| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
กาลใกล้ปรินิพพานของพระบรมศาสดา
สลักธรรม 1
พระอานนท์ทูลถามว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ในพรหมจรรย์มีสุภาพสตรีเป็นอันมากเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ในฐานะต่างๆ เป็นมารดาบ้าง เป็นพี่หญิงบ้าง น้องหญิงบ้าง เป็นเครือญาติบ้าง เป็นผู้เลื่อมใสในพระรัตนตรัย ภิกษุจะพึงปฏิบัติต่อสตรีอย่างไร
พระศาสดาตรัสตอบว่า อานนท์เอย การที่ภิกษุจะไม่ดูแลสตรีเพศเสียเลยนั้นเป็นการดี
พระอานนท์ทูลถามว่า แต่ถ้าจำเป็นต้องดูแลพระพุทธเจ้าค่ะ
พระศาสดาตรัสตอบว่า ถ้าจำเป็นต้องดูแล ก็อย่าพูดด้วย อย่าสนทนาด้วยเป็นการดี
(ข้อนี้ก็นำมาใช้กับพระสงฆ์ในสมัยนี้ได้ เมื่อต้องไปเยี่ยมไข้ นั่งลงส่งกระแสจิตสวดสามพรานให้ ท่องมนต์บ่นคาถาไป ไม่จำเป็นต้องพูด)
พระอานนท์ถามต่อว่า ถ้าจำเป็นต้องสนทนาด้วยล่ะพระพุทธเจ้าค่ะ จะปฏิบัติอย่างไร
ถ้าจำเป็นต้องสนทนาด้วย จงมีสติไว้ ควบคุมสติให้ดี สำรวมอินทรีย์ วาจาให้เรียบร้อย อย่าให้เกิดความกำหนัดยินดีหรือหลงใหลครอบงำจิตได้
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:33:17 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
สลักธรรม 2
พระศาสดาตรัสต่อว่า อานนท์ เรากล่าวว่าสตรีที่บุรุษเอาใจเข้าไปเกาะเกี่ยวนั้นเป็นมลทินของพรหมจรรย์
พระอานนท์ทูลถามต่อว่า แล้วสตรีที่บุรุษมิอาจเอาใจเข้าไปเกี่ยวเกาะเล่าพระพุทธเจ้าค่ะ จะเป็นมลทินของพรหมจรรย์หรือไม่
พระศาสดาตรัสว่า ไม่เป็นซิอานนท์ เธอนึกได้อยู่หรือ เราเคยพูดไว้ว่า อารมณ์อันวิจิตรสิ่งสวยงามในโลกนี้มิใช่กาม แต่เป็นความกำหนัดที่เกิดขึ้นเพราะการดำริต่างหากเป็นกามของคน เมื่อกระชากความเอาใจออกเสียได้แล้ว สิ่งที่วิจิตรสวยงามก็อยู่เก้อๆ ทำพิษอะไรไม่ได้
(ฉะนั้น ในสมัยนี้สตรีจะแต่งตัวยั่วยวนอย่างไรก็เฉยๆ มองให้เป็นของว่างเปล่า เป็นภัยต่อพรหมจรรย์ พระพุทธเจ้าตรัสแล้ว พระภิกษุมีหน้าที่สำรวม ไม่ต้องไปโทษสตรีว่าใส่สายเดี่ยว แต่ช่วงนี้พระภิกษุโทษสตรี เพราะพระภิกษุไม่ทำตามพระพุทธเจ้ากัน แต่ว่าสตรีนี้แย่ แต่จริงๆ แล้วต้องบอกว่า ที่แย่เพราะพระภิกษุไม่สำรวมเอง พ่อเองก็มีสตรีมานั่งเฝ้า ก็หนีซิลูก จะอยู่ทำไม ก็เข้าป่าออกธดุงค์ไป ให้นั่งเฝ้ารูปปั้นหน้าวัด)
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:33:41 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
สลักธรรม 3
พระอานนท์กราบทูลถามต่อว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว จะปฏิบัติเกี่ยวกับพระพุทธสรีระอย่างไรพระพุทธเจ้าค่ะ
พระศาสดาทรงห้ามว่า อย่าเลยอานนท์ เธออย่ากังวลกับเรื่องนี้เลย หน้าที่ของพวกเธอคือคุ้มครองตนให้ดี จงพยายามทำความเพียรเผาบาปอย่างเดียว เผาบาปให้เร่าร้อนอยู่ทุกๆ อิริยาบถเถิด สำหรับเรื่องสรีระของเราเป็นหน้าที่ของคฤหัสถ์ที่พึงกระทำกัน ไม่ใช่ของเธอสมณะทั้งหลาย
พระอานนท์รับว่า พระพุทธเจ้าค่ะ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคฤหัสถ์ก็จริงอยู่ แต่ถ้าเขาถามข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะพึงบอกเขาอย่างไรพระพุทธเจ้าค่ะ
อานนท์ คือทุกอย่างเป็นแบบนี้ เขาจะพันสรีระแห่งพระเจ้าจักรพรรดิด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วย สำลี ๑ แล้วพันด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลีอีก ๑ ทำอย่างนี้ ๕๐๐ คู่ ๕๐๐ ชั้น แล้วนำไปวางบนรางเหล็กไม้หอมนานาชนิด แล้วถวายพระเพลิง เสร็จแล้วก็เชิญพระอัฐิธาตุแห่งพระเจ้าจักรพรรดินั้นไปบรรจุในสถูปที่สร้างไว้ ณ ทางสี่แพร่ง สรีระแห่งตถาคตก็พึงทำเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อผู้มีใจเลื่อมใสจะได้บูชาทำประโยชน์สุขแก่เขาตลอดกาลนาน
เมื่ออธิบายหมด พระผู้มีพระภาคเจ้าก็แสดงทูปาหารบุคคลคือ บุคคลผู้ควรบูชาอัฏบิธาตุไว้ในสถูป ๔ จำพวก คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก พระเจ้าจักรพรรดิ
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:34:10 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อตรัสบอกอย่างนี้แล้ว ก็ทรงหลับพระเนตรบรรทมนิ่ง พระอานนท์ก็ถอยออกจากที่เฝ้าด้วยความเศร้าสลดสุดที่จะอดกลั้นได้ แล้วพระอานนท์ก็หลบไปยืนอยู่ที่เงียบสงัดแห่งหนึ่งรำพึงไปว่า พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของโลกและของข้าพเจ้าด้วย แต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าจะไม่เห็นพระองค์อีกแล้ว พระองค์ผู้ทรงพระมหากรุณาธิคุณดุจห้วงมหรรณพมาด่วนจากข้าพเจ้าแล้วหรือนี่ เหลือเวลานับไม่ได้แล้ว ไม่มีวันเวลาให้ข้าพเจ้าอีกแล้ว ที่พึ่งที่สูงสุดของข้าพเจ้า ทั้งที่เราอานนท์ยังมีอาสวะอยู่ครบ
เมื่อพระอานนท์หายไปนานผิดปกติ ก็ทรงลืมตาขึ้นแล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย อานนท์ล่ะ อานนท์หายไปไหนรีบไปตามอานนท์มานี่เถิด
เมื่อพระอานนท์มาถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกให้เข้ามาหาพร้อมลูบศีรษะของพระอานนท์แล้วตรัสว่า อานนท์ อย่าคร่ำครวญนักเลย หยุดนิ่งโสกะความสลดเสียเถิด เราเคยบอกแล้วมิใช่หรือบุคคลย่อมพลัดพรากจากสิ่งที่รักพอใจเป็นของธรรมดา ในโลกนี้หรือโลกไหนก็ตาม ไม่มีอะไรยั่งยืนถาวรเลยอานนท์ สิ่งทั้งหลายมีการเกิดเป็นลำดับและมีการดับเป็นของธรรมดาเป็นที่สุด ไม่มีอะไรยั้งและต้านทานได้
ข้าพระองค์คงว้าเหว่และเดียวดายสุดจะอาดูร เมื่อคำนึงอย่างนี้แล้ว ก็สุดจะห้ามความโศกสลดได้พระพุทธเจ้าค่ะ
เมื่อพระพุทธเจ้ารับฟังแล้วจึงตรัสว่า อานนท์เอย เธอเป็นผู้มีบารมีธรรมที่สั่งสมมาแล้วมาก เธอเป็นผู้มีบุญที่สั่งสมไว้มาก อย่าเสียใจเลย กิจอันใดที่ควรทำแก่ตถาคต เธอได้ทำกิจนั้นสมบูรณ์ด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมอันประกอบด้วยเมตตาอย่างเยี่ยมยอด หาบุรุษใดจะทำได้เสมอเหมือนแทนเธอได้เล่า ไม่มีเลย มีเธอเท่านั้นที่ทำให้เราสมบูรณ์ทุกอย่างอานนท์ จงประกอบความเพียรเถิด เมื่อเราตถาคตล่วงไปแล้ว เธอต้องประสบอรหัตตผลเป็นพระอรหันต์ได้ในไม่ช้า
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:34:57 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
สลักธรรม 5
เมื่อพระองค์ตรัสดังนี้แล้ว ก็เรียกภิกษุทั้งหลายมาใกล้ๆ แล้วทรงสรรเสริญพระอานนท์เป็นอเนกปริยายเป็นต้นมา
ภิกษุทั้งหลาย อานนท์เป็นบัณฑิตผู้รอบรู้และเป็นอุปัฏฐากเราอย่างยอดเยี่ยม พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งในอดีตและอนาคตที่มีภิกษุอุปัฏฐากนั้น ก็ไม่มีเกินไปกว่าอานนท์ อานนท์ดำเนินกิจด้วยปัญญารู้การที่ควรและไม่ควรมาโดยสม่ำเสมอ รู้จักกาลที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มาเฝ้าเรา ว่ากาลนี้ สำหรับกษัตริย์ ว่ากาลนี้สำหรับราชามหาอำมาตย์ ว่ากาลนี้ควรจะนำคนทั่วไป และกาลนี้ไม่ควรรับอานนท์ได้ปฏิบัติภารกิจอันยอดเยี่ยม ไม่มีเลยที่จะบกพร่องในตลอดการรับเป็นผู้อุปัฏฐากเรา
พระภิกษุทั้งหลาย อานนท์นี่ล่ะเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งผู้หนึ่ง
พระอานนท์ผู้มีความห่วงใยในพระศาสนาไม่สิ้นสุด ได้กราบทูลพระบรมศาสดาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ประดุจพระเจ้าจักรพรรดิในทางธรรม ทรงสถาปนาอาณาจักรแห่งธรรมขึ้น ทรงเป็นธรรมราชาสูงกว่าราชาใดๆ ในพื้นพิภพนั้น ข้าพระองค์เห็นว่าไม่สมควรแก่พระองค์เลยที่จะเสด็จดับขันธปรินิพพานที่เมืองกุสินารา อันเป็นเมืองเล็กเมืองน้อย ขอพระองค์ไปปรินิพพานในเมืองใหญ่ๆ เช่น ราชคฤห์ สาวัตถี จำปา สาเกต โกสัมพี พาราณสีต่างๆ อันมีเศรษฐีคฤหบดีตามนครต่างๆ ล้วนเลื่อมใสพระองค์อยู่มาก จะได้ทำมหาสักการะแก่สรีระของพระองค์ เป็นมโหฬารแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งอุดมด้วยรัตนมงคลต่างๆ
อานนท์เอย เธออย่ากล่าวอย่างนี้เลย ตถาคตนิพพานไปเพียงแต่รูปเท่านั้น แต่เกียรติคุณของตถาคตคงอยู่ต่อไป เราต้องการใช้ชีวิตนี้งามทั้งในเบื้องต้น งามทั้งในท่ามกลาง และที่สุด
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:36:41 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
สลักธรรม 6
อานนท์เอย ตถาคตอุบัติแล้วเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชน เมื่ออุบัติขึ้นมาสู่โลก เราเกิดในป่านามว่าลุมพินี เมื่อตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เราก็บรรลุในป่าที่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แขวงเมืองราชคฤห์มหานคร เมื่อตั้งอาณาจักรแห่งธรรมเป็นครั้งแรก เราก็ได้สาวกเพียง ๕ คน เราตั้งแล้ว ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตเมืองพาราณสี ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแห่งเราแล้ว เราควรนิพพานในป่า เช่นเดียวกัน
อนึ่งแม้บัดนี้ กุสินาราจะเป็นเมืองน้อย แต่ก็เป็นโบราณกาลกุสินาราที่เคยเป็นเมืองใหญ่ เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าจักรพรรดินามว่า มหาสุทัสสนะ เคยชื่อว่า กุสาวดี เป็นราชธานีที่สมบูรณ์มั่งคั่ง มีคนมาก มีมนุษย์นิกรมากมาย พร้อมทั้งธัญญาหารและที่นี่เป็นรมณียสถานที่บันเทิงจิตประดุจราชธานีแห่งทิพย์นคร คือ ชั้นดาวดึงส์ที่สวยที่สุดในสวรรค์ชั้นฟ้า ที่นี่พวกคฤหัสถ์ทั้งกลางวันกลางคืนด้วยเสียง ๑๐ ประการคือ เสียงคชสาร เสียงพาชี เสียเภรี เสียงรก เสียงตะโพน เสียงพิณ เสียงขับร้อง เสียงกังสดาล เสียงสังข์ สำเนียงต่างๆ ของประชาชนเรียกกันว่า บริโภคอาหารสำราญเบิกบานใจ เสียงพุทธพจน์
พระเจ้ามหาสุทัสสนก็ทรงเป็นอิสราธิบดีปกครองปฐพีมณฑลนี้ ทรงชำระปัญจามิตรด้วยธรรม ไม่ต้องใช้ทัณฑ์และศาสตรา ทรงครองเมืองด้วยทศพิธราชธรรม ขนบธรรมเนียมในเมืองนี้ก็ดีไปทุกอย่างปราศจากโจรผู้ร้าย มารดาและบุตรมีความอิ่มความเพลิดเพลิน ประตูบ้านไม่ต้องสลักลิ่มเพราะไม่มีขโมย เป็นนครที่รื่นรมย์ร่มเย็น เป็นราชธานีแห่งพระเจ้าจักรพรรดิอย่างแท้จริง
อีกอย่างหนึ่ง อานนท์เอย เมื่อมองมาทางธรรมก็ให้เกิดสังเวชสลดจิต พาคิดได้ว่าสิ่งทั้งหลายก็ไม่เที่ยงยั่งยืน มุ่งไปสู่จุดสลายตัว อานนท์จงดูเถิด พระเจ้าจักรพรรดิมหาสุทัสสนะก็สิ้นพระชนม์ไปแล้ว เมืองกุสาวดีก็เปลี่ยนมาเป็นเมืองกุสินารา แล้วประชาชาวกุสาวดีก็ตายไปหมดแล้ว นี่ไงเป็นของไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืนอะไรเลย ตถาคตเองจะนิพพานในไม่ช้านี้ที่นี่
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:37:34 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
สลักธรรม 7
แล้วพระศาสดาก็ตรัสให้พระอานนท์ไปแจ้งข่าวการปรินิพพานกับมัลลกษัตริย์ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพานในยามสุดท้ายแห่งราตรีนี้ เมื่อมัลลกษัตริย์ที่ครองเมืองกุสินารารับข่าวก็ต่างกำสรวลกำสรดอาดูรต่างๆ ข่าวก็กระจายไปอย่างรวดเร็ว
พวกมัลลกษัตริย์ต่างก็เดินไปเฝ้าพระศาสดา ณ สาลวโนทยาน พระอานนท์ก็จัดให้เข้าเฝ้าเป็นตระกูลๆ ไป ทำให้พระศาสดาไม่ได้ทรงพระบรรทมเลย ท่ามกลางบรรยากาศดังนี้ นักบวชปริพพาชกผู้หนึ่งก็ขออนุญาตผ่านประตุเข้าไปเฝ้าพระศาสดา
พระอานนท์ก็ได้วิงวอนว่า อย่ารบกวนพระบรมศาดาเลยเลย แต่ปริพพาชกผู้นั้นคือสุภัททะ ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเปิดโอกาสให้เป็นพระอรหันต์องค์สุดท้ายก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ภายใต้แสงจันทร์ที่สีนวลยองใย พระผู้มีพระภาคเจ้าบรรทมเหยียดพระวรกายในท่าสีหไสยาสน์แวดล้อมด้วยพุทธบริษัทมากหลายแผ่ไปทั่วปริมณฑล พระองค์ตรัสคำหนึ่งว่า
อานนท์ เมื่อเราล่วงลับไปแล้ว เธอทั้งหลายอาจจะคิดว่าบัดนี้เธอไม่มีศาสดาแล้วจะพึ่งใคร ยังความว้าเหว่ไร้ที่พึ่ง อานนท์เอย พึงประกาศให้ทราบทั่วไปนะ ธรรมวินัยอันใดที่เราได้แสดงแล้ว บัญญัติไว้แล้ว ขอให้ธรรมวินัยนั้นเป็นศาสดาของพวกเธอแทนเราต่อไป เธอทั้งหลายจงมีพระธรรมวินัยเป็นที่พึ่งเถิด อย่าได้มีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่งเลย
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:37:59 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
สลักธรรม 8
เมื่ออานนท์ไม่ได้กราบทูลถามสิ่งใดแล้ว พระธรรมราชาก็หันไปตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เป็นวาระสุดท้ายแห่งเราตถาคตแล้ว เราขอเตือนเธอทั้งหลายให้จำกันไว้ให้มั่นว่า สิ่งทั้งปวงมีความเสื่อมและสิ้นไปเป็นของธรรมดา เธอทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด
เมื่อสิ้นพระสุรเสียงทุกองค์ทุกคนถวายบังคมโดยพร้อมเพรียงกันอย่างอัศจรรย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระกายอันสงบหลับพระเนตรสนิท พระอนุรุทธเถระซึ่งเป็นพระเถระผู้ใหญ่อยู่ในเวลานั้น ได้รับการยกย่องจากพระผู้มีพระภาคเจ้าว่าเป็นเลิศทางทิพจักขุ เห็นพระโลกนาถเจ้านิ่งไม่ตรัสอะไร ก็เข้าฌานทันที เพราะมีวสีแก่กล้า นึกถึงองค์ฌานแล้วจึงทราบว่าพระโลกนาถเจ้าเข้าสู่ปฐมฌาน วิญญานัญจายตนฌาน อากิญจัญญายตนฌาน เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน และสัญญาเวทยิตนิโรธ และหยุด แล้วทรงถอยออกมาจนถึงปฐมฌาน แล้วขึ้นไปอีก แค่จตุตถฌาน ออกจากฌานนี้แล้วก็เสด็จดับขันธปรินิพพานระหว่างนี้เอง
พระอนุรุทธเถระจึงได้ถวายบังคมทันที ซึ่งเป็นสัญญานให้พระผู้มีอภิญญาปฏิปทารู้เลยว่า พระประทีปแก้วจากพวกเราไปแล้ว ในที่สุดพระองค์ก็ต้องประสบอวสานเหมือนคนทั้งหลาย พระธรรมที่พระองค์เคยพร่ำสอนมาตลอดพระชนมชีพว่า สัตว์ทั้งหลายมีความตายเป็นที่สุดนั้น เป็นสัจธรรมไม่ยกเว้นแม้แต่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:38:34 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
สลักธรรม 9
ย้อนไป ๔๕ ปีก่อนพระพุทธปรินิพพาน
ภายใต้โพธิบัลลังก์แสงสว่างของการตรัสรู้ได้โชติช่วงขึ้นพร้อมแสงสว่างของรุ่งอรุณ พระองค์มีเพียงหยาดน้ำค้างบนใบโพธิ์เป็นเพื่อน ทรงมีเพียงหญ้าคามัดหนึ่งซึ่งนายโสตถิยะนำมาถวายพระองค์ต้องปูรองนั่งเอง เพื่อการตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
ซึ่งต่างกับพวกเราในบัดนี้ที่มานั่งฟัง พวกเรามีเครื่องรองรับนานาประการ เราเป็นแต่ผู้เดินตามเท่านั้นเอง ลองคิดดูเถอะว่าเราเป็นผู้เดินทางไปอีกนาน จะผ่านพระพุทธเจ้าอีกกี่พระองค์ ทั้งๆ เป็นเพียงผู้รับเท่านั้น ลองถามตัวเองบ้าง
เราท่านทั้งหลาย เราก็มาคนเดียว เราก็รับกรรมลำพังคนเดียว แล้วเราก็ไปคนเดียว ไปสู่วัฏสงสารลำพังคนเดียวแน่แท้ เพราะฉะนั้นเปลี่ยนวิถีชีวิตเสีย และกำหนดทิศทางกันเถอะ
และด้วยความดีที่พระองค์ทรงทำมานาน ทำให้เสนาสนะต่างๆ สวยงาม เช่น พระเวฬุวันวนาราม พระเชตวันมหาวิหาร เป็นต้น เศรษฐีต่างๆ สร้างให้ เป็นที่อาสนะทองคำทั้งนั้นเลย แต่ถึงอย่างไร สิ่งเหล่านั้นก็ทอดทิ้งไว้เป็นสมบัติของโลก หาเอาไปได้ไม่
โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:38:50 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
สลักธรรม 10
บัดนี้ภายใต้ต้นสาละทั้งคู่นั้น ประกอบกับความเยือกเย็นแห่งปัจฉิมยาม พระองค์ก็เสด็จดับขันธ ปรินิพพานแล้ว พระโลกนาถเจ้าพระผู้มีรูปอันวิจิตรด้วยพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ ประดับไปด้วยอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ มีพระธรรมกายอันเลิศงาม มีศีลขันธ์ถึงความบริสุทธิ์ด้วยอาการทั้งปวง ถึงฝั่งแห่งความเป็นผู้ยิ่งใหญ่ด้วยยศคุณ ด้วยฤทธิ์ ด้วยกำลัง และด้วยปัญญา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นก็ต้องดับแล้ว ยังความอาดูรโศกเศร้าให้กับบรรดาพุทธบริษัททั้ง ๔ อย่างมากมาย
บัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้รู้เรื่องพุทธประวัติก่อนปรินิพพาน ข้าพระพุทธเจ้าพร้อมทั้งพุทธบริษัททั้งหลาย ขอกราบพระพุทธเจ้าผู้เป็นจอมชนพระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า พร้อมน้อมถวายกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เพื่อประพฤติกรรมอันเป็นที่สุดแห่งทุกข์แก่พระองค์ และขอดำเนินตามพระองค์ ตามรอยพระบาทพระศาสดาเพื่อสู่ชัยชนะพระนิพพาน
![]()
ขออนุโมทนากับน้องนวลผู้พิมพ์โดย ศาลาเสือพิทักษ์ [21 พ.ค. 2556 , 11:39:36 น.] ( IP = 125.25.194.138 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |