มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปัญญาคือะไร?




เรื่องปัญญาคือะไร?
เป็นหนังสือที่ท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร
ท่านได้เขียนไว้ เมื่อปี พ .ศ. 2511 ครับ


พี่เณรเห็นว่า เป็นหนังสือที่มีประโยชน์มากจริงๆครับ เลยนำมาพิมพ์เพื่อถ่ายทอดประโยชน์นี้สู่ท่านผู้เข้ามาอ่าน ด้วยความปรารถนาดียิ่งครับ

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [17 ม.ค. 2556 , 15:07:07 น.] ( IP = 58.9.202.127 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



คำว่าปํญญานั้น เป็นคำหนึ่งที่กล่าวได้ว่า มีความยุ่งยากที่จะทำเข้าใจทั้งเป็นความลำบากอย่างยิ่งในความตีความ และเป็นข้อถกเถียงกันมาทุกยุคทุกสมัย ว่าคืออะไร...

เพราะชาวโลกส่วนใหญ่มีความเข้าใจเรื่องของปัญญาไม่ตรงกัน คนทั้งหลายมีความเข้าใจว่าวิชาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิชาอะไร เช่น วิชาแพทย์ วิชากฎหมาย วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาจิตวิทยา วิชาการเมือ ง การทหารเรือ เศรษฐกิจ และวิชาอะไรต่อวิชาอะไรสารพัด ที่เราศึกษาเล่าเรียนกันเหล่านี้ ผู้ใดเรียนรู้ก็ได้ชื่อว่ามี ปัญญา ทั้งนั้น

หรือบุคคลโดยมากยึดถือว่า ผู้ใดมีความฉลาด มี ความสามารถในการคิด ในการประดิษฐ์ หรือในการทำมาหากิน ก็เรียกว่า มีปัญญา แม้ ในการกระทำที่เป็นทุจริต มีการคดโกงหลอกลวง ทำเล่ห์เพทุบายอัมแยบยล เพื่อจะได้ผลประโยชน์อันเกิดขึ้นกับตนทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็ถือว่า ผู้นั้นมีปัญญาเหมือนกันเราชอบพูดกันอย่างนั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [17 ม.ค. 2556 , 15:08:22 น.] ( IP = 58.9.202.127 : : )


  สลักธรรม 2



บางทีบางท่านมีความเข้าใจว่า ผู้ใดเอาตัวรอดใด้จากความอยากจนเอาตัวรอดพ้นไปได้จากภัยพิบัตินานาประการ แล้ว บุคคลนั้น ก็ชื่อว่า เป็นผู้มีปัญญาด้วย เหตุนี้เอง ท่านทั้งหลายก็จะเห็นว่า ปัญญานั้น ชาวโลก พากันคิดไปคนละอย่างสองอย่าง เข้าใจไปคนละทางสองทาง ดังนั้น จึงไม่อาจจะตัดสินลงไปได้ว่า.. ปัญญา คืออะไรแน่

แม้แต่การกระทำที่ดีที่สุจริตก็ตาม บางคนยังคิดเลยไปว่า ผู้ที่มีความสามารถคดโกงได้มากๆเป็นผู้ที่มีปัญญาดีเสียอีก เพราะโกงคนอื่นเข้าคนอื่นเข้าแล้วมีความสามารถจนจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน ดังนี้เป็นตน

ถ้าหากว่าเรามิได้พิจารณาโดยอาศัยสภาวะ โดยยกองค์ธรรมขึ้นมาวางเป็นหลักฐานแล้วก็อาจทำความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ที่เป็นพุทธศาสนิกชนเป็นอันมาก เพราะไม่ทราบว่าความชั่ว หรือความดี หรือชั่วชั้นใด ดีชั้นไหน จึงจะได้ชื่อว่า มีปัญญา หรือว่าปัญญานั้น จะต้องรู้ในเรื่องอะไรบ้าง แล้วคำว่าก็คงยกขึ้นมาถกเถียงกันไม่จบสิ้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [17 ม.ค. 2556 , 15:09:22 น.] ( IP = 58.9.202.127 : : )


  สลักธรรม 3



เมื่อผมจะเอาเรื่องปัญญามาแสดงในวันนี้ ผมก็จำเป็นจะต้องวางหลักธรรมให้รัดคุม โดยมาแสดงในวันนี้ ยกกฎเกณฑ์จากในสภาวธรรมเอามาตั้ง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงให้แน่นอนว่า ปัญญาในพระพุทธศาสนานั้นหมายถึงอะไร

และท่านจะบังเกิดความสามารถตัดสินได้ด้วยตนเองว่า.. ปัญญา ตามสามัญสำนึกของบุคคล ทั่วไปดังที่ได้กล่าวมาแล้ว นั้น ได้ชื่อว่า เป็นปัญญาหรือเปล่า

ในวันนี้ผมคิดว่า ได้นำเอาเรื่องที่สำคัญ ที่สุดเรื่องที่เป็น ประโยชน์แก่ชีวิตมากที่สุด เอามาเสนอต่อท่าน เพื่อให้ท่านนักศึกษาไม่ต้องกังวลเลยในเรื่องนี้ ใครพูดคำว่าปัญญาออกมาคำเดียว ก็สามารถ ตัดสินใจได้ทันที่ว่าใช่ปัญญาตามหลักการในพระพุทธศาสนาหรือไม่ เป็นปัญญาชนิดไหนก่อนอื่น

ผมขอทำความเข้าใจกับท่านนักศึกษาเสียก่อนว่าที่พูดว่าปัญญานั้น หมายถึงปัญญาที่เป็นสภาวธรรม อันเป็นความจริงแท้ที่เกี่ยวกับเรื่องของชีวิตจากในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่ปัญญาที่บันดาชาวโลกทั้งหลาย ผู้ซึ่งเอาว่า ปัญญา ที่เป็นภาษาบาลีนี้ไปใช้ในที่ทั่วไป แล้วไปกำหนดกฎเกณฑ์ เสียใหม่ว่า ความรู้อย่างนั้น การกระทำอย่างนี้เป็น ปัญญา

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [17 ม.ค. 2556 , 15:10:47 น.] ( IP = 58.9.202.127 : : )


  สลักธรรม 4



ผมขอเรียนกับท่านนักศึกษาซ้ำอีกว่า... ปัญญาที่ผมจะกล่าวถึงต่อไป นี้ มีขอบเขตอยู่ภายใต้กฎข้อบังคับ อันหมายถึงองค์ หรือหลักใน สภาวธรรม ไม่ใช่ปัญญา ที่ชาวโลกพากันพูดพากันเข้าใจ ปัญญา นั้น หมายถึง การรู้ในความจริงของชีวิต นั่นเอง ( ไม่ใช่ชีวิตในทางโลก) ปัญญาได้แก่ความรู้ในความจริงแท้แน่นอน ไม่ผันแปร ไม่เปลี่ยนแปลงในเรื่อง ของชีวิต

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [17 ม.ค. 2556 , 15:12:18 น.] ( IP = 58.9.202.127 : : )


  สลักธรรม 5



ปัญญาได้แก่ความรู้แจ้งในสภาวธรรม หรือรู้แจ้ง ในเรื่องของชีวิตเป็นลักษณะ
ปัญญาจะเกิดขึ้นได้ ต้องมี สมาธิ เป็นบาท เป็นเหตุใกล้
ถ้าสมาธิไม่มี ปัญญาที่เกิดมาไม่ได้
และอำนาจของปัญญานั้น มีการจำกัดความมืดมน มีความสามารถทำลายโมหะ หรือทำลายอวิชชาได้
ผลที่ปรากฏเกิดขึ้นต้องไม่มีความหลงใหล ไม่มีอวิชชาเข้าไปแทรกแซง

ปัญญานั้นแบ่งออกไปเป็น ๒ฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งเรียกว่าโลกีย์หรือปัญญาที่เป็นโลกีย์
กับอีกฝ่ายหนึ่งเรียกว่า โลกุตระปัญญาหรือปัญญาที่เป็นฝ่ายโลกุตระ
ปัญญามีอยู่เท่านั้น จะมีมากกว่านี้ไม่ได้




วันนี้พี่เณรพาท่านมาถึง..คำว่าปัญญาแล้วนะครับ แล้วพรุ่งนี้คอยติดตามนะครับว่า ปัญญาทั้ง ๒ นั้นต่างกันอย่างไร..สวัสดีครับผม

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [17 ม.ค. 2556 , 15:14:22 น.] ( IP = 58.9.202.127 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org