| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สลักธรรม
สลักธรรม 1
การกราบไหว้ เป็นการแสดงความเคารพและบูชาแก่ผู้ที่ควรเคารพ ก็คือผู้ที่มีพระคุณ และผู้ที่มีพระคุณยิ่งใหญ่ก็ไม่มีใครเกินพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่มีอีกแล้ว ให้สำรวจและระลึกว่า เรากำลังไหว้ แล้วเรากำลังจะกราบ ด้วยความเคารพนบนอบเทิดทูน แล้วกล่าวคำว่า
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระพุทธเจ้า
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระธรรม
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าขอถึงซึ่งพระสงฆ์ ฯ
และเราจะสวดมนต์บทพุทธมงคลคาถากันต่อไป ก็ให้ตั้งใจว่า ขอให้เรามีกำลัง ความสามารถ ความอดทน และความเพียร ที่จะเดินตามทางบัณฑิตทั้งหลาย ไปสู่ความพ้นทุกข์ ให้รู้สึกตัวเสมือนว่าขณะนี้เรากำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมอันเป็นมงคล และกล่าวว่า
ข้าพเจ้าทั้งหลายขอตั้งจิตอธิษฐาน ว่าในการเวียนว่ายตายเกิดของข้าพเจ้า ขอให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย อย่าได้ห่างไกลจากรัศมีพระธรรม ได้พบครู ได้พบบัณฑิต ที่จะชักชวนชีวิตของข้าพเจ้า หันเหเปลี่ยนใจ และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของชีวิต ที่เต็มไปด้วยอาสวะ อนุสัย ให้ไปในทิศทางที่ถูก ชักชวนจิตใจของข้าพเจ้า ให้ฝักใฝ่ในบุญ ให้คุ้นกับความสงบ ให้จบเรื่องเก่าๆ ให้มีชีวิตไม่คาดเดา และไม่คาดหวัง ให้ข้าพเจ้า มีความเพียรที่ชอบ ประกอบไปด้วยสัมมาทิฏฐิได้ทุกชาติเทอญ
การได้อยู่ในท่ามกลางบัณฑิตก็จะได้ประโยชน์มาก เพราะบัณฑิตจะชักชวน แนะนำกระตุ้นเตือน และก็ชี้ทางให้ไปในทิศทางที่ดีได้ แต่ถ้าอยู่ท่ามกลางคนพาล ก็จะเป็นอย่างคำโบราณที่ว่า คบคนพาลพาลพาไปหาผิด พวกเราแต่ละคนเหมือนกันคนพาลพร้อมกันชวนไปเที่ยว การไปเที่ยวก็เป็นการไปหาสิ่งที่ผิด เพราะตรงกันข้ามกับมรรคผลนิพพาน เราพร้อมชวนกันไปกิน พร้อมกันชวนไปเล่น และสารพัดที่จะพร้อมใจกันทำสิ่งต่างๆ
โดย น้องกิ๊ฟ [14 มี.ค. 2556 , 12:16:13 น.] ( IP = 125.27.166.154 : : )
สลักธรรม 2
ขออนุโมทนาทุกท่านที่สวดมนต์ทำวัตรเช้าและเจริญสมาธิ ในบทสวดพุทธมงคลคาถานี้ เราได้หลับตาแล้วอัญเชิญพระพุทธเจ้ามาเป็นประธานอยู่เหนือเศียรเหนือเกล้า แม้ว่า พระองค์ทรงดับขันธปรินิพพานไปแล้ว และเราได้ทำความรู้สึกว่า เราอยู่ท่ามกลางพระอรหันต์ทั้งแปดทิศที่มีความโดดเด่นในด้านต่างๆ กัน มีพระอัญญาโกญทัญญะ พระมหากัสสปะ พระสารีบุตร พระอุบาลี พระอานนท์ พระควัมปติ พระโมคคัลลาและพระราหุล
เมื่อลืมตาขึ้นมาก็เหลือเราคนเดียวที่นั่งอยู่ในสังสารวัฏฏ์ แต่ผู้ที่อยู่ในแปดทิศนั้นได้นิพพานหมดแล้ว แม้กระทั่งพระครูผู้การุญของเราก็มรณภาพไปหมดแล้ว คนที่เรารักเคารพก็จากไปหลายคนแล้ว บางคนเหลือพ่อหรือแม่เพียงคนเดียว บางคนก็เหลือตัวคนเดียว มันก็สะท้อนถึงเนื้อเพลงสลักธรรมที่ว่า อาบแสงแห่งสัจจะ ประกาศท้าความเหนื่อยยาก ไม่ยอมแพ้ ดวงใจรวมกันมั่น สร้างสรรค์ความดี
เรายอมแพ้ เราทำดีไม่เต็มที่ ไม่เหมือนพระอรหันต์ที่เรากล่าวในพุทธมงคลคาถา เพราะท่านไม่ยอมแพ้ในธรรม ไม่ยอมแพ้ในทาง ท่านจึงบรรลุธรรมอันเป็นเครื่องตัดรอนชีวิตที่ให้เกิดการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏให้จบลงได้ ตอนนี้เหลือเราตัวคนเดียวที่จะต้องมีชีวิตเดินทางต่อไป
ที่กล่าวถึงการกระทำของเราเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อเพลงสลักธรรมไปเมื่อสักครู่นี้ว่า อาบแสงแห่งสัจจะ ประกาศท้าความเหนื่อยยากไม่ยอมแพ้ มันเป็นคำที่แทงใจตัวเองว่า เรายังทำไม่ได้ เพราะเราเบื่อที่จะทำความดีบ่อยๆ เราผัดผ่อนเก็บเรื่องการทำความดีเอาไว้ก่อนเพราะเรายังมีความเบื่ออยู่
คิดจะสวดมนต์ยาวๆ ก็เบื่อ อากาศร้อนก็เบื่อเพราะเราไม่มีขันติ บางทีเราก็เบื่อการเดินทาง วันนี้รถติดมากเราก็ไม่ไป ไหว้พระที่วัด เรามีแต่คำว่า ไม่เอาน่ะ รถติด ไม่เอาน่ะมันร้อน ไม่เอาวันนี้มีนัด ต้องทำงานบ้าน เรายังมีข้อต่อรองกับเรื่องที่ดี แต่พอเรื่องของไม่ดีปุ๊บ เราให้เรื่องไม่ดีมาบงการเรา เราคนเดียวจริงๆ ที่ทำให้ชีวิตของเราต้องเวียนว่ายตายเกิด
โดย น้องกิ๊ฟ [14 มี.ค. 2556 , 12:16:30 น.] ( IP = 125.27.166.154 : : )
สลักธรรม 3
บุคคลที่อยู่ในบทสวดพุทธมงคลคาถาเมื่อสักครู่นี้ ต่างนิพพานไปหมดแล้ว เหลือเรานั่งอยู่คนเดียว เราจึงต้องอาศัยพระธรรมนำทาง อาศัยธรรมนั้นเป็นที่พึ่งของเรา และคำว่า ธรรม นั้น ไม่ใช่การเรียนอย่างเดียวแต่ต้องมีการปฏิบัติด้วย
เราต้องตะหนักเลยว่า หนทางยังอีกไกลเหลือเกิน วันนี้เราต้องเร่งรีบทำความดี ชำระจิตใจของเรา ให้มากๆ ด้วยการคิดให้เป็น เห็นให้ถูก ฟังอะไรมาก็คิดให้เป็น แล้วก็เห็นให้ถูก อย่าเอาตนเองเป็นที่ตั้ง อย่าเอาความรักเป็นที่ตั้ง อย่าเอาความชอบเป็นที่ตั้ง แต่ใช้ศรัทธา ๔
เชื่อเรื่องกรรม กรรมดีให้ผลดี กรรมชั่วให้ผลชั่ว ฉะนั้น ก่อนทำจึงต้องคิด คือ คิดให้ดีก่อนทำ
โดย น้องกิ๊ฟ [14 มี.ค. 2556 , 12:16:44 น.] ( IP = 125.27.166.154 : : )
สลักธรรม 4
เชื่อวิบากกรรม ว่าทุกอย่างที่มากระทบ กับเราทางทวารต่างๆ เป็นผลของกรรม ก่อนกระทำกรรมต้องคิดให้เป็น เมื่อได้รับวิบากต้องเห็นให้ถูก
เรื่องของกรรม คิดก่อนทำ เรื่องวิบาก เห็นให้ถูก จะได้ตัดลูกโซ่ และสายใย ที่เอาเราไปผูกพันไว้ด้วยกิเลส เราผูกมัดชีวิตไว้กับเรื่องอื่นๆ ที่อยู่นอกตัวกันมากมาย ที่จริงเรามาคนเดียว อยู่คนเดียว แล้วเราก็ต้องจากไปคนเดียว
เชื่อว่าสัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน สัตว์โลกทั้งหลายที่มารู้จักกัน สนิทสนมกัน รักใคร่กัน โกรธเกลียดกัน ต่างมีกรรมเป็นของตน นักศึกษาพระอภิธรรมก็คงนึกถึงชวนะในวิถีจิตได้ ชวนะดวงที่ ๑ ให้ผลในชาตินี้ ชวนะดวงที่ ๗ ให้ผลในชาติหน้า ชวนะดวงที่ ๒ ถึงดวงที่ ๖ ให้ผลในชาติที่ ๓ จนถึงอโหสิกรรม ฉะนั้น สัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน
เราดูว่าเขาทำดี เราดูว่าเราทำดี เราดูว่าเขาทำชั่ว เรารู้ว่าเราทำไม่ดี แต่ทำไมผลมันตรงกันข้าม ดีไม่ได้ดี ชั่วไม่ได้ชั่ว นั่นเป็นเพราะชวนะดวงที่ ๒ ถึง ดวงที่ ๖ ในอดีตชาตินั่นเองที่มาให้ผล แต่เราไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ผลที่เราหรือที่คนอื่น มองให้เห็นหลักธรรมเช่นนี้จึงจะเรียกว่า เรามีธรรมเป็นที่พึ่ง
เราไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาพบเจอ ที่เราพบเจอนี่ มันเป็นผลของกรรมที่มาจากชวนะดวงไหน และในขณะไหน เมื่อเราเข้าใจแล้วก็จะวางใจได้ดีขึ้นแม้จะดีขึ้นนิดเดียวก็ยังดี ความร้อนใจก็จะลดลง เมื่อเรามองทุกสิ่งด้วยความสุขุมรอบคอบ
โดย น้องกิ๊ฟ [14 มี.ค. 2556 , 12:17:01 น.] ( IP = 125.27.166.154 : : )
สลักธรรม 5
เชื่อในตถาคตโพธิสัทธา การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เพราะพระองค์เห็นแจ้งรู้จริง แล้วได้นำมาถ่ายทอด บอกถึงเหตุและผล ในพุทธพจน์ต่างๆ ก็คือเรื่องเหตุ ที่ทำให้ผลเกิด ผลที่เกิดขึ้นมาจากเหตุ ไม่มีอย่างอื่นเลย
ฉะนั้น จึงบอกว่า คิดให้เป็นเห็นให้ถูกด้วยหลัก ๔ อย่างนี้ หมั่นตรึกตรองในสิ่งที่ได้ยินด้วยธรรม แล้วเราก็จะเป็นผู้มีธรรม แต่ถ้าได้ยินด้วย คำ แล้วเราตีเทียบเสพอารมณ์ มันก็เกิดอภิชฌาและโทมนัส เท่านั้นเอง ซึ่งการพิจารณาเช่นนี้ก็คือการเริ่มเข้าสู่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน อันเป็นฐานที่จะทำให้ไปสู่มรรคผลนิพพาน และเป็นการดักให้หยุดนิ่งได้ เหมือนเอาน้ำเย็นๆ ราดรดลงบนกองไฟนั่นเอง ก็จะดับโทสะ ดับอภิชฌาความพอใจ ไม่ให้เกิดขึ้นได้
หลักสำคัญของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เป็นทำลายอภิชฌาและโทมนัส เพราะอภิชฌาและโทมัสเป็นกงล้อที่หมุนไปทำให้เกิดกิเลสวัฏ กรรมวัฏ และวิบากวัฏหมุนเวียนอยู่แค่นี้ แต่เมื่อไหร่เราเหยียบเบรกไม่ให้จิตเกิดอภิชฌาและโทมนัสได้ กงกรรม - กงเกวียน ก็ไม่เกิดขึ้น สิ่งนี้แหละที่เราจะต้องพยายาทำมและหมั่นระลึก พราะหลวงพ่อบอกว่า ใครทำใครได้ ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว
หลวงพ่อเสือท่านเคยให้ของขวัญวันเกิดแก่ลูกศิษย์คนหนึ่ง ท่านบอกว่าถ้าเผื่อถามว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญ นั่นคือความปรารถนาดีจากใจพ่อ ของขวัญอื่นพ่อไม่มีให้เพราะพ่อเป็นคนไม่สะสมของเก่า มีแต่หัวใจที่ปรารถนาดีในปัจจุบัน
โดย น้องกิ๊ฟ [14 มี.ค. 2556 , 12:17:19 น.] ( IP = 125.27.166.154 : : )
สลักธรรม 6
คำว่า ไม่สะสมของเก่า เป็นปริศนาธรรม เพราะเราสะสมของเก่า คืออารมณ์เก่าๆ เรื่องเก่าๆ เราจึงเป็นผู้คร่ำคร่าอยู่ในสังสารวัฏหาทางออกไม่ได้ และถ้าเปรียบเทียบทางนิพพานจากวันนี้ เราต้องเดินอีกร้อยโยชน์ด้วยทางเดิน แต่เราเพิ่งก้าวออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งฟุตด้วยการศึกษาพระอธิธรรม ๙ ปริจเฉท
ขนาดสิ่งที่ศึกษาไปแล้วเรายังนึกไม่ออก นำมาใช้ไม่ได้เลย จึงต้องแตกฉานแล้วก็อธิษฐานทุกครั้งเลยว่า ขอให้แตกฉานในพระไตรปิฎก ลุถึงซึ่งสันติสุข คือพระนิพพานโดยเร็วเทอญ เพราะเราไม่แตกฉาน เราเรียนเป็นท่อนๆ เป็นเรื่องๆ เป็นคำๆ เราเก็บข้อมูลเอาไว้มากเป็นกองโตแต่ไม่แตกฉาน ไม่รู้ว่าแหล่งที่มาของกองโตซึ่งเป็นสูตรผสมแล้วนี้คืออะไร แต่เรารู้แค่สิ่งที่มาผสมมาอย่างพอดีแล้ว
ใน ๙ ปริจเฉทที่เราจำได้ก็ไม่พ้นเรื่อง จิต เจตสิก รูป นิพพาน ที่มีอยู่แค่กระดานเดียวแต่เราดึงมาขยายเสียอย่างมโหฬาร เช่นเรียนเรื่องฌานจิตจิตที่มีวิธีการทำยาวเหยียดเลย ๑๔ ขั้นตอน ๒๖ ขั้นบันได ขึ้น ๓ ลง ๓ แต่ทั้งหมดก็คือเรื่องจิต ไม่เราจะพูดถึงใครว่า คนนี้ดี คนนี้เลิศ คนนี้รวย คนนี้สวย คนนี้ทราม คนนี้สูง คนนี้ต่ำ นี่เราพูดถึงเรื่องเจตสิก แล้วก็พูดถึงรูป
แต่ส่วนมากเราเรียนสูตรก่อน แต่เราไม่มีโอกาสไปพิสูจน์ มันจึงไม่แม่น ไม่คล่อง ไม่คุ้น ประกอบกับสูตรมีมาก มันจึงไม่แตกฉานในพระไตรปิฎก จึงไม่สามารถยกเอากิเลส ซึ่งเป็นเหตุทำให้ทุกข์ สิ้นสุดได้ด้วยปัญญา เราจึงไม่มีดวงตาเห็นธรรม ความจำเราจึงไม่ดีเลิศ จิตของเราจึงไม่แจ่มใส ใจของเราจึงไม่บริสุทธิ์ จึงไม่สามารถสู่วิมุตติได้เลย ฉะนั้น จึงต้องมีความจำเป็นเลิศ มีจิตแจ่มใส มีใจให้เป็นกุศล แล้วมองตนเองให้มาก เรื่องยุ่งยากจะหมดไป
ขออนุโมทนาทุกๆท่าน ขอความสุขความเจริญ ความมีสติ ความมีปัญญา ความแตกฉาน ความรอบรู้ มีไหวพริบ มีปฏิภาณ มีความชำนาญในบุญ คุ้นกับความสงบ และจบชีวิตจากสังสารวัฏได้โดยทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน อนุโมทนาค่ะ
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทปโดย น้องกิ๊ฟ [14 มี.ค. 2556 , 12:17:40 น.] ( IP = 125.27.166.154 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |