มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นทีชีวิต








นทีชีวิต
ธรรมะบรรยายโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
วันอาทิตย์ที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖



สวัสดีตอนเช้าวันอาทิตย์ทุกท่านค่ะ เช้าวันนี้เราสร้างมงคลให้กับชีวิตด้วยการสวดมนต์ และทำสมาธิด้วยการฟังเพลงชลาลัยกับเพลงกำแพงบุญ ซึ่งถ้าถามว่าการทำสมาธิด้วยการฟังเพลงนี้จะเป็นสมาธิที่มีอารมณ์นิ่งหรือเปล่า? ต้องตอบว่า เปล่า แต่จิตก็จะไม่ฟุ้งซ่านไปที่อื่นเพราะจะอยู่กับบทเพลง แต่บางคนอาจจะคิดตามหรือไม่ได้คิดตามก็ได้

เพลงชลาลัย

ในนทีชีวิตที่แสนยาก ในนทีที่หลากต่างกัน ต่างล่องตามกรรมต่างนำเรือ ล่องลอยเหลือหลบเร้นเช่นๆ กัน
โอ้..เอ๋ย โอ้..ชีวิตใครหนอสรรค์สร้าง ให้เรือชีวิตแล่นเคว้งคว้างจบลงด้วยความอับปางต่างๆ กัน
นทีธรรมนำล่องฟ้า ดุจดาวเดือนดาราพาสดใส
หากนทีแห่งชีวิตลอยล่องไป คงสุขใจในพระธรรม (คงสุขใจไปนิรันดร์)


สำหรับตนเองนั้นในขณะที่ฟังเพลงนี้ ในความรู้สึกก็จะเห็นเป็นภาพเกี่ยวกับพระอภิธรรมทั้งนั้นเลย จิตจึงไม่ฟุ้งกระจายไปในเรื่องอื่น แต่ฟุ้งอยู่ในเรื่องของอภิธรรมและมีจุดจบ ซึ่งต่างจากการได้ยินเสียงเพลงที่เขาใช้หาเสียงก่อนการทำสมาธิเมื่อเช้านี้ ตอนนั้นได้ยินแล้วก็ฟุ้งไปสิ่งที่ได้ยิน แต่หลังจากที่ทำสมาธิแล้วมาได้ยินเพลงนั้นอีกก็แค่รู้สึกว่าได้ยิน แต่ใจไม่ผูกพัน ใจไม่ได้ยินดี และใจก็ไม่ได้รำคาญ เพราะว่าเราได้น้อมนำใจของเราเข้ามาสู่ปรมัตถธรรมในเพลงชลาลัย

ซึ่งเมื่อพิจารณาจริงๆ แล้ว ชีวิตก็เหมือนกับเพลงชลาลัย

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [18 ก.พ. 2556 , 16:51:09 น.] ( IP = 125.27.164.26 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1





ชลาลัยแปลว่า สายน้ำ เพลงชลาลัยนี้เป็นเพลงที่แต่งเอง และชอบมาก ความหมายของเพลงก็คือ แม่น้ำของตัณหา

ในนทีชีวิตที่แสนยาก ทุกวันนี้ค่อนข้างมีอายุมากกันแล้ว ชีวิตของเราเมื่อก่อนนี้ชอบกินชอบสิ่งสวยๆ งามๆ ชอบไปชอบปิ้ง ชอบไขว่คว้าหาสิ่งของมาบำรุงบำเรอเพราะยังมีกำลังวังชา แต่ตอนนี้เริ่มชรากันแล้ว เริ่มมีปัญญาพิจารณาในเรื่องของชีวิต เราก็อยากได้แค่ความสบายใจกับความเข้าใจ เพราะว่า ไม่มีอะไรมากไปกว่าความรู้สึก และก็เพราะความชรานี่แหละที่ทำให้รู้สึกเลยว่า ความชราเป็นทุกข์ ทุกข์ คืออะไร ? คือ ชาติ ชรา มรณะ ตอนนี้เราอยู่ในวัยชรา จึงรู้สึกว่า โอ้โห! ชีวิตเป็นทุกข์จริงๆ มันบริหารไม่ไหว ไปไหนๆก็เฉพาะที่จำเป็น เพราะอยู่บ้านสบายกว่า สามารถทำอะไรก็ได้

“ โอ้เอ๋ย โอ้ชีวิต ใครหนอสรรค์สร้าง” ชีวิตที่มีชาติเป็นทุกข์ และตอนนี้เราก็แก่ๆ กันแล้วเป็นทุกข์เพราะความชรา ใครให้เราเกิด ..เราเกิดเอง ใครให้คุณเกิด..อำนาจตัณหา-อวิชชา เพราะยังมีตัณหาและอวิชชา ทำให้เราต้องเกิดวิบากขันธ์ แล้วก็ทำกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา ด้วยความรักตัวเองคือ อุปาทาน เพราะเรามาคนเดียว จุติมาคนเดียว ปฏิสนธิมาคนเดียว ในที่สุดก็ ตายคนเดียว แล้วตายต่างๆ กัน เพราะมรณาสันนกาล ที่มาปรากฏเป็นคตินั้นต่างๆ กัน

“โอ้เอ๋ยโอ้ชีวิต ใครหนอสรรค์สร้าง” เราสร้างตัวเองทั้งนั้นเลย เคยคุยกับหลวงพ่อว่าทำไม ต้องเป็นแบบนี้ ท่านไม่พูดอะไรเลย ท่านถามบอกว่า แล้วผู้พูดน่ะ ดีจริงหรือยัง ให้เราถามตัวเราเองว่า ดีจริงหรือยัง ต้องคำตอบคือ ยัง ตอบได้เต็มปากเต็มคำ เพราะถ้าเผื่อดีจริงแล้ว ไม่ต้องมานั่งเล่า เพราะมันจะไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่เล่ามาหมดทั้งหมด เพราะมีอำนาจของสติที่แรง ปัญญาที่กล้า มันจะไม่เล่าอุทธรณ์ ฏีกาอะไรเลย เพราะรู้กรรมวิบาก ฉะนั้นที่พูดมาก เล่าจาระไนออกไป ผู้ที่เขามีปัญญากว่าเรา ก็จะมองออกว่ามันก็คือใบลานเปล่านั่นเอง

“ให้เรือชีวิตแล่นเคว้งคว้าง” เคว้งคว้างไปตามวิบากส่วนตัว และคำว่าวิบากคำนี้ เราลองสำรวจดูที่ตนว่า วิบากของเราเป็นอย่างไร วิบากนั้นฟ้องอดีต เรื่องราวของเราทุกวันนี้เป็นเรื่องของวิบากที่มาให้ผลล้วนๆ สุข ทุกข์ ดี ไม่ดี เป็นเรื่องของวิบากที่มีกุศลกับอกุศล ซึ่งร้อยละ ๙๐ เป็นผู้ที่มีวิบากอกุศลเป็นส่วนมาก เหลืออีกร้อยละ ๑๐ คือผู้ที่ทำบารมีทั้ง ๑๐ มาอย่างพรั่งพร้อม

ลองสำรวจหาวิบากของตนเองสิว่ากุศลมาก หรืออกุศลมาก สำรวจแล้วอกุศลมากกว่า นี่คือความรู้ตัว เรียนธรรมะแล้วเอากรรม(กุศลอกุศล)มาตอบเท่านั้นเอง เราไม่ได้ว่าใคร แต่เอากุศลอกุศลมาสำรวจวิบาก เมื่ออกุศลมากกว่า ขันธาของเราจึงเป็นแบบนี้ ที่ร่างกายไม่สมประกอบ อยู่ดีดีก็ปวดหลังปวดเอว กุศลวิบาก อกุศลวิบาก เป็นอกุศลวิบาก สายตาอยู่ดีๆ ก็สั้น ทานอะไรก็ท้องอืด ทานเข้าไปแล้วถ่ายไม่สะดวก เรามีอกุศลวิบากแทบทั้งชีวิตที่มาเบียดเบียน

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.พ. 2556 , 16:51:45 น.] ( IP = 125.27.164.26 : : )


  สลักธรรม 2





เราเรียนพระอภิธรรมทั้ง ๙ ปริจเฉทแล้วก็จะรู้ว่าเป็นเรื่องของกรรมและวิบากที่มาส่งผล ในเรื่องวิบากนี้ให้เราใส่ใจดูว่า อดีตชาติของเราเลวร้ายอย่างไร เราถึงมาเป็นแบบนี้ แต่เมื่อเราศึกษาธรรมแล้วก็จะมีการวางทางใหม่ขึ้นคือ กรรมใหม่ และในเรื่องของ “กรรมใหม่” เราต้องเหยียบไปอย่างเต็มๆ เท้าอย่างมั่นคง นี่คือ สิ่งที่ได้จากเพลง “ชลาลัย”

ส่วนในเพลงกำแพงบุญ เนื้อเพลงคือ

เราต่างมีชีวิต เราต่างมีหัวใจ เราต่างก็อยากได้สิ่งอันมากมาย อยากได้ความรัก อยากให้คนสนใจ เสาะหาไม่เคยเว้นวาย เพราะเราต่างไม่เคยพอ

เราต่างก็ร้องขอ ขอเป็นคนสมหวัง เราต่างก็ชิงชังที่จะเสียใจคิดเห็นแก่ตัว ทำเพื่อตนเป็นใหญ่ กอบโกยเก็บไว้จนตาย เอาไปไม่ได้สักอย่าง

สร้างกำแพงบุญ ทำบุญเถิดหนา ด้วยศรัทธา ปัญญาจะเกิดแก่เรา หมั่นทำความดี ความดีจะอยู่คู่เรา หลุดพ้นจากความหมองเศร้า ที่พาให้เรามืดมน

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.พ. 2556 , 16:52:03 น.] ( IP = 125.27.164.26 : : )


  สลักธรรม 3





เนื้อเพลงตรงที่ว่า “เราต่างก็ร้องขอ ขอเป็นคนสมหวัง เราต่างก็ชิงชังที่จะเสียใจ” เป็นสิ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ เราต่างก็ไม่อยากเสียใจเลยสักครั้ง

“สร้างกำแพงบุญทำบุญเถิดหนา” ฟังแล้วเห็นภาพ ทาน ศีล ภาวนา เหมือนกำลังเห็นช่างก่อสร้าง กำลังสร้างทานเป็นพื้นฐานมีก้อนอิฐที่ทำมาประณีตต่างกัน

สร้างกำแพงบุญ... สามีทาน เราต้องทำ แต่ถ้าเผื่อสามีทานไม่มี เราขอแค่สหายทาน แต่ทาสทานเราจะไม่ทำเด็ดขาด” ความรู้สึกเป็นอย่างนั้นเลย

สร้างกำแพงบุญ... จะพยายามรักษาศีล ๕ ให้ครบถ้วน สุดความสามารถ และศีล ๕ จะดีได้ ในปุถุชนคือเราต้องอยู่คนเดียว แต่เพราะว่าเราไม่ได้ตั้งใจถือศีล ในการอยู่ด้วยกันจึงเกิดวจีทุจริตได้ง่ายที่สุดดังที่ยกตัวอย่างในสัปดาห์ก่อนว่า ที่เราชอบพูดว่า “คิดถึงจัง” นี่หลอกลวง เพราะเราไม่เคยคิดถึงใครจัง เลย แต่ที่นึกถึงน่ะมี ฉะนั้น เรื่องศีลนี่ต้องอยู่คนเดียวจึงจะทำได้ง่าย แต่ถ้าอยู่กันหลายคนเรามักจะทำไม่ได้

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.พ. 2556 , 16:52:21 น.] ( IP = 125.27.164.26 : : )


  สลักธรรม 4





“สร้างกำแพงบุญ ทำบุญเถิดหนา ด้วยศรัทธา” พอพูดถึงคำว่า “ศรัทธา” ก็จะนึกถึง “ศรัทธา ๔” เชื่อเรื่องกรรม เชื่อเรื่องวิบากกรรม เชื่อว่าสัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของของตน เชื่อคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อเชื่อทั้ง ๔ อย่างนี้ อย่างมั่นคง ..ปัญญาจะเกิดกับเรา ถ้าไม่ใช่ศรัทธา ๔ ปัญญาจะเกิดกับเราไม่ได้

“หมั่นทำความดี ความดีจะอยู่คู่เรา” คำนี้เป็นสัจจะธรรม ก็เตือนตัวเองว่าต้องสู้กับความรู้สึกที่เรามีมาตลอดชีวิตที่ว่า เราทำดีแล้วทำไมเราไม่ได้ดี เพราะเรามีกำแพงอุปาทานหรือกำแพงความทรงจำ ไม่ดีของเรามันยังหนาอยู่ ฉะนั้น เราต้องสร้างกำแพงใหม่ ที่มันแข็งแรงกว่า ทำดีต้องเหยียบมันแน่นๆ เหยียบไปลึกๆ เหมือนให้มันมีรอยเท้าลึกกว่าน้ำทะเลจะซัดให้หายไปก็ต้องใช้เวลา แล้วในที่สุดก็ไม่มีอะไรเหลือเลยเพราะจุติจิต

จึงทำให้ “เคว้งคว้างจบลงด้วยความอับปางต่างๆ กัน” กิจทั้ง ๑๔ ของจิต ขึ้นต้นด้วปฏิสนธิกิจ แล้วก็จบลงด้วยความอับปางต่างๆ กัน คือ จุติจิต และในมรณาสันนกาลเราต่างก็เคว้งคว้างที่ไม่รู้ว่าจะมีกรรมอะไรเข้ามา และเมื่อปรากฏชาติขึ้นมาแล้วก็ไม่รู้ว่าจะวิบากอะไรเข้ามาอีกในชาติต่างๆ แล้วมีความตายรออยู่ข้างหน้า ก็เห็นเป็นภาพปฏิจจสมุปบาท ซึ่งน่ากลัวนะ เพราะในอดีตเราทำอะไรกันมาไม่รู้ ความต้องการมันผลักดันให้เราทำได้ทุกอย่าง แล้วเราก็ลืม

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.พ. 2556 , 16:52:45 น.] ( IP = 125.27.164.26 : : )


  สลักธรรม 5





นี่หรือชีวิต อยู่แค่นี้ ดิ้นรนกันไปทำไม ก็เพื่อความอยู่รอด แต่เราไม่ได้รอดคือ ดิ้นรนกันไปเพื่อความอยู่รอด แต่ความอยู่รอดของเรานี้มันมีกรรมดิ้นรน มีกิเลสพาให้ดิ้นรน กรรมกิเลส กิเลสมาร ขันธมาร ดิ้นรนไปเพื่อเจอมัจจุมาร

เมื่อสิ้นลมล้มตายกลายเป็นศพ ถึงจุดจบเกมชีวิตปิดฉากฉาย นอนในโลงใบแคบๆ โอบแนบกาย ไม่มีสหายญาติหรือทรัพย์ไปกับเรา เราต้องหมั่นเตือนใจตนเอง อธิษฐานให้ของดีมันไหลเข้ามาให้เราระลึกบ่อยๆ อย่าเพียงแค่จำได้ แต่ขอให้เราระลึกอย่างมีสติ ระลึกได้ ในสิ่งที่ดีๆ

เมื่อก่อนนี้เราไม่รู้เลยว่า โลกคือละครอย่างไร แต่พอเราแก่ขึ้นก็จะเห็นเลยว่า เมื่อก่อนนี้เราชอบแบบนี้ แล้วเราก็ทำแบบนี้ เสร็จแล้วเราก็ถอยออกมาเปลี่ยนบทบาทไปเพราะมันหมดสภาพที่จะทำ ทำให้นึกถึง “ชิงช้าสวรรค์” ตัวอย่างที่หลวงพ่อท่านเคยนำมาสอน กระเช้าชิงช้าของแต่ละคนต่างถูกหมุนให้ปีนขึ้นไปเพื่อที่จะอยู่ที่สูงที่สุดแล้วก็ตก นั่นคือลักษณะของความความต้องการที่มันเพิ่มขึ้นแล้วมันก็ตกลงมา

อย่างแฟชั่นกางเกงในสมัยก่อนมีทรงเดฟ กระโปรงก็มินิสเกิ๊ต วัยรุ่นสมัยนั้นต่างก็ชอบ แต่ตอนนี้ ให้เอามาให้เราใส่ เราก็ไม่ใส่เพราะมันหมดวัย คำว่า “หมดวัย” ในที่นี้คือ หมดเวลาสำหรับเราแล้ว และก็มองย้อนไปได้เลยว่า เราผ่านเวลากันมานานเหลือเกิน หมดวัน หมดวัย ต่อไปก็โอกาสไปเรื่อยๆ ที่เราจะมีแรงไปทำเหมือนเก่า

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.พ. 2556 , 16:52:59 น.] ( IP = 125.27.164.26 : : )


  สลักธรรม 6





จึงต้องยอมรับเลยว่า “ขันธมาร” ไม่มีอะไรเป็นมารกับใจเราเท่ากับขันธ์ ขันธ์เป็นมารสำหรับชีวิต สำหรับความแก่ และในที่สุดก็ต้องตาย อย่างหลายคนที่มาไม่ได้ก็เพราะแก่แต่ยังไม่ตาย มาไม่ไหว เดินไม่ไหว นั่งไม่ได้ แล้วก็ยังไม่ได้บอกลากัน แต่เรายังไม่ถึงวันนั้น ฉะนั้น เพื่อความไม่ประมาท เมื่อมาที่นี่แล้ว ก่อนที่จะกลับออกไป ก็มองสักนิดนึง พิจารณาว่า เราอาจจะไม่ได้กลับมาอีก นี่เป็นการใช้ชีวิตตามแบบพระพุทธเจ้าที่ทรงเหลียวมองเมืองเวสาลี แล้วก็ไปปรินิพพาน เราก็เหมือนกันออกจากบ้านก็เหลียวมองสักนิดนึง แล้วคิดว่าเราอาจจะไม่ได้กลับก็ได้ ตื่นมาเห็นคนข้างๆ เหลียวมองสักนิดก็ได้ เราอาจจะไม่ได้อยู่กับเขาอีกวันก็ได้ หรือเขาอาจจะไม่ได้ลืมตา คือเหลียวมองแล้วก็บอกลากันบ้าง

ในขณะที่อยู่ ก็อยู่ด้วยความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกัน จะออกไปก็มองสักนิดนึงว่าที่นี่ไม่ใช่ของเรา แต่เป็นสถานที่ที่ให้ความอบอุ่นเรา เราอาจจะไม่มีโอกาสกลับอีกแล้วก็ได้ ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ อีกไม่นาน และในที่สุด เราก็ไม่มีโอกาสกลับมาจริงๆ งานเลี้ยงต้องเลิกรา เราต้องเดินก้าวจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง อย่าไปเสียใจที่มีความเงียบเหงา วันนี้เรายังอยู่มีลมหายใจ ยังมีความเคลื่อนไหวได้อย่างกระฉับกระเฉง ขณะนี้เราเป็นผู้ที่มีทางเลือก เพราะมีพระธรรมเป็นที่พึ่ง มีครูบาอาจารย์เป็นผู้แนะนำประโยชน์ และเราก็สักวันหนึ่งก็ต้องจากไปเช่นกัน

ฉะนั้น การที่เรารู้อย่างนี้แล้ว เราก็ต้องพยายามออกจากตัณหาและอุปาทานให้ได้ และจะทำได้ก็มีทางเดียวจริงๆ คือ ในขณะที่เรากำหนดรูป กำหนดนาม กำหนดความรู้สึก ก็คือแค่เป็นรูปเป็นนาม แต่ถ้ายังเป็นบัญญัติอยู่มันก็เป็นของเรา เมื่อใดที่ เป็นการเห็นของนาม เป็นการได้ยินของนาม เป็นรูปมาปรากฏเป็นนามมาปรากฏ นั่นแหละความเป็นของเรา มันจึงออกไป

ขออนุโมทนากับทุกท่าน ขอให้เป็นผู้ที่สร้างชีวิตจากวันนี้ไปถึงพรุ่งนี้และอนาคตชาติ ไปถึงจุติจิตชาตินี้ก็ได้ เป็นผู้ที่มีมรณาสันนกาลดีๆ และเป็นคนที่ดีจริงๆ และขอความดีจริงๆ ทำไม่ยากกับชีวิตพร้อมๆ ตัวเองด้วย ขอให้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จงเป็นสรณะที่พึ่งคุ้มครองกายใจของทุกท่านตลอดไป อนุโมทนาค่ะ



ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทป

โดย น้องกิ๊ฟ [18 ก.พ. 2556 , 16:53:14 น.] ( IP = 125.27.164.26 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org