มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การแผ่เมตตา







การแผ่เมตตา
โดย หลวงพ่อเสือ


เรามีความสามารถที่จะทำความดีด้วยความตั้งใจ ด้วยความเต็มใจ และด้วยความจริงใจ จิตใจของเรานั้นดิ้นรนกวัดแกว่งเกลือกกลั้วมัวเมาอยู่กับกิเลสอกุศล หาความหยุดนิ่งได้ยาก จิตเป็นตัวประธาน และบาปก็สำเร็จที่จิต จะเป็นบุญก็สำเร็จที่จิตโดยอาศัยตัวปรุงแต่งจิตตามที่นักศึกษาต่างๆ ได้เรียนมาแล้ว

แต่การที่จิตจะมั่นคงตรงต่อพระพุทธบัญญัติในการกระทำความดีทั้งปวงนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องมีความเมตตา ต้องปลูกฝังเมตตาให้เกิดขึ้น ให้มั่นคงในจิตใจ สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ต้องซึ้งในคำนี้ด้วย

เพราะฉะนั้นสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งชีวิตเรา ชีวิตเรา จะเป็นสัตว์เดรัจฉาน สัตว์ประเสริฐ ก็เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นไหน สัตว์ประเภทไหน ไม่มีคำว่าไม่ตาย ตายทั้งหมด

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “สัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย” นี่แหละถ้าถามว่าอันนี้แท้ไหม แท้จริงเลย ไม่มีใครเถียงได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 เม.ย. 2556 , 18:53:42 น.] ( IP = 171.97.7.182 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

และคำว่า “จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด” เราเองก็อยากมีความสุข เมื่อร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ก็แสดงว่า เขาก็ต้องทุกข์เหมือนเรา เจ็บก็เป็นความทุกข์เหมือนเรา ชราก็ต้องทุกข์เหมือนเรา ถ้าเป็นนกก็บินไม่ไหว ป่วยเจ็บเหมือนกัน ฉะนั้นเราอยากได้ความสุขอย่างไร ก็ปรารถนาปรารภสุขนั้นไปสู่เขา

ส่วนคำว่า “อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย” นี่เป็นการบอกตนเองให้หยุดการสร้างเวรกรรม แล้วก็เป็นการอโหสิกรรมกับสัตว์ทั้งหลายที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่เคยมีสัตว์ตนใดไม่เกิดเป็นพ่อแม่พี่น้องกัน

ฉะนั้นการเกิดร่วมกัน อยู่ร่วมกัน เช่น หมู่คณะพ่อแม่นี้ มีการล่วงเกินทางกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม แต่บัดนี้เราเลือกการกระทำจิตให้ดี ไม่ก่อเวรก่อภัย เห็นกักขังก็ทนไม่ได้ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนสัตว์ เราไม่มีเวรไม่มีภัยต่อกัน อย่ามีเวรมีภัยต่อกันเลย เขาก็ไม่ได้ทำร้ายเรา เราก็ไม่ได้ทำร้ายเขา มิหนำซ้ำเรากำลังจะช่วยเขาด้วย เป็นการหมดเวรหมดภัย ไม่มีภัยต่อตนเอง

และคำว่า “ขอจงมีความสุขกายสุขใจ” นั้นพระพุทธเจ้าสอนพระอภิธรรมล้วนๆ เพราะชีวิตประกอบด้วยร่างกายและจิตใจ เวลาเจริญเมตตาธรรมนั้น เป็นเมตตาในสมถกรรมฐานได้

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 เม.ย. 2556 , 18:54:26 น.] ( IP = 171.97.7.182 : : )


  สลักธรรม 2

คำว่า “รักษาตนให้รอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ” ตัวอย่างเช่น การปล่อยนกนั้น เราไม่ได้มีความปรารถนาให้เขาบินไปอย่างเดียว แต่ต้องการให้พ้นทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ เจตนานั้นคือไปพระนิพพานเถอะ ไปสู่มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ ไปให้หมดทั้งเราทั้งเขา

นี่ไง การอธิษฐานแล้วมีความรู้ด้วยกิเลสที่ไม่ล้อมหน้าล้อมหลัง เพราะมีความรู้ความเข้าใจในอรรถพยัญชนะ เมื่อเราเข้าใจก็ซาบซึ้ง เป็นพระปรมัตถ์ เป็นการให้เมตตากรุณา ทำลายความพยาบาทเบียดเบียนและอวยพรให้เขาเหล่านั้นได้มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ โดยตรงด้วย

หมดทุกข์หมดโศกหมดโรคหมดภัยเหมือนกัน เราก็อยากให้เขาปลอดภัย เขาก็อยากปลอดภัย แล้วเรารู้ว่าการสิ้นสุดทุกข์คือการไม่เกิด ฉะนั้นการแผ่เมตตาให้พูดช้าๆ ทำความเข้าใจกลับไป บุญที่เกิดขึ้นด้วยการอนุโมทนามัยไม่ยากเย็น การกินข้าวนานกว่าแผ่เมตตาอีก

การให้เวลากับบุญมากๆ หน่อย เวลาให้บาปให้น้อยหน่อย เมื่อเราชินทำบุญให้เวลาเท่าเม็ดทราย และทำบาปให้เวลาเท่ากำปั้น ลองคิดดู เช่น เวลาดูหนังทำไมเราใส่ใจเป็นพิเศษกับบาปอกุศล แต่เวลาแผ่เมตตาเท่าเม็ดทราย แล้วมันจะไปทลายกองหินผาอันหนาด้วยกิเลสได้อย่างไร ฉะนั้น ทุกคืนเปลี่ยนชีวิตเสีย ชีวิตเราไม่ได้เนื่องด้วยใครเลย หัดแปลให้เป็นและวิเคราะห์ศัพท์

เช่น สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ จะเห็นได้ว่ารูปนามขันธ์ ๕ นี้เป็นทุกข์ มีเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย ขอจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ ทุกข์ภัยอันเกิดจากการเวียนว่ายตายเกิด แล้วให้น้อมใจไปทั้งผู้ให้ (ทายก) ก็รู้และอธิษฐานมรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 เม.ย. 2556 , 18:54:50 น.] ( IP = 171.97.7.182 : : )


  สลักธรรม 3

ก่อนจะทำกุศลเจตนานี้ตั้งใจให้ดีบุพเจตนา เราจะต้องเข้าใจ มุญจเจตนาด้วยการพูดช้าชัด พูดอย่างมีสติปัญญา อปราปรเจตนาที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เมื่อวานเราก็พูดอย่างนี้ พูดต่อเนื่องได้ความเป็นอาจิณกรรมและอันนี้ก็จะเป็นอัญญมัญญปัจจัยต่อไป ซึ่งเราทำได้

บุญที่สำเร็จด้วยการอุทิศส่วนกุศลการแผ่เมตตา ใครอย่านึกว่าเท่าเม็ดทรายแล้วเล็กน้อย การแผ่เมตตาด้วยความตั้งมั่นและความรู้ถูกนี้มากกว่าเงินแสนที่ทำบุญอีก ตอนนี้ไม่มีใครมีเงินแสนก็สามารถทำบุญได้คือความเข้าใจถูก สพฺพ ทานํ ธมฺมานํ ชินาติ การให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

ฉะนั้นเราให้ธรรมะใคร ให้ธรรมะตัวเอง ให้ความรู้ตัวเอง ก็ชนะแล้ว หากเปรียบกับเราปรนเปรอตัวเองด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ข้าวของกันมาตั้งแต่เกิด กินผลไม้มาเท่าไหร่แล้ว มากจนจำไม่ได้ และปัจจุบันไม่มีเหลือ ข้าวกินไปกี่ถังกี่กระสอบ ก็ไม่เหลือเช่นกัน

แต่ความเข้าใจถูกนั้น เมื่อเข้าใจถูกแล้วก็ทำซ้ำอยู่นั่นแหละ เช่น ฟันเป็นรูป รู้สึกมีฟันเป็นนาม เป็นต้น เมื่อมีความเข้าใจถูกแท้ก็เข้าใจตลอดไป ถ่ายออกไปไม่ได้ แต่ข้าวปลาอาหารก็ไปกับอุจจาระปัสสาวะนั้นแหละ

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 เม.ย. 2556 , 18:55:09 น.] ( IP = 171.97.7.182 : : )


  สลักธรรม 4

นี่แหละชีวิตที่คิดถูก นี่แหละคือสัมมาทิฏฐิ ชีวิตนั้นจะมีความดำริออกจากกามภพ รูปภพ อรูปภพได้ง่ายและสะดวก พระโสดาบันบุคคลจึงเป็นผู้ที่มีความศรัทธา ๔ มั่นคงและไม่เอนเอียงแล้วเป็นบุคคลแรกในพระพุทธศาสนา จึงต้องมีคุณวิเศษดังนี้

๑. มีศีล ๕ ไม่ด่างพร้อย
๒. มีความเชื่อในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์โดยไม่มีความลังเลสงสัย
๓. มีจิตใจพร้อมจะบริจาคทุกเมื่อ

ฉะนั้นมีใครกล้ายืนยันได้ว่าตัวเองศีล ๕ บริสุทธิ์แล้ว ไม่ได้ แต่เรามีศีล ๕ แต่ไม่ใช่ศีลในมรรค คือไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดปด และไม่เสพสุรายาเมา เมื่อทำได้ก็เป็นการเพิ่มอำนาจขึ้นไป มีการสมาทานศีล ศีลวิรัติ

และเราต้องเพิ่มเติมเข้าไป ดีแล้วก็มีดีกว่า และมีประเสริฐกว่า มีดียิ่งขึ้นก็ต้องไต่เต้าขึ้นไป เดินตามทางพระท่าน ต้องพยายามโดยเฉพาะว่า สิ่งต่างๆ ไม่พร้อมนั้น ก็เพราะว่าปัญญาไม่พร้อม บารมีทานก็ไม่พร้อม เป็นปัจจัยสำคัญ ฉะนั้นบุพกรรมคือกรรมในอดีตมาตัดรอน ทำให้ฟั่นเฟือนได้



ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้พิมพ์

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [19 เม.ย. 2556 , 18:55:27 น.] ( IP = 171.97.7.182 : : )


  สลักธรรม 5

ความคืบหน้าในการสร้างศาลาหลวงพ่อเสือหลังใหม่

ณ วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๖

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 11:56:51 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )


  สลักธรรม 6

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 12:06:46 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )


  สลักธรรม 7

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 12:07:17 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )


  สลักธรรม 8

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 12:07:40 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )


  สลักธรรม 9

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 12:08:02 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )


  สลักธรรม 10

โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 12:08:30 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org