มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รำลึกถึงท่านอาจารย์บุญมี ๑๐๕ ปีแห่งชาตกาล







ด้วยในวันที่ ๑๕ เดือนมีนาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ หากท่านยังมีชีวิตอยู่ปีนี้ก็จะเป็นปีที่ท่านมีอายุครบ ๑๐๕ ปีแห่งชาตกาล

แม้ในบัดนี้ท่านจะถึงกาลมรณภาพไปแล้ว แต่ด้วยความซาบซึ้งในพระคุณของบุคคลผู้เสียสละเพื่อพระพุทธศาสนา และความเป็น "ครู" ผู้ทุ่มเทอุทิศชีวิตเพื่อเผยแผ่พระอภิธรรมให้แก่สาธุชนทั่วไปด้วยความปรารถนาดีมาโดยตลอด

หากไม่มีสถานที่ที่ชื่อว่า "อภิธรรมมูลนิธิ" ซึ่งเป็นศูนย์รวมของความเมตตาจากครูบาอาจารย์หลายๆ ท่าน พวกเราก็คงยากที่จะมีความรู้สึกนึกคิดที่ดี คงไม่มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทำงานของชีวิต และไม่มีโอกาสเลือกทางที่ดีเพื่อสะสมบุญให้กับชีวิตเช่นทุกวันนี้

ในโอกาสครบรอบวันเกิดของท่านอาจารย์ผู้พลิกโฉมการศึกษาพระอภิธรรมสู่การนำประโยชน์ไปใช้อย่างสร้างสรรค์แก่ชีวิตในปัจจุบันชาติเพื่ออนาคตชาติที่ดี

ข้าพเจ้าผู้เป็นศิษย์ทั้งหลายจึงขอนำกุศลทุกประการที่ได้ทำมา น้อมกราบสักการะบูชาแด่ท่านอาจารย์บุญมีด้วยความเคารพยิ่ง และขอนำผู้ที่เข้ามาอ่านทุกท่านไปสัมผัสกับอุดมการณ์ของท่านอาจารย์อีกครั้ง

โดย คณะศิษย์มูลนิธิ [15 มี.ค. 2556 , 10:09:13 น.] ( IP = 125.27.179.20 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




ท้าพิสูจน์ความจริง

คัดมาจากปาฐกถาของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


เพื่อนผู้ร่วมความทุกข์ เพื่อนผู้ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทั้งหลาย ผมขอสารภาพความจริงจากภายในหัวใจว่า เมื่อสมัยผมยังอายุน้อยอยู่นั้น ผมไม่เคยเชื่อเรื่องผีสางเทวดา ไม่เคยเชื่อเรื่องตายแล้วไปเกิดได้เลย ได้ชื่อว่าเป็นมิฉาทิฏฐิเต็มตัว ทั้งๆ ที่บวชและเรียนนักธรรมตรีมาแล้ว ๑ พรรษา

ความรู้ในวิทยาการสมัยใหม่ กับการศึกษาธรรมะมาน้อย เป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ผีสางเทวดา และการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลายเป็นเรื่องเพ้อฝันของคนโบราณที่มิได้ศึกษาวิทยาการที่จะทำให้เกิดสติปัญญาในเหตุผลอันลึกซึ้งจากในวิทยาการทางโลก ทางวิทยาศาสตร์ ผมได้เคยออกเถียงหลายครั้งหลายหน ในที่หลายแห่งกับบุคคลเป็นอันมากว่า ผีสางเทวดา และการเวียนว่ายตายเกิดนั้นไม่เป็นความจริง เป็นเพราะคนโบราณต้องการจะให้บุคคลทั้งหลายรวมกันอยู่ได้ในสังคมด้วยความเรียบร้อย จึงได้เอาเรื่องนรกมาขู่ แล้วเอาเรื่องสวรรค์มาล่อใจ

แต่ด้วยกุศลผลบุญแต่หนหลังได้มาสนับสนุนบันดาลใจให้ผมได้มีโอกาสศึกษาพระอภิธรรมปิฎกอยู่หลายปี แล้วก็ได้เข้าสู่การปฏิบัติธรรมหลายครั้ง แล้วหลังจากนั้นความคิดเห็นอันเป็นมิจฉาทิฏฐิจึงได้ค่อยๆละลายหายออกไปทีละน้อยๆ ตามความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้น

ตั้งแต่นั้นมา ผมจึงได้ตักเตือนญาติมิตรอยู่เสมอว่า อย่าพูดว่าผีสางเทวดาไม่มี อย่าคิดว่าการเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นไปไม่ได้ ก่อนที่จะได้ศึกษาพระธรรมที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตให้เข้าใจ หาไม่แล้วผู้เข้าใจผิดในเรื่องของชีวิตก็จะตกอยู่ในความประมาท ความเสียหายร้ายแรงที่ไม่เคยคาดถึงเลยก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าเรารักชีวิตของเราจริงๆแล้ว ก็ขอให้ลองศึกษาสักพักหนึ่งก่อนเถิด

โดย คณะศิษย์มูลนิธิ [15 มี.ค. 2556 , 10:12:56 น.] ( IP = 125.27.179.20 : : )


  สลักธรรม 2




ในพระอภิธรรมปิฎก ได้แสดงบทพิสูจน์เอาไว้พร้อมแล้ว ผู้ต้องการพิสูจน์ก็จะได้เหตุผลข้อเท็จจริงทุกอย่าง พระอภิธรรมปิฎกไม่เกรงว่าผู้ใดจะเข้ามาพิสูจน์ แต่เกรงผู้ที่จะไม่ยอมเข้ามาพิสูจน์เท่านั้นเอง

แม้เพียงการศึกษาเล่าเรียนธรรมดา ผู้ใดศึกษาเข้าถึงความลึกซึ้งจริงๆ แล้ว ความสงสัยดังกล่าวมา ก็สลายตัวออกไปจากจิตใจ ฝึกฝนการปฏิบัติสมถกรรมฐาน คือการทำสมาธิจนเกิดอำนาจ ก็มีความสามารถทำลายล้างความเห็นผิดต่างๆ ได้

และการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพียงได้ญาณปัญญาที่ ๒ ที่เรียกว่า ปัจจยปริคคหญาณเท่านั้น ความสงสัยต่างๆในเรื่องหยาบๆ คือ ผีสางเทวดา และการเกิดใหม่ในชาติหน้าก็ไม่เกิดขึ้นมาได้ เพราะผู้ปฏิบัติมีความสามารถเห็นรูปนามตามความเป็นจริง พร้อมทั้งเหตุในชาตินี้ และเหตุในชาติอดีตที่เป็นตัวการทำให้รูปนามเกิดขึ้นมา

ผู้ปฏิบัติวิปัสสนาปฏิบัติถูกต้องตามสภาวธรรม ประกอบด้วยเหตุผลเข้าใจในการกำหนดพิจารณา และอาศัยเวลาตลอดจนความสันทัดจัดเจนพอสมควร แล้วได้อารมณ์ปัจจุบัน ก็จะเข้าถึงความบริสุทธิ์ เรียกว่า วิสุทธิ

วิสุทธิที่ว่านี้ มุ่งหมายถึงความหมดจดจากกิเลส คือ บริสุทธิ์ในศีล บริสุทธิ์ในสมาธิ และบริสุทธิ์พร้อมทั้งปัญญา เข้าถึงความจริงของรูปนามที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า แม้จะเป็นไปในชั่วขณะหนึ่ง

โดย คณะศิษย์มูลนิธิ [15 มี.ค. 2556 , 10:13:26 น.] ( IP = 125.27.179.20 : : )


  สลักธรรม 3





ความบริสุทธิ์ของศีล เรียก ศีลวิสุทธิ
ความบริสุทธิ์ของสมาธิ เรียก จิตวิสุทธิ
ความบริสุทธิ์ของปัญญา เรียกว่า ทิฏฐิวิสุทธิ

ทิฏฐิวิสุทธิ คือ ความเห็นอันบริสุทธิ์ ได้แก่ความเข้าไปรู้ความจริงว่า สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ที่เราหลงยึดมั่นผูกพันอยู่เสมอมานั้น แท้จริงมีรูปกับนามเท่านั้นเอง หาได้มีอัตตา หาได้มีตัวตนเราหรือเขาประการใดไม่ ปัญญาที่เข้าไปรู้ความจริงดังกล่าวนี้เรียกว่า ทิฏฐิวิสุทธิ อันเป็นปัญญาเบื้องต้น เรียกว่า นามรูปปริเฉทญาณ เป็นญาณที่ ๑ ที่เห็นว่า เป็นรูปเป็นนาม คนละอย่าง

เมื่อผู้ปฏิบัติมิได้ละความพยายาม ญาณปัญญาก็จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้เป็นความบริสุทธิ์ที่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ เรียกว่า กังขาวิตรณวิสุทธิ หมายถึงเป็นความบริสุทธิ์เพราะข้ามพ้นความสงสัยในเรื่องของชีวิต

ที่พ้นความสงสัยในเรื่องของชีวิตได้ก็เพราะว่า ได้เข้าไปรู้เห็นความจริงของชีวิต คือรู้สาเหตุให้เกิดรูปกับนามว่า ไม่มีใครเป็นผู้บันดาลให้เป็นไป หากแต่อาศัยเหตุปัจจัย รูปนามจึงเกิดขึ้นมาได้

เหตุที่ทำให้เกิดรูปนามนั้นก็ได้แก่ตัวโมหะหรืออวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม พร้อมทั้งอาหาร จึงทำให้รูปนามเกิดขึ้น

ผู้ปฏิบัติเมื่อเข้าถึงความจริงของรูปนามอันเป็นปัจจุบันว่าอาศัยเหตุดังกล่าวนี้แล้ว จึงมีความเข้าใจเพิ่มขึ้นว่า แม้ในอดีต เราก็มีรูปนามดังนี้ อาศัยเหตุปัจจัยดังนี้

และในอนาคตก็โดยทำนองเดียวกัน อาศัยเหตุปัจจัยเหมือนกัน จึงข้ามพ้นความสงสัยในเรื่องชีวิต ซึ่งได้แก่รูปนามในชาติก่อน และเรื่องของชีวิต คือรูปนามในชาติหน้า

ความสงสัยในชาติก่อน ชาติหน้า จึงอันตรธานไปสิ้น ก็เพราะเข้าถึงเหตุผล ว่าอะไรบ้างเป็นตัวการทำให้เกิดรูปนาม คือชีวิตขึ้นมาได้

โดย คณะศิษย์มูลนิธิ [15 มี.ค. 2556 , 10:13:48 น.] ( IP = 125.27.179.20 : : )


  สลักธรรม 4





"ผู้ใดกล่าวอ้างว่า ผีสางเทวดาไม่มี ตายแล้วเกิดอีกไม่ได้ ถ้าเป็นการแสดงความคิดเห็นของตัวเอง คือเป็นความเห็นส่วนตัวแล้ว ก็ไม่สู้กระไร เพราะคนทั่วไปก็มีความเห็นเช่นนั้นได้ พอที่จะให้อภัยกันได้

แต่ถ้าเป็นการกล่าวอ้างยืนยันว่า ในพระไตรปิฏก และอรรถกถา ไม่ได้แสดงเรื่องผีสางเทวดา ไม่ได้แสดงเรื่องตายแล้วมีชาติหน้า ท่านผู้ใดแสดงเผยแพร่ออกสู่มหาชน ดังนี้ก็จะเป็นผู้บ่อนทำลายพระพุทธศาสนาโดยตรงทีเดียว ตัวเองเป็นมิจฉาทิฏฐิแล้ว ยังนำประชาชนให้เป็นมิจฉาทิฏฐิตามตนไปด้วย เป็นบาปหนักหนา เป็นบาปที่น่าหวาดกลัวจริงๆ

ผมขอเติมคำสุดท้ายว่า ขอให้ชาวพุทธทั้งหลายได้ช่วยกันระวังรักษาพระพุทธศาสนาเอาไว้เท่าที่จะทำได้ ให้คงยังบริสุทธิ์ บริบูรณ์ต่อไปชั่วกาลนาน และ การรักษาพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่งที่ดีที่สุด ไม่มีอะไรดีเท่าก็คือ ศึกษาเสียให้บังเกิดความเข้าใจ



โดย คณะศิษย์มูลนิธิ [15 มี.ค. 2556 , 10:14:05 น.] ( IP = 125.27.179.20 : : )


  สลักธรรม 5














โดย คณะศิษย์มูลนิธิ [15 มี.ค. 2556 , 10:14:42 น.] ( IP = 125.27.179.20 : : )


  สลักธรรม 6


ขอน้อมกราบบูชาพระคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [15 มี.ค. 2556 , 11:51:16 น.] ( IP = 171.98.30.214 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org