มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เกิดมาเป็นมนุษย์..เป็นบุญแล้ว ๑.





เกิดมาเป็นมนุษย์..เป็นบุญแล้ว
ตอน จักร ๔


จักร ๔ อย่าง คือ

๑. ปฏิรูปเทสวาสะ การได้อยู่ในประเทศที่สมควร

คำว่า ประเทศที่สมควร นั้นได้แก่ สถานที่ หรือถิ่นที่มีคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแผ่ไปถึง หรือเป็นที่อยู่ หรือเป็นที่ผ่านไปมา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสงฆ์สาวก หรืออุบาสก อุบาสิกา ผู้นับถือพระรัตนตรัย

เมืองไทยที่ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา บางแห่งก็ไม่มีพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าอาศัยอยู่ หรือจาริกผ่านไป บางแห่งมีวัดก็ไม่มีพระสงฆ์ ต้องการจะทำบุญ ถวายทานสักครั้ง ก็หาภิกษุผู้รับทานไม่ได้ แม้การทำทานก็ยังยาก จะป่วยการกล่าวไปทำไมกับการรักษาศีล หรือเจริญภาวนา ที่ใดที่กุศลเกิดได้ยาก ที่นั้นไม่ชื่อว่าประเทศที่สมควร

ผู้ที่อยู่ในถิ่นที่พระพุทธศาสนาแผ่ไปไม่ถึงนั้น น่าสงสารมาก แม้การหาเลี้ยงชีพจะไม่ฝืดเคือง มีอาหารบริโภคสมบูรณ์ แต่เขาก็ดำเนินชีวิตไปตามยถากรรม โดยไม่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร
อะไรทำ แล้วเป็นบุญ อะไรทำแล้วเป็นบาป

สักแต่ว่าทำตามๆกัน อย่างที่บรรพบุรุษเคยทำมา แม้คนที่อยู่ในถิ่นที่พระพุทธศาสนาแผ่ไปถึง แต่ไม่สนใจศึกษาหรือสดับพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็ไม่ผิดอะไรกับคนป่าคนดอย คนที่ไม่รู้จักพระพุทธศาสนานั้น เวลามีทุกข์ก็แสวงหาวิธีดับทุกข์ที่ไม่ถูกทาง

บางคนอาศัยอบายมุข มีการพนันเป็นต้น เป็นเครื่องดับทุกข์ บางคนบนบาน เทวดา ผีสาง นางไม้ เจ้าป่า เจ้าเขาให้ช่วย บางคนคิดว่า ตายเสียได้คงพ้นทุกข์ จึงได้ฆ่าตัวตายด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งเราท่านจะรับรู้ได้มากมายในทุกๆวันนี้จากหนังสือพิมพ์บ้าง ทางข่าวโทรทัศน์บ้าง

โดย พี่ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2556 , 10:00:16 น.] ( IP = 58.9.131.50 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บุคคลอาศัยพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งแล้ว จะสามารถพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ เพราะฉะนั้น การอยู่ในประเทศที่สมควร ประเทศที่มีพระพุทธศาสนาแผ่ไปถึง จึงเป็นอุดมมงคล เป็นเหตุให้เกิดความเจริญ เป็นปัจจัยให้เราดำเนินชีวิตได้ถูกทางประการหนึ่ง

๒. สัปปุริสูปัสสยะ คือการเข้าไปอาศัยสัตบุรุษ หรือการคบหาสัตบุรุษ

อย่าว่าแต่คนที่อยู่ในดินแดนที่ไม่สมควรเลยที่จะแสวงหาที่พึ่งอันไม่ถูกทาง แม้คนที่อยู่ในประเทศที่สมควร บางครั้งและบางคน ก็ยังแสวงหาที่พึ่งไม่ถูกทางเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้เพราะเขามิได้เข้าไปคบหา สนทนากับสัตบุรุษผู้รู้ทั้งหลาย เขาจึงไม่มีโอกาสทราบว่า... สิ่งใดควรประพฤติ... สิ่งใดไม่ควรประพฤติ...สิ่งใดมีโทษ ...สิ่งใดไม่มีโทษ ....สิ่งใดเป็นประโยชน์ สิ่งใดไม่เป็นประโยชน์

เพราะฉะนั้น การคบหาสัตบุรุษจึงเป็นปัจจัยประการหนึ่งที่ ๒ ในการดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง

สัตบุรุษนั้น ได้แก่ผู้สงบ คือ สงบจากกายทุจริต สงบจากวจีทุจริต สงบจากมโนทุจริต อันเป็นบาปอกุศล

กายทุจริตการประพฤติชั่วทางกาย มี ๓ อย่าง คือ

๏ การฆ่าสัตว์ทั้งด้วยตนเองและใช้ผู้อื่น ๑
๏ การถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ด้วยเจตนาคิดจะลัก ๑
๏ การประพฤติผิดประเวณี ๑

วจีทุจริตการประพฤติชั่วทางวาจา มี ๔ อย่าง คือ

๏ การพูดเท็จ ๑
๏ การพูดส่อเสียด ให้ผู้อื่นแตกแยกกัน ๑
๏ การพูดคำหยาบ ๑
๏ การพูดเพ้อเจ้อ เหลวไหล ไร้สาระ ๑

มโนทุจริตการประพฤติชั่วทางใจ มี ๓ อย่าง คือ

๏ อภิชฌา การคิดเพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น
มาเป็นของตน ๑
๏ พยาบาท การคิดให้ผู้อื่นพินาศ ๑
๏ มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิดว่าทานที่ให้แล้วไม่มีผล เป็นต้น ๑

โดย พี่ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2556 , 10:02:53 น.] ( IP = 58.9.131.50 : : )


  สลักธรรม 2

สัตบุรุษนั้นเป็นผู้มีศรัทธา เชื่อมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เชื่อกรรมและผลของกรรม เชื่อว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน


เป็นผู้มีศีล เป็นผู้มีพาหุสัจจะ คือ สดับฟังตรับฟังมาก มีหิริ ความละอายบาป มีโอตตัปปะ ความกลัวบาป มีจาคะ ยินดีในการให้ ไม่ตระหนี่ และมีปัญญารู้จัก อะไรควรไม่ควรตลอดจน มีปัญญาพาตนให้พ้นทุกข์ได้

พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยสาวก ตลอดจนผู้ตั้งอยู่ในศีล ในธรรมชื่อว่าสัตบุรุษ

ในบรรดาสัตบุรุษเหล่านั้นพระพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด

พระพุทธเจ้านั้น เกิดขึ้นได้แสนยาก นานนักหนาว่าจะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้สักพระองค์หนึ่ง การบังเกิดขึ้นของพระองค์นำมาซึ่งประโยชน์ และความสุขแก่มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายอย่างหาประมาณมิได้

พระองค์ทรงชี้ทางให้สัตว์ทั้งหลาย ได้เข้าสู่สุคติโลกสวรรค์ และมรรคผลนิพพาน เป็นจำนวนมาก

การได้ฟังพระสัทธรรม คือคำสั่งสอน ของพระองค์ก็ยาก เพราะเราอาจจะไปเกิดเสียในทุคติมีนรกเป็นต้น หรือแม้ได้เกิดในสุคติมีมนุษย์ ก็ไม่แน่ว่าเราจะได้มีโอกาสฟังธรรมของพระองค์หรือไม่

โดย พี่ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2556 , 10:04:31 น.] ( IP = 58.9.131.50 : : )


  สลักธรรม 3

ทั้งนี้เพราะใจของสัตว์นั้น มากด้วยความยินดีต้องการ แต่พระองค์ทรงสอนให้ละความยินดีความต้องการ เป็นการทวนกระแสกิเลส ผู้ฟังที่ขาดปัญญาบารมี จึงมิได้สนใจคำสอนของพระองค์เท่าที่ควร เมื่อไม่สนใจก็ประพฤติผิดทาง

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า.."ในโลกนี้ คนที่เห็นแจ้งมีน้อย สัตว์ที่ไปสวรรค์มีน้อย เหมือนนกพ้นจากข่ายมีน้อย"

และตรัสว่า "คนที่ไปถึงฝั่ง...คือพระนิพพานมีน้อย ส่วนมากมักเลาะอยู่ริมฝั่ง"

ผู้ใดได้ฟังธรรมของพระองค์แล้วประพฤติตาม ย่อมได้รับความสุขชั่วนิรันดร

พระพุทธเจ้าและพระสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นผู้ที่ควรบูชาไม่ควรดูหมิ่นว่า ..บุญที่เกิดจากการบูชาพระองค์ และสาวกของพระองค์เป็นบุญเล็กน้อยเพราะว่าการบูชาบุคคลที่ควรบูชา ผู้ประเสริฐเช่นกับด้วยพระองค์และสาวก ของพระองค์ผู้หมดจดจากกิเลสนั้น ใครๆ ไม่อาจประมาณบุญนั้นได้ว่ามีประมาณเท่านั้นเท่านี้

เมื่อสัตบุรุษท่านเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยคุณความดีดังกล่าวนี้ ท่านก็ปรารถนาให้ผู้อื่นได้เป็นเช่นเดียวกับท่าน เมื่อผู้ใดเข้าไปหาท่าน ท่านก็ย่อมจะสอนให้ผู้นั้นได้ตั้งอยู่ในคุณความดี เช่นเดียวกับท่านนั่นเองคะ

นั่นคือสอนให้ละชั่ว ประพฤติดี ได้แก่ละบาปทุจริต ประพฤติกุศลสุจริต

ปัจจุบันนี้แม้ พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแล้ว แต่พระสงฆ์ผู้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบตลอดจนอุบาสก อุบาสิกา ผู้ตั้งอยู่ในศีล ในธรรม มั่นคงในพระรัตนตรัย ยังมีอยู่ ท่านเหล่านี้เป็นสัตบุรุษที่เราควรเข้าไปคบหาสมาคม และดำเนินรอยตามท่าน

การคบหาสัตบุรุษ จึงเป็นปัจจัยประการหนึ่งในการดำเนินชีวิตให้ถูกทางคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2556 , 10:06:29 น.] ( IP = 58.9.131.50 : : )


  สลักธรรม 4

๓. อัตตสัมมาปณิธิ การตั้งตนไว้ชอบ
แม้การคบสัตบุรุษจะเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการดำเนินชีวิตให้ถูกทาง แต่ถ้าเป็นแต่เพียงเข้าไปคบหา มิได้สนใจที่จะประพฤติตามคำสอนของท่านแล้ว การคบหานั้นก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด

ในเมื่อเรามิได้ตั้งตนไว้ชอบ คือมิได้ตั้งอยู่ในธรรมของสัตบุรุษ คือสุจริตธรรม ๑๐ ประการ มีการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์เป็นต้น

ก็เพราะสุจริตธรรม ๑๐ ประการ หรือกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้ ชื่อว่าธรรมของมนุษย์ เราเกิดเป็นมนุษย์แล้ว มีกุศลกรรมบถไม่ครบ ๑๐ จะชื่อว่าเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้อย่างไรคะ

คำว่า "มนุษย์" นั้นแปลว่า ผู้มีใจสูง คือสูงด้วยคุณธรรม มีเมตตากรุณา ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนสัตว์ เป็นต้น ทั้งเป็นผู้จักเหตุที่สมควรและไม่สมควรเป็นผู้รู้จักว่าอะไรเป็นประโยชน์ อะไรไม่เป็นประโยชน์ และอะไรเป็นกุศล อะไรไม่เป็นกุศล

ถ้ามนุษย์ไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้ มนุษย์ก็ไม่ต่างกับสัตว์เดียรัจฉาน มนุษย์ที่มีจิตใจเป็นมนุษย์ ท่านเรียกว่า มนุสสมนุสโส มนุษย์ที่มีจิตใจเหมือนเปรต คือหิวกระหาย อยากได้ ต้องการ อยู่เสมอ ไม่อิ่ม ไม่เต็ม ท่านเรียกว่า มนุสสเปโต มนุษย์ที่มีจิตใจเหมือนเดียรัจฉาน ไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว เอาแต่ กิน นอน และสืบพันธุ์เท่านั้น ท่านเรียกว่า มนุสสติรัจฉาโน มนุษย์ที่มีจิตใจเหมือนเทวดา คือรู้จักละอายบาปและกลัวบาป รื่นเริงบันเทิงอยู่ ท่านเรียกว่า มนุสสเทโว

โดย พี่ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2556 , 10:08:37 น.] ( IP = 58.9.131.50 : : )


  สลักธรรม 5

มนุษย์จึงควรมีศีล ๕ เป็นอย่างต่ำ มีกุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นอย่างสูง

ส่วนใครสามารถจะทำฌาน วิปัสสนา มรรค ผล อันเป็นอุตตริมนุสสธรรม คือธรรมที่ยิ่งกว่า ธรรมของมนุษย์ให้เกิดได้ ยิ่งประเสริฐ

คนในสมัยพุทธกาลเป็นจำนวนมาก ที่ได้เกิดในประเทศที่สมควร คือเกิดในดินแดนของพระพุทธศาสนา ในสมัยที่พระบรมศาสดาอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังทรงพระชนม์อยู่ ได้เข้าไปคบหาใกล้ชิดพระองค์ ได้ฟังธรรมของพระองค์ แต่ยังคงประพฤตินอกลู่ นอกทาง ผิดศีล ผิดธรรม อย่างนี้ชื่อว่าตั้งตนไว้ผิด ดังพระเทวทัตเป็นตัวอย่าง

เมื่อตั้งต้นไว้ผิด ชีวิตของเขาจะพบกับความสุขความเจริญได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ...


"ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทาง" คือบอกทางสวรรค์ และ มรรค ผล นิพพาน ให้เท่านั้น ส่วนการดำเนินชีวิตให้ถึงจุดหมายปลายทางนั้น ท่านทั้งหลาย ต้องประพฤติด้วยตนเอง

โดย พี่ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2556 , 10:10:02 น.] ( IP = 58.9.131.50 : : )


  สลักธรรม 6

๔. ปุพเพ กตปุญญตา การได้ทำบุญไว้ในปางก่อน เป็นจักรข้อที่ ๔ ที่จะสนับสนุนให้เราดำรงชีวิตอยู่ในทางที่ชอบ กอปรด้วยประโยชน์

การเกิดเป็นมนุษย์ในชาตินี้ ก็อาศัยบุญที่ได้ทำไว้ในปางก่อน คือในชาติที่ล่วงมาแล้วนำเกิด..

เมื่อมีชีวิตอยู่ มีโอกาสได้อยู่ในถิ่นที่สมควร ได้พบพระพุทธศาสนา ได้คบหาสัตบุรุษและฟังธรรมจากท่าน ทำให้ตั้งตนไว้ชอบ สนใจในการทำบุญกุศล ตลอดจนการประพฤติปฏิบัติ เพื่อบรรลุ มรรค ผล นิพพาน อันเป็นกุศลสูงสุด ก็ล้วนอาศัย บุญ ที่ได้เคยทำไว้เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ได้รับผลสำเร็จทั้งสิ้น

ถ้าขาดบุญเสียแล้ว ท่านจะไม่มีโอกาสได้รับสิ่งเหล่านี้เลย

หากยังต้องเกิดอีกตราบใด บุญที่ทำไว้ในชาติก่อนๆที่ยังไม่มีโอกาสให้ผล รวมกับบุญที่ทำใหม่ในชาตินี้ ก็ยังติดตามไปให้ผลในชาติต่อไปด้วย

สิ่งทั้งหลายที่เราปรารถนา และแสวงหามาไว้ ล้วนอยู่กับเราผู้เป็นเจ้าของไม่นานเลย ของเหล่านั้นแม้จะเป็นที่รักสักเพียงใด ก็ไม่อาจติดตามเจ้าของไปภพหน้าได้

แม้เมื่อเจ้าของยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่แน่ ว่าของนั้นจะอยู่กับเจ้าของตลอดไป อาจสูญหาย หรือถูกทำลายไปด้วยไฟบ้าง ด้วยโจรบ้าง ด้วยน้ำบ้าง ด้วยผู้มีอำนาจบ้าง ด้วยการล้างผลาญของทายาท

โดย พี่ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2556 , 10:11:27 น.] ( IP = 58.9.131.50 : : )


  สลักธรรม 7

ส่วนบุญมิได้เป็นเช่นนั้น ใครๆไม่อาจทำลายบุญให้สูญหายไปได้ แม้โจรก็ลักไปไม่ได้ ไฟไหม้ไม่ได้ น้ำท่วมไม่ได้ ถูกผู้มีอำนาจริบไม่ได้หรือถูกทายาทที่มีความประพฤติไม่ดีล้างผลาญไม่ได้

แม้เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว บุญนั้นสามารถติดตามไปให้ความสุขแก่เจ้าของในภพหน้าได้ด้วย

เพราะเหตุนั้น บุญ ที่ทำไว้ จึงเป็นปัจจัยเกื้อกูลแก่ชีวิตของเรา ให้พบกับความสุขและความสำเร็จ ประการหนึ่ง

ในทางตรงกันข้าม บาปที่บุคคลสั่งสมไว้ในปางก่อน ก็เป็นปัจจัยให้พบกับความทุกข์และความ ผิดหวังนานาประการ ทั้งยังติดตามไปให้ความทุกข์
แก่ผู้กระทำในภพหน้าด้วย

ผู้มีปัญญาจึงเพียรละบาป เร่งบำเพ็ญบุญ

เรื่องของการทำความดี คือบุญกุศลนั้น เมื่อมีจิตเลื่อมใสศรัทธาแล้ว อย่ารีรอจงทำทันที เพราะจิตนั้นกลับกลอก เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ทั้งเราไม่อาจรู้ว่าความตายจะมาถึงเราเมื่อไร เราอาจจะตายเสียในขณะที่ยังรีรออยู่ก็ได้ จึงไม่ควรใช้ชีวิตที่มีอยู่นี้อย่างประมาทกันเลยนะคะ

ด้วยความปรารถดียิ่งค่ะ
พี่ดอกแก้ว

โดย พี่ดอกแก้ว [28 ก.พ. 2556 , 10:13:34 น.] ( IP = 58.9.131.50 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org