มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มิตรเช่นไรไม่ควรคบ มิตรเช่นไรควรคบ







มิตรเช่นไรไม่ควรคบ มิตรเช่นไรควรคบ


บุคคลผู้ไม่มีหิริ เกลียดหิริ ไม่มียางอาย กล่าวอยู่ว่าเราเป็นเพื่อนของท่าน ไม่เอื้อเฟื้อการงานแห่งมิตรของตน พึงรู้ว่า นั่นไม่ใช่มิตรที่ควรคบ

มิตรใดพูดวาจาน่ารัก แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ในมิตรทั้งหลาย เช่น " แน่ะเพื่อน ข้าพเจ้าเป็นสหายของท่าน ปรารถนาประโยชน์ท่าน แม้ชีวิตของข้าพเจ้า ก็ยอมสละเพื่อท่านได้"

บัณฑิตย่อมกำหนดรู้ผู้นั้นว่าไม่ทำตามคำพูด เพราะแม้กล่าวอย่างนี้แล้ว ก็ไม่ตั้งใจเพื่อจะกระทำการงานของมิตรของตน ผู้เป็นบัณฑิตพึงทราบชัดซึ่งบุคคลนั้นเป็นมิตรเทียม ( มิตรเทียมพูดแล้วไม่ทำตามที่พูด ดีแต่ปาก พูดเพื่อให้เป็นที่รักเท่านั้น)

มิตรใดหวังความแตกกัน มุ่งหาความผิดเท่านั้น มิตรนั้นไม่ควรคบ

มิตรใดหวังแต่ความแตกร้าวเท่านั้น ไม่ประมาทอยู่ทุกเมื่อด้วยที่มรรยาทที่เรียบร้อยแสร้งมีวาจาไพเราะที่ตนทำขึ้น ย่อมแสวงหาซึ่งโทษเท่านั้นอย่างนี้ว่า สิ่งใดก็ตามที่บุคคลกระทำแล้วด้วยไม่มีสติ ด้วยไม่มีมนสิการ หรือว่าไม่ได้กระทำด้วยความไม่รู้ บุคคลนั้นจักติเตียนเราเมื่อใด เมื่อนั้นเราจักโต้ตอบเขาด้วยการกระทำนั้นดังนี้ มิตรนั้นบุคคลไม่ควรคบ.

ส่วนมิตรที่วางใจได้ เหมือนบุตรที่เกิดแต่อกหมดความสงสัยในความเป็นมิตร ซึ่งผู้อื่นกล่าวเหตุตั้งร้อยอย่างพันอย่างก็ให้แตกกันไม่ได้ มิตรนั้นแลควรคบ


ที่มา พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย หิริสูตรที่ ๓

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:03:30 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1





อย่าคบคนพาล



บันไดขั้นแรก ที่จะก้าวขึ้นไปสู่ความสุขนั้น จะต้องตั้งต้นกันที่ "การไม่คบคนพาล" ให้ได้เสียก่อน เพราะถ้าขั้นนี้ก้าวผิดหรือทำไม่ได้ แม้ว่าจะประกอบเหตุใด ๆ ที่จะให้ได้พบความสุข ก็จะพบได้ยาก หรือไม่อาจจะพบได้เลย การไม่คบคนพาล จึงเป็นด่านแรก ที่จะไขประตูไปสู่ความสุข

คนพาล คือ คนชั่ว คนทุจริต คนหากินทางผิดกฎหมาย และผิดศีลธรรม ก่อให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวายทั้งแก่ตนเอง ครอบครัวและสังคมส่วนรวม

คนพาล มีหลักพอสังเกตได้ คือ มักคิดชั่ว พูดชั่ว และทำชั่วอยู่เนืองนิจ แม้ว่าเราจะไม่รู้ความคิดของคนพาลแต่เราก็ย่อมจะตัดสินความเป็นพาลของคนได้ ที่การแสดงออกมาทางกายหรือวาจา นอกจากนี้ เรายังสามารถดูลักษณะที่แสดงออกแห่งความเป็นคนพาล หรือคนชั่วอีกประการหนึ่ง คือการชอบคบแต่คนชั่วด้วยกัน

การคบกับคนพาลมีทุกข์ โทษ และภัยมาก ในมงคล ๓๘ คือทางก้าวหน้าของชีวิตนั้น ท่านได้ระบุการไม่คบคนพาล ไว้เป็นอันดับแรก เปรียบเสมือนบันไดขั้นแรกของชีวิต ถ้าก้าวขั้นนี้ผิดพลาด ขั้นอื่น ๆ ก็ย่อมจะต้องพลาดหรือผิดพลาดไป


โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:04:00 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )


  สลักธรรม 2





การคบกับคนพาลนั้น แม้ว่าเราจะไม่คบถึงสนิทสนมด้วย แต่ก็ย่อมจะเป็นที่ระแวง หรือรังเกียจของคนดี และการได้ใกล้ชิดกับคนพาลนั้นแม้ว่าในระยะแรก ๆ เราจะนึกรังเกียจเขา แต่เมื่อได้เข้าใกล้ชิดกันนานไปใจก็ย่อมจะยินดีในความเป็นพาลนั้นตามลำดับ ตรงกับสุภาษิต (๒๗/๔๐๘) ว่า "คบคนเช่นใด ก็ย่อมเป็นเช่นคนนั้น" และพุทธภาษิต (๒๐/๑๔๒) อีกแห่งหนึ่งว่า "ผู้คบคนเลว ย่อมพลอยเลวลง" เป็นต้น

ดังนั้น สูตรแห่งความสุขข้อแรก และเป็นข้อที่มีความจำเป็นสุดยอด ที่จะต้องปฏิบัติให้ได้ คือต้องงดเว้นให้ห่างไหลกับคนพาลให้ได้ ต้องตัดสัมพันธ์ให้ขาด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม อย่าได้ทอดไมตรีให้เลย เพราะจะนำแต่อัปมงคลมาให้ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ที่สำคัญสุดยอด ที่ไม่ควรจะมองข้ามไปก็คือ อย่ามัวไปเพ่งมองความพาลที่คนอื่นฝ่ายเดียว ให้ระวังใจเราเอง มันจะไปเป็นพาลเสียเอง เมื่อจิตของเรามันเป็นพาลเสียเองแล้ว คนหมดทั้งโลกนี้ก็ไม่มีใครจะช่วยเราได้

ฉะนั้น จงหมั่นตรวจสอบ หมั่นพิจารณาดูจิตของตนเอง ว่ามีเชื้อสัมมาทิฐิอยู่มากน้อยเพียงใด ? สังเกตได้จากความนิยมที่จิตมันแสดงออก คือถ้าจิตนิยมชมชอบในคนดี ในความดีหรือคนทำดี ก็แสดงว่าจิตมีเชื้อของสัมมาทิฐิควรจะหล่อเลี้ยงเอาไว้

แต่ถ้าจิตเกิดนิยมชมชอบในความชั่วหรือคนชั่ว ก็ให้เร่งระวังว่าเชื่อมิจฉาทิฏฐิ กำลังลุกลามเข้ามาสู่ใจแล้ว จงรีบกำจัดหรือชำระล้างเสียด้วยพระธรรมโดยเร็วเถิด ขืนปล่อยไว้จะเป็นมารทำลายความสุขเสียเอง โดยที่ไม่มีคนอื่นมาทำให้

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:04:16 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )


  สลักธรรม 3





จงคบบัณฑิต



บันไดขั้นที่สอง ที่ต่อจากขั้นแรก ที่จะเว้นเสียมิได้คือ "การคบหากับบัณฑิต" ซึ่งจะต้องทำให้ต่อเนื่องกันไปจึงจะบรรลุถึงความสุขตามที่เราต้องการได้ สองขั้นนี้จึงถือว่า เป็นขั้นที่ต้องบังคับตายตัว

บัณฑิต คือ คนดี คนมีปัญญา หรือคนที่ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา คนที่คิดดี พูดดี และทำดี ดูได้จากการกระทำที่ออกมาทางกาย และวาจา ที่เป็นไปด้วยความสุจริต ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น โดยนัยนี้ก็ย่อมจะไม่เกี่ยวกับการศึกษาเล่าเรียน หรือว่าจะมีปริญญาหรือไม่ ?

การคบหากับบัณฑิต คบกับคนดีหรือเพื่อนที่ดีนั้น จัดว่าเป็นมงคลข้อที่สอง ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม ไม่อาจที่จะอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายได้ ทุกคนต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน มากบ้างน้อยบ้างตามฐานะหรือหน้าที่ ที่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกัน

อานิสงส์ที่ได้รับ จากการคบกับคนดีทันตาเห็นก็คือ เราย่อมจะได้ยินและได้เห็นแต่ในสิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นมงคลเป็นความก้าวหน้าในชีวิต จะช่วยให้ชีวิตพัฒนาไปสู่ความสุขตามลำดับ จนถึงขั้นสูงสุดคือพระนิพพาน ตามนัยอุปัฑฒสูตร (๑๙/๒) ที่พระพุทธองค์ได้ตรัสกะพระอานนท์ว่า

"อานนท์ ! ความเป็นผู้มีเพื่อนดี (หรือบัณฑิต) นั้นนับว่าเป็นพรหมจรรย์หมดทั้งสิ้นเลยทีเดียว"

พูดกันตามภาษาชาวบ้านก็ว่า การมีเพื่อนที่ดีนั้น เท่ากับเป็นหมดทั้งเนื้อทั้งตัวเราเลยทีเดียว หมายความว่า มีแต่ส่วนดีโดยตลอด อย่าได้สงสัยเลย จงเชื่อพระพุทธเจ้าเถิดรับรองว่าจะไม่ไปเกิดในอบายแน่

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:04:31 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )


  สลักธรรม 4






แต่ว่าคนเรานั้นมันดูยากกว่าสัตว์ คือมันไม่มีลายให้ดูเหมือนอย่างเสือ เป็นต้น จะดูผิวก็ไม่ได้ว่า ผิวขาวจะดีกว่าผิวดำ ? มันแยกไม่ได้ ยิ่งความคิดของคนก็ยิ่งจะดูกันไม่ได้เลย แต่เราก็จะดูได้ที่คำพูด และการกระทำของเขา ถ้าใครพูดดีและทำดีด้วย เราก็ให้เชื่อไว้ครึ่งหนึ่งก่อนว่าจะเป็นคนดี

ที่ไม่แนะนำให้เชื่อหมดหัวใจ ก็เพราะว่าคนเรามันมีมายามาก คนที่พูดดีอาจคิดและทำไม่ดีก็ได้ ทำดีอาจคิดไม่ดีก็ได้ เช่น ปากบอกว่ารัก เคารพ และนับถือ แต่ภายในใจจริง ๆ อาจจะเกลียดจนเข้ากระดูกดำ ไม่มีความเคารพและไม่นับถือเลยก็ได้ เป็นต้น

แต่ชาวพุทธเราก็ยังนับว่ามีโชคดี ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงเพื่อนแท้และเพื่อนเทียม (สิงคาลกสูตร ๑๑/๑๖๘) ไว้ให้ดู ดังนี้

เพื่อนเทียม ๔ (หรือศัตรูผู้มาในร่างของมิตร)

๑. เพื่อนปอกลอก ๔ คือ คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว, ยอมเสียน้อย โดยหวังจะเอาให้มาก, ตัวมีภัย จึงมาช่วยทำกิจของเพื่อน, คบเพื่อน เพราะเห็นแก่ประโยชน์ตน

๒. เพื่อนดีแต่พูด ๔ คือ ยกเอาของที่หมดแล้วมาพูด, อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาพูด, สงเคราะห์ในสิ่งที่ไร้ประโยชน์, เมื่อเพื่อนมีกิจ ก็อ้างแต่เหตุขัดข้อง

๓. เพื่อนหัวประจบ ๔ คือ จะทำชั่วก็คล้อยตาม, จะทำดีก็คล้อยตาม, ต่อหน้าสรรเสริญ, อยู่ลับหลังนินทา

๔. เพื่อนชวนให้ฉิบหาย ๔ คือ คอยเป็นเพื่อนดื่มน้ำเมา, คอยเป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืน, คอยเป็นเพื่อนเที่ยวดูการเล่น, คอยเป็นเพื่อนไปเล่นการพนัน

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:04:49 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )


  สลักธรรม 5





พระพุทธองค์ทรงแนะให้ดูลายของคน ที่แสดงออกมาในรูป และแบบต่าง ๆ กัน แม้ว่าจะแสดงออกมาในข้อใดข้อหนึ่ง ก็จัดว่าเป็นเพื่อนเทียมได้ คำพังเพยจึงมีอยู่ว่า ยามทุกข์จะเห็นใจมิตร ยามข้าศึกประชิด จะเห็นใจทหาร

นั่นก็หมายความว่า ในยามปกติไม่มีกิจธุระ เพื่อนก็ไม่มีความจำเป็น แต่เมื่อมีความทุกข์เกิดขึ้น จึงจะตัดสินได้ว่า ใครจะเป็นมิตรเทียมหรือมิตรแท้ของเรา ทหารก็เช่นเดียวกัน เมื่อปลอดจากข้าศึกศัตรู ทหารก็เกือบจะไร้ค่า แต่พอมีข้าศึกมา ทหารก็เป็นขวัญใจของประชาชน ต่อไปก็เป็นการดูลายของเพื่อนแท้

เพื่อนแท้ ๔ (เพื่อนที่จริงใจต่อกัน)

๑. เพื่อนอุปการะ ๔ คือ เพื่อนประมาท ช่วยรักษาเพื่อน, เพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน, เมื่อมีภัย เป็นที่พึ่งพำนักได้, เมื่อมีกิจจำเป็น ออกทรัพย์ให้มากกว่าที่ออกปาก

๒. เพื่อนร่วมสุขร่วมทุกข์ ๔ คือ บอกความลับแก่เพื่อน, รักษาความลับของเพื่อน, มีภัยอันตรายก็ไม่ละทิ้ง, แม้ชีวิตก็สละให้ได้

๓. เพื่อนแนะนำประโยชน์ ๔ คือ จะทำชั่วเสียหาย คอยห้ามปรามไว้, แนะนำสนับสนุนให้ตั้งอยู่ในความดี, ให้ได้ฟังได้รู้ ในสิ่งที่ไม่เคยได้รู้ได้ฟัง, บอกทางสุข ทางสวรรค์ให้

๔. เพื่อนมีใจรัก ๔ คือ เพื่อนมีทุกข์ ก็พลายไม่สบายใจด้วย, เพื่อนมีสุข ก็พลอยแช่มชื่นยินดีด้วย, เขาติเตียนเพื่อน ช่วยยับยั้งแก้ให้, เขาสรรเสริญเพื่อน ช่วยพูดเสริมสนับสนุน

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:05:05 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )


  สลักธรรม 6






เมื่อเรามีเพื่อนแท้ และมีเพื่อนที่ดีอย่างนี้แล้ว เราก็จำเป็นที่จะต้องผูกน้ำใจของเพื่อนไว้ให้ดี ด้วยการแสดงตนเป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อนด้วยการสนองกลับต่อเพื่อน ดังที่เพื่อนแสดงมาแล้ว ก็ควรที่จะผูกน้ำใจของเพื่อน ด้วยธรรม อีก ๒ หมวด ดังนี้

หมวดที่ ๑ มี ๕ ข้อ คือ เผื่อแผ่แบ่งปัน พูดจามีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีตนเสมอร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย ซื่อสัตย์และจริงใจ

หมวดที่ ๒ มี ๕ ข้อ คือ เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาป้องกัน เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน ในคราวมีภัย เป็นที่พึ่งพิงได้ ไม่ละทิ้งในยามทุกข์ยาก นับถือตลอดถึงวงศ์ญาติของเพื่อน.

ที่มา หนังสือสู่ความสุข โดย ธรรมรักษา

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:05:21 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )


  สลักธรรม 7





คบบัณฑิต


ปณฺฑิตานญจ เสวนา ความว่า การที่คบหาสมาคม ไปมาหาสู่นักปราชญ์ชาติกวี จัดเป็นมงคลความเจริญสุขสวัสดิ์ทั้งชาตินี้และชาติหน้า ด้วยนักปราชญ์ชาติเมธา ย่อมแสวงหาประโยชน์ ๒ ประการ คือประโยชน์ชาตินี้และประโยชน์ชาติหน้า ผู้ใดไปคบหาแล้วย่อมจะชักพาให้ทำดี คือทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น และให้ประพฤติตนอยู่ในสุจริตทั้ง ๓ คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑ มโนสุจริต ๑

กายสุจริตมี ๓ คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ๑ ไม่ลักทรัพย์ ๑ ไม่ล่วงประเวณีในสตรีที่เขาหวง ๑

วจีสุจริตมี ๔ คือ ไม่พูดปดผู้อื่น ๑ ไม่พูดส่อเสียดยุยงผู้อื่น ๑ ไม่พูดหยาบด่าชาติเป็นต้น ๑ ไม่พูดจาคำที่ไม่มีประโยชน์ ๑

มโนสุจริตมี ๓ คือ ไม่โลภคิดลักของผู้อื่น ๑ ไม่พยาบาทอาฆาตผูกเวร ๑ ไม่เห็นผิดจากพุทธศาสนา ๑

ความว่านักปราชญ์นั้นเปรียบเหมือนของที่มีกลิ่นหอม ถ้าบุคคลใดคบหาก็พาให้มีกลิ่นหอมฟุ้งไป คือความประพฤติกาย วาจา ใจ เป็นสุจริต คนพาลนั้นเปรียบเหมือนของมีกลิ่นเหม็น ถ้าผู้ใดคบหาก็พาให้เหม็นด้วยความประพฤติชั่วทางกาย วาจา จิต การทุจริตย่อมเนื่องมาแต่คนพาล

คนคบนักปราชญ์ผู้มีปัญญาที่รู้บาปบุญคุณโทษ ประโยชน์ชาตินี้ชาติหน้า จะนำมาซึ่งการกุศล มีทานศีลภาวนา เป็นต้น จะยกตนให้พ้นจากทุกข์ในอบาย ๑ คนคบนักปราชญ์ชาติเมธา จะมีปัญญาและแกล้วกล้าในท่ามกลางบริษัท จะไม่โศกเศร้าโทมนัสขัดข้องในสันดาน จะเป็นผู้แสวงหาทางสวรรค์ทางพระนิพพานในเบื้องหน้า

จะนั่งนอนยืนเดินเป็นสุขหาโทษมิได้ จะไม่มีความเดือดเนื้อร้อนใจในโลกนี้และโลกหน้า จะรักษาซึ่งทรัพย์และบุตรภรรยาคณาญาติ ด้วยอานิสงส์ ที่คบนักปราชญ์ชาติกวี จะมีความเจริญสุขสวัสดิ์นิราศภัย เมื่อจะแตกดับขันธ์ทั้ง ๕ ไป ก็จะได้สุคติในฉกามา ดังรับประทานวิสัชนามาด้วยประการฉะนี้.

ที่มา มงคลสูตรแปลโดยพิสดาร ของ พระครูศิริปัญญามุนี (อ่อน)

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:06:07 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )


  สลักธรรม 8





คบบัณฑิต


บัณฑิต คือ คนที่มีจิตใจผ่องใสอยู่เป็นปกติวิสัย ทำให้มีความเห็นถูก ยึดค่านิยมที่ถูกต้อง สามารถดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา สรุปได้ว่ามีลักษณะ ๓ คือ เป็นผู้รู้ดี เป็นผู้รู้ถูก เป็นผู้รู้ชอบ

เป็นผู้รู้ดี หมายถึง รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว ไม่ใช่รู้อย่างที่เราเป็นกันอยู่นี้ เช่น รู้ดีเรื่องเขา อย่างนี้ไม่ได้

เป็นผู้รู้ถูก หมายถึง รู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด

เป็นผู้รู้ชอบ หมายถึง รู้ว่าอะไรเป็นบุญ อะไรเป็นบาป

บัณฑิตอาจจะเป็นใครก็ได้ เช่น เป็นผู้อ่านหนังสือไม่ออกอย่างชาวไร่ชาวนาก็ได้ อาจจะเป็นผู้มีการศึกษาสูงก็ได้ อาจจะเป็นญาติของเราก็ได้ ผู้นั้นจะมีจิตใจผ่องใสและดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา คือ เป็นคนดี อันนี้ยังไม่ให้คำจำกัดความว่าเป็นเราก็ได้ ยังไม่ให้นะลูก หรือใครจะใส่ให้เป็นเราแต่พ่อยังไม่ให้ เพราะคำนี้พระพุทธองค์ยังไม่บอกว่าเป็นเราก็ได้

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:06:26 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )


  สลักธรรม 9





วิธีสังเกตบัณฑิตมีลักษณะ ๕ อย่าง คือ

๑. บัณฑิตชอบชักนำไปในทางที่ถูก เช่น ชักนำให้เลิกดื่มเหล้า เลิกการพนัน และให้รักษาศีล แนะนำให้หากินในทางสุจริต

๒. บัณฑิตชอบทำแต่สิ่งที่เป็นธุระของตน ตรงกันข้ามกับคนพาล ไม่เกะกะเกเรใคร ไม่ก้าวก่ายหน้าที่การงานคนอื่น ไม่ก้าวก่ายชีวิตคนอื่น

๓. บัณฑิตทำแต่สิ่งที่ถูกที่ควร เช่น ชอบสนทนาธรรม เกลียดการนินทาว่าร้าย ชอบบำเพ็ญตนเองให้เป็นประโยชน์

๔. บัณฑิตเมื่อถูกว่ากล่าวตักเตือนย่อมไม่โกรธ แต่เห็นว่าผู้ที่ตักเตือนคือผู้ที่ชี้ขุมทรัพย์ให้

๕. บัณฑิตย่อมรับรู้ระเบียบวินัยทุกสถานที่ที่ก้าวไป ไม่ใช่เฉพาะที่บ้าน ปฏิบัติตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่ถืออภิสิทธิ์

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:06:44 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )


  สลักธรรม 10





อานิสงส์ของการคบบัณฑิต มี ๙ ประการคือ

๑. ทำให้มีจิตใจผ่องใส สามารถทำความดีตามไปด้วยได้ (ตามไปในชาติหน้าได้)

๒. ทำให้ได้ปัญญาเพิ่มขึ้น ทำให้เป็นคนหนักแน่นและมีเหตุมีผล

๓. ทำให้มีความเห็นถูก เป็นสัมมาทิฏฐิ

๔. ทำให้ไม่ต้องเศร้าโศกเดือดร้อนเพราะทำผิด

๕. ทำให้เป็นที่ยกย่องสรรเสริญของคนทั่วไป

๖. ทำให้มีความสุขปลอดภัยจากอุปสรรคภัยพาลต่างๆ

๗. ทำให้มีความเจริญก้าวหน้า และการเจริญก้าวหน้านั้นสามารถตั้งตัวเองได้เร็วด้วย

๘. ทำให้ชีวิตเมื่อตายไปแล้วได้เข้าสู่สุคติภูมิไปเกิดเป็นเทวดาได้

๙. ทำให้บรรลุมรรคญาณ ผลญาณได้โดยง่าย

ที่มา ธรรมะบรรยายเรื่องมงคลชีวิต โดย หลวงพ่อเสือ

โดย TaRa [14 ม.ค. 2556 , 14:07:13 น.] ( IP = 182.52.201.18 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org