| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ทอฝันให้ถึงฝั่ง ด้วยทานบารมี
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
พระพุทธเจ้าสอนว่า ทรัพย์สินเงินทองข้าวของต่างๆ แม้กระทั่งสมบัติจักรพรรดิซึ่งคณานับไม่ได้ ก็ยังซื้อชีวิตไว้ไม่ได้ เช่น จักรพรรดิอียิปต์รวยมหาศาล การเตรียมตัวตายของเขามีการสร้างปิรามิดเพื่อไว้ฝังตัวเองและสมบัติ ส่วนจักรพรรดิจีนก็ต้องเตรียมชุดฮ่องเต้ทองคำไว้ใส่ศพ แล้วลองดูซิในที่สุดร่างกายก็ต้องเน่าเปื่อยไปเหลือเพียงแค่โครงกระดูก ซึ่งเป็นกลายเป็นโครงกระดูกใส่ทอง ใส่เสื้อฮ่องเต้ทองคำ แต่นั่นเพราะเขามีสมบัติที่จะทำ แล้วอย่างเรา แค่เตรียมเงินไว้จัดงานศพตัวเองมีหรือยัง?
ฉะนั้น ชาติหน้าสำคัญกว่า อยากรวยไปทำไม อยากใหญ่ไปทำไม อยากมีหน้าไปทำไม ไม่สำคัญเลย จงหยุดมันบ้าง ในเมื่อขันธ์ ๕ เป็นของหนักเน้อ แล้วสิ่งที่เราต้องแบกภาระความรับผิดชอบก็ควรปลดมันลงจริงๆ บ้าง ถึงเวลาที่จะต้องปลดเครื่องภาระและถักสานชีวิตด้วยศีล สมาธิ และปัญญา หรือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกันได้แล้ว
ทอฝันให้ถึงฝั่งคือพระนิพพานให้เป็นไปได้ สร้างบันไดชีวิต สร้างรอยลิขิต สุคติเอาไว้ ดูซิเราบ่นเพ้อรำพันตัดอาลัยไม่ขาด พบเพ้อเพียรผูก และก็พลัดพรากจากกัน เพียงเท่านี้ ฉะนั้นเรื่องของความดีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ได้พูดเรื่องทานไปแล้ว และแต่ละคนก็มีเจตนาในการทำทานไม่เหมือนกัน
การตั้งเจตนาในการให้ทาน ผู้ให้ทานอยู่บ่อยๆ เนืองๆ นั้น แม้จะให้ทานครั้งละเล็กละน้อยก็ตาม เช่น ทำบุญทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ปล่อยสัตว์วันละ ๑๐ หรือ ๒๐ บาท ส่วนมากก็มีการตั้งความปรารถนาหรือที่เรียกว่าอธิษฐานไว้ให้สมดังต้องการ แต่การตั้งความปรารถนานั้นแตกต่างกัน บ้างก็ขอให้ร่ำรวยเป็นเศรษฐีมีทรัพย์สมบัติมาก มีคนยกย่องสรรเสริญ มีความสุขกายมีความสุขใจ มีร่างกายแข็งแรงมีอายุยืน
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:52:54 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
สลักธรรม 2
จะเห็นได้ว่า การขอเช่นนั้นก็มีสิทธิเป็นไปได้ ทำไปเถอะบุญ รวยแน่ แต่ควรจะรวยแบบบัณฑิตคืออธิษฐานจิตว่า
ข้าพเจ้าขอทานบารมีนี้ ทำให้ข้าพเจ้ามั่งมีศรีสุข เป็นคนมีทรัพย์มาก เพื่อจะได้ทำให้ข้าพเจ้านั้นมีโอกาสทำทานบารมีต่อไป
นี่คือคำอธิษฐานของพระโพธิสัตว์ การที่ต้องการมีมากเพื่อขอทำทาน ไม่ใช่มีมากแล้วอยู่ในธนาคาร หรือมีมากเพื่อไว้ดู แล้วอยู่กับเงินได้ไม่นานก็ตายจากไป
พ่อจึงบอกอยู่เสมอว่า คนเราอาจจะเก่งเกินกัน แต่ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เก่งเกินกรรม กรรมเป็นใหญ่ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:53:18 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
สลักธรรม 3
ส่วนบางคนก็ขอให้การทำบุญครั้งนี้ได้รับการสรรเสริญ มีคนชมว่า อุ๊ย คนนี้ใจดีจังเลยนะ คุณเป็นคนใจบุญนะ ขณะที่ฟังกิเลสเข้าไหม เข้าแน่นอน หารู้ไม่ว่าความต้องการนั้นเป็นกับดัก
ฉะนั้น นกติดกับเพราะตีน คนติดกับเพราะปาก (คำพูด) เช่น เมื่อเขาชมหน่อยก็หลงใหลอุปาทานแล้วว่า คนนี้เขาชอบฉัน คนนี้รู้จักฉันจริง แต่ไม่รู้จักเราจริงหรอก หลงไปเอง หรือคนนี้เก่งนะ โอ้โหเยี่ยมเลย ไม่มีใครทำได้แบบคุณ ฟังแค่นี้ก็พองเป็นลูกโป่งเลย อะไรพอง มานะทิฏฐิฝังแน่นเข้าไปอีก เป็นการตอกย้ำหัวตะปูเข้าไปอีก
หรือบางคนทำทานเพื่อขอให้ชาติหน้าไปเกิดในสวรรค์ เป็นเทพบุตร เทพธิดา มีรูปกายทิพย์ มีสมบัติทิพย์ มีความสุข มีอายุทิพย์
การให้ทานที่สำเร็จลงด้วยดีนี้ เมื่อปรารถนาสิ่งใดไม่ผิดทำนองคลองธรรม ก็ควรแก่การตั้งความปรารถนานั้น นี่คือพระดำรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงควรตั้งจิตอธิษฐานทุกๆ ครั้งที่ให้ทาน แต่ตั้งจิตไปให้ชอบด้วยนะ ให้ถูกทาง ในที่สุดก็จะสมความปรารถนาได้ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:53:33 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
สลักธรรม 4
ความปรารถนาในเวลาให้ทานก็จะเป็นผลตอบสนอง เพราะคุณประโยชน์ของการให้นั้นมีอยู่ดังนี้คือ
๑. การให้ทานเป็นบันไดขั้นแรกที่จะนำไปสู่เทวโลก ข้อนี้อุปมาได้ว่าผู้ที่มีความต้องการที่จะขึ้นไปสู่ที่สูง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีอุปกรณ์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก ฉะนั้นบันไดเป็นเครื่องช่วยให้ไปสู่สถานที่นั้นๆ สมความปรารถนา
บุคคลที่ต้องการไปเกิดในเทวโลก เพื่อจะได้เสวยความสุขอันเป็นทิพย์ ต้องมีความเพียรพยายามทำกุศลอยู่เสมอๆ ทำแต่ละครั้งไม่ว่าเล็กหรือน้อย ทำเรื่อยๆ ไปครั้นมีโอกาสจะเป็นเหตุให้เกิดผลที่ดีต่อไปเบื้องหน้าสมดังความปรารถนา ดังสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเล่าให้ฟังเรื่องพระมาลัยเถระว่า
พระมาลัยเถระผู้เป็นพระอรหันต์ได้รับฟังมาจากเทพบุตรผู้ใหญ่ในชั้นดาวดึงส์ ในครั้งที่ท่านไปนมัสการพระจุฬามณีอันเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วเบื้องขวาของพระพุทธเจ้าที่ประดิษฐานอยู่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ว่า มีชายผู้ยากจนเข็ญใจคนหนึ่งได้เกี่ยวหญ้าขายเพื่อเลี้ยงชีวิตตนเองและครอบครัว อยู่มาวันหนึ่งเวลาเที่ยงพระอาทิตย์ตรงศีรษะแดดร้อนจ้า ชายคนนั้นก็นั่งพักเหนื่อยที่ๆ พักใต้ร่มไทร แล้วนำห่อข้าวที่เอามาจากบ้านมาแกะเพื่อรับประทาน
ขณะนั้นก็มีอีกาตัวหนึ่งบินลงมาจับอยู่ที่กิ่งไม้เล็กๆ แล้วก็ร้องว่า กา กา กา เขาก็คิดว่ากาตัวนี้คงจะหิวอาหารจนแสบท้องเหมือนกับตน จึงปั้นข้าวก้อนหนึ่งวางไว้เป็นอาหารด้วยความเมตตาสงสาร และเขาก็เป็นคนจนไม่ได้ร่ำรวยอะไร มีเพียงข้าวเปล่ากับก้างปลาทูเท่านั้น ใช้วิธีดูดก้างปลาเอา ส่วนเนื้อนั้นให้ภรรยาและบุตรรับประทานกัน แต่เขาเกิดเวทนาสงสารด้วยจิตเมตตาต่ออีกาตัวนั้น
ต่อมาไม่นานชายผู้นี้ก็ล้มป่วยลง ในวันที่ใกล้จะตาย เขาก็นอนระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิต และระลึกได้ชัดในการที่เคยปั้นข้าวที่ตนเองมีอยู่น้อยนั้นเป็นอาหารแก่กาในอดีต ซึ่งตอนนั้นตัวเขาก็หิวมาก การที่จะเสียสละในของที่ตนเองมีอยู่น้อยนั้น และหิวมากให้แก่ผู้อื่น ขณะนั้นกำลังเมตตาแรงมาก
ฉะนั้น ทานอันนี้ได้เกิดขึ้นมา เขาก็เกิดปีติและเกิดความสุขใจ ในขณะที่จิตใกล้ตายของเขามีความปีตินั้น เมื่อตายแล้วก็ไปเป็นเทพบุตรในเทวโลก มีนางเทพอัปสรบำรุงอาหารบำเรอความสุขถึง ๑๐๐ ตนได้เกิดขึ้นตอบสนองเขา โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:53:53 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
สลักธรรม 5
๒. การให้ทานเป็นเสบียงอันประเสริฐอย่างยิ่ง ไม่มีเสบียงอื่นเลยที่จะประเสริฐเท่าคือทานนั่งเอง อุปมาข้อนี้เหมือนผู้ที่มีความจำเป็นมากที่จะต้องไปในทางที่ทุรกันดารและแห้งแล้งดุจดังทะเลทราย จะหาซื้อข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงชีวิตในระหว่างทางก็ไม่มีผู้ใดนำมาขาย ไปไหนๆ ก็เจอแต่อูฐ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำข้าวของและน้ำติดตัวไปด้วย เพื่อให้เพียงพอกับความสะดวกสบายในการเดินทาง และบรรลุจุดหมายโดยปลอดภัย
(คนในสมัยโบราณนั้นถ้าเข้าไปในทะเลทรายแล้วไม่มีน้ำ เขาก็มีวิธีหาน้ำคือ ให้เอาถ้วยใบเล็กๆ หรือฝาอะไรเล็กๆ แล้วขุดหลุมให้ลึกเลยนะ เอาถ้วยวางไปแล้วหาพลาสติกแผ่นเล็กๆ ปิดไว้ ป้องกันทรายเข้า เพราะช่วงกลางคืนอากาศเย็นมีลมพัดทรายเข้ามา อากาศกลางวันร้อนมากในทะเลทราย บวกกับอากาศเย็นก็เกิดไอน้ำ ไอน้ำจะเกาะฝาพอแตะลิ้น ก็รอดตายได้)
สัตว์โลกทั้งหลายที่ยังมีกิเลสหนาปัญญาทึบอยู่นี้ ไม่ว่าจะเกิดในภูมิใดก็แล้วแต่ ต้องพบกับความตายทั้งสิ้น เมื่อตายแล้วก็ต้องเกิดอีก เพราะเหตุที่ยังไม่บรรลุความเป็นพระอรหันต์ จึงไม่สามารถหลุดพ้นไปจากสังสารวัฏไปได้ แม้ว่าจะมีความเบื่อหน่ายไม่อยากเกิดอีกก็ตาม
ดังนั้น ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจกฎของธรรมชาติ จึงจะสามารถใช้ชีวิตเป็นผู้ไม่ประมาทได้ ด้วยการกระทำกุศลเสมอๆ ด้วยการให้ทานครั้งละเล็กละน้อย สะสมไป เพราะทานที่ให้แล้วจะเป็นเสบียงอันประเสริฐ ผู้ให้ทานย่อมเป็นที่ตั้งของโภคทรัพย์ทั้งปวง ย่อมเป็นที่มาของโภคทรัพย์ทั้งปวง เป็นผู้มีเสน่ห์น่าปรานี เข้าที่ไหนก็มีผู้เลี้ยงดูปูเสื่อ เป็นเสบียงอันประเสริฐที่จะติดตามตัวข้ามภพข้ามชาติไป แม้ไปเกิดอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีความสุข แต่ก็มีทรัพย์มากและสมบัติมากในที่นั้น
เมื่อพุทธกาลน้อยถอยลงแล้ว ที่ๆ ไม่สมควรก็จะมีมากขึ้น สัปปายะจะหมดไป เพราะอย่างไร? เพราะเดี๋ยวนี้มีการแบ่งที่วัดทำทาวน์เฮ้าส์ เป็นต้น ฉะนั้นนี่คือความสำคัญอย่างยิ่ง ความเจริญถูกแบ่งหมด เขตพัทธสีมาต่างๆ จะมีการแบ่งเป็นตารางวาให้พวกทุศีลมาเปิดบ่อน อีกหน่อยไม่มีหรอกที่ดี เมื่อเป็นอย่างนี้ เราผู้ทำทาน แม้ว่าจะไปเกิดในที่ไม่ดี แต่เราก็มีทรัพย์ เมื่อมีทรัพย์มากเราก็มีโอกาสย้ายที่อยู่ได้เพราะมีเสบียง แต่ถ้าไม่มีทรัพย์ และไปเกิดในที่ไม่ดี ก็ต้องทนอยู่กับที่ ย้ายไปไหนไม่ได้
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:54:16 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
สลักธรรม 6
ฉะนั้น ในบรรดาทรัพย์สมบัติในปัจจุบันชาติ เช่น ไร่นาสวน แก้วแหวนเงินทอง เครื่องอุปโภค บริโภคต่างๆ ที่ครอบครัวมีอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นเพียงเครื่องอาศัยอยู่กินเท่านั้นเอง เช่น ที่บ้านมีชามใช้เป็นที่อาศัยไว้ใส่ข้าว แต่ปัจจุบันนั่งฟังธรรมก็ไม่มีชาม แต่เราหลงผิดคิดว่าเรามีอยู่ ความจริงเราแค่อาศัยเท่านั้นเอง
ทรัพย์สมบัติเหล่านี้มีแต่ความไม่แน่นอน อาจจะเกิดความพินาศก็ได้ เช่น ชามอาจตกแตกได้ โจรปล้นสมบัติ ไฟไหม้บ้าน อุทกภัยร้ายแรง พายุหมุน เป็นต้น ทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์โดยฉับพลัน โดยไม่คาดคิดมาก่อนเลย
ฉะนั้นเราต้องเริ่มปลง อย่าไประแวง ให้มีความรอบคอบเป็นปัจจัย แต่กรรมเป็นเหตุ ถ้าเราเคยอทินนาทานไว้ ไฟก็ต้องไหม้บ้านได้ ต้องพังได้ แต่ให้ปลงใจไว้ว่าเราอาจจะกลับไปแล้วไม่เห็นก็ได้ เราอาจจะกลับไปแล้วไม่มีก็ได้ คือโจรยกเค้าไปหมด
และหมั่นนึกทุกวันว่า วันนี้เราจากบ้านมา กลับมาอาจจะไม่เหมือนเดิมก็ได้
หรือ วันนี้เราจากบ้านมา เราอาจจะไม่มีโอกาสกลับบ้านก็ได้คือตายเสียก่อน นี่แหละเป็นการเจริญมรณานุสติ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:54:31 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
สลักธรรม 7
ด้วยเหตุนี้ผู้มีปัญญาทั้งหลาย จะต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน จึงรู้ว่าเมื่อสิ้นชีวิตไปแล้ว สมบัติที่มีอยู่นั้น สิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถเอาไปได้ ต้องปลงใจไว้ เอาไปไม่ได้เลย ต้องตกเป็นสมบัติของคนอื่นอีกต่อไปคนแล้วคนเล่า
แต่เราจะมีที่พึ่งอะไรบ้างสำหรับโลกหน้า ถ้าในปัจจุบันชาติได้บริจาคทานไว้แล้ว ผลของทานจะเป็นที่พึ่งอันประเสริฐต่อไปในโลกหน้า เพราะผลของทานจะไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดมาทำลายให้พินาศได้
ตัวอย่างหนึ่งที่จะยกมาแสดงไว้ในที่นี้ มีหญิงที่ยากจนเข็ญใจคนหนึ่ง ต้องอาศัยชายคาบ้านผู้อื่นเป็นที่พักนอน นางเป็นคนกำพร้าและโดดเดี่ยว ไม่มีทั้งมารดาและบิดาญาติสนิทมิตรสหาย ต้องขอทานเลี้ยงชีวิตตลอดเวลา
อยู่มาวันหนึ่งพระมหากัสสปะสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในฝ่ายธุดงควัตรได้พิจารณาว่า วันนี้จะไปอนุเคราะห์ใครหนอให้ได้มีโอกาสทำกุศลทาน ก็รู้ว่าควรจะอนุเคราะห์หญิงยากจนเข็ญใจคนนี้แหละ จึงถือบาตรออกจากวิหาร เดินมุ่งไปสู่ถนนที่ไปที่พักของหญิงนั้นโดยไม่หยุดรับบิณฑบาตผู้ใดเลย แล้วไปหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงชายคาบ้านที่หญิงคนนี้อาศัยอยู่
หญิงผู้ยากจนนั้นเมื่อแลเห็นพระมหากัสสปะก็คิดว่า วันนี้พระมาโปรดถึงที่อยู่ แต่ตนเองไม่มีอาหารอะไรที่จะทำทาน นอกจากเศษข้าวที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น ซึ่งไม่ควรจะให้แก่ผู้ทรงศีลอันบริสุทธิ์
นางจึงนั่งแล้วไหวด้วยความเคารพแล้วกล่าวว่า ขอนิมนต์พระคุณเจ้าไปโปรดข้างหน้าเถิด ดิฉันไม่มีอาหารจะถวายเลยเจ้าค่ะ
พระมหากัสสปะไม่ขยับเขยื้อนกาย ก็ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ และไม่ตอบอะไรด้วย นางก็พิจารณาอาการของพระเถระแล้ว รู้สึกว่าท่านต้องการมาโปรดนางโดยเฉพาะ จึงได้นำข้าวตังที่ตากแห้งทั้งหมดที่มีอยู่ ๒ แผ่นครึ่ง ซึ่งเป็นข้าวที่ขอเขามา เอามาใส่บาตรหมดเลย โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:54:49 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
สลักธรรม 8
พระมหากัสสปะปรารถนาจะให้นางเกิดปีติโสมนัส ก็โปรดนางมากด้วยการนั่งลงตรงนั้น แล้วฉันข้าวตังต่อหน้านาง และกระทำการอนุโมทนาทาน แล้วกล่าวว่า
ท่านผู้เจริญ นับถอยหลังจากชาตินี้ ๓ ชาติ ท่านได้เคยเป็นมารดาของอาตมาเอง ได้เคยเลี้ยงดูด้วยข้าวด้วยน้ำจนอาตมาเจริญวัย เติบโต และมาบัดนี้ท่านก็ยังให้ข้าวให้น้ำแก่อาตมาอีก ผลของทานที่ได้กระทำแล้วในครั้งนี้จะเกิดขึ้นตอบสนองให้ได้รับความสุขความเจริญก้าวหน้าต่อไป
เมื่อพระมหากัสสปะพูดจบ แววตาแห่งความเมตตาจ้องนาง เมื่ออนุโมทนากถาเสร็จแล้วได้ลุกจากไป ส่วนหญิงผู้ยากจนเมื่อได้ถวายทาน และมีจิตใจยินดีในทานของตนที่พระมหากัสสปะนั้นได้นั่งฉันต่อหน้า และบอกอีกว่านางเคยเป็นแม่ท่านในอดีต
(ฉะนั้น เราต้องเคารพทาน บางคนเห็นผู้หญิงก็นึกไว้ว่า เขาเคยเป็นแม่เราก็ได้ อย่าโยนของให้ บุรุษผู้ขอทานนี้อาจเคยเป็นพ่อเราก็ได้ ให้คิดอย่างนี้จิตใจจะได้อ่อนโยน)
ครั้นเวลากลางคืน นางก็เข้านอนและระลึกถึงกุศลนั้นจนกระทั่งหลับไป จิตเป็นกุศลอปราปรเจตนาอยู่เนืองๆ พอใกล้รุ่งก็เกิดลมแสลงขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน ทำให้นางสิ้นชีวิต แล้วไปเกิดอยู่ในเทวโลกชั้นนิมมานตรี เป็นเทพที่มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทิศ เป็นเทพที่มียศมาก มีอำนาจมาก มีเหล่าเทพบุตรธิดาเป็นบริวารแวดล้อมบำรุงบำเรอความสุขทุกวันคืน ได้เสวยทิพยสมบัติ
ตัวอย่างที่ยกมานี้เป็นเครื่องชี้บ่งว่า การให้ทานนั้นเป็นเสบียงอันประเสริฐ เพราะปราศจากภยันอันตรายทั้งปวง ดังนั้น บัณฑิตทั้งหลายและผู้มีปัญญาทั้งหลายจึงเรียกทานกุศลว่า อนุคามิกนิธิ แปลว่า การให้ทานเป็นขุมทรัพย์ที่จะติดตามตนไปในที่ต่างๆ ทุกภพทุกภูมิด้วยดี
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:55:07 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
สลักธรรม 9
๓. การให้ทานเป็นทางที่นำไปสู่พระนิพพาน เพราะเป็นการสั่งสมบารมีที่เรียกว่า ทานบารมี การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งพิจารณาเห็นโทษแห่งการเวียนว่ายตายเกิดว่าไม่มีที่สิ้นสุด เกิดความเบื่อหน่ายด้วยปัญญา ปรารถนาจะหลุดพ้นจากกิเลสตัณหาเข้าสู่พระนิพพาน บุคคลนั้นจะต้องรู้ตามความเป็นจริงว่า การสั่งสมบารมีให้เต็มที่หรือให้เต็มรอบครบบารมี จะเว้นขาดจากการบริจาคทานไม่ได้เลย
แม้นพระโพธิสัตว์ทุกๆ พระองค์ที่ผ่านมา เมื่อได้รับพุทธพยากรณ์จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์หนึ่งเฉพาะพระพักตร์ ว่าจะได้บรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตอย่างแน่นอน พระโพธิสัตว์เหล่านั้นก็ตั้งจิตพิจารณาด้วยปัญญาว่า บารมีใดเป็นเหตุให้เกิดการบรรลุสัพพัญญุตญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลก ก็จะรู้ว่าบารมีที่หนึ่งที่ต้องทำก่อนทุกพระองค์คือทานบารมี แล้วก็ประกาศก้องว่า แม้ชีวิตจะหมดไปเราจะทำทานให้เป็นบารมีให้ได้
ทำไมไม่ทำปัญญาก่อน เพราะถ้าไม่มีเงินทองแล้วจะมาหาปัญญาได้ไหม ไม่ได้ ต้องทำมาหากินอยู่นั่นแหละ พวกที่ไม่มีเงินทองเขาไม่มาหาปัญญากันหรอก เขาต้องเข้าครัว ต้องทำมาหากิน เพราะเขาไม่มีเงิน แต่ที่พวกเรามาหาปัญญาได้ต้องมีฐานะ มีเงินเดือน เป็นต้น
เพราะฉะนั้น ทานจัดเป็นเครื่องเกื้อกูลบารมีอื่นๆ ตลอดไปจนบรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สมความปรารถนา เพราะทานบารมีเป็นปฐม
ฉะนั้นผู้ที่เป็นปุถุชนกิเลสหนา จึงไม่ควรประมาทในการสั่งสมบุญกุศลไว้ ในบรรดากุศลทั้งปวงการให้ทานทำง่ายที่สุด และง่ายกว่าการรักษาศีล เจริญสมาธิ และปัญญา แม้เพียงสละความตระหนี่หวงแหนของตนให้ทาน ให้เล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมอ ก็จะเป็นเหตุปัจจัยสนับสนุนเกื้อกูลในภพชาติหน้าและภพต่อๆ ไป ให้ไปเกิดในสถานที่ที่สะดวกและสบาย มีความสุข และมีทรัพย์สินเงินทองจับจ่ายใช้สอยโดยไม่เดือดร้อน ไม่ต้องวิตกกังวลในการแสวงหาทรัพย์ไม่เดือดร้อนดิ้นรนในการทำมาหากิน
ก็มาวิเคราะห์ตัวเองว่า มีความรู้สึกยังไม่พอ ต้องวิ่งหาเงินอีก ถามว่าเป็นเพราะอะไร เพราะขาดทาน จึงมีความรู้สึกว่าพร่องอยู่เป็นนิจ จึงยังไม่พออยู่นั่นเอง อำนาจเจตนาทานไม่สมบูรณ์ ถึงจะมีอยู่มีกินพอแล้ว แต่ก็มีความรู้สึกว่าตัวเองต้องการอยู่ จึงต้องวิ่งหาทรัพย์อยู่ สร้างความเดือดร้อนดิ้นรนในการทำมาหากิน โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:55:21 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : )
สลักธรรม 10
บุคคลที่สั่งสมบุญไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้พรั่งพร้อมสมบูรณ์ในทุกสิ่งทุกอย่าง ฉะนั้น โอกาสที่จะให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาได้โดยง่าย โดยปราศจากเครื่องร้อยรัดกังวลใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นการคบหาสมาคมกับกัลยาณมิตร ฟังธรรมจากบัณฑิตผู้มีปัญญา แล้วกระทำความเพียรให้แก่กล้าด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐานนี้ ปัญญาบารมีที่ได้สั่งสมมาในอดีตจะเกิดขึ้นสนับสนุนให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้เร็วที่สุด โดยอาศัยทานเป็นพืชเชื้อ ดุจดังพระสิวลีเถระซึ่งเป็นพระอรหันต์ผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในด้านมีลาภมาก
พระพุทธเจ้านั้นยามที่ท่านจะเสด็จไปหาพระสาวกในที่กันดาร จะให้พระสิวลีนำไปเพราะในอดีตชาติของพระสิวลีเคยถวายทานแก่พระปทุมุตตระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ แล้วตั้งความปรารถนาไว้ด้วยอำนาจของกุศลที่ได้กระทำแล้วในครั้งนั้น ขอให้ได้เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุอื่นทางฝ่ายเป็นผู้มีลาภและยศในอนาคตกาลเทอญ เพื่อจะได้หมดจากอุปสรรคนานาประการในการทำพรหมจรรย์ให้แจ้ง
หลังจากนั้นเป็นต้นมา พระสิวลีก็ได้ทำทานกุศลตลอดมา จนสมัยพระวิปัสสีสัมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นในโลก ท่านได้เกิดอยู่ในที่ไกลจากพันธุมวดี จึงมีโอกาสถวายทานแก่พระพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระอริยสงฆ์ด้วยน้ำผึ้ง นมใส และดีปลีตามความปรารถนาด้วยอำนาจของกุศลได้ยาก
แต่ทุกวันท่านจะเดินทางจากบ้านไปสู่พันธุมวดี ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน ๔ ชั่วโมง จึงจะทันถวายเพล ด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้าจะทำทาน ท่านจึงหุงหาอาหารตั้งแต่ ๕ ทุ่ม จัดการเรียบร้อยเดินทางตั้งแต่ตี ๑ ไปนั่งรอที่พระคันธกุฎีได้ถวายองค์แรกทุกวัน และต้องเดินทางกลับอีก ขณะที่นั่งอยู่ก็เกิดปีติโสมนัสอธิษฐานธรรมทำให้คลายจากถีนมิทธะ เอาปีติมาเป็นยาบำรุงทำลายความอ่อนเพลียและเดินทางกลับไปนอนเพียง ๑ ชั่วโมง แล้วต้องลุกขึ้นมาเตรียมของกวนข้าวยาคูอีก
ทำอย่างนี้ตลอดเพื่อถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และตั้งความปรารถนาไว้ว่า ขอให้เป็นผู้เลิศกว่าใครๆ ในทางลาภและยศในอนาคตกาล เพื่อปลอดภัยจากอุปสรรคในการทำพรหมจรรย์ให้แจ้ง
การให้ทานในอดีตชาติของพระสิวลีเป็นการแสดงให้อนุชนรุ่นหลังผู้ศึกษาพระธรรมรู้ว่า การให้ทานแล้วตั้งจิตอธิษฐานนั้นมีผลตอบสนอง และให้สมความปรารถนาได้ เป็นปัจจัยสนับสนุนให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ในที่สุด
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [23 เม.ย. 2556 , 10:55:43 น.] ( IP = 125.27.167.84 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |