มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อารมณ์คือปัญหา ปัญญาคือทางออก (๒)







อารมณ์คือปัญหา ปัญญาคือทางออก (๒)
ธรรมะบรรยายโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร
วันอาทิตย์ที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖


อารมณ์คือปัญหา ปัญญาคือทางออก (๑)

เมื่อจำเป็นต้องพูด ต้องพูดอย่างมีค่า คนแก่ที่จะมีค่าก็คือ พูดให้น้อย ยิ้มให้เยอะ ให้หมั่นนึกไว้ว่าถ้าหากเรามีลูกมีหลาน แล้วเราพูดมากอย่างที่เขาเปรียบว่าพูดเป็นต่อยหอย ลูกหลานที่จะเจริญเติบโตขึ้นมาก็จะไม่เชื่อไม่เคารพเราหรอก เพราะเขาจะคุ้นเคยกับการช่างพูดของเราว่า ยายก็เป็นอย่างนี้ ตาก็เป็นอย่างนี้ ปู่กับย่าก็เป็นอย่างนี้ ลุงก็เป็นอย่างนี้

ใครที่ช่างพูดหรือพูดมากหรือพูดซ้ำๆ เราก็รำคาญ เมื่อก่อนเราก็เป็นแบบเขา คือรำคาญปู่ย่าตายายที่พูดมาก ต่อไปเขาก็จะเป็นแบบเรา คือรำคาญเราที่พูดมาก ๆนั่นเอง เมื่อเรารู้แล้วว่า สายน้ำนั้นไหลลงไปในที่ต่ำ เหมือนกับชีวิตของเรานี่มีต้นน้ำและในขณะนี้มันอยู่ในช่วงของการไหลลงแล้ว เราเหลือเวลาไม่มาก จึงต้องทวนกระแส

คำว่า “ทวนกระแส” ในที่นี้ ต้องใช้ให้เป็น คือ ทั้งทวนกระแสกิเลส และทวนกระแสความเคยชิน เราต้องเป็นคนนิ่งเป็น ยิ้ม มองด้วยเมตตา พร้อมจะกรุณา และพร้อมจะให้อภัย นี่แหละชีวิตจึงจะมีค่าด้วยการมองด้วยเมตตา ใครไม่ดีกับเรา ใครเขาว่าเรา เราก็ต้องสงสารเขา เพราะเขากำลังสร้างกรรมใหม่ เพราะเขาไม่เข้าใจเราจริง เราต้องพร้อมจะกรุณาช่วยเหลือเขา เมื่อเขามีคำถามอะไรมาเราก็ต้องพร้อมตอบ แต่ไม่ต้องวิ่งตามไปตอบให้ใคร แต่ต้องพร้อมจะตอบและพร้อมจะให้อภัย

ต้องให้อภัยและให้โอกาส เพราะไม่มีใครอยากชั่ว แต่ที่ชั่วเพราะขาดสติ ขาดความระลึกรอบคอบ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [15 พ.ค. 2556 , 16:48:37 น.] ( IP = 182.52.201.135 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




ทำไมเราจึงหลงเพลิน? ก็เพราะว่าเราขาดสติสัมปชัญญะ คือ สติปัญญา

เราก็ต้องหายใจลึกๆ แล้วถามตนเองว่า ทำไมเราขาดสติปัญญา? ก็เพราะเราด่วนได้ ฉะนั้น จึงต้องหันกลับมาสร้างและฟื้นฟูสติปัญญาให้ดีขึ้น ทำเวลาของเราให้มีค่า ให้มีสติมากๆ หัดถามตนเองว่า จำเป็นไหม? ควรไหม? ชั่งใจด้วยความรอบคอบและรอบรู้ ชีวิตก็จะปลอดภัย

สิริมงคลของชีวิตนั้นไม่ได้อยู่ที่การบนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหน สิริมงคลไม่อยู่ที่ใคร แต่อยู่ที่เรา หลวงพ่อแสวงท่านเคยบอกว่า ไม่มีอะไรที่จะดีมากไปกว่าความสวัสดี และสิ่งที่ท่านมักจะสอนในเทศกาลสงกรานต์เสมอก็คือ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือต้องทำชีวิตให้เหมือนน้ำ เพราะน้ำปฏิรูปตัวเองได้ เอาไปใส่ภาชนะกลม น้ำก็กลม เอาไปใส่ภาชนะสี่เหลี่ยม น้ำก็เหลี่ยม ต้องทำตนเองเป็นน้ำที่พร้อมจะปฏิรูปตนเอง ไปในภาชนะต่างๆ ได้

แต่ถ้าเป็นดินซึ่งมีความแข็งมาก หรือเหมือนก้อนหิน มันก็จะค้างอยู่แค่ปากขวด บรรจุลงไปไม่ได้ จึงต้องทำตนเองเป็นน้ำ ที่พร้อมจะปฏิรูปตนเองในทุกๆ สถานที่ และมีสติสัมปชัญญะ มีความหวังดี ไม่มีความหวังร้ายกับใคร และก็มีการชั่งใจว่านี่คือ วิบาก ก็จะอยู่ได้ด้วยความปลอดภัย

โดย น้องกิ๊ฟ [15 พ.ค. 2556 , 16:49:09 น.] ( IP = 182.52.201.135 : : )


  สลักธรรม 2




พูดแล้วก็นึกนึกถึงชีวิตของพระ โดยเฉพาะชีวิตของหลวงพ่อเสือท่าน ที่ไม่ได้ต้องการวัตถุสิ่งของใดเลย เมื่อลูกศิษย์มีความศรัทธานำปัจจัยมาถวายหลวงพ่อเพื่อบูชาคุณ ท่านก็ให้นำไปบริจากที่สภากาชาดบ้าง ที่โรงพยาบาล หรือสถานสงเคราะห์ต่างๆ บ้าง หรือถ้ารู้ว่าลูกศิษย์คนนี้ไม่มีเงินใช้ท่านก็ฝากไปให้ ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ท่านสั่งให้หยิบเงินของท่านไปให้พระอาพาธรูปหนึ่งซึ่งท่านไม่รู้จักแต่มารับการรักษาที่โรงพยาบาล

ฉะนั้น สิ่งที่อยู่ในใจหลวงพ่อเสือท่านนั้นมีแต่ให้ ความรักคือการให้ หลวงพ่อเสือท่านรักลูกจริงๆ ความรักของท่านเป็นรักแท้ แต่ความรักของเราล่ะเป็นอย่างไร? รักแท้คือการให้ และหัวใจต้องเต็มเปี่ยม และหลวงพ่อไม่เคยว่าลูกศิษย์คนไหน ทั้งรวยหรือจนก็มีสิทธิ์ของลูกอย่างเท่าเทียมกันคือเป็นลูกพ่อ และท่านก็พาพวกเราก้าวไปสู่ความฝันว่า สักวันหนึ่งเราจะเป็นคนสิ้นกิเลส

หลวงพ่อท่านบอกเสมอว่า รักพ่อศรัทธาพ่อ เดินตามทางพ่อมาสิ ฉะนั้นไม่ว่าใครอยู่ตรงไหน ท่านก็ตามดูแลเสมอ และเมื่อมีโอกาสท่านก็จะฝากคำพูดไปถึง อย่างลูกศิษย์คนหนึ่งที่ท่านมองดูอยู่บ่อยๆ ท่านปล่อยให้คิดให้วางแผนไปตามไฟฝันในใจก่อน เพราะขณะนั้นไฟในใจที่อยากทำ ที่อยากมี มันรุนแรงกว่ากว่าคำเตือนของท่าน ตอนนี้ยังขวางไมได้ ก็ให้เขาไปผจญกับอารมณ์เต็มที่

พอปรอทมันลดลงแล้ว ท่านก็เข้าแทรกตรงนั้น โดยบอกว่า หยุดเถอะลูก มาอยู่กับพ่อ มาเอาบันไดพาดมาหาพ่อเถอะ มาช่วยงานที่อ้อมน้อย เพราะที่นั่นมีแต่คนแก่ๆ มาช่วยดูแลคน ที่มาเข้าปฏิบัติ เมื่อลูกมาทำหน้าที่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นก็เหมือนกับลูกเอาบันไดพาดมาที่หน้าตักของพ่อ และในการทำงานก็เหมือนกับลูกกำลังก้าวเข้าไปบนบันได จำไว้ว่า ลูกมีหน้าที่ปีนขึ้นอย่าปีนลง ถ้าลูกพาดบันได้อาทิตย์ละ ๒ วัน หนึ่งเดือนก็จะได้ ๘ วัน หนึ่งปีก็จะได้ ๙๖ วัน นั่นคือเจตนาที่จะไปหาพ่อ แล้วก็อย่ากลัวอด ลูกพ่อเสือไม่มีทางอด แต่จะอดอยู่อย่างเดียวคือ อดกิเลสได้

โดย น้องกิ๊ฟ [15 พ.ค. 2556 , 16:49:31 น.] ( IP = 182.52.201.135 : : )


  สลักธรรม 3




ฉะนั้น เราก็เหมือนกัน เรากำลังประพฤติอะไรอยู่ ใจของเราเป็นเช่นไรอยู่ ต้องหัดเตือนตนเองให้ห่างจากความผูกพัน เช่นเครื่องประดับนั้นเป็นของชั่วคราว อย่างเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาได้ไปงานแต่งงานงานหนึ่งพอไปหยิบเครื่องประดับมาใส่ก็รู้สึกเลยว่า ตอนนี้ใส่ อีกสักครู่ถอด

ฉะนั้น ขอใส่ชั่วคราว มันเป็นของชั่วคราว เพราะเดี๋ยวเราก็กลับมาถอดและมันก็อยู่ตรงนั้นแหละ และอะไรไม่ได้ใช้มันก็ไม่มีค่า ฉะนั้น มันจะมีค่าต่อเรา ก็ต่อเมื่อเรากำลังต้องการใช้ จึงตั้งใจว่า สมบัติทุกอย่าง ของที่มีทุกอย่างเสื้อผ้าอาภรณ์ชั่วคราว เป็นการขอยืมใช้ มีวิบากเป็นผู้นำมาให้ใช้

เมื่อวิบากมี จึงมี เมื่อวิบากหมดมันก็ต้องหมด ถึงวิบากจะไม่หมด แต่ถ้าหมดชีวิตมันก็หมดเหมือนกัน ฉะนั้น ต้นทุนของชีวิตไม่ใช่อยู่ที่เงิน แต่อยู่ที่เวลา แล้วต้นทุนของเราเหลืออยู่กี่วันกันล่ะ? ไม่นานแล้วเราก็ตาย

จึงอยากจะฝากสติให้ทุกคนคิดว่าอย่าไปยึดอะไรมาก อะไรไม่ใช่ของเราอาศัยชั่วคราว อย่ากอบโกย อย่าเก็บกัก และอย่าคดโกง ๓ อย่าง แต่ให้หมั่นทำความดี ความดีจะอยู่คู่เรา หลุดพ้นจากความหมองเศร้า ที่พาให้เรามืดมน เราจะหลุดพ้นจากความหมองเศร้าได้ก็ต้องพ้นจากกิเลสในขณะนั้น เพราะกิเลสเป็นเครื่องหมองเศร้าของจิต ขณะที่เราทำจิตของเราให้ดี เราก็หลุดพ้นจากความหมองเศร้า

โดย น้องกิ๊ฟ [15 พ.ค. 2556 , 16:49:51 น.] ( IP = 182.52.201.135 : : )


  สลักธรรม 4


ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องทำบุญ เพราะเมื่อตายแล้วเราก็เอาสมบัติไปทำบุญไม่ได้ จึงให้ใช้ไปในขณะที่มีชีวิต เราก็รู้สึกว่ามีอิสระเพราะไม่ต้องแบกทุกข์ ทุกวันนี้ก็มีการใช้กระเป๋าสำหรับใส่เงินกองกลางที่ใช้ในบ้าน ก็จะมีการตกลงกันว่า ถ้าเผื่อยืมเงินไปแล้วลืมใช้คืน ก็ขออโหสิด้วยนะ หรือถ้าลืมใช้คืนก็ให้ทวงได้ เราจะได้ไม่มีเวรไม่มีภัยต่อกัน อะไรยืมไว้ก็คืน ลืมก็ทวงได้

หลวงพ่อท่านบอกว่า ทำๆ ไป ใช้ๆ ไป คืนๆ ไป เพราะว่าเราต้องเดินข้ามภพ เราแบกอะไรอยู่ เราสะพายอะไรอยู่ เราถืออะไรอยู่ เราย่อมเป็นผู้ไปคนเดียว ฉะนั้น เมื่อไปคนเดียว สิ่งที่เป็นภาระ สิ่งที่เป็นเรื่องหนัก สิ่งที่เป็นเรื่องที่ไม่ดี มันก็ติดตามเราไป ทำบุญไป ถ้ามีหนี้ก็ใช้หนี้ ก็จะมีอิสระตัวเบา และเราก็จะได้ไปอย่างสงบ ไปอย่างที่ไม่มีภาระอิรุงตุงนัง คนเขาจะกล่าวถึงเราก็ต่อเมื่อเราดี ความดีก็คืออยู่อย่างมีค่า และไปอย่างมีทุน

ไม่มีใครช่วยเราได้ ถ้าเผื่อเราไม่ช่วยตัวเอง เรามาเดินตามนิสัยของพ่อเรากันเถอะ ..ความรักคือการให้

ก็อยากจะบอกว่า ไม่ได้รู้สึกยินดีที่ใครมากราบมาไหว้ แต่รู้สึกยินดีว่า เราได้นำพระธรรมมาครองใจเราถึงได้มีลูกศิษย์อย่างทุกวันนี้

ก็ขอความสวัสดีความมีมงคล ความกระตือรือร้น อยู่ในบุญ ความศรัทธาอันมั่นคง และปัญญาบารมี จงเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกคน อย่าลืมว่าอารมณ์ต่างๆ คือปัญหา ปัญญาคือทางออก ขอให้ทุกคนมีทางออกจากปัญหาด้วยปัญญาและพาตนเองพ้นภัยทั่วหน้ากับทุกท่านทุกคน อนุโมทนา




ขออนุโมทนากับน้องนวล ผู้ถอดเทป

โดย น้องกิ๊ฟ [15 พ.ค. 2556 , 16:50:12 น.] ( IP = 182.52.201.135 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org