรมทั้ง ๔ ประการ อันได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

ทุกข์เป็นของมีอยู่ แต่เราไม่รู้จัก สมุทัยเป็นเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ เราไม่ได้ละ นิโรธคือความสิ้นสุดทุกข์ เราไม่ได้แจ้ง มรรคเป็นหนทางสู่ความพ้นทุกข์ เราไม่ได้เดิน ฉะนั้น พระพุทธองค์ จึงบอกทางถูก แล้วมาปลูกทางเดินคือ สติปัฏฐาน ๔ ให้กับเวไนยสัตว์ทั้งหลายได้พาชีวิตนี้อยู่ในครรลองคลองธรรม เพื่อที่จะได้นำชีวิตนี้ ไปให้พ้นความกันดาร หรือโอฆะสงสาร

นี่ก็คือสรุปผลงานพระพุทธเจ้า ให้ฟังว่า พระศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เราบูชานี่ บุคคลที่เป็นปราชญ์เมธี ที่ไม่มีใครเหมือนในโลกนี้ ท่านทำอะไร เพื่ออะไร และประโยชน์ได้อย่างไร ก็เพื่อพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ดังนั้น สิ่งต่างๆ ที่เราได้ศึกษาเล่าเรียน เราต้องเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2555 , 09:25:05 น.] ( IP = 182.52.200.180 : : )


  สลักธรรม 4





อะไรเป็นทางผิดบ้าง? อกุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นทางที่ไม่ควรดำเนิน คือ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดปด พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ อภิชฌา พยาปาทะ มิจฉาทิฏฐิ แล้วเราลองมาวิจัยเข้าไปทีละอย่างว่า

ไหนใครไม่ฆ่าสัตว์ แล้วยกมือขึ้น

ใครไม่ลักทรัพย์ แล้วบ้าง แล้วยกมือขึ้น

ใครไม่ประพฤติผิดในกาม แล้วยกมือขึ้น

ใครไม่พูดปด แล้ว ยกมือขึ้น

ใครไม่พูดส่อเสียด แล้วยกมือขึ้น

ใครไม่พูดคำหยาบ แล้วยกมือขึ้น

ใครไม่เพ้อเจ้อ แล้ว ยกมือขึ้น

ใครไม่อยากได้ของ ของผู้อื่น แล้ว ยกมือขึ้น อยากได้เล็กๆ น้อยๆ ก็นับด้วย อย่าเข้าข้างตัวเอง

ใครไม่พยาบาท แล้วบ้างยกมือขึ้น คำว่า พยาบาทนี้กว้างนะ เจ็บใจ ไม่อภัย พยาบาทมั๊ย ไหนใครมีมากยกมือขึ้น มีพอตัวเองรู้ยกมือขึ้น

ฉะนั้น อกุศลกรรมบถ ๑๐ นี้เรางดเว้นได้ไม่ถึงครึ่ง ก็แสดงว่า แบ็คกราวด์ของเราไม่ดี

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2555 , 09:25:21 น.] ( IP = 182.52.200.180 : : )


  สลักธรรม 5





นอกจากชี้ทางผิด ทรงบอกทางถูกคือ บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ คือ ทาน ศีล ภาวนา อ่อนน้อมถ่อมตน ช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบ แผ่เมตตา อนุโมทนา ฟังธรรมตามกาล แสดงธรรม ทิฏฐุชุกรรม

ทาน ใครทำอยู่สม่ำเสมอยกมือขึ้น

ศีล ๕ รักษาได้เสมอๆ ยกมือขึ้น

ภาวนา คือ ทำชีวิตให้เจริญทั้งสวดมนต์ ทุกวันทำสมาธิ บ้าง ทำวิปัสสนาบ้าง อ่านหนังสือธรรมะบ้าง ยกมือขึ้น

อ่อนน้อมถ่อมตน ไหนใครหลังไม่แข็งตลอด ได้แล้ว

ขวนขวายในกิจการงานที่ชอบ ไม่ใช่ชั้นชอบนะ ส่วนมากชั้นชอบชั้นถึงทำ ชั้นไม่ชอบชั้นไม่ทำ เราก็ยังไม่ได้ พยายามอยู่ ก็ยังไม่สามารถรับกับตัวเองได้ ขวนขวายในกิจการงานที่ชอบ

ฟังธรรม แสดงธรรม แผ่เมตตาเป็นนิตย์ มีทิฏฐุชุกรรม ถูกต้องตลอด

จะเห็นว่า เราเป็นผู้ที่มีบาปดำ มีบุญที่ยัง แบ็คกราวด์ไม่ดี เมื่อแบ็คกราวด์ไม่ดี ชีวิตต่อไปก็จะเป็นชีวิตที่น่ากลัว ฉะนั้น ถามว่าใครน่ากลัว? เราคนเดียวนี่แหละน่ากลัว เราจึงเป็นผู้ท่องเที่ยวในวัฏฏะสงสาร

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2555 , 09:25:36 น.] ( IP = 182.52.200.180 : : )


  สลักธรรม 6





ณ ตอนนี้ก็ใกล้ถึงเทศกาลเคาท์ดาวน์ คือวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ แต่เราก็ใกล้เดธ ตอนนี้เรามีอะไรดีบ้าง จับที่หัวใจแล้วก็หลับตาลงถามตัวเองว่า เรามีโอกาสเลือกเกิดได้หรือยัง? ยัง ตายแล้วจะไปไหน? ไม่รู้ รู้แต่เรากำลังจะไปไหนในชาติหน้า นึกถึงพฤติกรรมของเรา กายของเราค่อนข้างดีหรือชั่ว ปากของเราค่อนข้างดีหรือชั่ว ใจของเราค่อนข้างดีหรือชั่ว คำตอบที่เรารู้อยู่แก่ใจนี่แหละ คือสิ่งที่บอกว่าเราดาวน์ลง คือลงจากมนุษย์ไปสู่ทุคติภูมิ หรือรักษาภูมิเดิมไว้ได้ หรือมีภูมิที่สูงขึ้น

อย่าลืมคำของหลวงพ่อที่บอกว่า ต่ำสุดให้หยุดแค่มนุษย์ แล้วเราสามารถหยุดได้หรือยัง เราไม่สามารถยืนยันกับชีวิตได้ หลัก ๓ ข้อ ที่พระองค์ใช้ชีวิตเพื่อเวไนยสัตว์คือ ชี้ทางผิด บอกทางถูก ปลูกทางเดิน เรายังทำไม่ได้เลย เมื่อถึงเวลาแต่ละคนก็ต้องไปตามลำพัง ทุกคนมีที่ไปเหมือนกันหมดคือไปที่ชอบที่ชอบ เพราะชอบยังไงก็ไปอย่างนั้น เพราะชอบเราจึงทำ ไม่ชอบเราก็ไม่ทำ

คนที่หายไปจากมูลนิธิเพราะ แก่มาไม่ไหว ใกล้ตาย เราเองเป็นก็หนึ่งคนที่กำลังจะไปถึงจุดนั้น หลวงพ่อท่านเตือนเสมอว่า อย่ากลัวตาย เพราะเมื่อความกลัวตายมันสะสมมากๆ พอถึงเวลาตายก็ไปไม่ดี แต่จงพร้อมที่จะตาย ท่านอาจารย์บุญมีท่านก็เขียนหนังสือเรื่องพญามัจจุราชผู้น่ารัก ท่านไม่เคยบอกว่ามัจจุราชผู้น่าเกลียดเลย ถ้าเรารักพญามัจจุราชผู้น่ารักแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา หน้าตาอย่างนี้เอง เราก็ต้องตาย เราก็จะมีแต่สิ่งที่รู้สึกดีๆ ให้สะสมความรู้สึกดีๆ เข้าไป ถึงเวลาตายก็ตายดี แล้วมันก็กระเด้งขึ้นสวรรค์เองแหละ แต่ถ้าอยู่ในที่ปลอดภัยแต่ยังกลัวตาย มันก็ดาวน์

มีอีกเรื่องหนึ่งน่าปิติมากก็จะเล่าให้ฟังก็คือ เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมของบริษัทแห่งหนึ่งที่ไปบริจาคโปรเจคเตอร์ ราคา ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) ให้กับโรงเรียนวัดชัยภูมิ พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับนำอุปกรณ์และเงินสดไปแจกนักเรียน ๔๐๐ กว่าคน คนละ ๑๐๐ บาท เเจ้าษัทที่ไปนั้นเมื่อหยิบเงินขึ้นมาแล้วก่อนที่จะให้เด็กนักเรียนก็จะบอกว่า หนูต้องเป็นคนดีนะ ก็รู้สึกชื่นชมกับเขาที่ทำบุญมาก และเป็นคนที่รวยแล้วก็ยิ่งรวย ปีที่แล้วเขาทำการค้าได้กำไร ๗,๐๐๐ ล้านบาท เขาก็เลยยิ่งทำบุญใหญ่โตมโหฬาร

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2555 , 09:25:51 น.] ( IP = 182.52.200.180 : : )


  สลักธรรม 7





เขาเล่าว่า เขาเคยเป็นคนจน พ่อแม่นั่งสำเภาจีนมา มีพี่น้อง ๔ คน พี่เขา ๒ คน ไม่ได้เรียน แต่เขากับพี่น้องอีกคนได้เรียน พอเรียนแล้วต้องตั้งใจเรียนจริงๆ ต้องทำจริงๆ เขาให้ข้อคิดกับเด็กนักเรียนว่า อย่าคิดรวยชาติหน้า ให้รวยชาตินี้ และเขาบอกว่าคนจะรวยได้นี่ ๑. ต้องมีความเพียร ๒. ต้องมีความดี ๓. ต้องมีความซื่อสัตย์ ได้ฟังเขาปลูกฝังเด็กนกัเรียนในวันนั้นแล้วก็รู้สึกซาบซึ้ง และที่เราเคยนึกว่าในอดีตมีอนาถบิณฑกเศรษฐี มีนางสุชาดา มีพระนางมัลลิกา ปัจจุบันนี้ก็ยังมีผู้บำเพ็ญทานมากๆ อยู่

ทานเป็นที่มาของโภคทรัพย์ ทั้งปวง ในขณะที่เรารู้ว่าผลของทานดีอย่างนี้ แล้วถ้าไม่มีผลของทานก็แย่เลย ฉะนั้น จึงตั้งใจไว้เลยว่า ชีวิตนี้ยังขอถือสโลแกนเก่าว่า หมดไม่ว่า หาเอาใหม่ เพราะว่าเมื่อขาดผลของทานเมื่อไหร่ชีวิตก็ถึงทางตันได้ง่าย

ก็ใกล้เทศกาลปีใหม่แล้ว ในอาทิตย์หน้าก็ไม่ได้พบกัน ก็หวังอย่างยิ่งว่าเมื่อหยุดไป แต่ละท่านๆ ก็มีโอกาสสร้างชีวิตของเราให้ดี เราหมดวัยแล้วที่จะไปเคาท์ดาวน์ เมื่อเขานับถอยหลัง ๑๐-๙-๘-๗-๖-๕-๔-๓-๒-๑ เราก็ใกล้เดธเข้าไปเรื่อยๆ ก็ขอฝากไว้ว่า ชีวิตจะดี ก็อยู่ที่เราเอง ชีวิตจะเลว ก็อยู่ที่เราเอง ไม่มีใครช่วยเราได้ หากเราไม่ช่วยตัวเราเอง และไม่มีใครทำให้เราตกต่ำได้ หากเราไม่ยินยอม

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลพิภพ ตลอดจนบารมีธรรมของครูบาอาจารย์ และคุณความดี มีทานบารมี เป็นต้น ของทุกคน จงมารวมเป็นตบะ เดชะ พลวปัจจัย เอื้ออำนวยพร อำนวยความสุข อำนวยความสงบ อำนวยทางสันติสุข อันเป็นเส้นตรงที่สุดแล้ว ให้เกิดขึ้นอย่างมั่นคงในชีวิตของทุกๆ ท่าน ขอสิ่งไร้สาระ ขอสิ่งที่ไม่มีสาระ ขอสิ่งที่ทำแล้วเป็นอสาระ จงห่างไกลจากใจของท่าน ขอให้ทุกท่านมีแต่ความสุข ความเจริญ ความสวัสดี และก็โชคดีในวันปีใหม่ทุกคน สวัสดี




ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทป

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [25 ธ.ค. 2555 , 09:26:11 น.] ( IP = 182.52.200.180 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org