มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สร้างตนด้วยหลัก ๔ ชีวีจะก้าวหน้า








สร้างตนด้วยหลัก ๔ ชีวีจะก้าวหน้า
โดย หลวงพ่อเสือ


จงเป็นผู้ที่มั่นคงด้วยศรัทธาอันสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า ศรัทธาในกรรม ศรัทธาในวิบากกรรมคือผลของกรรม ศรัทธาในความเป็นไปของสัตว์โลกซึ่งเป็นผู้ทำกรรมเอง ซึ่งกล่าวว่าสัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน และศรัทธาในคำสั่งสอนขององค์พระตถาคตเจ้าและมีวิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา อันเป็นองค์อินทรีย์ทั้งสิ้น

ขอพลานุภาพแห่งกรรมดีที่พ่อได้ปฏิบัติมา และความดีอันเป็นกุศลจิตที่ลูกได้กระทำอยู่ และทำไปแล้ว รวมทั้งมีความตั้งมั่นจะกระทำไปในภายภาคหน้า จงเป็นพลวปัจจัยเอื้ออาทร อุดหนุนซึ่งกันและกันระหว่างเราพ่อลูกสองคนให้สามารถผจญวิบาก ประกอบไปด้วยขันติธรรม สร้างบารมีธรรมต่อไป จนถึงฟากฝั่งพระนิพพานได้โดยสวัสดีทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน สวัสดีปีใหม่จ๊ะลูกรักทุกคน

เราก็อ่านหนังสือพิมพ์และฟังข่าวจากสื่อสารมวลชนมาก ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบสมัยพระพุทธกาล การประกาศพระศาสนายากกว่าปัจจุบันมากมาย ฉะนั้น ทุกคนมีปุพเพ กต ปุญญตา คือมีบุญมาแต่ชาติปางก่อน และกำลังตั้งใจกระทำบุญใหม่คือ อัตตสัมมาปณิธิ ซึ่งเป็นบุญมากมายและบุญเหล่านี้ก็อาศัยการสะสมมาจากอดีตเหตุ จึงมีปัจจุบันผล ก็ขอเท้าความสักนิดว่า ทำไมจึงบอกว่า สมัยพระพุทธเจ้าการประกาศพระศาสนาเป็นไปได้ยาก แต่สมัยเราง่าย

หากมองในด้านความเป็นไปจากวิวัฒนาการทางโลก เมื่อก่อนนี้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ากว่าจะเผยแพร่ไปให้ประชาชนรู้นั้น พระองค์ต้องเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง เช่น เมื่อประทับอยู่ที่พระเชตวันมหาวิหาร ในกรุงสาวัตถี จะเสด็จไปยังที่ต่างๆ ในกรุงสาวัตถีก็ดี หรือในที่ห่างไกลออกไปก็ดี พระองค์เสด็จไปโปรดสัตว์ด้วยพระวิริยะอุตสาหะประกอบไปด้วยพระราชหฤทัยอันเด็ดเดี่ยวของบุรุษใจเพชรนั่นเอง

ในบางครั้งเสด็จลงจากเขาคิชกูฏที่รกชัฏ แต่ปัจจุบันที่เราไปอินเดียกันมีบันได ทางปูลาดไว้เรียบร้อย แต่ก่อนนั้นไม่ได้เป็นอย่างนี้ เป็นป่าอันรกชัฏมีแต่ความเย็นยะเยือก เมื่อถึงยาม ๔ พระองค์จะเข้าฌานสมาบัติเพื่อจะเล็งดูว่า วันนี้จะมีใครบ้างที่ให้เราตถาคตโปรดได้ ก็มีมากมาย

แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์มองไปทิศเบื้องหน้า มองไปทิศเบื้องซ้าย มองไปทางขวา มองไปบนสวรรค์ มองไปทิศเบื้องหลัง พบเพียงชายชราเพียงผู้เดียวซึ่งอยู่ไกลจากเขาคิชกูฏถึง ๒,๐๐๐ โยชน์ พระองค์เห็นเช่นนั้นแล้ว ก็ทรงเตรียมพระวรกายจัดภารกิจให้เรียบร้อย ก็เสด็จพร้อมด้วยพระสารีบุตรเดินลงจากเขาคิชกูฏไปในที่ๆ พระองค์เห็นว่ามีบุรุษที่จะโปรดได้ เสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทเปล่า ใช้เวลาเป็นแรมเดือนจึงจะบรรลุที่หมาย เพียงเพื่อจะโปรดบุรุษผู้นั้น นี่คือพระบารมีอันล้นพ้น

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 ธ.ค. 2555 , 09:51:09 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : 10.0.13.149 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ที่ชี้ตรงนี้ก็จะให้เห็นว่า ความลำบาก แต่ในสมัยนี้คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า สังคหบาลีต่างๆ อยู่ที่บ้าน เพียงแต่ใส่ใจเท่านั้น นำมาศึกษาและปฏิบัติ ไมโครโฟน โทรศัพท์ ทีวี วิทยุ มีสารพัด ส่วนในสมัยพุทธกาลบางครั้งชาวนครสาวัตถีก็พากันเดินไปที่กรุงราชคฤห์ เพราะทราบว่าพระองค์ประทับอยู่ที่นั่น ก็พากันไปฟังธรรม ส่วนพวกเราไม่ไกลมาก และมีรถที่สะดวกทุกอย่าง

ฉะนั้นเราต้องสร้างความสำนึกรู้สึกว่า นี่แหละเพราะบุญเก่า ปุพเพ กต ปุญญตาที่ทำให้เราเกิดมายังอยู่ในพระพุทธกาลแห่งพุทธธรรม ไม่สิ้นไป เพียงแต่เราใจใส่ แล้วก็ใส่ใจคำสั่งสอนของพระองค์ แล้วนำไปปฏิบัติ เป็นเรื่องง่ายที่ชี้ให้เห็น ๒ ประเด็น แต่ในทางมุมกลับผู้ที่เดินทางไป หรือผู้ที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดนั้น บารมีถึงแล้ว ไม่ว่าจะดั้นด้นไปหาพระองค์หรือพระองค์มีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จไปโปรด ไม่มีสักครั้งเดียวที่จะพลาดความเป็นพระโสดาบันบุคคล

แต่ในยุคเราฟังใกล้หู ดูใกล้ตา หาสารพัด ก็ขังขจัดกิเลสไม่ได้ เป็นเพราะอะไร บารมีเราไม่พร้อม เมื่อเรารู้ว่าบารมีเราไม่พร้อม เราจะต้องสร้างบารมี

บารมีคืออะไร

บารมี คือ อำนาจเหนือกิเลส ไม่ใช่สิ่งอัศจรรย์ใดๆ เลยที่จะไปขอให้ใครให้ได้ ต้องทำที่ตัวเอง เมื่อใครทำได้แล้ว ผู้นั้นเป็นผู้วิเศษทันที วิเศษอย่างไร คือชนะตนเองนั่นแหละดี ดีกว่าชนะสงคราม ๙ ทัพ เราอาจจะเป็นหัวหน้าที่ชนะสงคราม ๙ ทัพ หรือสงครามอะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่สามารถชนะใจตนเองนั่นแหละ จัดว่ายังเป็นคนพ่ายแพ้ที่สุด และเราเกิดมาคนเดียว ตายคนเดียว อยู่ใช้วิบากลำพัง ฉะนั้นเราจะไปชนะใครเพื่ออะไร เหตุที่มีการรบราฆ่าฟันกันทุกวันนี้ก็เพราะกิเลสคือโทสะ โดยมีโลภะเป็นเหตุก็ได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 ธ.ค. 2555 , 09:51:35 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : 10.0.13.149 )


  สลักธรรม 2


ฉะนั้น ความโลภ ความโกรธ ความหลงเป็นของที่มีอยู่เนืองนิตย์อยู่กับจิตเราตลอดเวลา พระองค์จึงสั่งสอนว่า ให้เราพยายามสร้างสมบารมี บารมีคืออำนาจเหนือกิเลส ดังจะเห็นว่าพุทธศักราชของพุทธศาสนายั่งยืนสถาพรอยู่ถึง ๒๕๔๓ ปี และบวกอีก ๔๕ พระพรรษาที่พระองค์เผยแพร่รวมเป็น ๒๕๘๘ ปีแล้ว แต่เราเลยปี Y2K มาตั้ง ๕๘๘ ปีแล้ว

ขอโทษนะลูก ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายนจนกระทั่งถึงวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๓ นี้ คนที่กลัว Y2K ตกอยู่ในความโง่ ลืมไปว่า เราอยู่ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ บวกอีก ๔๕ ก็รวมเป็น ๒๕๘๘ ปี พระพุทธศาสนายังยืนหยัดอยู่ ยังมีการสอนธรรมะให้ผู้เรียนรู้ธรรมและปฏิบัติธรรม และจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ อีก ๒,๐๐๐ กว่าปีก็ยังมีอยู่ กว่าจะสิ้นศาสนาของพระสมณโคดม

ฉะนั้น ลองคิดดูซิว่า อีก ๒,๐๐๐ กว่าปี ถ้าเราตั้งใจกระทำความดี ตั้งใจหลีก ละ ลด และเลิก แล้วหมั่นถามตนเองว่า บัดนี้เราชินอยู่กับอะไร ชินความดี บัดนี้เราเว้นอะไรได้หมด เว้นจากทุจริตทั้งปวงได้หมดแล้ว บัดนี้เรากำลังพากเพียรเรียนอะไรอยู่ เรียนคันถธุระ ทำวิปัสสนาธุระอยู่ ตั้งใจอีก ๒,๐๐๐ กว่าปี รับรองไม่หนีความเป็นพระอรหันต์ได้ หรือปัญญาญาณพร้อมแก่กล้าแน่นอน เมื่อพระศรีอาริยเมตไตรย์เสด็จอุบัติขึ้นมา เวลาที่เราสันทัดมา ๒,๐๐๐ กว่าปีนั้นเป็นกรรมที่ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอก็ไม่ไปไหนเสีย

เมื่อเครื่องส่งมาแล้ว เครื่องรับพร้อมแล้ว และจูนตรงกัน เช่น พระพุทธเจ้าตรัสว่า เราหยุดแล้วแต่ท่านซิยังไม่หยุด ผู้มีบารมีพร้อมแล้วก็สามารถหลุดจากกิเลสคือ ทิฏฐิวิปลาส อันเป็นทิฏฐานุสัยได้สิ้นเชิง สำเร็จเป็นพระโสดาบัน เรามองให้ดี คิดดี โชคดีแน่

ฉะนั้นทุกคนมาที่นี่ก็อยากได้โชคดี ได้ความสวัสดีในปีใหม่ และความสวัสดีที่แท้จริงก็คือ พระปัญญาธิคุณที่พระองค์ให้ เพราะนอกจากนั้นแล้ว พระองค์ไม่ได้ตรัสเลยว่า จะมีความสวัสดีอย่างอื่นเลย เพราะว่าตราบใดที่ยังมีการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ จะเป็นยาจก วณิพก เศรษฐี กษัตริย์มหาราชา ก็หนีไม่ได้พ้นความชราและมรณะ และไปไม่พ้นจากพันธะอันถูกเครื่องร้อยรัดไว้ด้วยกิเลสอาสวะทั้งหลาย

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 ธ.ค. 2555 , 09:51:49 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : 10.0.13.149 )


  สลักธรรม 3


เรามาดูว่า ปีใหม่นี้เราจะเริ่มต้นชีวิตอย่างไรในทางโลก ก็ต้องมองโลกในด้านดี ซึ่งจะมีผลได้ ก็ต้องเริ่มต้นและทำดีด้วย โดยมีหลักให้สำหรับผู้ที่ทำงาน เพราะทุกคนทำมาหากินอยู่แม้กระทั่งทำงานพระพุทธศาสนาก็ต้องใช้หลักนี้ด้วยคือ รักงาน ขยันทำ จำมั่น หมั่นพินิจ

๑. รักงาน ทุกคนมีงานทำ แม้ปีนี้จะไม่ได้โบนัส เงินเดือนยังไม่ขึ้น ก็ดีกว่าเขาไล่ออกจากงาน ตกงาน จริงไหม การรักงานนั้นหมายถึง การเอาใจใส่ ทุ่มเทความรักใส่ไปในงานด้วยศรัทธาในงานของตนเอง ศรัทธาในความเป็นคน ศรัทธาที่เรายังมีชีวิตอยู่นั่นแหละ จะทำอะไรต้องรักในสิ่งนั้นด้วย เช่น แม่บ้านขณะซักผ้าก็อย่าไปหงุดหงิด เพราะงานซักผ้าเป็นงานสะอาด การทำของสกปรกให้สะอาดคืองานของคนดี แต่คนชั่วทำของดีให้สกปรก ตรงกันข้ามกัน

จะทำสมาธิก็ต้องรัก และทุ่มเทเอาความรักตัวเองใส่ลงไป เพื่อจะได้ปฏิบัติด้วยอำนาจแห่งกุศลศรัทธาได้เต็มที่ จะปฏิบัติวิปัสสนาก็ทุ่มเทความรักงาน แล้วรู้ว่างานนี้ทำแล้วพ้นทุกข์ เพิ่มความรักลงไปด้วย ไม่ได้คิดว่า จำเป็นต้องทำ ถึงเวลาทำ หรือทำถวายหลวงพ่อ ไม่ต้องมาทำหรอก พ่อทำของพ่อเอง ลูกทำวิปัสสนาจนได้เหมือนเดิมคือเป็นคนเป็นสัตว์ แล้วจะมาถวายพ่อ พ่อก็ไม่พ้นทุกข์ แม้กระทั่งลูกทำจนถึงอุทยัพพยญาณ หลวงพ่อก็ไม่ได้อุทยัพยญาณด้วย ฉะนั้น ใครทำใครได้ คำนี้เป็นอมตะ

๒. ขยันทำ คือ การให้ความเพียรหรือวิริยะ วิริยะเป็นเจตสิกดวงหนึ่งประกอบกับจิต ๗๓ ดวง แต่ควรเพียรในหมากุศล ๘ มหัคคตกุศล ๙ มรรค ๔ รวม ๒๑ ดวง หากว่าเราตัดมหัคคตะออกไป เพราะว่าพ่อไม่เชียร์ใครเลย ไม่อุดหนุน ไม่ส่งเสริมผู้ที่อยากได้ฌาน อยากตาทิพย์ หูทิพย์ เพราะอะไร? เพราะทุกวันนี้ตาไม่ทิพย์ หูไม่ทิพย์ยังยุ่งขนาดนี้เลย ถ้าตาทิพย์ เช่น เราอยู่บ้าน แต่พ่อบ้านแม่บ้านออกไปทำงาน กลับดึก เกิดมีตาทิพย์เห็นอยู่ที่ผับบาร์ต่างๆ มีตาทิพย์ก็ทำให้ทุกข์หนัก หากมีหูทิพย์ ซึ่งทุกวันนี้ได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้าง ความทุกข์ยังมากเลย แต่ถ้าเกิดหูทิพย์ขึ้นมา ต่อหน้าเขาชมเรา พอลับหลังเรา เรามีหูทิพย์ได้ยินเขาด่าเรา ก็ทุกข์อีก ทุกข์มหันต์ ฉะนั้นอยู่แบบใจทิพย์ดีที่สุดคือใจที่วิเศษนั่นเอง วิเศษตรงไหน? เพราะใจพิเศษกว่าปุถุชนคนธรรมดาคือเหนือกิเลสได้บ้าง ดีกว่าไม่ได้เลย

ดังนั้น ต้องขยันทำความเพียร จะทำอะไรก็แล้วแต่ก็มีความเพียร และที่สำคัญขออัญเชิญพระราชดำรัสว่า ให้มีความเพียรเหมือนพระมหาชนก พระมหาชนกท่านมีความเพียรเมื่อท่านขึ้นไปที่เสากระโดงเรือ และกระโดดไปไกลได้ถึง ๗๐ โยชน์ เพราะท่านเป็นบุรุษพิเศษแล้วท่านว่ายน้ำไปโดยไม่เห็นฝั่งเลย ๗ วัน ๗ คืน ท่านยังไม่เบื่อการว่ายน้ำเลย ท่านมีความเพียร แม้นไม่เห็นฟากฝั่ง ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ ยังไม่หมดความเพียร จนกระทั่งนางมณีเมขลาไปประชุมอยู่ ๗ วัน ตามปกติในท้องทะเลจะมีเทวดาประจำ บนภูเขาก็มีเทวดาประจำ ในแม่น้ำก็มีเทวดาประจำ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 ธ.ค. 2555 , 09:52:07 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : 10.0.13.149 )


  สลักธรรม 4


ทุกๆ ที่จะมีเทวดาคุ้มครอง แต่คุ้มครองคนดีที่มีความพยายามด้วยนะ เช่น คนไทยที่ว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรที่ญี่ปุ่น เทวดานั่นแหละที่หอบต้นมะพร้าวให้ลอยมา จนเขาขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นมะพร้าวได้ แล้วการที่เขาไม่เคยทำให้คนอื่นอดอยากยากจน เคยให้ข้าวให้น้ำ เทวดาก็ไปพาปลา เทวดาไม่ได้ฆ่าสัตว์นะ แต่ปลาเหล่านั้นจะต้องตายในแหชาวประมง เมื่อรู้ว่าปลาจะต้องตายแน่นอนแล้ว ก็ดลจิตดลใจให้ปลาเล็กปลาน้อยหลุดจากแหที่เขาทอดเป็นฝูง เพื่อให้ชายคนนั้นกิน ในเมื่อจะตายอยู่แล้วก็ทำประโยชน์เสีย นี่คือเทวดาดลจิตดลใจ

แล้วก็เป็นความจริง บนภูเขา ในอากาศมีเทวดา ฉะนั้นขยันทำ และต้องมีความเพียรเหมือนพระมหาชนก

ต่อจากนั้นนางมณีเมขลาก็มาลองใจถามขึ้นว่า “ท่านจะว่ายไปไหน”

พระมหาชนกก็ตอบว่า “จะว่ายไปขึ้นฝั่ง”

นางถามต่อว่า “ท่านเห็นฝั่งแล้วหรือ”

“ยังไม่เห็น”

“เมื่อยังไม่เห็นฝั่งแล้วทำไมยังว่ายอยู่ล่ะ”

“เมื่อเรายังไม่หมดลมหายใจ ก็จะไม่สิ้นความเพียร” พระมหาชนกตรัสตอบ

เช่นเดียวกันเรื่องของความดี เรื่องมีปัญญาญาณ และเรื่องเรียนธรรมะ เราอาจจะไม่รู้ เราอาจจะยังไม่เข้าใจ ใครเข้าใจง่ายที่สุด ใครฟังแล้วรู้ทันทีเลย... พระสารีบุตร แล้วที่นั่งอยู่นี่ใครเป็นพระสารีบุตร ก็ไม่มี ฉะนั้นไม่ควรน้อยเนื้อต่ำใจ เราต้องรู้ได้สักวันหนึ่ง เราเดินทางชีวิตมาถึงวันนี้ได้ เราต้องรู้ได้ ไม่มีอะไรที่รู้ไม่ได้ในโลกนี้

แม้ว่าทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาจจะยาก เพราะเราไม่ชินกับคำ และสอนไม่ต่อเนื่อง ฟังไม่เป็นขั้นตอนจึงเย็บต่อกันไม่ติด แต่เมื่อเรายังไม่หมดลมหายใจ เราอย่าสิ้นหวัง เราต้องมีความเพียรให้เหมือนพระมหาชนก

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 ธ.ค. 2555 , 09:52:23 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : 10.0.13.149 )


  สลักธรรม 5


๓. จำมั่น ดังหัวใจนักปราชญ์คือ สุ จิ ปุ ลิ คือเวลาจะจำให้มั่นนั้น เวลาฟังธรรมต้องจดจ่อสนใจฟัง บางคนบอกว่า หูฟังแต่เอาใจหลับ ก็จะไม่รู้อะไร คือจดจ่อ มีจิตใจจดจ่อ อาศัยสติระลึกรู้สึกตัวอยู่ สติช่วยทุกงาน

๔. หมั่นพินิจ ฟังอะไรมาก็แล้วแต่ ใคร่ครวญและไตร่ตรอง อย่าเชื่อหมด พระพุทธเจ้าสั่งแล้ว อย่าเชื่อโดยฟังตามกันมา อย่าเชื่อโดยอ้างตำรา อย่าเชื่อโดยผู้พูดน่าเชื่อ อย่าเชื่อโดยคิดว่าเป็นครูของเรา อย่าเชื่อเพราะว่าเป็นลัทธิของตน ฉะนั้นเมื่อฟังอะไรมา ได้ยินอะไรมา หรือเห็นอะไรมาแล้ว ต้องหมั่นพินิจว่า ถ้าเราทำ เราจะทำได้ไหม ใคร่ครวญ แล้วไตร่ตรอง และค่อยตัดสิน

สรุปว่าการมองโลกในแง่ดีมีผล สร้างตนด้วยหลัก ๔ ชีวิตจะก้าวหน้าด้วย รักงาน ขยันทำ จำมั่น หมั่นพินิจ

ตัวอย่างเช่น การรักเรียนพระพุทธศาสนา ต้องขยันทำคือขยันทำความดี อะไรไม่ดี ไม่ทำ จำให้มั่นว่าใครทำใครได้ ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว หรือจำให้มั่นใจเลยว่า ที่กระทบคือวิบาก เราทำมาเอง ที่กำลังกระทำคือกรรม เราต้องทำเองอีก แล้วเราต้องได้ผลเอง หมั่นพินิจคือใคร่ครวญไตร่ตรอง แล้วค่อยตัดสิน อย่าตัดสินอะไรเร็วๆ ไม่ได้หรอก มีหลายคนไม่รู้ว่าวิบาก อดีตว่าเคยเป็นคนอย่างไร เสื่อมในทรัพย์และคุณงามความดี แล้วก็ตัดสินเร็ว เช่น สินค้าออกใหม่ชอบซื้อ พอวันรุ่งขึ้นก็ลด ๕๐% เจอกันมาเยอะแล้ว เราไม่ได้ไตร่ตรองว่ามีโอกาสลดราคา ดังนั้นต้องไตร่ตรอง ต้องเป็นคนคิดก่อนคือคิดหน้า คิดถึงความก้าวหน้า คิดหลังก็คือเรื่องที่ไม่ดี จะไม่ให้เกิดข้างหน้าอีกเขาเรียก คิดหน้า คิดหลัง

และสิ่งที่เราต้องใช้ ตลอดไป และจงจำไว้ว่าทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่ พอปีมากขึ้น ทุกคนก็แก่ขึ้นนะ เป็นธรรมดา แต่เมื่อกลับมาบ้านทุกคนก็คือลูกรักของพ่อ ให้มีหัวใจหนุ่มในร่างแก่ หัวใจสาวในร่างแก่ กระชุ่มกระชวย เมื่อนึกถึงบุญก็สบายใจ กระฉับกระเฉง แต่ต้องใช้ให้ถูกคือ เกี่ยวกับการไปทำบุญ แต่ไปเที่ยวผับห้ามนะ เราต้องบริหารชีวิตในการทำงานทั้งทางโลกและทางธรรม




ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้พิมพ์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [26 ธ.ค. 2555 , 09:52:40 น.] ( IP = 125.27.171.56 : : 10.0.13.149 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org