มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คือหัวใจแห่งครูผู้สืบธรรม (๖)




โดย ศาลาธรรม [12 มี.ค. 2556 , 09:39:47 น.] ( IP = 125.27.164.188 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

โดย ศาลาธรรม [12 มี.ค. 2556 , 09:40:15 น.] ( IP = 125.27.164.188 : : )


  สลักธรรม 2

โดย ศาลาธรรม [12 มี.ค. 2556 , 09:40:35 น.] ( IP = 125.27.164.188 : : )


  สลักธรรม 3

โดย ศาลาธรรม [12 มี.ค. 2556 , 09:40:56 น.] ( IP = 125.27.164.188 : : )


  สลักธรรม 4




ถ้อยทีถ้อยอาศัยในปัญญา



ปกติเราต่างก็มีความกลัวภัยอันตรายไปร้อยแปดพันเก้า แต่ก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่เราใช้ชีวิตกล้าเสี่ยง คือ อยู่ในความประมาท พร้อมที่จะพลาดไปในอกุศลทั้งหลาย

เพราะเรามีอดีตเหตุและก็มีปัจจุบันเหตุด้วย โดยเฉพาะอดีตเหตุอย่างเดียวนั้นก็มีกำลังแล้ว และถ้าเราสร้างปัจจุบันเหตุด้วย กำลังก็จะทวีคูณขึ้นเกิดเป็นอันตรายกับตัวเรา เพราะฉะนั้น ถึงเราจะพยายามป้องกันอย่างไร ภัยอันตรายก็เกิดขึ้นกับเราอยู่อย่างเนืองนิตย์

อดีตเหตุที่ทำให้เราต้องพบกับอันตรายก็คือ อกุศลเหตุทั้งหลายที่เราสร้างไว้ หรือกรรมชั่วทางกาย วาจาและใจนั่นเอง

ปัจจุบันเหตุก็คือ การกระทำความชั่วทางกาย วาจา และใจที่ทำอยู่ในขณะนี้ซึ่งเป็นการตั้งตนไว้ไม่ชอบ เป็นการกระทำที่เร่งเร้าเอาสิ่งที่เป็นผลจากอดีตเหตุให้เกิดขึ้น จึงเท่ากับว่าเรากำลังใช้ชีวิตให้อยู่ในภัยอันตรายอย่างยกกำลังสอง

ฉะนั้น การเสวนาธรรม หรือการพูดคุยเกี่ยวกับธรรมะ จึงเป็นการกระทำ " ถ้อยทีถ้อยอาศัย" ปัญญาซึ่งกันและกัน เพราะว่าจะได้มีความรู้จากคำสั่งสอนขององค์พระตถาคตเจ้ามาเป็นที่พึ่งแก่ชีวิตได้

ทำไมเราต้องมาเสวนาธรรม? เพราะสิ่งที่อยู่รอบตัวเราส่วนใหญ่เป็นสื่อที่จะชักนำให้เราตกอยู่ในห้วงของความประมาทได้ง่าย เช่น เราจะเห็นได้จากแฟนซีชีวิต คือ เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ประดับร่างกายนั้นมีมากมายหลากสไตล์ต่างคุณภาพ และเราก็มีความเข้าใจว่าเสื้อผ้าที่สวยงามและจำนวนมากมายนั้นทำให้เรามีความสุข ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด

ทรัพย์สมบัติไม่ใช่สิ่งที่ให้ความสุขอย่างแท้จริง แต่เราเข้าใจผิดเองโดยเฉพาะการเงินไม่ได้ให้ใครสุขเลย จึงต้องทำความเข้าใจให้ถูกว่า เงินที่มีมากมายหรือเงินน้อยเป็นเพียงอุปกรณ์เอื้ออำนวยความสะดวกและความสบายชีวิตเท่านั้น

แต่ถึงเราจะร่ำรวยเพียงไหนเราก็ซื้อทุกข์ออกไปจากชีวิตไม่ได้ เพราะชีวิตนั้นเป็นขันธ์ที่หมายถึงกองแห่งทุกข์นั่นเอง เรามีเงินทองข้าวของอำนวยความสะดวกมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำให้ใจหายฟุ้งซ่านวิตกกังวลได้ เราต้องมีความรู้สึกนึกคิดเปลี่ยนไปในอารมณ์ต่างๆปตามอำนาจของการบังคับบัญชาไม่ได้ ที่ถูกดึงไปด้วยอำนาจกิเลส ตัณหา

ที่ผ่านมาเราจึงไม่มีความสุขอันแท้จริง และเมื่อเราไม่มีสุขที่แท้จริง เราจึงออกเดินทางเพื่อค้นหาความสุข เพราะเรารักชีวิตของเรา แต่เราก็หลงทางกันมามากแล้ว เพราะไร้เข็มทิศแห่งชีวิตคือสัมมาทิฏฐินั้นเอง

การสนทนาธรรมจึงเป็นเสมือนการป้องกันอันตรายให้แก่ชีวิต เพราะเป็นการสร้างเข็มทิศไปสู่ความสุข ความรู้ความเข้าใจที่ได้จากการศึกษาธรรมนี้เป็นการเสมือนมัคคุเทศก์นำพาขบวนชีวิตของเราให้เข้ารูปเข้ารอยพ้นไปจากพงหนาม

หากเราศึกษาพระอภิธรรมให้เข้าใจก็จะสามารถแยกชีวิตได้ถูกถึงประเด็นรากฐาน ความทุกข์ที่อยู่มากก็เบาบางลง และงดเว้นจากการกระทำที่ไม่จำเป็น เช่น การเพ้อเจ้อ การนินทา ที่มีเรื่องราวกันทุกวันนี้ก็เกิดจากวาจาเป็นสำคัญ พระพุทธจึงองค์ทรงสอนให้สังวรณ์ระวังและสำรวมอินทรีย์ ให้พูดแต่ในเรื่องที่จำเป็น

เราจะทำอย่างไรจึงจะใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท หรือประมาทน้อยที่สุด ก็ขอให้ท่านระวังในเบื้องต้นว่าให้เราพูดครึ่งเดียวของความคิด ดีกว่าคิดครึ่งเดียวของคำพูด เรามีสิทธิ์คิดได้สารพัดเลยค่ะทั้งในเรื่องดีและไม่ดี คนนี้ไม่ดี คนนั้นไม่ดี เรื่องนั้นน่าจะเป็นอย่างนั้น เขาเป็นอย่างนี้ เราน่าจะเป็นอย่างนั้น เราคิดได้สารพัด

แต่เวลาที่เราพูด อย่าพูดแบบไม่รู้จักคิด และพูดแบบน้ำท่วมทุ่ง คือ เพ้อเจ้อไป เพราะไม่มีประโยชน์ทั้งเขาและเรา และอาจเกิดผลไม่ดีจนรู้สึกได้ว่า รู้อย่างนี้ ไม่พูดดีกว่า ที่จริงแล้วควรจะรู้ว่าไม่ควรพูดก่อนที่จะพูด ไม่ใช้พูดแล้วมาคิดทีหลังนะคะ

๏ บุษกร เมธางกูร๏

โดย ศาลาธรรม [12 มี.ค. 2556 , 09:41:36 น.] ( IP = 125.27.164.188 : : )


  สลักธรรม 5

โดย ศาลาธรรม [12 มี.ค. 2556 , 09:42:57 น.] ( IP = 125.27.164.188 : : )


  สลักธรรม 6

โดย ศาลาธรรม [12 มี.ค. 2556 , 09:43:19 น.] ( IP = 125.27.164.188 : : )


  สลักธรรม 7

โดย ศาลาธรรม [12 มี.ค. 2556 , 09:43:42 น.] ( IP = 125.27.164.188 : : )


  สลักธรรม 8

๑๓ , ๑๕ มีนาคม น้อมรำลึก
สิบสาม , สิบห้า มีนาคม น้อมรำลึก
ด้วยสำนึกในพระคุณท่านทั้งสอง
ผู้ขานไขพระธรรมตามครรลอง
เพื่อประคองศิษย์นั้นให้ได้ดี
ในวันนี้ครบวาระคล้ายวันเกิด
กุศลประเสริฐที่เกิดจากศิษย์นี้
ขอน้อมนำกุศลที่ทำดี
กราบบูชาพระคุณนี้มิมีลืม

เนื่องในวันที่ ๑๓ และ วันที่ ๑๕ มีนาคมนี้ เป็นวันคล้ายวันเกิดท่านอาจารย์ บุษกร เมธางกูร และท่านพระอาจารย์ บุญมี เมธางกูร ศิษย์ขอน้อมนำกุศลที่ได้กระทำไว้ดีแล้ว ทั้งทางกาย วาจา และใจ
มากราบแทบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์ทั้งสอง
ด้วยความเคารพและสักการะยิ่ง
จากศิษย์
วรางคณา สิริยานนท์

โดย abctoy (abctoy) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ - [13 มี.ค. 2556 , 09:07:26 น.] ( IP = 110.77.137.35 : : 192.168.1.119 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org