| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อารมณ์คือปัญหา ปัญญาคือทางออก
![]()
อารมณ์คือปัญหา ปัญญาคือทางออก
ธรรมะบรรยายโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
วันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖
รอยกรรม (๑)
วันนี้จะนำทุกคนสวดบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเมื่อเช้าได้รับดอกไม้จากลูกศิษย์ มาขอบคุณที่เป็นครู เมื่อได้รับแล้วก็ตั้งใจว่า ดอกไม้ในมือของข้าพเจ้าได้รับมาจากลูกศิษย์ ซึ่งข้าพเจ้าได้สอนธรรมะเพื่อให้ความเห็นถูก แต่ความรู้ทั้งหมดที่มีนี้ ถ้าไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็คือ ปุถุชนผู้มีกิเลสที่ไม่ได้รับการยกย่องจากใคร ฉะนั้น พระธรรมทำให้ข้าพเจ้าเป็นชีวิตที่มีค่า และสิ่งที่มีค่าที่ข้าพเจ้าจะต้องเดินตามก็คือพระธรรมนั่นเอง จึงขอนำดอกไม้ที่ลูกศิษย์ให้มากราบบูชาพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ
คนเราอาจจะได้ดีในหลายๆ เรื่อง อาจจะมีลาภยศสรรเสริญสุข จากหน้าที่การงาน จากวิชาชีพ เราเป็นผู้หนึ่งซึ่งเหมือนเริ่มจะได้รับความศรัทธา และความศรัทธาที่ได้มานี้ เกินที่จะกล่าวได้ว่ามีค่าแค่ชาติเดียวเพราะพระธรรมสร้างความดีจริงๆ ให้ชีวิต จึงสูงค่ากว่าลาภ ยศ สรรเสริญ สุขทั้งหลาย พระธรรมนำยศที่ไม่ธรรมดามาให้เรา นั่นคืออริยะยศ
เมื่อได้ความรู้สึกอย่างนี้แล้วก็คิดว่า เราทุกคนจะทิ้งงานไม่ได้ เหนื่อยอย่างไรก็ท้อไม่ได้ เพราะเรากำลังสร้างยศให้กับตนเอง ยศที่มีค่าที่เกิดจากคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่แต่ละคนเข้ามาหานี่ ไม่เคยนึกว่าตัวเองมีค่า แต่นึกว่าเออ พระธรรมทำให้ชีวิตนี่มีค่า แล้วน้องๆ พี่ๆเวลาให้ หรือมาไหว้นี่ก็คือมาบูชาคุณ และคุณที่เรามีนั้นเกิดขึ้นจากคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา
นอกจากจะให้คุณในชาตินี้แล้วยังติดตามเราไปในชาติหน้าได้ ก็ขอเชิญทุกคนมาสวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณร่วมกัน จึงขอให้ทุกคนน้อมรำลึกนึกถึงพระรัตนตรัยที่พึ่งอันประเสริฐของพวกเราทุกคน แล้วกราบ ๓ ครั้ง แล้วกล่าวพร้อมกันว่า
พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า คุณบิดรมารดา และครูบาอาจารย์ทุกๆ ท่าน ด้วยความเคารพสักการะนี้ ขอให้ข้าพเจ้า เป็นผู้ได้มงคลแก่ชีวิต และสามารถสร้างชีวิตไปในมงคลทั้งหลายได้ตลอดไป ใกล้วันเวลาแห่งความสิ้นปีกาลใหม่ ที่จะเริ่มต้นในเดือนเมษาฯ นี้ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นภัยพิบัติ ภัยอันตรายโรคร้ายต่างๆ ห่างไกลจากชีวิต ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้มากด้วยสัมมาทิฏฐิ และมีความกระตือรือร้นในการสร้างคุณงามความดี ตลอดจนการไถ่ถอนความเห็นผิดและกองกิเลสทั้งหลาย ให้เบาบางลงไปจากชีวิต ขอวันเดือนปี ที่จะมีต่อไปในข้างหน้า ทำให้ข้าพเจ้ามีความมั่นคง ที่จะก้าวตรงต่อไป ในศีล ในสมาธิ และในปัญญา ได้อย่างมั่นคง ขอให้ข้าพเจ้า สามารถรักษาเจตนา ได้ตลอดไปเทอญ
โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [10 พ.ค. 2556 , 20:12:22 น.] ( IP = 61.90.120.183 : : )
สลักธรรม 1
สวัสดีและขอกล่าวคำว่า ลาที เรามาลาทีปีเก่า เพราะสัปดาห์หน้ามูลนิธิงดการเรียนการสอนเนื่องในวันหยุดสงกรานต์ เราก็จะไม่ได้พบกัน แต่ละคนก็จะได้มีโอกาสไปอยู่กับครอบครัวหรือไปทำบุญ ที่เรียกว่าทำบุญกระดูก ถ้าเป็นแบบโบราณก็จะมีการไปทำบังสุกุลที่วัด เพราะเขาจะเอากระดูกไปบรรจุไว้ที่วัด พอถึงเทศกาลหรือวันสงกรานต์ก็จะมีการทำบุญกระดูก โยงสายสิญจน์จากที่บรรจุไว้กระดูกเข้ามายังมีพระพุทธรูป พระท่านก็จะมาบังสุกุล
สัปดาห์หน้าทุกคนก็จะมีภารกิจในการกระทำความดี บ้างก็ไปพักผ่อนกัน อย่างเมื่อสักครู่นี้เราก็ได้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ นึกถึงคุณบิดา นึกถึงคุณมารดา แล้วก็นึกถึงคุณของครูบาอาจารย์ เรียกว่า เราได้กล่าววาจาอยู่ในเบญจคุณ คือคุณทั้ง ๕ ที่เราต้องเคารพ ด้วยความจงรักภักดีตลอดไป
เมื่อเรารู้จักชีวิตมากขึ้นจากการศึกษาเล่าเรียน เราจะไม่รักใครมากไปกว่าพระพุทธเจ้า ก่อนนั้นเราอาจจะรักไม่เป็น คือเดี๋ยวรักคนโน้น เดี๋ยวชอบคนนี้ แต่นับวันที่อายุมากขึ้น ผ่านเวลาผ่านแดดผ่านฝน ผ่านโน้นผ่านนี่ มีวัยที่มากขึ้นก็ทำให้เข้าใจทุกอย่างดีขึ้น แต่สำหรับผู้อื่นนั้นก็ไม่แน่ว่าจะเข้าใจทุกอย่างดีขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าใช้วันเวลาไปอย่างไร
จากความรักที่เราเคยรักอย่างกระจัดกระจาย ในวันนี้ก็พิสูจน์จากธรรมะแล้วก็จะรู้ว่า บุคคลที่เราควรเดินตาม บุคคลที่เราควรเชื่อ บุคคลที่ทำให้เรารอดพ้นจากเรื่องเลวร้าย แล้วแก้ไขให้เราได้ ก็คือ เบญจคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเมื่อเราได้กล่าวบูชาแล้ว เราก็ได้กล่าวคำตั้งเจตนาขอในเรื่องต่างๆไปแล้วเราก็ต้องทำด้วย
เพราะหลวงพ่อท่านบอกว่า ทุกอย่าง ใครทำใครได้ ทำมากได้มาก ทั้งดีทั้งชั่ว
โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ค. 2556 , 20:13:14 น.] ( IP = 61.90.120.183 : : )
สลักธรรม 2
ณ วันนี้เราก็แก่ลงทุกวัน เราเหลืออะไรบ้าง ก็เหลือแต่ความรู้สึก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้บอกว่า คนมีอายุชอบนึกถึงอดีต ซึ่งไม่มีอะไรเลย ชอบเล่าถึงอดีตพูดถึงอดีต ว่าฉันเคยเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ถ้าเผื่อเป็นวัยรุ่นหน่อย ก็คิดถึงอนาคต คิดถึงคนรัก คิดว่าจะปลูกบ้านอย่างไร มีแต่ความคิดถึงและคาดเดา ว่าจะต้องทำอย่างโน้น อย่างนี้ มีความรำพึงรำพัน นั่นเอง ส่วนวัยเด็กเป็นวัยที่ไม่นึกถึง ไม่คิดถึง แต่มีชีวิตอยู่กับปัจจุบันอารมณ์ มีอะไรเล่นก็เล่น มีอะไรกินก็กิน นั่นคือวัยเด็ก
ในวันนี้จึงอยากจะบอกว่า อารมณ์ คือปัญหา ปัญญา คือ ทางออก ทุกวันนี้เราไม่เจออะไรนอกจากอารมณ์ และก็สร้างปัญหามากให้กับเรา อารมณ์ต่างๆ ที่เข้ามาคือ รูปารมณ์ สัทธารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ และธรรมารมณ์เป็นปัญหากับปุถุชนตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นอารมณ์ของพระอริยะเจ้าก็จะไม่เป็นปัญหาแล้ว
พระอริยะเจ้ามีปัญญาเป็นทางออก แต่เราออกได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ส่วนมากออกไม่ได้เพราะเราจะติดกับดักในอภิชฌา และโทมนัส ฉะนั้น เราเองจะต้องเป็นผู้ที่พิจารณาให้ถี่ถ้วน เราคิดได้แต่ต้องพิจารณาด้วย ซึ่งเป็นไปตามหลักที่หลวงพ่อให้มาเป็น ๒๐ ๓๐ ปีแล้วว่า คิด พิจารณา ทบทวน แล้วค่อยตัดสินใจ
คิดแล้วพิจารณา พิจารณาแล้วทบทวน ทบทวนแล้วค่อยตัดสิน คือ ชะลอความด่วนได้ฉิบหายช่างมัน ออกไป อารมณ์ต่างๆ นี่คือปัญหา อารมณ์ที่มากระทบเรานี่เป็นวิบาก ซึ่งมีฝ่ายดีกับไม่ดี และส่วนมากโดยเฉลี่ยแล้ว ๗๐% เป็นอารมณ์ไม่ดีที่เข้ามา เพราะอดีตเหตุเราสร้างความไม่ดีไว้มากกว่าความดี ฉะนั้น อารมณ์จึงเป็นปัญหา
โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ค. 2556 , 20:13:34 น.] ( IP = 61.90.120.183 : : )
สลักธรรม 3
โดยเฉพาะว่าถ้าอยู่กันหลายๆ คน มีญาติพี่น้อง ก็จะมีรูปารมณ์ สัทธารมณ์ที่ไม่ถูกใจ ทำอะไรไม่พอใจ ทำอะไรน่าเบื่อ มันจึงเป็นปัญหาที่ทำให้เราต้องแก้ไขอยู่ตลอดเวลา แต่ปัญญาคือทางออก เพราะถ้าเรารู้เท่าทันวิบาก และรู้เท่าทันอารมณ์ว่าเป็นวิบาก เราก็จะมีทางออกไป
เพราะคนเราคิดไม่เหมือนกัน จึงอย่าเอาเราเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าเขาจะต้องเหมือนเรา
คนเรามีความคิดไม่เหมือนกัน แต่มีความต้องการเหมือนกันคือความสุข
แต่การศึกษาพระอภิธรรมนั้นเป็นการปรับทิฏฐิให้เรามีโอกาสที่จะคิดเหมือนกัน
โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ค. 2556 , 20:13:54 น.] ( IP = 61.90.120.183 : : )
สลักธรรม 4
ฉะนั้น พระธรรมจึงสุดยอดที่สุด ไม่ว่าอารมณ์หลากหลายมาอย่างไร องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็อธิบายได้ และชี้แจงได้ ว่าอารมณ์เหล่านี้เป็นกองกิเลส และเป็นกิเลสตระกูลไหน
อารมณ์ต่างๆ ที่ถูกกิเลสครอบครอง จึงสร้างปัญหาให้กับชีวิต เป็นปัญหาในชาตินี้และชาติหน้า เขาเรียกว่าโซ่วัฏฏะคือแก้ไม่หลุดและไม่มีทางหลุดพ้นได้เลย
เพราะเราเกิดมาแล้วจะตัดความเป็นพ่อเป็นแม่ไม่ได้ เราจะตัดความเป็นลูกเป็นภรรยาเป็นสามีไม่ได้ มันก็จะต้องอยู่กันไปเป็นชาติหนึ่ง ต้องมีความรู้สึกอย่างนี้ไป ฉะนั้น มันผูกพันเป็นสายสัมพันธ์
ความผูกพันมันมีอยู่ แล้วเราก็มาคิดว่า เขากับเราไม่เหมือนกัน แต่มันก็ต้องอยู่กันทั้งชาติ ต้องมีความรู้สึกนี้ทั้งชาติ ฉะนั้น อารมณ์จึงเป็นปัญหา แต่ถ้าเรามีปัญญาที่ไม่ใช่เอาไว้แต่พูด แต่มีไว้ขบคิด และคิดได้
เช่นเรากระทบอารมณ์กับพี่น้อง กระทบอารมณ์กับแม่ กระทบอารมณ์กับพ่อ เราเป็นผู้ที่เรียนมา ก็ให้เรามีสติและระลึกได้ว่า เขากับเราไม่เหมือนกัน นั่นคือความสันทัด คือความคิดของเขา แต่ความคิดของเรา เราคิดอย่างนี้ว่าไม่จำเป็นเลยไม่เห็นมีประโยชน์เลย เพราะเรารู้ว่า สิ่งต่างๆ มันไม่มีประโยชน์จริง
โดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ค. 2556 , 20:14:15 น.] ( IP = 61.90.120.183 : : )
สลักธรรม 5
สัปดาห์ก่อนก็กระจายให้เห็นว่า ชีวิตคือขันธ์ ๕ ย่นย่อแล้วเหลือ ๒ คือรูปกับนาม และสุดท้ายก็ไม่เหลือเลย เพราะดับกันหมด ฉะนั้น สิ่งที่มากระทบทั้งดีทั้งชั่ว นอกจากจะเป็นเรื่องของวิบากแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นสาระให้เรายึดหน่วงได้ ถ้าเราเท่าทันหรือเรียกว่ามีปัญญารู้ตามความเป็นจริง เราก็หยุดการที่จะเอาตัวเราเป็นเกณฑ์ วาทภัยก็ไม่เกิดขึ้น
เราต้องค่อยๆ ทำ เหมือนการค่อยๆ ปลีกใจแต่เราไม่ได้ปลีกกาย แล้วก็อยู่อย่างนี้ อยู่กับญาติพี่น้องอยู่กับสังคมแต่เราปลีกใจของเราออกมาได้ เพราะถ้าเราปลีกใจได้ ใจเราก็ไม่เร่าร้อน ไม่ลุ่มหลง เพราะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้น เราเป็นผู้รู้ตามพระพุทธเจ้าแล้วว่ามันไม่มีสาระ นี่คืออย่างหนึ่งที่เรียกว่าเราสามารถเอาธรรมะไปใช้ได้ แต่ถ้าเรามีปัญญาในการปฏิบัติ เห็นการเกิดดับตามความเป็นจริงแล้ว มันก็ยิ่งกว่าการคิดได้ แต่คิดออกเลย ถ้ามีปัญญาแล้ว พอเห็นอะไรปุ๊บก็เห็นทางออกหลุดพ้น
เราเอาสุตามยปัญญามาเป็นทางออกของใจ และเมื่อเราภาวนาจนเกิดปัญญาขั้นสูงสุด ปัญญาก็จะมาช่วยเราได้อีกระดับหนึ่ง สรุปได้ว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าการใช้ชีวิตในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ทำให้เราร่มเย็น
ตอนนี้อากาศร้อนจัด ถ้าเรามีดีกรีของใจที่ไม่มีธรรมะ มันก็ยิ่งเพิ่มความร้อนเข้าไปมากขึ้น และเราเองก็เป็นผู้ได้รับผลของความคิดความนึกความรู้สึกของเรา นอกจากวิบากแล้วยังมีอารมณ์อีกที่เป็นปัญหา จึงได้บอกว่า อารมณ์เป็นปัญหาแต่ปัญญาเป็นทางออก ก็อยากให้ทุกคนใช้วันเดือนปีที่มีต่อไป อย่างมีปัญญา อย่าเอาปัญญาไว้พูด แต่เอาปัญญาไว้ขบคิด
เราต้องรู้ว่าเรานี่พูดเก่งเป็นนักพูดทุกคนเลย บางคนพูดธรรมะเก่ง แต่ขบคิดด้วยธรรมะไม่ได้ มันก็ไม่เป็นประโยชน์ ถ้าเผื่อเป็นในพุทธกาล เราก็เหมือนเป็นพระอาจารย์แต่ใบลานเปล่า พอมีเรื่องเกิดขึ้นกับตัวก็ใช้การอะไรไม่ได้ ฉะนั้น เราก็ต้องค่อยๆ คิด แล้วค่อยๆ แก้ไขว่าต่อไปนี้อายุที่เพิ่มขึ้น วันเวลาที่มากขึ้นเราก็แก่และเราควรจะทำอย่างไร เพื่อจะสร้างนิสัยที่จะมีอยู่ในบั้นปลายให้ดีอยู่อย่างมีค่า แล้วไปอย่างมีคุณให้ได้
คำพูดไม่มีค่ามากหรอก อย่างที่พูดธรรมะให้ฟังในแต่ละครั้งนี่ แต่เมื่อนำคำพูดไปใช้นั่นแหละ ความมีค่าก็จะเกิดขึ้นที่ตัวของผู้ใช้ ฉะนั้นคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะศักดิ์สิทธิ์ต่อชีวิตก็ต่อเมื่อเอาไปลิขิตชีวิต ไม่ใช่เอาไปพูด มันก็เข้าประเด็นที่หลวงพ่อบอกว่า พูดมากผิดมาก ไม่พูดเลยไม่ผิดเลย แต่ถ้าเราจำเป็นต้องพูด ต้องพูดอย่างมีค่า
(ยังมีต่อ)
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทปโดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ค. 2556 , 20:14:40 น.] ( IP = 61.90.120.183 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณมากค่ะ ธรรมะเมื่อนำมาใช้มีความสุขใจเสมอค่ะ
โดย น้องอุ๊ (anchalee) [14 พ.ค. 2556 , 18:39:56 น.] ( IP = 125.24.55.208 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |