| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
มองจิต
สลักธรรม 1สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งในการดูแลตนเอง .คือ การดูแลสุขภาพ ดังสุภาษิตที่ว่า..
ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
คำว่า สุขภาพ แบ่งได้เป็น ๒ ประเภท คือ
๑. สุขภาพกาย
๒. สุขภาพจิต
ถ้าหากสุขภาพกายเราไม่ดี สุขภาพจิตก็ย่อมอ่อนแอได้ เพราะร่างกายเป็นรังของโรค
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปวดหัว ปวดฟัน อาการปวดจะดึงจิตของเราไปจดจ่อกับอารมณ์ในอาการนั้น หรือเมื่อร่างกายพิการอย่างใดอย่างหนึ่ง ความรู้สึกของจิตใจจะเป็นปมด้อย ทำให้ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ขาดบุคลิกภาพที่ดี หรือสุขภาพจิตไม่ดี สุขภาพกายก็เสื่อมโทรม
เช่น หากเรามีเรื่องทุกข์ร้อนใจ วิตกกังวลมาก ๆ จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคกะเพาะอาหาร นักบริหารที่ต้องใช้ความคิดมาก ๆ มีความรับผิดชอบสูงก็จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง หนักเข้าก็เป็นโรคประสาทได้ เพราะว่าสุขภาพจิตไม่ดี.
ฉะนั้น จึงจะต้องดูแลสุขภาพทั้ง ๒ อย่าง ให้ดี โดย พี่เณร [2 เม.ย. 2556 , 12:16:34 น.] ( IP = 110.168.180.84 : : )
สลักธรรม 2ด้านสุขภาพร่างกาย เราควรจะดูแลอย่างไร
ร่างกายของเราจะต้องใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลา และพลังงานที่ร่างกายใช้ได้มาจากการสันดาปของอาหารในเซลส์ต่างๆ..กับอ๊อกซิเจนร่างกาย...ดูดซึมสารอาหารเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย
เมื่อร่างกายของคนเราต้องการอาหาร อาหารก็คือสิ่งที่เราเสพเข้าไปแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ยาบ้า ยาเสพย์ติดต่าง ๆ อย่างนี้ไม่นับว่าเป็นอาหาร แต่อาหารบางอย่างมีทั้งคุณและโทษ...จึงจำเป็นต้องปรุงแต่งอาหารด้วยกรรมวิธีที่สะอาด ถูกสุขอนามัย สารอาหารแต่ละประเภทให้ประโยชน์ต่างๆ กัน
ฉะนั้น เราจึงควรจะจำให้ได้ว่าร่างกายต้องการอะไร และอะไรคือ สารอาหารที่ร่างกายต้องการ ซึ่งมีดังนี้โดย พี่เณร [2 เม.ย. 2556 , 12:17:47 น.] ( IP = 110.168.180.84 : : )
สลักธรรม 3๑. โปรตีน
ช่วยซ่อมแซมอวัยวะที่สึกหรอ
๒. คาร์โบไฮเดต
ช่วยเสิรมสร้างอวัยวะ
๓. ไขมัน
ช่วยให้พลังงาน
๔. เกลือแร่
ช่วยให้อวัยวะส่วนต่างๆ มีความสมบูรณ์
๕. ไวตามิน
ช่วยให้กลไกของร่างกายทำงานได้ปรกติ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
๖. น้ำ
ช่วยควบคุมอุณหภูมิ และขับของเสียออกจากร่างกาย
ซึ่งบางครั้งเราลืมนึกไปว่า เราดื่มน้ำไปเพื่ออะไร เราคิดว่าดื่มเพื่อแก้กระหาย หรือคอแห้ง ยิ่งถ้ามีน้ำเขียว น้ำแดง น้ำเป๊บซี่ น้ำอัดลม เราทานเพราะความอยาก
คือ มีตัณหาเข้าไปร่วม ซึ่งเราลืมนึกไปว่า เป็นทุกข์ คือ มีความทุกข์จากที่คอแห้ง กระหายน้ำ และเมื่อเราดื่มน้ำเข้าไป น้ำก็จะเป็นส่วนช่วยควบคุมอุณหภูมิ... เช่น เวลาเราเป็นไข้มากๆ เราก็จะต้องทานน้ำให้มาก ๆ เพื่อให้น้ำไปลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย
ซึ่งมีบอกไว้ในวิชาสุขศึกษาที่เราเรียนกันมาตั้งแต่ชั้นประถมต้น ฉะนั้น เราก็มาพัฒนากันว่าจิตของเรานั้น จำอะไรไว้ได้บ้าง
ส่วนมากเราจะข้องอยู่กับอารมณ์และความเปลี่ยนแปลงไปในพฤติกรรมของชีวิต เราควรจะรู้ว่าร่างกายของเราอยู่ได้ด้วยการมีอาหาร และอาหารนั้นให้ประโยชน์ต่างกัน เราจึงควรทานอาหารให้ครบหมู่.โดย พี่เณร [2 เม.ย. 2556 , 12:19:41 น.] ( IP = 110.168.180.84 : : )
สลักธรรม 4ที่นี้เรามาดูทางด้านจิตใจ การดูแลสุขภาพจิตให้ถูกต้อง
เราจะต้องสำรวจจิต จิตคือตัวที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับความรู้ทั้งปวง
ทั้งความรู้สึกและความสำนึกรู้ล้วน จะต้องอาศัยจิตเป็นตัวควบคุมทั้งสิ้น จิตจึงมีคุณสมบัติโดดเด่นมาก
เราลองสังเกตดูเมื่อเราได้ศึกษา และทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของชีวิตและจิตใจแล้ว ..จะเห็นได้ว่าจิตของเราทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนไม่มีหยุด
ยามหลับจิตก็ยังต้องควบคุมร่างกายให้หายใจเข้า หายใจออก รู้สึกเมื่อยก็ต้องพลิกตัว รู้สึกหนาวต้องดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มตัว พอร้อนจิตก็พยายามสั่งงานให้ขาถีบผ้าห่มออกไปให้ห่างจากร่างกาย ..จิตจึงเป็นสิ่งที่ควรดูแล
ถ้าจิตสมบูรณ์ เรียกว่า จิตวิสุทธิ คือ จิตที่หมดจดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองจากความทุกข์
เมื่อเราเข้าใจตรงนี้และให้คำตอบกับตัวเองได้เลยว่า....จิตของเราสมบูรณ์หรือเปล่า ..ยังไม่สมบูรณ์ใช่ไหม!
ถ้าไม่สมบูรณ์ก็คือ สภาพจิตที่เสื่อม เมื่อเกิดอารมณ์กระทบใจขึ้น เช่น ความดีใจ ความเสียใจ ไม่ถูกใจไม่ชอบใจ รำคาญใจ คับแค้นใจ อารมณ์เช่นนี้
ถ้าลองได้สัมผัสกับจิตหรือเกิดควบคุมจิต ก็จะทำให้จิตนั้นเสื่อมได้
ดังนั้น บุคคลใดที่มากไปด้วยความเพลิดเพลินในอารมณ์ จึงมีสติน้อยแล้วก็ด้อยปัญญา เพราะสูญเสียสมรรถภาพในความเป็นผู้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างตามความเป็นจริง ปล่อยให้กิเลสชักจูงครอบงำจิตใจ ... เสียศูนย์ .. เสียสมรรถภาพ.. และเสียเวลาด้วย
ดังนั้น เราจึงควรตรวจสอบสภาพจิตของเราอยู่เสมอ มีหลักการตรวจสอบจิตมีอยู่ ๖ ข้อ ดังนี้โดย พี่เณร [2 เม.ย. 2556 , 12:21:56 น.] ( IP = 110.168.180.84 : : )
สลักธรรม 5ข้อที่ ๑. ให้เรารู้ว่า...จิตหรืออารมณ์ของเรามีความกลัวอยู่หรือไม่ ขึ้นชื่อว่าความฒิฬ กลัว ยังมีมากน้อยเพียงใด หากยังมีความกลัว
เช่น กลัวตาย กลัวเจ็บ กลัวแก่ กลัวคนอื่นไม่รัก กลัวอด กลัวลำบาก กลัวถูกทำร้าย ..แม้กระทั่งกลัวความมืด
เมื่อความกลัวเกิดขึ้นแล้ว สามารถตัดสินได้เลยว่า
จิตป่วย มีความเสื่อม
เพราะว่าถ้าจิต มีความกล้าแข็งพร้อมจะมีเรี่ยวแรงในการต่อสู้ สามารถช่วยตนเองได้เป็นที่พึ่งของตนเองได้
แต่เมื่อปล่อยให้มีความกลัวเกิดขึ้น จิตก็ป่วย ... เพราะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความกลัว
![]()
ข้อที่ ๒. ให้ดูว่าจิตของเรามีอารมณ์โกรธอยู่หรือไม่ ..เช่น ไม่พอใจ หงุดหงิด รำคาญ อึดอัด คับแค้น ก็แสดงว่า จิตป่วยแล้ว อารมณ์นี้เรียกว่า จิตเปราะ ผันผวนง่าย โดนอะไรนิดก็หัก หักใจไม่ได้ จิตก็เลยหัก หักใจจากคำพูดเขาไม่ได้ หักใจจากสายตาที่เขามองไม่ได้ จิตของเราก็เลยหัก
![]()
โดย พี่เณร [2 เม.ย. 2556 , 12:23:57 น.] ( IP = 110.168.180.84 : : )
สลักธรรม 6ข้อที่ ๓. ให้ดูว่าจิตของเรามีความโลภอยู่หรือไม่ ..อยากได้อยากโน้น อยากได้อย่างนี้
ถ้าจิตของเรามีความปรารถนาอยู่เรื่อย ๆ ก็เรียกว่า จิตป่วย จำเป็นต้องรักษาแล้ว อาการนี้เรียกว่า จิตบกพร่องขาดความสมบูรณ์ในตัวเอง เพราะว่าถ้าจิตเต็มเปี่ยมแล้ว
สมมุติว่าเราทานข้าวอิ่มแล้ว จะเอาอะไรมาเติมก็ไม่ได้แล้ว
แต่ความโลภคือ ความพร่องยังไม่เต็ม
จึงยังมีความปรารถนาอยู่
![]()
ข้อที่ ๔. ให้ดูจิตของเราว่ายังมีความยินดีอยู่หรือไม่ ไม่ว่าความยินดี ในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ถ้าหากยังมีก็แสดงว่า จิตก็ยังป่วยอยู่อ่อนแออยู่.. เพราะถูกมัดไว้กับอิทธิพลของสิ่งที่หยาบกว่า ทำให้ขาดอิสรภาพ
รูป กลิ่น เสียง สัมผัส สิ่งเหล่านี้เป็นของหยาบ ๆ
แต่จิตของเราละเอียดกว่า แต่เราเอาจิตของเราไปผูกมัดไว้กับรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส จึงทำให้พร่อง มีความปรารถนายินดีอยู่ตลอดเวลา
![]()
โดย พี่เณร [2 เม.ย. 2556 , 12:26:04 น.] ( IP = 110.168.180.84 : : )
สลักธรรม 7ข้อที่ ๕. ให้ดูจิตของเราว่า....มีอารมณ์ที่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากมายหรือไม่
ถ้ายังยึดติดอยู่อย่างสุดโต่ง ยึดติดอยู่กับบุคคล วัตถุ สถานที่ และความรู้สึกของตนเองอย่างเลิศลอย คือไม่ไว้ใจใครเลย อาการนี้เรียกว่า จิตพิการ กระดุกกระดิกไม่ได้แล้วเหมือนคนพิการ นอนอยู่กับที่จอดไม่แจว
ฉะนั้น การยึดติดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสุดโต่งเท่ากับมั่นคงอยู่ตั้งมั่นไม่ไหวติง ก็เหมือนกับคนพิการนั่นเอง
![]()
ข้อที่ ๖. ให้ดูจิตของเราว่า..มีความอารมณ์ที่ต้องการความรักจากผู้อื่นหรือไม่.. อยากได้ความเอาอกเอาใจจากใครหรือไม่ ถ้ายังมีอยู่ก็ถือว่า จิตยังป่วยอยู่
เพราะว่ามีความพิการอยู่ในตัวเอง ไม่อาจเป็นที่พึ่งให้กับตนเองได้ ยังต้องการให้คนอื่นรัก
ทั้งที่เราเกิดมาต่างก็รักตัวกลัวตาย เรารักตัวเองอยู่แล้ว ..แต่ยังต้องการให้ผู้อื่นมารักตัวเราด้วย.. ทั้ง ๆ ที่ร่างกายและจิตใจประกอบไปด้วยทุกขังคือ ..คือความทุกข์ เป็นอนิจจัง คือ ความไม่เที่ยง เป็นอนัตตา คือ ไม่สามารถบังคับบัญชาได้
แต่เรายังต้องการให้เขามารักสิ่งที่จอมปลอม ชีวิตเป็นของที่ไม่ดี จิตใจของเราที่ไปเกาะติดอยู่จึงมีความเสื่อม ความจึงมีความเสื่อม ความผันผวนง่าย มีความบกพร่อง มีความอ่อนแอ มีความพิการ และมีความไม่เต็มเปี่ยม
โดย พี่เณร [2 เม.ย. 2556 , 12:27:54 น.] ( IP = 110.168.180.84 : : )
สลักธรรม 8ถ้าเผื่อจิตของเราเมื่อสำรวจดูแล้วพบว่า..มีอาการครบทั้ง ๖ ข้อหรือไม่ ถ้าไม่มีเลยเรียกว่า จิตวิสุทธิ แต่ถ้าเผื่อยังมีอยู่ก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นเรื่องธรรมดา
![]()
สวัสดีครับทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านครับ
วันนี้พี่เณรขอนำ ธรรมะเรื่อง..มองจิต..
ที่อาจารย์บุษกร เมธางกูร ได้พูดออกวิทยุ
ในรายการ..หันหน้าเข้าวัด..มาเสนอให้ท่านได้อ่านกันพอเหมาะสมแก่เวลานะครับ
และพรุ่งนี้พี่เณรจะนำตอนต่อไปในช่วงที่แนะนำการดูแลจิตมาเสนอต่อนะครับ..คอยติดตามนะครับวันนี้สวัสดีครับผม
![]()
โดย พี่เณร [2 เม.ย. 2556 , 12:29:32 น.] ( IP = 110.168.180.84 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |