มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความสงสัยจะหมดไปถ้าเข้าใจธรรมะ









ความสงสัยจะหมดไปถ้าเข้าใจธรรมะ
โดย หลวงพ่อเสือ


เวลาจะมีค่าเวลานั้นย่อมต้องประกอบด้วยปัญญา การทำอะไรที่ขึ้นต้นแล้วจบลงตัวไม่ได้ การสรรหาอะไรที่ไม่สามารถนำความเต็มอิ่มมาให้แก่ชีวิตได้ สิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องไร้สาระไร้แก่นสารสิ้นเชิง เวลาที่ผ่านไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี หมุนแล้วหมุนเวียนเปลี่ยนไปไม่มั่นคง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พกเอาความไม่มั่นคงให้กับชีวิต ทำให้ชีวิตนั้นอ่อนแอ ทำให้ชีวิตนั้นท้อแท้ ทำให้ชีวิตนั้นท้อถอย ในสิ่งที่ไร้สาระ ไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น ดังนั้นจงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด แล้วหยุดแค่นั้น และควรทำหน้าที่ที่ชอบธรรม เพราะว่าเวลาของเรานั้นผ่านมาล่วงเลยกันมามากๆแล้ว แต่เรามีอะไรบ้างในโลกมนุษย์

มนุสสภูมิ เป็นภูมิที่มีเวลาน้อยมาก ถ้านับเวลาแล้วเราอยู่กันไม่กี่ปี อายุขัยของมนุษย์มีแค่ ๗๕ ปี แล้วก็ต้องตาย อายุยืนไปจาก ๗๕ ก็เรียกว่ามีวิบากดีส่งผล อดีตไม่ได้เคยฆ่าสัตว์ ไม่ได้ทำร้ายสัตว์อื่นให้มีความเจ็บป่วยและทรมาน และไม่ได้ประหัตประหารชีวิตใครมาก ชีวิตจึงยังอยู่ได้เกินขัยอายุ

มนุษย์นั้นมีเวลาน้อยมาก แต่มีเรื่องมาก

เรื่องมาก หมายถึงอะไร? หมายถึง มีเวลาที่จะอยู่ดูแลชีวิตนั้นไม่นาน แล้วก็ต้องเจอความตาย แต่เรื่องมีมากมายมหาศาล จากเรื่องโน้นไปเรื่องนี้ จากเรื่องนี้ไปเรื่องนั้น

เพราะอะไร? เพราะมนุษย์ตกอยู่ในความวิปลาส อยู่ในความอุปทาน อันยึดมั่นถือมั่นว่านี่คือของฉัน นี่คือตัวฉัน สิ่งนี้ก็ของฉัน

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [14 ก.พ. 2556 , 13:07:19 น.] ( IP = 182.52.202.140 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11


๒. วิกขัมภนปหาน เป็นการประหาณกิเลสที่ลึกมากขึ้นคือ อันนี้ต้องใช้สมาธิหรือฌานกดทับเอาไว้ กิเลสชนิดนี้คือความซัดส่ายฟุ้งซ่าน จิตแส่นั่นเอง แส่ไปไม่เข้าเรื่อง ต้องมีสมาธิหรือมีฌานเป็นตัวกำหนด คือหาอารมณ์ที่บริสุทธิ์ (หมายถึงปราศจากโทษ) เช่นจะกำหนดว่าศีรษะก็กำหนดศีรษะ อย่ากำหนดว่าหัวกบาล เพราะคำว่าหัวกบาลเป็นโทษ เป็นคำที่ไม่สุภาพสร้างโทษให้แก่ผู้พูด พูดไม่เป็นมงคล วิธีกำหนดก็กำหนดศีรษะ ศีรษะ ศีรษะของตนเองก็ได้ หรือจะกำหนดกสิณต่างๆ หรือไม่ก็กำหนดพุทโธ สัมมาอะระหัง เป็นตัวสกัดกั้นความซัดส่ายฟุ้งซ่าน หมายถึงเอาสมาธิหรือเอาณานนั้นกดทับกิเลสชนิดนี้ไว้

๓. สมุจเฉทปหาน กิเลสที่หมักดองอยู่ในอนุสัยกิเลสคือความจมปรักหมักดองอันหนาแน่นของปุถุชนของเทวดา ของพรหม ของอรูปพรหม มีคล้ายคลึงกัน นั่นก็คือการยินดีติดใจในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ความยินดีติดใจในอารมณ์ของตนเองเรียกว่าภวตัณหา ความยินดีติดใจอันเกิดขึ้นจากการยึดมั่นของตนเองและเห็นผิดด้วยนั่นก็คือวิภวตัณหา ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะถูกทำลายออกไปได้ก็ต่อเมื่อสมุจเฉทปหาน ต้องใช้ปัญญาอย่างเดียวเท่านั้น แล้วปัญญาที่จะประหาณกิเลสนี้ต้องเป็นปัญญาแห่งอนาคามิมรรคจิตด้วยเพราะพระอนาคามีเท่านั้นถึงจะประหาณได้หมด แล้วเราล่ะคือใคร คือผู้ที่กำลังเดินทางเพื่อจะได้อนาคามี แล้วตรงนี้ไม่ทำไม่ได้

ฉะนั้นการมีปัญญาต้องละออกเรื่อยๆ เมื่อถึงเป็นการได้อนาคามีแล้วกิเลสชนิดเป็นอาสวะกิเลสอนุสัยกิเลสจะหมดออกไป จนกระทั่งเกิดอำนาจแห่งอรหันต์บริสุทธิ์ขึ้นมาเลย

ตอนแรกหมด พอบริสุทธิ์ก็เป็นพระอรหันต์ เป็นขั้นๆ

พระอนาคามีตัดได้หมด พอตรงมรรคผลก็เรียกว่าพระอรหันต์แล้ว

อย่าสงสัยว่าพระอนาคามีสังโยชน์ยังไม่ได้ทั้ง ๑๐ แต่ทำไมหลวงพ่อบอกว่าหมด เป็นผู้ประหาณกิเลสอาสวะอนุสัยกิเลสออกหมด เหมือนตบมือปุ๊บเจ็บทันที พอเจ็บอำนาจเป็นอีกอย่างแล้ว สถานภาพเปลี่ยนเป็นอรหันต์ทันที ผู้ที่ตบคืออนาคามี ตรงรู้สึกเจ็บคืออรหันต์เปลี่ยนสภาวะอีกอย่างแล้ว ต้องเข้าใจเหตุกับผลมาคู่กัน

ฉะนั้นสมุจเฉทปหานนั้นต้องมีปัญญาพิจารณาโดยแยบคาย และเป็นปัญญาชนิดอนาคามิมรรคจิตประหาณกิเลสหมดไปได้ แล้วลูกทั้งหลายไม่อยากมีกิเลสหมดหรือ ต่างก็พร่ำเพ้ออยากออกจากกิเลส ฉะนั้นการตั้งเจตนาออกจากกิเลสนั้นก็คือการตั้งเจตนาเป็นพระอรหันต์ไปในตัว แต่ระยะทางเท่านั้นจะถึงช้าถึงเร็วอยู่ที่ความเพียร เพียรมากได้มาก

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [14 ก.พ. 2556 , 13:10:34 น.] ( IP = 182.52.202.140 : : )


  สลักธรรม 12


เวลาที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลานั้นเป็นเรื่องที่น่าจะคิดน่าจะทำ เพราะว่าสิ่งที่ทำให้เกิดไร้ประโยชน์นั้นพ่อบอกแล้วว่าเป็นการสร้างอำนาจมิจฉาทิฏฐิให้เกิดขึ้นที่ตน แล้วผลของอกุศลกรรมบถทั้ง๑๐ นี้ เราก็ควรจะรีบละออกไปให้มากขึ้น ขอบอกตรงๆว่าทุกคนมีกิเลส แม้กระทั่งผู้ที่เรียนมาปี ๒ปี ๓ปี หรือตามเรียนมาตั้งแต่เริ่มต้นสอนยังมีอุปนิสัยที่ยังไม่น่ารัก ยังไม่ชื่นใจที่พ่อต้องการเพียงพอ เพราะว่ายังเข้าข้างตนเองมากอยู่ ยังไม่มองตนเองให้มาก เรื่องยุ่งยากมันจึงยังไม่หมดไป

ตราบใดที่ชีวิตยังมีโลภะอยู่ ชีวิตไม่มีวันสิ้นสุดไปจากโลภะได้ จงเป็นผู้ที่ครองกายวาจาใจตนได้ดีที่สุดคือไม่มีมลทินของกิเลสให้เห็น แสดงออกมาเป็นอย่างหยาบ นั่นคือหน้าที่ที่สำคัญ เพราะแค่กิเลสอย่างหยาบนะยังออกไม่ได้เลยเพราะอะไร พอดีใจปุ๊บ ตบมือ ๆๆ อาการเช่นนี้เราตัดสินอย่างยุติธรรมว่าน่ารักไหม? สุภาพไหม? เราก็ยอมรับแต่เราก็ยังทำเพราะเราไม่เคยมีสติครองใจ

พูดว่า “เฮ้ยไปไหนมา” น่ารักไหม? เปรียบกับ “คุณไปไหนมา” หรือไม่ก็เดินออกไปให้ถึงตัวห่างกันสักวา แล้วก็ “ไปไหนมาครับ/ค่ะ” ต่างกับ “ เฮ้ยไปไหนมาวะ” อย่างนี้บัญญัติ ไม่น่ารักแต่ก็อย่าทำ เพราะอะไร เพราะไม่มีสติ ขาดการคิดที่ถูกต้องว่าสมควรหรือไม่

ฉะนั้นของเล็กๆปลีกย่อยแค่นี้น่าจะศึกษา น่าจะดัดแปลงเปลี่ยนนิสียดีกว่ามองไกลเกินความจำเป็น มองตรงนี้คือความจริง กินด้วยสติ ริด้วยปัญญา หาเพื่อพ้นทุกข์ เวลากินมีสติในการกิน เวลาริมีปัญญาริสร้างสรรค์ประโยชน์ที่เกิดขึ้นที่ตนเองและส่วนรวม เป็นการทำลายความชั่วร้ายแห่งความริษยา หาเพื่อพ้นทุกข์คือหาอะไร หาทางขัดเกลากิเลสออกจากตนเองให้บริสุทธิ์ให้ได้ นี่คือหน้าที่ที่สำคัญ

หน้าที่คืออะไร หน้าที่คือที่หน้า ขณะนี้มีหน้าที่ที่จะตั้งใจฟังธรรมะ ขณะนี้อะไรเกิดขึ้น ดูตรงนี้ ทำตรงนี้ ทำด้วยความตั้งใจจริง เว้นทุจริตทั้งสาม อนาคตจะยังไปด้วยความมั่นคงของความดีเช่นนี้ ความดีทำให้เกิดความเจริญแน่นอนไม่มีใครถียงได้นอกจากพวกนิยตมิจฉาทิฏฐิ คือผู้ที่มีความเห็นผิดอย่างเหนียวแน่นนั่นเอง พระพุทธเจ้ายังเดินปลีกทางหนีเลย

เห็นไหม ชีวิตน่ากลัว ถ้าเราคิดดีๆ คิดถูกๆแล้วเวลาที่เรามีกันอยู่ทุกวันนี้ แป๊ปเดียววันหนึ่ง อีกเดี๋ยวเดี่ยวเดือน อีกแป๊ปเดียวปีหนึ่งแล้ว รุกหน้าไปสู่ความเสื่อมตลอดเวลา เวลาทุกวันนี้ที่จะมีอยู่จากวันเป็นเดือน รุกหน้าไปสู่ความเสื่อมและหายนะอันยิ่งใหญ่คือสู่ความสิ้นสุดพุทธศาสนา นับว่าเป็นมหาวินาศที่สุด ลูกระเบิดนิวเคลียร์ก็ทำลายล้างย่อยยับไปเป็นแถบๆ แต่ไฟบรรลัยกัลป์เทวดาทุกชั้นก็ยังหนีไม่พ้น

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [14 ก.พ. 2556 , 13:10:49 น.] ( IP = 182.52.202.140 : : )


  สลักธรรม 13


เวลาที่เรามีอยู่รุกคืบหน้าไปสู่ความหายนะอันมหันต์ แล้วเราจะใช้เวลาที่เหลือน้อยนี้มีเรื่องมาก ยุ่งยากใจในเรื่องไร้แก่นสารกันทำไม จงยังชีวิตด้วยการคิด พิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญ แล้วค่อยตัดสินว่าสมควรหรือไม่ในการกระทำนั้น ทำแล้วผลจะบังเกิดเป็นอย่างไร หัดเป็นคนชั่งวัดตวงก่อนทำ แล้วลูกจะสามารถยังประโยชน์กับชีวิตได้

พ่อไม่ท้อแท้แน่สำหรับการสอน พ่อไม่หวั่นไหวแน่สำหรับวิบากกรรม พ่อจะทำของพ่อเช่นนี้ตลอดไปคือให้ ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ให้ด้วยความปรารถนาดี แล้วพลีชีวิตอยู่กับลูกด้วยเมตตาจิตอยู่ตลอดเวลา ทุกคนที่เข้ามาที่นี่ทุกหน้าทุกตา ทุกรูปทุกนามไม่ว่าเก่าหรือใหม่เป็นเพื่อนกับหลวงพ่อเสือจำไว้ ไม่เคยมีอคติอะไรเลยที่จะแบ่งชั้นวรรณะ ไม่เคยมีอคติในจิตแม้แต่ครั้งเดียวว่าใหม่ เก่า ดี หรือเก่ง ต่างก็เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายกับพ่อทั้งสิ้น

พ่อจะดำรงไว้ซึ่งหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด เพราะได้ข้อคิดมาข้อหนึ่งว่าผู้ใหญ่แต่ละคนๆที่เขาพูดถึงๆ เขาพูดถึงแต่แม่ เม่เป็นผู้มีพระคุณ อะไรก็แม่ ใช่แม่เป็นผู้มีพระคุณมาก เป็นผู้อุ้มท้อง เป็นผู้เจ็บที่สุดในชีวิตตอนเราออกมา ฉะนั้นเมื่อเราเป็นบุรุษเพศ เราจะทำอย่างไรให้บุรุษเพศนี้เป็นที่สรรเสริญได้ นั่นก็คือทำตนเองเป็นพ่อที่ดีที่สุด คือความตั้งใจของพ่อ

ฉะนั้นทุกภพทุกชาติคงไม่เป็นแม่ใครได้ ตั้งใจปรารถนาเลยว่าจะเป็นเพศพ่อตลอดไป แล้วจะเป็นพ่อที่ปรารถนาดีต่อลูกสุดชีวิต ยอมตาย ยอมเหนื่อย ยอมลำบาก ยอมถูกว่า ถูกประจาน เพื่ออนุบาลลูกพ่อไม่ให้ตกต่ำ ด้วยความปรารถนาดีอย่างบริสุทธิ์ใจ

ด้วยเมตตาจิตที่ออกมาทุกคำพูดและกลั่นกรองแล้ว พิจารณาแล้วว่า เราจะทำได้ แล้วจะทำต่อๆไป จงได้เป็นพลวปัจจัยคุ้มครองลูกพ่อทุกคน ไม่ว่าหญิงหรือชาย เก่าหรือใหม่ จงได้รับพรอันประเสริฐจากพ่อไป จงสำเร็จเป็นพระอรหันต์ จงทำดีต่อไปทำความดีให้ถึงพร้อมด้วยกายวาจาและใจ มีความคิดสร้างสรรค์ได้ หวังได้ไม่ใช่สอนให้ไม่หวัง มีกิจการงานอะไรทำไป มีความวิริยะอุตสาหะไป และก็ถือคติว่า ทางโลก โลกธรรมย่อมมีคละเคล้าอยู่ ๘ อย่างคือลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ หนีไม่พ้น ๘ อย่างล้วนไร้สาระไร้แก่นสารสิ้นเชิง

จงอยู่กับธรรมชาติแห่งโลกียะนั้นด้วยการคิดแก้ไข ใจให้มีกุศล มองตนให้มากแล้วเรื่องยุ่งยากจะหมดไป แล้วปลีกเวลาออกจากทางโลก เพื่อปฏิเสธความหลงผิดคือวิปลาสออกมา เพื่อมาแจ่มชัดกับชีวิตด้วยการอยู่ทางธรรม ศึกษาเล่าเรียนเพียรปฏิบัติสุดความสามารถ เพราะเกินความสามารถไม่มีใครทำได้ พ่อด้วย ลูกด้วยคือผู้ที่เกินความสามารถของพระสมณโคดมแล้ว ท่านจึงปล่อยเราไว้ในสังสารวัฏฏ์ ด้วยความเห็นถูกต้องว่าท่านควรรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปได้ ใครบ้างที่ไปได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [14 ก.พ. 2556 , 13:11:07 น.] ( IP = 182.52.202.140 : : )


  สลักธรรม 14


พวกเรานี่แหละคือพวกสุดความสามารถของพระพุทธเจ้า แต่พระองค์เป็นผู้ที่มีเมตตาจิตอันเหลือล้นสุดคณานับได้จึงทิ้งมรดกอันสำคัญเอาไว้ แม้กระทั่งพระพุทธองค์จะหอบหิ้วเอาไปในขณะที่พระพุทธองค์ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ น้ำใจอันประเสริฐสุดเช่นนี้ยังแผ่กระจายไว้ให้อนุชนผู้ที่มืดมนยังไว้รับต่อได้ จึงทิ้งสัจจธรรมคำสั่งสอนเผยแพร่ประกาศศาสนาออกมาให้เพียรพยายามต่อไป

พยายามเดินหน้า ไม่ว่าของเก่า ไม่เล่าอดีต สักวันหนึ่งจะไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับลูก ถ้าผู้ใดก็แล้วแต่ยังมีวันพรุ่งนี้อยู่ ชีวิตยังตกอยู่ภายใต้ความประมาทน่ากลัวยิ่งนัก จงมีวันพรุ่งนี้ แล้วอยู่กับวันพรุ่งนี้ด้วยการมีเจตนาว่า จะทำดีให้ถึงพร้อมในเมื่อยังมีวันพรุ่งนี้จนกว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้ให้ทำ นั่นคือหน้าที่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกพ่อ

ด้วยความรัก ความห่วงและความหวงที่พ่อมี อาลัยและอาดูรต่อลูกตลอดเวลา รักคือปรารถนาดีอยากให้ลูกนั้นมีดวงตาเห็นธรรมกันทุกคนจึงพยายามบากบั่นสั่งสอนทุกลมหายใจที่พ่อจะมี จะแผ่เมตตาจิตอุทิศชีวิตให้ลูกตลอดเวลา หวงลูกไม่อยากให้ลูกพ่อตกไปอยู่ในนรก ไม่อยากให้คลายออกจากอ้อมกอดที่พ่อจะกอดลูกไว้ด้วยกุศลที่พ่อทำ

อ้อมกอดของพ่อคือเอาธรรมปกครองลูกไว้ พยายามบรรจุความดีไว้ในกายวาจาใจของลูกเสมอ อย่าดื้อกับพ่อนะลูก หน้าที่ของลูกคือพยายามทำความดีให้สุดความสามารถ เกินความสามารถไม่มีใครทำได้สักคนเดียว แล้ววันนั้นเมื่อมาถึงคือวันที่พ่อต้องการให้ลูกของพ่อยืนสง่าผ่าเผยสำเร็จความยิ่งใหญ่แห่งชีวิตเป็นปริญญาที่หาปริญญาใดเหนือกว่าอันนี้ไม่มีคือความมีคุณวุฒิอันวิเศษสุดทั้งกายวาจาใจอันบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสจากเครื่องเศร้าหมอง ครองชีวิตอยู่ได้ด้วยความเป็นพระอรหันต์

พ่อขอตั้งปฏิญาณว่าพ่อจะเดินตามหาลูกทุกลมหายใจ ทุกฝีก้าวเพื่อจะคลานและกราบแทบเท้าพระอรหันต์ผู้นั้นตลอดไป แม้ตนเองจะทุรกันดารเท่าไรพ่อไม่เคยว่า อย่าดื้อ อย่าท้อแท้ และอย่าท้อถอย จงทำคุณธรรมที่พ่อพูดถึงในวันนี้ให้มีในตนมากๆ

ขอกุศลเจตนาที่มีแรงศรัทธาความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียนเพียรปฏิบัติ ศึกษาพระอภิธรรมมา การกระทำที่เกิดคุณประโยชน์ทั้งหลายจงเป็นพรอันวิเศษให้ชีวิตลูกนั้นมีความสุขกาย มีความสบายใจ สมมาตรปรารถนา โรคาพยาธิอย่าได้เบียดเบียน ให้มีความจำดี ให้มีปัญญาดี ให้แตกฉานในธรรมะและการปฏิบัติ ให้สามารถรู้รอบและประกอบได้ด้วยสติสัมปชัญญะ นำพาชีวิตได้พ้นจากความทุกข์โศกโรคภัย พ้นจากเสนียด พ้นจากจัญไรได้วินาศสันติ อยู่เย็นเป็นสุข นึกคิดสมความปรารถนา วาจาศักดิ์สิทธิ์สามารถนิมิตหมายในมรรคผลนิพพานได้สำเร็จถ้วนหน้าด้วยกันทุกคน ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข.

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [14 ก.พ. 2556 , 13:11:22 น.] ( IP = 182.52.202.140 : : )


  สลักธรรม 15


คำถาม มีสติอยู่กับตัวไม่ต้องกลัวภัย จะใช้ได้กว้างขวางแค่ไหน?

คำตอบ ใช้ได้กว้างขวางและมากมายมหาศาลมาก เช่น ภัยต่างๆ วาตภัย โจรภัย อัคคีภัย สติกั้นจิตไม่ให้ไหลไปในบาป เพราะภัยที่จะมีต่อชีวิตเป็นภัยของกรรมทั้งสิ้น เป็นภัยที่เกิดจากกรรม ฉะนั้นเมื่อเราของหาย หงุดหงิด งุ่นง่านหา ไม่พอใจ นี่โทสะเกิด โมหะเข้า สร้างภัยต่อเนื่อง สร้างโทสะ ภัยที่จะเกิดกับเราคือทำให้เรานั้นตกนรกได้ ผลของมันคือทำให้เรามีที่หมายในนรกในขณะที่โทสะเกิด หรือไม่ก็มีของมายั่วเย้ามีของสวยๆ มาล่อ ไม่มีสติ โลภะเกิดปุ๊ป โลภะเกิดขึ้นสร้างภัยให้เรามีที่ไปคือเปรต ความง่วงเหงาหาวนอน โมหะนี้สร้างภัยทันทีคือเดรัจฉาน

ฉะนั้นภัยทุกอย่างในโลกนี้เกิดขึ้นจากกรรม ฉะนั้นกรรมเป็นใหญ่ สติกั้นจิตไม่ให้ไหลไปในบาปคือกั้นโลภะ โทสะ โมหะ ภัยไม่เกิดจบเลย และถ้าเผื่อเรียนธรรมะ ผลที่มาปรากฏนี้คือวิบาก ที่กำลังกระทำนั้นคือกรรม มีสติระลึกรู้ว่าคือวิบาก ก็จะเกิดการรู้จิต แล้วก็หยุดยั้ง และเลือกทำกรรมใหม่ได้ ที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำนั้นคือกรรม หยุดการพันธนาการสร้างกรรมอันเป็นภัย และทำกรรมอันให้คุณต่อตนเอง ปลีกทางห่างจากอกุศล




ขออนุโมทนากับพี่ดาผู้ถอดเทปและจัดพิมพ์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [14 ก.พ. 2556 , 13:11:41 น.] ( IP = 182.52.202.140 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org