มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วันแห่งความรัก









วันแห่งความรัก


วันนี้พวกเราได้มารวมกันเพื่อสร้างสรรค์ความดี ซึ่งในวันนี้จริง ๆ แล้วตามสากลสมัย เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นวันมงคล และวันนี้ก็ตรงกับแห่งความรักของชาวตะวันตกอีกด้วย ซึ่งวันนี้ชาวโลกส่วนมากได้เที่ยวเตร่เฮฮาและโดยเฉพาะพวกวัยรุ่นผู้วุ่นอยู่กับความรัก แต่พวกเราได้มาสร้างสรรค์ความดีก็เป็นความรักอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงประกาศไว้ในพระโอวาทปาฏิโมกข์ คือวันมาฆบูชา ที่จะเวียนมาถึงเป็นวันแห่งความรักของพระบรมศาสดาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์ทรงรักชาวโลกเป็นอย่างมาก

ทำไมถึงบอกว่าพระพุทธเจ้าทรงรักชาวโลกอย่างมาก? ก็เพราะว่าพระองค์ทรงแลกชีวิตของพระองค์ถึง ๔ อสงไขยกับหนึ่งแสนมหากัปที่จะสร้างบารมีธรรมคือความชนะกิเลส ทุกคนมีกิเลสด้วยกันทั้งสิ้น คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง แต่พระองค์เพียรบำเพ็ญเพื่อชนะใจตนเอง คือ ชนะความโลภ ชนะความโกรธ ชนะความหลง ซึ่งเรียกว่า บารมี

คำว่า “บารมี” คืออำนาจที่เหนือกิเลส พระองค์ใช้ชีวิตแต่ละชาติๆ เพื่อจะเอาชนะกิเลส เมื่อเอาชนะกิเลสแล้วยังไม่พอ ยังสะสมความรู้จนพระองค์นั้นได้ตรัสรู้ความรู้ยิ่ง เมื่อพระองค์ตรัสรู้ความรู้ยิ่งก็คือ ทางที่ทำให้คนนั้นหลุดพ้นจากความทุกข์ แล้วทรงประกาศพระธรรมความรู้นั้นให้แก่เวไนยสัตว์ นี่แหละคือความรัก เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ เป็นความรักที่ประกอบไปด้วยความปรารถนาดีจากพระราชหฤทัย

ก็จะเห็นได้ว่า ในเดือนนี้สำหรับเราชาวพุทธแล้ว ถ้าจะพูดถึงความรักก็ควรน้อมรำลึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วเราก็ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ท่าน คือการรับความรักนั้นมาปฏิบัติที่ตนผลก็คือสร้างสมความดี

ความรักคือความอดทนปนกรุณา ไม่นินทา ไม่พะวง ไม่สงสัย ก็ตรงกับคำว่า อนูปะวาโท อะนูปะคาโต ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร คือ ไม่นินทาไม่พะวงและไม่สงสัยว่า ทำดีได้ดีหรือทำดีไม่ได้ดีกันแน่ เพราะทำดีย่อมต้องได้ดี จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาสร้างความรักที่ยิ่งใหญ่ให้กับตัวเอง โดยใช้ชีวิตให้ถูกต้อง คือ การใช้ชีวิตให้คล่องแคล่วด้วยสติ ด้วยสัมปชัญญะ เพียรละ เพียรสร้าง และเพียรรักษา ด้วยการสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย แล้วศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติธรรมเพื่อจะนำชีวิตออกจากความทุกข์ให้สมกับพระราชประสงค์หรือพุทธเจตนาของพระพุทธเจ้าที่ทรงมอบความรักให้กับเราทุกคน ดังเพลงสมเด็จพระพุทธเจ้าที่จะเปิดให้ทุกท่านฟังกัน

โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [13 ก.พ. 2556 , 09:36:39 น.] ( IP = 58.9.181.32 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เนื้อเพลงที่บอกว่า “ด้วยรักและมั่นใจตราบชีวิตนิจนิรันดร์” นี้แต่งขึ้นมาเพื่อจะปลุกเร้าให้เราเข้าใจว่า ความรักที่ยิ่งใหญ่ ความรักที่ไม่มีประมาณ ความรักที่เต็มไปด้วยความเสียสละ ความรักที่ไม่หวังผลตอบแทน ไม่มีใครจะให้ได้นอกจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ฉะนั้น เราโชคดีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา และโชคดียิ่งกว่าที่ได้เข้าถึงธรรมบ้างที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งสอนในด้านศีล สมาธิ หรือปัญญา เมื่อเราได้เข้าใจและได้ปฏิบัติตามได้บ้าง ก็เรียกว่าเราโชคดี เพราะจะเห็นได้ว่าในบรรดาสัตว์โลกทั้งหลายเราดูแค่มนุษย์ ก็จะเห็นว่าน้อยคนนักที่จะเข้าถึงธรรมและปฏิบัติธรรม

วันนี้ชาวจีนถือว่าเป็นวันดี เป็นวันที่เที่ยว เป็นวันที่ไม่พูดกล่าวร้าย มีแต่การกล่าวคำอวยพรกัน และวันนี้ปีนี้ก็ตรงกับวันวาเลนไทน์ซึ่งเป็นวันของความรักของสากลโลก โดยเฉพาะเขตบางรักตั้งแต่เช้ามืดมีคนไปรอจดทะเบียนสมรสซึ่งเป็นประเพณีใหม่ที่ชาวโลกยอมรับ แต่ถ้าเราเข้าใจจริงๆ ในเรื่องของชีวิตแล้ว ผู้ที่มีครอบครัวและอยู่ในครอบครัวก็จะรู้ว่ากำลังวิ่งไปหาทุกข์ กำลังเอาชีวิตเข้าไปผูกผันและพันธนาการตัวเองเอาไว้จนกระทั่งมีลูก และความรับผิดชอบที่จะต้องแบกภาระนั้นมีไปตลอดจนชั่วชีวิต

ชีวิตเราก็เหมือนกันทุกคน ไม่ว่าเราจะรักเขาหรือเขารักเรา เราไม่ตายจากเขา เขาก็ตายจากเรา ดั่งที่หลวงพ่อพูดเสมอว่า พบเพ้อ เพียรผูก และพลัดพราก จะเห็นว่าความรักทางโลกเป็นความรักเพื่อหวังที่จะได้ แม้กระทั่งแม่รักลูก ก็หวังจะได้ คือ หวังให้ลูกได้ดี มีความสุข มีอนาคต คือยังมีความหวังออกไป แต่ความรักทางธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานให้ เป็นการรักที่ให้ ให้ทุกคนได้ทำที่ตัวเอง คือ รักตัวเองให้ถูกและเลิกผูกมัดตัวเองให้เป็น

รักตัวเองให้ถูก คือ ให้รู้จักว่าอะไรมีคุณค่าจริงๆ ของชีวิต ก็คือความอิสรภาพ ทุกคนต้องการอิสรภาพทั้งสิ้น “อิสรภาพ” คำนี้เป็นคำที่ไพเราะมาก มีโรคก็ไม่เป็นอิสรภาพเพราะถูกโรคเบียดเบียน มีลูกก็ไม่มีอิสรภาพ มีรถก็ไม่มีอิสรภาพเพราะต้องดูแล เป็นทาสทุกอย่างแต่เราไม่เคยรู้ เพราะเรารู้อย่างฉาบฉวยไปวันๆ หนึ่ง

โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [13 ก.พ. 2556 , 09:37:59 น.] ( IP = 58.9.181.32 : : )


  สลักธรรม 2

ฉะนั้นเพลงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แต่งขึ้น... แม้ว่าทะเลกว้าง จะมล้างมลายไป เหือดแห้งกระนั้นไซร้ ฤทัยฉันยังมั่นคง … เราต้องมั่นคงตราบชีวิตนิจนิรันดร์ คำนี้เป็นคำเจาะจงว่า เราจะต้องมั่นคงต่อเส้นทางที่จะไปสู่ความพ้นทุกข์จนไม่เกิด ได้สู่สันติภาพ

แต่เรามาถามตัวเองว่าวันนี้เรามั่นคงหรือยัง...ก็ค่อนข้างแต่ยังไม่มั่นคง เพราะว่าภาระและความรับผิดชอบพร้อมกับวิบากที่แต่ละคนทำมาในอดีตยังรกรุงรังอยู่ ทำให้เราต้องหมุนเวียนอยู่ ถึงเราอยากจะพ้นทุกข์ อยากจะมีอิสรภาพ แต่เราก็ยังอยู่ในตะราง เรายังเวียนวนอยู่ในตะราง เข้าๆ ออกๆ เช่น ในอาทิตย์เราก็ออกมาแล้ว ออกมาศึกษาธรรมปฏิบัติธรรม มารับฟังเรื่องดี แค่ชั่วระยะหนึ่ง แล้วเราก็ต้องกลับเข้าวิบากเดิมคือคุก

ตะรางชีวิตนั้นน่ากลัว เราไม่ได้รับอิสรภาพอย่างถาวร ผู้ที่ได้รับอิสรภาพอย่างถาวร คือผู้ไม่เกิด ถ้าตั้งคำถามว่าทำไมเรายังเกิด ก็เพราะว่าเรายังมีกิเลส ฉะนั้น เราจึงต้องสร้างบารมี พระพุทธองค์แลกชีวิตด้วยการสร้างบารมีเพื่อมอบความรักให้กับพวกเรา ...ความรักคือการให้ ไม่ใช่การรับ

ถ้าจะดูว่าเรามีบารมีมากหรือยังก็ให้ดูที่ (บารมี คืออำนาจเหนือกิเลส) ผู้ที่มีอำนาจเหนือกิเลส จะมีโลภโกรธและหลงน้อย ผู้ที่มีบารมีก็จะมีทานศีลและภาวนามาบ้าง เราดูเท่านั้นแล้วมาเทียบกับตัวเรา ทุกวันนี้เรามีเงินเหลือใช้บ้างไหม? .. ให้ตอบในใจ ถ้าตอบแล้วก็กลับไปมองที่บารมีของเราในอดีต เราเหนือกิเลสไหม? พร้อมจะให้ไหม? มีโอกาสให้ได้มากไหม? เราขาดตกบกพร่อง เราขาดสนบ่อยไหม? เรายังมีไม่มาก เพราะอดีตชาติเราไม่เหนือกิเลส ปัจจุบันชาติเราจึงมีน้อย จึงเป็นคำตอบว่าเรายังสร้างบารมีไม่พอ บารมีเก่าก็มีน้อยและบารมีใหม่ก็ยังไม่พอ

ฉะนั้น เราต้องสู้วิบากและต้องสร้างบารมี เราต้องสู้กับวิบากด้วยการยอมรับ และสู้ทำความดีสร้างบารมีไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้หลุดพ้นไปแต่ละเปลาะ ถึงชะตากรรมเราเป็นอย่างนี้แต่เราก็สามารถพลิกชะตากรรมของเราได้ อย่าเพียงแค่ยอมรับ แต่ต้องยอมออกจากชะตากรรมเก่าๆ ด้วย เรารู้ว่าชาตินี้เราเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่ทำบารมีต่อแล้วชาติหน้าเรายังเป็นแบบนี้อยู่บนภายใต้ความวิบัติมากขึ้น มันก็พร้อมจะดึงเราต่ำลง ชีวิตก็จะตกต่ำลง

โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [13 ก.พ. 2556 , 09:39:22 น.] ( IP = 58.9.181.32 : : )


  สลักธรรม 3

เราจึงต้องมีทุ่นชีวิต คือ มีทุนนั่นเอง ทุนที่มีความศรัทธา จริงๆ แล้วเราลืมตายกัน คนในโลกลืมตาย เพราะยังวิ่งหาลาภยศสรรเสริญสุข และฟาดฟันกันเพื่อลาภยศสรรเสริญสุข โดยลืมคิดไปว่า เมื่อมีลาภ-ก็เสื่อมลาภ เมื่อมียศ-ก็เสื่อมยศ เมื่อมีสุข-ก็มีทุกข์ เมื่อมีสรรเสริญ-ก็มีนินทา ซึ่งเป็นโลกธรรม

เราจงรักตัวเองให้เป็น พยายามนึกถึงความจริงคือธรรมะ ยิ่งผู้ที่ศึกษาพระอภิธรรม เรียนปริจเฉทต่างๆ เราเรียนเรื่องจิต จิตคือธรรมชาติที่รู้อารมณ์ จิต ๘๙ หรือ ๑๒๑ และจิตไม่ได้เกิดตามลำพังแต่มีเจตสิกประกอบด้วย ทำให้บุคคลมีอารมณ์ที่สนองวิบากและสร้างความรู้สึกและกระทำออกไปแตกต่างกัน เพราะเจตสิกที่เข้ามาปรุงแต่ง และเราเรียนเรื่องรูป ๒๘ กระจายชีวิตออกมา ปริจเฉทที่ ๗ จะเรียนเรื่ององค์ธรรมต่างๆ ปริจเฉทที่ ๘ เรียนปฏิจจสมุปบาท เราจะเห็นสายโซ่ที่คล้องไว้รัดตึงไว้ เมื่อเห็นสายโซ่ของชีวิตก็เรียนเรื่องปัจจัย ว่าสายโซ่มันจะปัจจัยที่ทำให้คล้องกันได้อย่างไร สิ่งที่เราเรียกว่าชีวิตมันกระจายแตกออกไปหมด เล็กลงๆ มันไม่น่ายึด

การเรียนธรรมะที่ถูกต้องและเอามาเป็นประโยชน์ต่อชีวิต ยิ่งเรียนเรายิ่งรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นๆ ธรรมเหล่านั้นๆ ไม่ได้มีสาระเลย ไม่ใช่คนไม่ใช่สัตว์จริงๆ มันเป็นธรรมชาติที่มาทำงานร่วมกันด้วยเหตุด้วยปัจจัย ยิ่งเรียนตัวเรายิ่งเล็กลง อัตตาต้องน้อยลง ทำให้เราเป็นคนมีน้ำหนักเปรียบเสมือนรวงข้าวที่น้อมถ่วงลง ยิ่งอ่อมน้อมถ่อมตน ยิ่งควรแก่การงานที่ดี ถ้าเรียนแล้วยิ่งมีมานะ มีทิฏฐิ นั่นเป็นการเรียนที่ผิดซึ่งเคยได้ยินผู้ใหญ่กล่าวไว้ว่า นั่นเป็นการจับงูข้างหางที่จะแว้งฉกเราได้

และการอยู่ร่วมกันก็ให้อยู่กันฉันพี่น้อง รักกันด้วยเมตตา เราเป็นลูกพระพุทธเจ้า เราจะรักใคร เกลียดใคร ไม่ชอบใคร ให้ตั้งคำถามว่าเราเป็นลูกพระพุทธเจ้าใช่ไหม? ถามว่าตนเองยังมีความรักเกลียดชอบชังหรือไม่? คำตอบคือ มีแต่เป็นขณะๆ แต่ไม่เคยเกลียดหรือไม่ชอบใครถาวร แต่รักค่อนข้างถาวร เพราะรู้สึกว่าทุกคนเป็นญาติ เป็นพี่น้อง เป็นลูกพ่อเดียวกัน และมีความรู้สึกจริงๆ ว่าทุกคนลำบาก แต่เบื่อรำคาญมีบ้าง แต่ก็พยายามนึกว่า เราเป็นลูกพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าไม่มีนิสัยแบบเราเลย พระพุทธเจ้าเมตตาตลอด หวังดีตลอด เมื่อนึกแล้วความรู้สึกไม่ดีๆ ก็หาย และพยายามทำแบบพระพุทธเจ้าเพราะเราเป็นลูก จึงไม่มีอคติโดดเด่นกับใครเลย เมื่อพูดกับใครก็จะให้เต็มที่ พร้อมช่วยจริงๆ

โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [13 ก.พ. 2556 , 09:40:42 น.] ( IP = 58.9.181.32 : : )


  สลักธรรม 4

บางครั้งเห็นความประพฤติของน้องๆ จึงอยากจะเตือนว่าในเดือนแห่งความรัก กลับมารักกันเถอะ กลับมาหวังดีกันเถอะ อย่านิทานอีสปเรื่องหนูกับราชสีห์ หนูตัวนั้นอาจจะช่วยราชสีห์ได้ หนูตัวนั้น ที่เราอาจคิดว่าเขาไม่มีส่วนอะไรกับเรา เราไม่ได้สนใจเขา เขาไม่ได้สนใจเรา ชีวิตต่างคนต่างอยู่ หนูตัวนั้นอาจจะช่วยราชสีห์ได้ ก็ขอยกตัวอย่างในห้องนี้ ทุกคนน่ารักหมด แต่จะยกหนูตัวหนึ่งขึ้นมาให้เช่น น้องฟู...สุธาดาเป็นหนูตัวนั้นที่อาจจะช่วยใครก็ได้ ช่วยได้ทุกคนในยามที่เราติดขัด

เราเป็นลูกพระพุทธเจ้า เราต้องมอบความรัก ไม่ต้องถึงกับไปบอกรัก แต่เมตตากัน ยินดีต่อกัน ส่งเสริมกัน ยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายกัน โลกมันกว้าง แต่ชีวิตของความดีมันแคบ ฉะนั้น บ้านเราหลังนี้ ที่ดินไม่มากถ้าเทียบกับโลก แต่แค่นี้เรายังเดินไม่ทั่วเลย ฉะนั้น ทักทายกัน หวังดีต่อกัน เมตตากัน มีอะไรช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มองกันในด้านดี มีไมตรีจิต และอยู่กับใครได้ จะเด็กก็อยู่ได้ ผู้ใหญ่เราก็อยู่ดี จะขาวเราก็ยินดี จะดำเราก็ดูดี ฉะนั้น มองดีให้หมด ชีวิตเราดีแน่ๆ

นี่แหละความรักที่อยากจะให้ทุกคน เพราะความรักคือ ความอดทนปนกรุณาอดทนกับอารมณ์ของตนเอง และกรุณาต่อผู้อื่น ไม่นินทาไม่พะวงไม่สงสัย ไม่เย่อหยิ่งไม่ยโสโอหังกับใคร มีแต่ใจด้วยรักและภักดี

ขอให้น้องๆ และทุกท่านที่มาจงมีความสุข สุขด้วยรัก สุขด้วยความสงบ เพราะสุขด้วยรักที่เมตตาเป็นสุขที่ถาวร สุขด้วยความสงบเป็นสุขที่มีคุณภาพ ก็ขออวยพรในวันตรุษจีนว่า ให้ทุกคนมีความสุข ความสงบ ประสบแต่เรื่องดี ขออวยพรในวันวาเลนไทน์ว่า ขออัญเชิญความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า ขออัญเชิญบารมีธรรมของท่านมาคุ้มครองรักษา ขออัญเชิญความรักของหลวงพ่อเสือที่มีเมตตามาสม่ำเสมอโปรยน้ำทิพย์มาชโลมใจให้คลายเศร้าหมองและมองชีวิตได้ถูกต้อง ให้มีทางดำรงชีวิตที่ดี ร่มเย็นและเป็นสุขทุกคน สวัสดีค่ะ



ขอขอบคุณคุณฟู คุณเซิ่นและน้องนวลที่ช่วยถอดเทป ...สาธุ

โดย น้องกิ้ฟ..นำมาฝาก [13 ก.พ. 2556 , 09:43:13 น.] ( IP = 58.9.181.32 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org