| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การทำทานกับการอนุโมทนา
สลักธรรม 1
ถ้าถามว่า แตกต่างกันที่วัตถุสิ่งของหรือเครื่องอุปโภคบริโภคที่ให้ทานว่ามีจำนวนน้อยหรือมาก ดีหรือเลวใช่ไหม
ตอบ ไม่ใช่
ถาม แตกต่างกันที่ผู้รับทานมีพรรษาสูง แล้วให้ผลมากใช่ไหม
ตอบไม่ใช่
ถาม แตกต่างกันที่เรื่องการเตรียมพิธีกรรมทางศาสนาให้ถูกต้องครบถ้วนทุกอย่าง เช่น จะต้องกล่าวคำถวายสังฆทานด้วยใช่ไหม และสงฆ์ผู้รับทานจะต้องกล่าว สาธุการ ต่อหน้าเราให้ได้ยินด้วยใช่ไหม
ตอบไม่ใช่
ถาม แตกต่างกันที่เรื่องการเตรียมพิธีกรรมทางศาสนาให้ถูกต้องครบถ้วนทุกอย่าง เช่น จะต้องกล่าวคำถวายสังฆทานด้วยใช่ไหม และสงฆ์ผู้รับทานจะต้องกล่าว สาธุการ ต่อหน้าเราให้ได้ยินด้วยใช่ไหม
ตอบ ไม่ใช่ โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 เม.ย. 2556 , 13:29:23 น.] ( IP = 58.11.55.176 : : )
สลักธรรม 2
ถาม ถ้าอย่างนั้นแตกต่างกันคือ ต้องนิมนต์พระสงฆ์มารับสังฆทานให้ครบทั้ง ๔ รูป หรือมากกว่า ๔ รูป ถ้าถวายน้อยกว่า ๔ รูป และบุญจะน้อยกว่าใช่หรือไม่
ตอบไม่ใช่
ถาม แล้วเป็นเพราะเหตุใดเล่า ผลของการให้ทานจึงแตกต่างกันโดยประมาณไม่ได้
ตอบ การถวายทานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงไว้ในเรื่องสังฆทานเป็นสภาวะนามธรรม ไม่ใช่เรื่องของรูปธรรม เป็นเรื่องของนามธรรม เป็นเรื่องของกุศลจิตที่เป็นใหญ่ เป็นประธาน
ส่วนพระภิกษุสงฆ์สามเณรและเครื่องอุปโภคบริโภคนั้น เป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนให้กุศลนั้นสำเร็จดังความปรารถนาเท่านั้นเอง
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 เม.ย. 2556 , 13:31:15 น.] ( IP = 58.11.55.176 : : )
สลักธรรม 3
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสการถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ว่า เพื่อมุ่งเจตนาให้ผู้ถวายทานได้ขัดเกลาจิตใจ ไม่ยึดติดในวัตถุ ในตัวบุคคล เพราะทรงเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหลังจากพระองค์ดับขันธปรินิพพานแล้ว พุทธบริษัทก็ยังคงมีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มุ่งถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ด้วยความยำเกรงในพระสงฆ์ทุกรูปเสมอกัน โดยไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายต่อพระสงฆ์ผู้รับทานในขณะนั้น จะเป็นเหตุให้กุศลจิตนั้นเกิดขึ้นได้มากกว่าการให้ทานโดยเจาะจงกับสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งหรือคณะใดคณะหนึ่ง
แม้พระองค์พิจารณาแล้วว่า หากพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว พุทธศาสนาก็จะดำรงอยู่ได้สืบต่อไปนานเท่านานด้วยการให้ความสำคัญแก่คำว่า สังฆทาน
ในทางพระวินัยพระภิกษุ ๔ รูปขึ้นไปจึงจะเรียกว่า สงฆ์ องค์เดียวไม่เรียกว่า สงฆ์ แต่การถวายสังฆทานนั้น แม้พระภิกษุรูปเดียวที่สงฆ์จัดมาเป็นตัวแทน หรือพระภิกษุเพียงรูปเดียวที่หมู่สงฆ์ได้รับรองแล้วว่าบวชถูกต้องตามพุทธบัญญัติ กายถวายทานแก่สงฆ์รูปนั้นก็นับว่าเป็นสังฆทานเช่นเดียวกัน
ดังนั้นการถวายสังฆทานที่มีอานิสงส์มากหรือมีผลมาก ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่พระภิกษุสงฆ์หรือผู้รับทาน หรือวัตถุทาน แต่ความสำคัญอยู่ที่สภาวจิต
เช่นเดียวกับการอนุโมทนามัยของผู้กำลังให้ หรือของผู้อนุโมทนามัยว่า ขณะนั้นมีความนึกคิดอย่างไร ถ้าเป็นทางถูกต้อง ทานที่ถวายแก่สงฆ์นั้นก็จะเป็นสังฆทาน การอนุโมทนาถูกต้อง กุศลนั้นก็ร่วมเป็นกุศลสังฆทาน จิตก็ร่วมเป็นสังฆทานด้วย แต่ถ้าขณะถวายสังฆทาน จิตตั้งไว้ผิดก็ไม่เป็นสังฆทาน
ฉะนั้น จะตั้งจิตอย่างไรจึงจะเป็นการถวายสังฆทานที่ถูกตรงพระพุทธบัญญัติ
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 เม.ย. 2556 , 13:31:44 น.] ( IP = 58.11.55.176 : : )
สลักธรรม 4
หลักการขึ้นอยู่กับสภาวจิตของผู้ที่จะถวายสังฆทาน จะต้องมีลักษณะ ๓ ประการคือ
๑.ต้องไม่มีความรู้สึกยินดียินร้ายต่อภิกษุที่กำลังรับทาน เช่น พระองค์นี้แก่แล้วยังงาม เป็นต้น
๒.การถวายทานต้องถวายด้วยความยำเกรงต่อสงฆ์
๓. ขณะถวายทานมุ่งไปที่คุณธรรมของพระอริยสงฆ์ ให้จิตน้อมไปที่พระอริยสงฆ์ ไม่ใช่สงฆ์ที่นั่งข้างหน้า
ฉะนั้น คนที่ทำทาน เช่น บริจาคเงิน ๑๐ ล้าน จะได้บุญมากแน่ เพราะทานเป็นที่ตั้งของโภคทรัพย์ทั้งปวง เป็นที่มาของโภคทรัพย์ทั้งปวง เวลาให้ผลก็ได้อานิสงส์มาก เพราะทำรูปทรัพย์ด้วย ทำธรรมทรัพย์ด้วย แต่เงินตราวัตถุสิ่งของไม่ใช่เป็นเครื่องวัดตวง เป็นเรื่องของสภาวธรรมที่นามจิต
ส่วนจิตที่น้อมยินดีด้วยคือการอนุโมทนาที่เห็นเขาได้ทำดี หรือยินดีที่พระภิกษุสงฆ์ได้รับทานหรือบุคคลที่ได้รับทานของเขานี้ ขณะนั้นจิตปราศจากอภิชฌาและโทมนัสย่อมปรากฏเป็นมหากุศลญาณสัมปยุตด้วยในขณะนั้น การอนุโมทนาก็เป็นไปด้วยความประณีตด้วยความบริสุทธิ์ใจ
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 เม.ย. 2556 , 13:32:05 น.] ( IP = 58.11.55.176 : : )
สลักธรรม 5
ดังนั้น เมื่อเวลาใครจะทำทานก็อย่าไปขัดทานเขา อย่าห้ามเขา ให้ปล่อยเขาทำไป แต่มีโอกาสชี้แนะเบื้องหน้าเบื้องหลัง ก็ชี้แจะ เพราะเป็นการขัดถึง ๓ บุคคลคือ
๑.เป็นการทำลายผู้กำลังกระทำให้หยุดยั้งความดีไม่ให้เกิดประโยชน์
๒.ทำลายวิบากดีของผู้ที่จะรับทาน
๓.เป็นการปิดกั้นกุศลของตนเองที่จะกล่าวอนุโมทนา
หากจะเปรียบให้ฟังแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า ผู้ที่ทำทานกับผู้ที่กล่าวอนุโมทนากับผู้ทำนั้น มีสิทธิเท่าเทียมกันในแง่ของสภาวจิตที่เป็นมหากุศลญาณสัมปยุต แต่ผลที่จะได้รับเป็นรูปธรรมไม่เท่ากัน เช่น คนที่ทำทาน ๑๐ ล้าน เวลาจะได้ผลของทาน ก็ถูกรางวัลที่ ๑ แต่คนที่กล่าวอนุโมทนาก็ถูกเลขท้าย ๒ ตัว ก็ออกมาเป็นรูปทรัพย์เหมือนกันแต่ไม่เท่ากัน ส่วนมหากุศลญาณสัมปยุตดวงเดียวกัน
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [27 เม.ย. 2556 , 13:32:34 น.] ( IP = 58.11.55.176 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |