มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความมุ่งหมายของการเจริญวิปัสสนา




ถ้าจะตั้งคำถามว่า..ในการปฏิบัติวิปัสสนา มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ? นั้น ก็ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า..

ความมุ่งหมายของการเจริญวิปัสสนา ก็เพื่อรู้ทุกข์อย่างเดียว เพราะเมื่อรู้ทุกข์ได้แล้วตัวตัณหาคือความต้องการก็จะต้องถูกละไปเอง

การเจริญมรรค ตามหลักฐานของสติปัฏฐานนั้น ผู้ปฏิบัติจำต้องประกอบด้วย องค์ ๓ คือ ต้องมีความเพียรตามหลักของประธาน ความเพียร ๔ อย่าง มีเพียร ละบาปเก่า เป็นต้น ตั้งอยู่มีความรู้สึกตัวในขณะปฏิบัติว่า

ขณะนี้ตนกำลังตั้งอยู่ในอารมณ์ปัจจุบันหรือไม่ และต้องมีสติเข้าไปตั้งอยู่ในกาย คือรูปที่กำลังปรากฏอยู่โดยไม่มีความเลื่อนลอย พลธรรม ๕ ประการมี ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิและปัญญา จำต้องมีความสม่ำเสมอกัน จะเหลี่อมล้ำต่ำสูงกว่ากันไม่ได้

โดย บุษกร เมธางกูร [19 ก.พ. 2556 , 15:29:59 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

การเจริญบุพเพภาคมรรค คือ ศีล สมาธิและปัญญา จะต้องทำกิจไปพร้อมในเวลาปฏิบัติ

การปฏิบัติวิปัสสนา ล้วน ๆ นั้นในหลักปฏิบัติจริง ๆ ก็มีอยู่เพียง ๓ ข้อเท่านั้นได้แก่ .

อิริยาบถ คือ การเดิน –ยืน –นั่ง และนอน ๑

สัมปชัญญะ ๗ หมวด มีก้าวไปข้างหน้า และถอยหลังกลับมาข้างหลัง เป็นต้น

ธาตุมนสิการ คือ การใส่ใจถึงธาตุ ๔ มีธาตุดิน เป็นต้น

การปฏิบัติธรรมที่มีอยู่ทั่วไปทุกวันนี้ ที่ปฏิบัติกันอยู่ ก็มักจะจัดกันในวิธีการ เช่น บางที่สอนว่า เดินเป็นรูปแม้ยืน –นั่ง และนอน ก็เป็นรูปเหมือนกัน แต่อีกฝ่าหนึ่งก็ค้านว่า รุปเดิน รูปยืน รูปนั่ง และรูปนอน ไม่มีในแบบ..ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เกิดปัญหาว่า

อิริยาบถ ๔ มีการเดินเป็นต้น ควรจะเรียกว่าอะไร ? เพราะอารมณ์ของสติปัฏฐาน สรุปแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะนอกจากรูปนามนี้ประการหนึ่งอีกประการหนึ่ง ผู้ที่ค้านนั้นออกความเห็นว่า ควรจะกำหนดธาตุ เช่น ความแข็ง ความอ่อน ความไหว ความเคร่งตึง ความเย็น ความร้อน คือให้กำหนดธาตุต่าง ๆ ถึงจะถูก

โดย บุษกร เมธางกูร [19 ก.พ. 2556 , 15:34:34 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )


  สลักธรรม 2

เช่น..เมื่อจิตคิดว่าจะเดินเกิดขึ้น ก็เป็นเหตุให้เกิดธาตุลม ธาตุลมก็เป็นเหตุให้เกิดการเดินขึ้นมา ผู้ปฏิบัติก็ควรจะกำหนดธาตุลมที่เป็นเหตุให้เกิดการเดินนั้น ถึงจะถูกนี่ ผู้ค้านเขาแสดงความคิดเป็นอย่างนี้ (ดังที่ท่านพระมหาแสวงท่านเคยเล่าไว้)

เมื่อมาพิจารณาดูแล้ว ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะธาตุลมที่เป็นเหตุให้เกิดการเดินนั้น มันเป็นตัวเหตุที่ให้เกิดการเดินต่างหาก

แต่ในบาลี ทรงสอนไว้ว่าเดินก็รู้ว่าเดินต่างหาก ไม่ใช่กำหนดธาตุตามที่ผู้ค้านแสดงความคิดเห็น คราวนี้ก็มาเกิดปัญหาขัดแย้งอีกว่า การเดินเป็นวิญญัติรูปเป็นประเภทของอสภาวรูป เป็นรูปที่ไม่สภาวะความจริง เป็อสลักขณรูปเป็นรูปที่ยากต่อการกำหนด ของวิปัสสนา แม้ในฏีกาทีฆนิกาย ก็แสดงไว้ว่าอญญถา วิญญัติยา อุปาทายรูปภาโว ทุรุปปาโท สิยา คือ เมื่อจะว่าโดยประการอื่นแล้ว

ภาวะที่วิญญัติยา อุปาทายรูปภาโว ทุรุปปาโท สิยา คือ เมื่อจะว่าโดยประการอื่นแล้วภาวะที่วิญญัติรูป เป็นเพียงรูปอาศัยจึงกำหนดรู้ได้ยาก

การกำหนดการเดินจึงมาขัดกับหลักของปริยัติอีก เพื่อมิให้ขัดกับหลักปริยัติดังกล่าว จึงควรพิจารณาถึงเรื่องธาตุลม อยู่ในกลุ่มของการเดินนั้นว่า

ความไหวของธาตุลม ที่เท้าไหวไปนั้นมันมีสภาวะความจริงที่ไหวไปนั้นให้กำหนดได้ จึงจะไม่ขัดกับ พระบาลีที่ทรงตรัสสอนไว้ในสติปัฏฐานสูตร ในเมื่อการกำหนด วิญญัติเกิดขัดกับหลักของปริยัติเช่นนี้ เราก็ไม่มีทางอื่น นอกจากการกำหนดอาการไหวของลม

เพราะการกำหนด ลมนั้น เราจะมีสิทธิกำหนดได้ในสองลักษณะ คือ ถ้าเป็นอิริยาบถเดิน เราก็กำหนด อาการไหวไป หรือไหวกลับ ส่วนในอิริยาบถยืน-นั่ง และนอน เราก็กำหนดอาการนิ่ง ซึ่งเป็นอาการของลมที่มีลักษณะเคร่งตึง คือนิ่งนั่นเอง

โดย บุษกร เมธางกูร [19 ก.พ. 2556 , 15:36:45 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )


  สลักธรรม 3

ความสำคัญมันอยู่ตรงที่ว่า เราจะสามารถใช้ดุลยพินิจให้ทันกับปัจจุบันได้ขนาดไหนเท่านั้น ส่วนการเดินที่เดินเป็น ๖ ระยะนั้น ถ้าจะพูดกันตามแบบของปริยัติ เช่น ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ปัญญานิทเทส ภาค ๓ ท่านไม่ได้พูดไว้ในตอนเริ่มปฏิบัติใหม่ ๆ ตอนทิฏฐิวิสุทธิ หรือสัมมสนญาณ

และดูเหมือนว่าการที่จะเดินให้เห็นได้ทั้ง ๖ ระยะนั้น ก็เฉพาะผู้ที่มีญาณพิเศษมีปัญญาดีเท่านั้น แต่ไม่ใช่เห็นเหมือนกันทุกคน

ในการเจริญวิปัสสนาตามแนวของ มหาสติปัฏฐานสูตรนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะจำเป็นต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกัลยาณมิตร คืออาจารย์ผู้แนะ ก็เป็นเรื่องสำคัญมากในเวลาปฏิบัติของคนเราไม่เหมือนกัน

อาจารย์ผู้ควบคุมการปฏิบัติมานาน มีประสบการณ์มาก ก็ย่อมีความสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดแก่ผู้ปฏิบัติได้ และสามารถบอกทางที่สมควรแก่การพ้นทุกข์ได้จริงๆ และทำความเข้าใจให้เกิดความเพียรที่ถูกต้องด้วย

ก่อนอื่นใดจำเป็นจะต้องเรียนให้เข้าใจอารมณ์ คือ รูปนามเสียก่อน เมื่อมีความเข้าใจแล้ว จำต้องเรียนวิธีกำหนด ตามหลักของมหาสติปัฏฐานสูตร

โดย บุษกร เมธางกูร [19 ก.พ. 2556 , 15:38:27 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )


  สลักธรรม 4

การเจริญวิปัสสนา เป็นการเจริญหรือพัฒนาความรู้ให้เป็นสากล เป็นกิจที่ทำได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดที่นอกไปจากรูปกับนาม

เราเข้าใจผิดในรูปและนาม จึงเข้าใจว่า มีหญิง มีชาย มีท่าน มีเธอ แล้วก็ยึดติดในหญิงในชายเป็นต้นทุกวันเวลา เราได้แต่ดิ้นรนขวนขวาย อยากได้รูป ได้เสียง ได้กลิ่น เป็นต้น มาสังเวยตัณหา คือ ความต้องการของตนเองอยู่ แทบทุกลมหายใจ หามาให้เท่าไรก็ ไม่รู้จักเพียงพอ และเมื่อหามาได้แล้วก็ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น ยังจะยึดมั่นถือมั่นหวงแหน ด้วยอำนาจของอุปทานอีก

นับว่าเป็นความทุกข์ทั้งขึ้นทั้งล่องไม่มีเวลาที่จะว่างเว้นเลย

เมื่อมีสิ่งที่อยากได้ เมื่ออยากได้ ก็ถูกความต้องการบังคับให้ต้องดิ้นรนเสาะหามาสนองความต้องการให้ได้ถึงจะไกลแสนไกล จะยากเย็นขนาดไหน ก็จะต้องก้มหน้าไปเอามาให้จงได้ บางทีก็ต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงก็มีอันนี้นับเป็นความทุกข์อันเนื่องมากจากการแสดงหา แต่เพราะเรามืด มองไม่เห็นว่าเป็นทุกข์นั่นเอง

โดย บุษกร เมธางกูร [19 ก.พ. 2556 , 15:40:02 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )


  สลักธรรม 5

เมื่อถูกโมหะอวิชชาปิดบังไว้เช่นนี้ จึงต้องแสวงหากันเรื่อยไป และเมื่อได้มาแล้ว ก็ต้องลำบากลำบนในการพิทักษ์รักษาอีก เป็นความห่วงใยกังวล ไปไหนก็ไม่รอด

เพราะห่วงใยอาลัยถึงทำให้จิตใจ ถูกผูกพันอยู่ไม่ต่างอะไรกับติดคุกติดตะราง ไม่มีความเป็นอิสระในตัวเองเลย ความเคยชินต่อความเห็นผิดที่มีประจำมา จนนับชาติไม่ถ้วน

จึงต่างไม่รู้สึกว่า นามรูปเป็นโทษเป็นภัยเหมือนกับ ท่านเปรียบไว้ว่า..เหมือนหนอนอยู่ในพริกไม่รู้สึกร้อน ฉะนั้นเราต่างมุ่งจะเอาจริงเอาจังกับนามรูป ซึ่งไม่มีความจีรังยั่งยืน อยู่ทุกเสี้ยววินาที

นามรูปเกิดจากปัจจัยคืออวิชชา และตัณหา อวิชชาเป็นอดีตเหตุ ตัณหาเป็นปัจจุบันเหตุที่จะเป็นปัจจัยให้เกิด อนาคตผลต่อไป

กาล ๓ คือ อดีต อัทธาคือตัวอวิชชาและสังขารเป็นปัจจัยให้เกิดทุกข์คือ วิญญาณ-นามรูป-สฬายตนะ ผัสสะและเวทนา อันเป็นตัวปัจจุบันผล ๕ เมื่อมีเวทนาแล้ว ก็เป็นปัจจัยให้เกิดปัจจุบันเหตุ คือตัณหาอุปาทานและกรรมภพอีก และก็ทำให้เกิดผลคือชาติ และชรามรณะในอนาคตต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุดสัตว์ทั้งหลายตกอยู่ในวังวนตลอดไป.

โดย บุษกร เมธางกูร [19 ก.พ. 2556 , 15:42:09 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )


  สลักธรรม 6

วัฏฏะนั้นจึงเป็นสิ่งน่ากลัวอย่างยิ่ง และเป็นภัยที่สุดแห่งชีวิตเราท่าน จึงควรเร่งรีบหาความรู้ ในการศึกษาพระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะได้ไม่เสียเวลากับชีวิต ที่กำลังมุ่งไปสู่ความเสื่อมและความตายในที่สุด

ดังนั้นความมุ่งหมายของการเจริญวิปัสสนา ก็เป็นไปเพื่อการพ้นทุกข์เท่านั้น ไม่ใช่อย่างอื่นเลย และถ้าผู้ปฏิบัติมีความเห็นผิดอยู่ ก็ไม่สามารถที่จะพาตนเองรอดจากภัยในวัฏฏสงสารได้เลยนะคะ

และบางท่านที่เคยมีความรู้สึกว่า ไปปฏิบัติธรรมแล้วมีความสุข พบความสงบสุขมานั้น นั่นก็ไม่ใช่ทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนเลย เพราะพระองค์ทรงตรัสสอนว่า..ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป ไม่มีอะไรนอกไปจากทุกข์ เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านที่ไปพบสุข เท่ากับว่าท่านเห็นตรงกันข้ามกับการที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้นั่นเองนะคะ

อย่ามัวเสียเวลาหาความสุขเลย เพราะความสุขไม่มี เป็นเพียงวิปลาสธรรมเท่านั้น รีบพาตนเอง มาสู่ความมุ่งหมายของการเจริญวิปัสสนา เพื่อจะได้พ้นไปจากชีวิตที่มีแต่ความทุกข์ดีกว่าคะ

ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร.



โดย บุษกร เมธางกูร [19 ก.พ. 2556 , 15:45:14 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากครับ สำหรับการให้ประโยชน์ที่แท้ต่อชีวิต ยิ่งตรงท้ายที่อาจารย์กล่าวว่า..ไปปฏิบัติธรรมแล้วมีความสุข พบความสงบสุขมานั้น นั่นก็ไม่ใช่ทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนเลย ฯ. ตรงนี้เลยละครับ ที่เราชาวพุทธยังมีความเข้าใจผิดๆอยู่อีกมาก และก็พยายามที่จะกระทำกันเพื่อหาสุข เช่นมีการบอกกล่าวญาติพี่น้องว่า..ขอปลีกตัวเองจากความทุกข์เสียทีจะไปปฏิบัติเพื่อหาความสุขบ้างเหนื่อยมามากแล้วเป็นต้นครับ

นับว่าเป็นการบ่งชี้ที่ดีมาก และตรงมากเลยครับ พี่เณรขอขอบคุณอย่างยิ่งครับ



โดย พี่เณร [19 ก.พ. 2556 , 15:49:12 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )


  สลักธรรม 8

มาอ่านเรื่องนี้ที่กำลังค้นคว้าอยู่ครับ ได้รู้อะไรมากเลย แต่อยากรู้ว่าที่มีการบอกห้ามว่าเวลาเจริญสติปัฏฐานนั้นไม่ควรคิดอะไร ควรเพียงแต่ดูสภาพธรรมที่ปรากฏในขณะนั้น การทำอย่างนั้นละมิจฉาวิตกได้ไหมครับ

โดย วิน [19 ก.พ. 2556 , 15:53:34 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )


  สลักธรรม 9

สวัสดีครับคุณวิน พอดีพี่เณรยังอ่านกระทู้อื่นอยู่ เห็นการถามมีขึ้นพี่เณรจึงมาตอบให้ก่อนนะครับว่า..

ที่คุณวินบอกว่ามีการห้ามไม่ให้นึกนั้นถูกต้องไหมนั้น พี่เณรขอบอกว่า เวลาพยายามไม่ให้คิดนั้น การกระทำเช่นนั้นไม่ใช่การเจริญมรรคมีองค์ ๘ เรา จะห้ามไม่ให้คิดได้อย่างไรครับในเมื่อ ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตาธรรมนะครับ การห้ามเช่นนั้นไม่ถูกครับผม ห้ามไม่ได้ครับ

เพียงแต่คุณจะต้องฝึกระลึกรู้สึกตัว คือมีสติ และระลึกร่วมกับการมีปัญญา คือรู้ว่าเป็นรูปหรือนามเท่านั้นครับ

ตลอดชีวิตเรานั้นก็มีอารมณ์ต่างๆ ปรากฏทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ความคิด ก็เป็นสภาพของนามธรรมอย่างหนึ่ง หน้าที่ก็คือต้องกำหนดรู้ใช่ไหมครับ เพราะถ้าไม่ระลึกรู้ก็ทำให้เกิดการเห็นผิดว่า...เป็นตัวตนที่คิด


ถ้าจะบอกว่าห้ามไม่ให้คิด ก็ยังเป็นตัวตนที่พยามยามไม่ให้คิดอีกละครับ ขณะที่พยายามจะทำอย่างใดอย่างหนึ่งเรื่องความคิด ความคิดนั้นก็ดับไปแล้ว

ฉะนั้นจึงเป็นการยึดมั่นในสิ่งที่ดับไปแล้วนั่นเอง แต่ขณะใดที่ระลึกรู้ลักษณะของนามหรือรูป ก็ไม่มีตัวตนแล้วนะครับ
ไม่ต้องไปพยายามไม่คิดอะไรหรอกครับ เพียงหมั่นระลึกให้ได้ ระลึกรู้ในรูปนามบ่อยๆเท่านั้น
เพราะการที่จะไปหา หรือทำลายอะไรนั้น ไม่ใช่การเจริญมรรคมีองค์ ๘ แล้วครับ

โดย พี่เณร [19 ก.พ. 2556 , 15:57:55 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )


  สลักธรรม 10

เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยจะลองศึกษาดู แต่สงสัยว่าทำไมบอกว่าความสุขไม่มีละ ในเมื่อมีสวนสนุก โรงหนัง และสถานที่ให้ความสุขมากมาย

โดย เต๋า [19 ก.พ. 2556 , 16:01:28 น.] ( IP = 115.87.174.81 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org